法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
34
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

พ.ศ.

๒๕๕๒[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล

เพื่อให้งานของเทศบาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส (๔) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖

แก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๑๒ พ.ศ. ๒๕๔๖

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้องจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศโดยเปิดเผย

ณ สำนักงานเทศบาลเมืองสองพี่น้องเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ยกเลิกระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“เทศบาล” หมายความว่า

เทศบาลเมืองสองพี่น้อง

“ชุมชน” หมายความว่า

ชุมชนที่เทศบาลจัดตั้งขึ้น

หรือประชาชนร้องขอให้มีการจัดตั้งขึ้นโดยนายกเทศมนตรีเป็นผู้ประกาศจัดตั้งชุมชน

“สมาชิกชุมชน” หมายความว่า

ผู้อยู่อาศัยในชุมชนนั้น

“กรรมการชุมชน” หมายความว่า

บุคคลที่นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้งเป็นกรรมการชุมชนตามระเบียบนี้

“ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า

ผู้อาวุโสหรือผู้ชำนาญการพิเศษด้านต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการชุมชนได้เชิญมาเป็นที่ปรึกษา

และได้รับแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง หรือผู้ที่นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้องมอบหมาย

“คณะผู้บริหารท้องถิ่น” หมายความว่า

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง รองนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง และเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

หมวด

วัตถุประสงค์

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้มีการจัดตั้งและประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชน

ทำหน้าที่พัฒนาและประสานงานกับทางเทศบาล และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

โดยมีวัตถุประสงค์ ดังนี้

(๑)

เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้อยู่อาศัยในชุมชน

ดำเนินการพัฒนาตนเองเกี่ยวกับความเป็นอยู่ด้านเศรษฐกิจ สังคม ประเพณี วัฒนธรรม

สิ่งแวดล้อม

(๒) เพื่อส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในชุมชนให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนา

ให้มากที่สุด

(๓)

เพื่อส่งเสริมให้รู้จักสิทธิและหน้าที่ของตนตามระบอบประชาธิปไตย

(๔)

เพื่อส่งเสริมให้เข้าใจความจำเป็นพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพชีวิต และกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะดำเนินการในชุมชน

เพื่อนำไปสู่การพัฒนาตนเองและการมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของชุมชน

หมวด

การจัดตั้งชุมชน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้เทศบาลประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นภายในเขตเทศบาล

ตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนตามระเบียบนี้

โดยพิจารณาถึงความสะดวกในการปกครองดูแลการพัฒนาชุมชนเป็นประมาณ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในการที่จะกำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง

ๆ ให้พิจารณาแบ่งเขตชุมชนตามสภาพพื้นที่ หรือแนวถนน หรือแม่น้ำลำคลอง

หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็นเขตพื้นที่เดียวกันหรือตามความเหมาะสม

โดยได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรี

หมวด

กรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในชุมชนหนึ่งให้มีกรรมการชุมชนจำนวน

๑๕ คน ซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยนายกเทศมนตรีหรือประชุมประชาคมคัดเลือก

หรือทั้งสองวิธีรวมกันแต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน ๑๕ คน

โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของนายกเทศมนตรีที่จะเป็นผู้กำหนดว่าที่มาของกรรมการชุมชนในแต่ละชุมชนนั้น

ๆ ควรจะได้มาโดยวิธีใด ทั้งนี้ ให้พิจารณาถึงความพร้อม

ความเหมาะสมและสภาพความจำเป็นของแต่ละชุมชน ณ สถานการณ์ปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีที่เทศบาลกำหนดให้มีการประชุมประชาคมคัดเลือกกรรมการชุมชนให้กำหนดการประชุมประชาคมคัดเลือกล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า

๗ วัน พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในชุมชนได้ทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

หลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกกรรมการชุมชนให้เป็นไปตามที่เทศบาลประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

กรรมการชุมชนซึ่งมาจากการแต่งตั้งโดยนายกเทศมนตรีหรือจากการประชุมประชาคมคัดเลือกให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ

๒ ปี นับแต่วันที่เทศบาลประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

กรรมการชุมชนต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕

ปีบริบูรณ์ในวันที่มีการแต่งตั้งหรือประชุมประชาคมคัดเลือก

(๓)

