法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ

พ.ศ. ๒๕๕๘

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบเพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะอนุกรรมการเปรียบเทียบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

มีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔๐ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน

พ.ศ. ๒๕๕๐ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ

พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ผู้กระทำความผิด” หมายความว่า

ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๑ มาตรา ๑๓๒ มาตรา ๑๓๔ หรือมาตรา

๑๓๘ วรรคหนึ่ง

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการเปรียบเทียบ ที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

“สำนักงาน กกพ.” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า

พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

และมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

การรวบรวมพยานหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เมื่อสำนักงาน

กกพ. พบหรือได้รับแจ้งว่ามีการกระทำความผิด ให้ดำเนินการ

(๑) กรณีที่ปรากฏข้อเท็จจริงว่ารู้ตัวผู้กระทำความผิด ให้สำนักงาน

กกพ. ส่งเรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่

(๒)

กรณีที่พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนที่ผู้กระทำความผิดยินยอมให้เปรียบเทียบมายังสำนักงาน

กกพ. ให้สำนักงาน กกพ. ส่งเรื่องให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการเพื่อเสนอคณะอนุกรรมการตามข้อ

๙ โดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามระเบียบนี้

มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้

(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลผู้กระทำความผิดหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ

หรือให้ส่งเอกสารหรือวัตถุใดมาเพื่อประกอบการพิจารณา

(๒) ตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง พยานหลักฐานการกระทำที่เป็นความผิด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องจากสำนักงาน

กกพ. ถ้าผู้กระทำความผิดยินยอมให้เปรียบเทียบ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกถ้อยคำรับสารภาพและความยินยอมให้เปรียบเทียบไว้ในบันทึกคำให้การ

โดยผู้กระทำความผิดลงลายมือชื่อตามแบบที่กำหนด

การบันทึกคำให้การของผู้กระทำความผิด ให้กระทำต่อหน้าผู้กระทำความผิด

โดยให้ผู้กระทำความผิดได้อ่าน และทำความเข้าใจ แล้วลงลายมือชื่อไว้

เว้นแต่ผู้กระทำความผิดเป็นผู้จัดทำบันทึกคำให้การนั้นเองและได้ลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ แบบบันทึกคำให้การตามข้อ

๗ แบบรายงานการตรวจสอบตามข้อ ๙ บันทึกถ้อยคำตามข้อ ๑๕ (๒)

บันทึกการเปรียบเทียบตามข้อ ๑๖

ตลอดจนบันทึกประวัติผู้กระทำความผิดและหนังสือแจ้งการเปรียบเทียบ

ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทำรายงานการตรวจสอบตามแบบที่กำหนด

ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย

พร้อมความเห็นเสนอคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการเปรียบเทียบต่อไป

คณะอนุกรรมการเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้มีคณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า “คณะอนุกรรมการเปรียบเทียบ” ประกอบด้วยพนักงานของสำนักงาน

กกพ. หรือบุคคลภายนอก จำนวนสามคน

อนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง ต้องมีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป

และอย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านกฎหมาย

ให้พนักงานฝ่ายกฎหมายเป็นเลขานุการคณะอนุกรรมการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้อนุกรรมการ

มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสามปี

ในกรณีที่ครบกำหนดตามวาระแล้ว ยังไม่มีการแต่งตั้งอนุกรรมการแทน

ให้อนุกรรมการที่ครบกำหนดตามวาระทำหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นใหม่

เว้นแต่เป็นการพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๒

อนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระที่กำหนดในข้อ

๑๑ แล้ว อนุกรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย

(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

เว้นแต่โทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๖) คณะกรรมการให้พ้นจากตำแหน่ง

ให้อนุกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งแทนอนุกรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของอนุกรรมการผู้ที่พ้นจากตำแหน่งนั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) พิจารณาการกระทำความผิดตามมาตรา ๑๓๑ มาตรา ๑๓๒ มาตรา ๑๓๔

หรือมาตรา ๑๓๘ วรรคหนึ่ง

(๒)

มอบหมายพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเรียกพยานบุคคลหรือพยานเอกสารจากบุคคลใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณา

(๓) พิจารณาเปรียบเทียบกำหนดค่าปรับ สั่งไม่รับเปรียบเทียบ

หรือส่งเรื่องคืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่

(๔) สรุปสำนวนและรายงานคำวินิจฉัยพร้อมทั้งความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการ

หลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ คณะอนุกรรมการจะเปรียบเทียบเฉพาะกรณีที่ผู้กระทำ

ความผิดรับสารภาพและยินยอมให้เปรียบเทียบเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาเปรียบเทียบจากพยานหลักฐาน

ดังต่อไปนี้

(๑)

รายงานการตรวจสอบของพนักงานเจ้าหน้าที่หรือรายงานการสอบสวนของพนักงานสอบสวน

(๒) บันทึกถ้อยคำของผู้กล่าวหา

(๓) บันทึกคำให้การของผู้กระทำความผิด

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในการเปรียบเทียบ

ให้ทำเป็นบันทึกการเปรียบเทียบตามแบบที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรณีใดที่คณะอนุกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า

ไม่มีอำนาจเปรียบเทียบ หรือผู้กระทำความผิดควรถูกฟ้องร้อง หรือได้รับโทษถึงจำคุก

หรือการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดตามข้อกล่าวหาให้ส่งเรื่องคืนพนักงานเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ คณะอนุกรรมการสามารถทำการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดได้ตามที่เห็นสมควรโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการลงโทษทางอาญา

การกำหนดค่าปรับและระยะเวลาชำระค่าปรับ

ให้คำนึงถึงความหนักเบาแห่งข้อหา และพฤติการณ์แห่งการกระทำความผิด

ความเสียหายที่ได้รับหรือผลกระทบต่อสังคมและผู้ใช้บริการ ตลอดจนอายุ ประวัติ

ความประพฤติ สติปัญญา การศึกษาอบรม สุขภาพ อาชีพ

ขนาดการลงทุนของการประกอบกิจการและสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ ของผู้กระทำความผิดประกอบด้วย

โดยให้ใช้บัญชีอัตราการเปรียบเทียบที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การชำระค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อคณะอนุกรรมการดำเนินการเปรียบเทียบแล้ว

ให้สำนักงาน กกพ. แจ้งให้ผู้กระทำความผิดชำระค่าปรับภายในระยะเวลาและสถานที่ที่กำหนด

ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน ๑๕ วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

หากผู้กระทำความผิดไม่ชำระค่าปรับ ให้สำนักงาน กกพ.

ร้องทุกข์กล่าวโทษ หรือส่งเรื่องคืนพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ บรรดาความผิดที่เกิดขึ้นหรือถูกจับกุมก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

หากยังอยู่ในขั้นตอนที่สามารถเปรียบเทียบได้และผู้กระทำความผิดประสงค์จะใช้วิธีการเปรียบเทียบ

ให้คณะอนุกรรมการใช้ดุลพินิจในการรับเปรียบเทียบ ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

พรเทพ ธัญญพงศ์ชัย

ประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๘ มิถุนายน

๒๕๕๘

วิศนี/ผู้ตรวจ

๑๕ มิถุนายน

๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนพิเศษ ๑๒๙ ง/หน้า ๑/๕ มิถุนายน ๒๕๕๘

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ในการเปรียบเทียบ พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7e4e4a43f5b30e4a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com