ข้อ ๖
การปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ต้องเปิดเผย แยกเป็น ๓ กรณี ดังนี้
๖.๑
ข้อมูลข่าวสารที่ต้องพิมพ์เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา
(๑)
ให้กองอำนวยการเป็นผู้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
ส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาและส่งสำเนาให้กองประชาสัมพันธ์จัดเก็บ
เพื่อให้ประชาชนขอเข้าตรวจดูได้ ดังนี้
(ก)
โครงสร้างและการจัดองค์กรในการดำเนินงาน
(ข)
สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงาน
(ค)
สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของบริษัทฯ
(ง) กฎ มติคณะรัฐมนตรี
ข้อบังคับ คำสั่ง หรือหนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน นโยบาย หรือการตีความ
ทั้งนี้เฉพาะที่จัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ
เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปต่อเอกชนที่เกี่ยวข้อง (หน่วยงานเจ้าของเรื่อง)
(จ)
ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด
(๒)
ให้กองประชาสัมพันธ์รวบรวมและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารดังกล่าวข้างต้นไว้เปิดเผย
หรือจำหน่ายจ่ายแจกได้ตามที่เห็นสมควร
๖.๒
ข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู
(๑)
ให้กองประชาสัมพันธ์ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมข้อมูลข่าวสารตามมาตรา
๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
จัดเก็บไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ ดังนี้
(ก)
ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลกระทบโดยตรงต่อเอกชน
รวมทั้งความเห็นแย้งและคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัย
(ข)
นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา ๗ (๔)
(ค) แผนงาน โครงการ
และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ
(ง)
คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่รัฐ
ซึ่งมีผลกระทบถึงสิทธิหน้าที่ของเอกชน
(จ)
สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างอิงตามมาตรา ๗ วรรคสอง
(ฉ) สัญญาสัมปทาน
สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอนหรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ
(ช) มติคณะรัฐมนตรี
หรือมติ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ที่แต่งตั้งโดยกฎหมาย หรือโดยมติคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ให้ระบุรายชื่อรายงานทางวิชาการ
รายงานข้อเท็จจริงหรือข้อมูลข่าวสารที่นำมาใช้ในพิจารณาไว้ด้วย
(ซ)
ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
กำหนด
(๒)
ข้อมูลข่าวสารที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตาม ข้อ ๖.๒ (๑)
ถ้ามีส่วนที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรือมาตรา ๑๕ อยู่ด้วย ให้ลบ
หรือตัดทอน หรือทำโดยประการอื่นใดที่ไม่เป็นการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น
(๓)
บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตามย่อมมีสิทธิขอเข้าตรวจดู ขอสำเนา
หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๖.๒ (๑)
ได้ค่าธรรมเนียมในการขอสำเนา หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร
ให้เป็นไปตามค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น
๖.๓ ข้อมูลข่าวสารที่ประชาชนอาจขอดูได้
(กรณีใช้ดุลยพินิจ)
ในกรณีที่มีผู้ขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดของบริษัท
นอกจากข้อมูลข่าวสารซึ่งต้องนำลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามข้อ ๖.๑
และข้อมูลข่าวสารซึ่งต้องจัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดูได้ตามข้อ ๖.๒
โดยคำขอนั้นระบุลักษณะของข้อมูลชัดเจนชนิดที่อาจเข้าใจได้ตามควรและเป็นข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่แล้วในสภาพที่พร้อมจะให้ได้
มิใช่เป็นการต้องไปจัดทำวิเคราะห์ จำแนก รวบรวม
หรือจัดให้มีขึ้นใหม่เว้นแต่เป็นการแปรสภาพเป็นเอกสารข้อมูลข่าวสารที่บันทึกไว้ในระบบการบันทึกภาพหรือเสียง
ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นใดตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกำหนด
ให้เจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของบริษัทซึ่งรับผิดชอบข้อมูลข่าวสารดังกล่าวเสนอผู้อำนวยการฝ่ายตามสายงานกลั่นกรอง
และเสนอต่อผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ (ตามสายงาน) และรองผู้อำนวยการใหญ่ (ตามสายงาน)
เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ทั้งนี้ หน่วยงานที่ขึ้นตรงผู้อำนวยการใหญ่
ก็ให้นำเสนอผู้อำนวยการใหญ่เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ และดำเนินการตามมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐
โดยจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้แก่ผู้ขอภายในเวลาอันสมควร
เว้นแต่ผู้นั้นขอเป็นจำนวนมาก หรือบ่อยครั้งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
ทั้งนี้ให้นำความในข้อ
๖.๒ (๒) และ (๓) มาใช้บังคับโดยอนุโลม