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเทศบาลไม่น้อยกว่าหนึ่งปีในวันที่มีการแต่งตั้งหรือประชุมประชาคมคัดเลือก

(๔) เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา

และพระมหากษัตริย์

(๕)

เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพสุจริตไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม

(๖) เป็นผู้เสียสละตั้งใจจริง มีความรับผิดชอบ

ไม่หวังหรือแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

(๗) ไม่เป็นพระภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช

(๘)

ไม่เป็นผู้ที่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่ ๒

ปีขึ้นไปและพ้นโทษมาแล้วไม่ถึง ๓ ปี

นับถึงวันที่มีการแต่งตั้งหรือประชุมประชาคมคัดเลือก

เว้นแต่ในกรณีความผิดอันได้กระทำโดยประมาท

(๙) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ผู้มีสิทธิออกเสียง

คัดเลือกคณะกรรมการชุมชน มีคุณสมบัติ ดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปี

บริบูรณ์ในวันประชาคมคัดเลือก

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ในชุมชนที่จะมีการคัดเลือกนั้น

(๔) เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา

และพระมหากษัตริย์

(๕) เป็นผู้เสียสละตั้งใจจริง มีความรับผิดชอบ

ไม่หวังหรือแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเอง หรือหมู่คณะโดยมิชอบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออกและได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรี

(๓) ขาดคุณสมบัติข้อหนึ่งข้อใดตามข้อ ๑๒

(๔) ถึงคราวออกตามกำหนดวาระ

(๕)

คณะผู้บริหารท้องถิ่นมีมติให้ออกเพราะประพฤติตนไม่เหมาะสม

(๖) นายกเทศมนตรีประกาศยุบคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งไม่ว่ากรณีใด

ๆ นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๒

เป็นกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างและให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน

ในกรณีที่กรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระ

ให้นำความในข้อ ๘, ๙, ๑๐ และ ๑๑

มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งนี้ ในระหว่างที่ยังไม่มีการแต่งตั้งหรือประชุมประชาคมคัดเลือกคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่

ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานแทนคณะกรรมการชุมชนชุดเดิมที่ครบวาระ

โดยให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่ขึ้นมาแทน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

นายกเทศมนตรีมีอำนาจยุบคณะกรรมการชุมชน และให้มีการจัดตั้งหรือคัดเลือกคณะกรรมการชุมชนขึ้นใหม่ให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้บุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งหรือประชุมประชาคมคัดเลือกเป็นกรรมการชุมชนทำการคัดเลือกกันเองให้กรรมการชุมชนดำรงตำแหน่งต่าง

ๆ ดังนี้

(๑) ประธานกรรมการชุมชน

(๒) รองประธานกรรมการชุมชน

(๓) เลขานุการกรรมการชุมชน

(๔) เหรัญญิก

(๕) กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง

ฝ่ายพัฒนา ฝ่ายการคลัง ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายสวัสดิการสังคม

ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสตรีและแม่บ้าน

ฝ่ายกีฬาและนันทนาการ ฝ่ายเด็กและเยาวชน

หรือตามที่คณะกรรมการชุมชนเห็นเป็นการสมควรให้มีฝ่ายต่าง ๆ

อำนาจและหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ

ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่เทศบาลประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

เมื่อคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระ

ให้คณะกรรมการชุมชนส่งมอบงานและทรัพย์สินที่เป็นของส่วนรวมในชุมชนให้กับเทศบาลภายใน

๑๕ วัน เพื่อดูแลรักษาไว้จนกว่าจะมีคณะกรรมการชุมชนชุดใหม่มาเข้ารับหน้าที่แทน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การประชุมคณะกรรมการชุมชนทุกครั้งต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการชุมชนทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การลงมติของคณะกรรมการชุมชนให้ถือเอามติเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิออกเสียงได้หนึ่งเสียง

ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ขาด

หมวด

หน้าที่ของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ ดังนี้

(๑) ดำเนินการพัฒนาชุมชนทั้งทางด้านกายภาพ

เศรษฐกิจ สังคม

โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนและระดมทรัพยากรในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(๒) บำรุงรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

(๓)

เสริมสร้างความสามัคคีของผู้ที่อาศัยอยู่ในชุมชน เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเองและชุมชน

