法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
73
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่น

ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

พ.ศ. ๒๕๕๓

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๔ มาตรา ๙๕ มาตรา ๙๖ และมาตรา ๙๗

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิ

และเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ.

๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ” หมายความว่า

เงินที่ได้รับการจัดสรรตามระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า พ.ศ. ๒๕๕๓

ให้ใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

ตามมาตรา ๙๗ (๓) โดยแยกตามโรงไฟฟ้า และให้ต่อท้ายด้วยชื่อของโรงไฟฟ้า หรือชื่อตำบล

หรือชื่ออำเภอ หรือชื่อจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่

“ฟื้นฟู” หมายความว่า

การทำให้ท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้ามีความเจริญงอกงาม

ยั่งยืน

“ท้องถิ่น” หมายความว่า

พื้นที่และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้ามีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

ตามนัยของมาตรา ๙๗ (๓)

“พื้นที่ประกาศ” หมายความว่า

พื้นที่ที่ สกพ.

ประกาศกำหนดให้เป็นพื้นที่ที่มีสิทธิได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ตามนัยของมาตรา

๙๗ (๓)

“โรงไฟฟ้า” หมายความว่า อาคาร

สถานที่ ที่จะใช้หรือใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า และได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้า

ตามระเบียบที่ กกพ. ประกาศกำหนด

“กกพ.” หมายความว่า

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“สกพ.” หมายความว่า

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

“คพรฟ.” หมายความว่า

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

“คพรต.” หมายความว่า

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล

“หมู่บ้าน” หมายความว่า

หมู่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะการปกครองท้องที่

หรือชุมชนที่มีการจัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

“ตำบล” หมายความว่า

ตำบลตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะปกครองท้องที่ หรือแขวงตามกฎหมายว่าด้วย

ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

หรือเขตปกครองที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการปกครองพื้นที่นั้น ๆ

และให้รวมถึงกลุ่มชุมชนที่มีพื้นที่ติดต่อกันตามที่ สกพ. ประกาศกำหนด

“โครงการชุมชน” หมายความว่า

โครงการที่เสนอขอเงินสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา ๙๗ (๓)

“งบประมาณรายจ่าย” หมายความว่า

จำนวนเงินอย่างสูงที่อนุญาตให้จ่าย หรือก่อหนี้ผูกพันได้ตามวัตถุประสงค์

และในเวลาที่กำหนด

“ปีงบประมาณ” หมายความว่า

ปีงบประมาณของ สกพ.

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธาน กกพ.

เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ พื้นที่ประกาศ

ให้พิจารณาจากแผนการผลิตไฟฟ้าสำหรับแต่ละโรงไฟฟ้าให้ครอบคลุมถึงตำบลโดยรอบโรงไฟฟ้าที่อยู่ในรัศมีจากศูนย์กลางโรงไฟฟ้าเป็นระยะทางดังนี้

(๑) ห้ากิโลเมตร

สำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าเกินห้าพันล้านกิโลวัตต์ - ชั่วโมงต่อปี

(๒) สามกิโลเมตร

สำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าเกินหนึ่งร้อยล้านกิโลวัตต์ - ชั่วโมง แต่ไม่เกินห้าพันล้านกิโลวัตต์

- ชั่วโมงต่อปี

(๓) หนึ่งกิโลเมตร สำหรับโรงไฟฟ้าที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าไม่เกินหนึ่งร้อยล้านกิโลวัตต์

- ชั่วโมงต่อปี

กรณีกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าเดิม

ที่ผลิตพลังงานไฟฟ้าเกินหนึ่งร้อยล้านกิโลวัตต์ - ชั่วโมงต่อปี

กำหนดให้พื้นที่รอบโรงไฟฟ้าในรัศมีห้ากิโลเมตรเดิมเป็นพื้นที่ประกาศ

ในกรณีที่มีการทับซ้อนกันของเขตพื้นที่ประกาศเนื่องจากโรงไฟฟ้าอยู่ใกล้กัน

อาจรวมพื้นที่ประกาศเข้าด้วยกันก็ได้ ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงประโยชน์ต่อการพัฒนาพื้นที่ประกาศเป็นสำคัญ

พื้นที่ประกาศอาจครอบคลุมตำบลแตกต่างจากที่กำหนดข้างต้นหากมีผลการศึกษาวิจัยผลกระทบตามหลักวิชาการ

ซึ่งได้ทำการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่แล้ว

หรือเป็นพื้นที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกินที่หน่วยงานของรัฐ

หรือผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าจัดสรรขึ้น

เพื่อรองรับผู้ที่ต้องย้ายที่อยู่อาศัยหรือที่ทำกิน เนื่องจากการสร้าง

หรือการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า เมื่อได้รับความเห็นชอบจาก กกพ.