(๔) ส่งเสริมขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม ศีลธรรม

และประเพณีอันดีงาม

(๕) ดูแลทรัพย์สินสาธารณะของชุมชน และของแผ่นดิน

(๖) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ

และสิ่งแวดล้อม

(๗) เป็นผู้นำและแกนกลางในการพัฒนาชุมชน

และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

(๘)

เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชน

ตลอดจนชี้แนะแนวทางในการพัฒนาชุมชนของตน

(๙)

ให้ความร่วมมือในการดำเนินงานในเรื่องที่เทศบาลหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องร้องขอ

(๑๐) รับเรื่องราวร้องทุกข์ของคนในชุมชน

ในกรณีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหากไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ให้รายงานนายกเทศมตรีเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

(๑๑) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

(๑๒) ดำเนินการอื่นตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย

หมวด

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนของแต่ละชุมชน

ตามที่คณะกรรมการชุมชนเสนอจำนวน ๓ คน

โดยให้มีวาระในการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระในการดำรงตำแหน่งของกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้นำความในข้อ ๑๒

มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่แนะนำ

ให้คำปรึกษา และสนับสนุนการดำเนินงานแก่คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้นำความในข้อ ๑๔

มาใช้บังคับโดยอนุโลมกับกรณีการพ้นจากตำแหน่งของที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

เมื่อที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งไม่ว่ากรณีใด

ๆ นอกจากถึงคราวออกตามวาระให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๒

เป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่าง และให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งที่เหลืออยู่ของผู้ที่ตนแทน

ในกรณีที่

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระ ให้นำความในข้อ ๒๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

หมวด

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้คณะกรรมการชุมชนจัดทำแผนชุมชน

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจัดทำโครงการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลและเป็นแนวทางในการพัฒนาชุมชนให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ชุมชนอาจมีรายได้ในกรณีต่าง ๆ ดังนี้

(๑) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๒)

ได้รับเงินอุดหนุนจากเทศบาลหรือหน่วยงานอื่นของรัฐจัดสรรให้

(๓) จากทรัพย์สินของชุมชน

(๔) จากการจัดกิจกรรมอื่น ๆ ที่คณะกรรมการชุมชนจัดขึ้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

การเก็บรักษาเงินให้กรรมการชุมชนอย่างน้อย

๓ คน ตามที่คณะกรรมการชุมชนมอบหมายเป็นผู้นำเงินไปฝากธนาคารใดธนาคารหนึ่ง

ให้กรรมการฝ่ายการคลังเป็นผู้จัดการทำบัญชีการรับ - จ่าย และเก็บรักษาบัญชีเงินฝาก

การถอนเงินให้กรรมการชุมชนที่ได้รับมอบหมายอย่างน้อย ๒ ใน ๓ คน

ลงลายมือชื่อถอนเงิน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้ประธานกรรมการชุมชนเรียกประชุมคณะกรรมการชุมชน

เพื่อวางระเบียบเกี่ยวกับการเงิน

และทรัพย์สินของชุมชนตามสภาพและความเหมาะสมของชุมชนนั้น ๆ

ระเบียบดังกล่าวต้องได้รับมติเห็นชอบของที่ประชุมไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของคณะกรรมการชุมชนทั้งหมดที่มาประชุม

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ในกรณีที่มีผู้บริจาคทรัพย์สินให้แก่ชุมชน

ให้หัวหน้าฝ่ายการคลังหรือหัวหน้าฝ่ายอื่น ๆ

ที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการชุมชนตรวจรับลงบัญชีไว้เป็นหลักฐาน

เสร็จแล้วดำเนินการตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้คณะกรรมการชุมชนจัดทำบัญชีพัสดุของชุมชน

โดยมีประธานกรรมการชุมชน กรรมการฝ่ายการคลัง และกรรมการชุมชนจากฝ่ายอื่นอย่างน้อย

๑ คน เป็นผู้รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ให้นายกเทศมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหากำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีปฏิบัติ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

การแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบนี้จะกระทำ

ได้ต่อเมื่อได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรี

ประกาศ

ณ วันที่ ๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๒

วิโรจน์

คณูวัฒนา

นายกเทศมนตรีเมืองสองพี่น้อง

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๖

ธันวาคม ๒๕๕๒

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๑๖

ธันวาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๑๗๘ ง/หน้า ๑/๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

34 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลเมืองสองพี่น้อง ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชนของเทศบาล พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7e06beb627de808e

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com