แล้วให้ถือเสมือนเป็นหมู่บ้านของตำบลในพื้นที่เดิมที่ถูกโยกย้าย

ให้ สกพ. โดยความเห็นชอบของ กกพ. เป็นผู้ออกประกาศกำหนดพื้นที่ประกาศ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

มีสามประเภท ดังนี้

(๑) กองทุนประเภท ก สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อการพัฒนาพื้นที่มากพอต่อการบริหารจัดการได้เต็มรูปแบบ

โดยมีปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้ามากกว่าห้าพันล้านกิโลวัตต์ - ชั่วโมงต่อปี

หรือมีรายได้มากกว่าห้าสิบล้านบาทต่อปีขึ้นไป

(๒) กองทุนประเภท ข

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรเงินเพื่อการพัฒนาพื้นที่เพียงพอต่อการบริหารจัดการในระดับปานกลาง

โดยมีปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าไม่เกินห้าพันล้านกิโลวัตต์ - ชั่วโมง

และมีรายได้มากกว่าหนึ่งล้านบาทแต่ไม่เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี

(๓) กองทุนประเภท ค สำหรับพื้นที่ที่ได้รับการจัดสรรเงินน้อย

ควรมีการบริหารจัดการอย่างจำกัด

โดยมีปริมาณการผลิตพลังงานไฟฟ้าไม่เกินหนึ่งร้อยล้านกิโลวัตต์ - ชั่วโมงต่อปี

และมีรายได้ไม่เกินหนึ่งล้านบาทต่อปี

ให้ สกพ. โดยความเห็นชอบของ กกพ. เป็นผู้ประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

สำหรับกองทุนประเภท ก และประเภท ข ประกอบด้วย

(๑) เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับการจัดสรรจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

(๒) คพรฟ.

(๓) การจัดสรรเงิน และการอนุมัติโครงการ

(๔) การพัสดุ

(๕) การเงินและการบัญชี

(๖) การตรวจสอบ การติดตาม และการประเมินผล

(๗) การประชาสัมพันธ์

สำหรับกองทุนประเภท ก ให้มีการจัดตั้ง คพรต.

เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ประกาศมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

สำหรับกองทุนประเภท ค ให้ สกพ.

จัดให้มีผู้แทนจากเทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล ในพื้นที่ประกาศ

จำนวนไม่เกินสามคน เป็นผู้พิจารณาอนุมัติโครงการชุมชนเพื่อพัฒนาและฟื้นฟูท้องถิ่น

ตามที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ แนวทางการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

มีดังนี้

(๑) จัดให้มีการกระจายอำนาจการบริหารจัดการสู่ชุมชน

เพื่อให้มีระบบการบริหารจัดการที่ดีมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้

(๒) ส่งเสริม สนับสนุนให้มีการจัดทำโครงการชุมชน โดยชุมชน เพื่อชุมชน

เน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต และพัฒนาศักยภาพชุมชน

ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเสริมสร้างระบบสวัสดิการของประชาชนและชุมชนอย่างมีคุณภาพ

เพื่อให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

(๓) ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชนภายในพื้นที่ประกาศ

เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงและบูรณาการ การทำงานร่วมกันกับภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานราชการ องค์กรชุมชน สถานศึกษา ศาสนสถาน เป็นต้น

(๔) ส่งเสริม สนับสนุนให้เกิดการเชื่อมโยงข้อมูล การเรียนรู้

การบริหารจัดการ การติดตามตรวจสอบ การประชาสัมพันธ์สู่สาธารณชน การพัฒนาระบบข้อมูล

ระหว่างกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศทุกระดับพื้นที่

เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

(๕)

จัดให้มีการชดเชยเพื่อเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

ทั้งด้านสุขภาพ อาชีพ และสิ่งแวดล้อม

(๖) ส่งเสริม สนับสนุนการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

การเฝ้าระวังทางสังคม สุขภาวะสิ่งแวดล้อม

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

และคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล

สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

สกพ. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

(๑) ประกาศกำหนดพื้นที่ประกาศ

และประเภทการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

(๒) กำหนดเป้าหมาย และจัดทำแผนงาน ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาวของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

เพื่อกิจการตามมาตรา ๙๗ (๓)

(๓) จัดทำประมาณการรายได้ประจำปีของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่

และแจ้งให้กองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ แต่ละพื้นที่รับทราบ

(๔) สนับสนุนการจัดทำแผนงานประจำปี แผนยุทธศาสตร์ แผนงบประมาณของ

คพรฟ. ในแต่ละพื้นที่ประกาศ เพื่อเสนอ กกพ. อนุมัติ และประกาศต่อสาธารณชน

(๕) สนับสนุนให้มีการจัดวางระบบข้อมูลการเงินและการบัญชี การตรวจสอบ

การติดตาม การประเมินผล การประชาสัมพันธ์ ในแต่ละพื้นที่ประกาศ

(๖) ส่งเสริมและสนับสนุนการฝึกอบรมและการพัฒนาศักยภาพของ คพรฟ. คพรต.

และผู้ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

(๗)

เผยแพร่การดำเนินงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง

และสาธารณชนรับทราบ

(๘) สนับสนุนการยกร่างระเบียบ คำสั่ง หลักเกณฑ์ แนวทาง

และวิธีปฏิบัติของ คพรฟ. ในแต่ละพื้นที่ประกาศ เพื่อเสนอ กกพ. อนุมัติ

(๙) รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการบริหารการใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศและรวบรวมข้อเท็จจริงเสนอ

กกพ. พิจารณา

(๑๐) มอบหมายให้ คพรฟ. ดำเนินการอื่นใด

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์กองทุนพัฒนาไฟฟ้า

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศสำหรับกองทุนประเภท

ก และประเภท ข ให้ สกพ. ดำเนินการเพื่อให้มี คพรฟ. ขึ้นคณะหนึ่ง

มีจำนวนไม่น้อยกว่า ๑๕ คน และสูงสุดไม่เกิน ๓๕ คน ตามที่ กกพ. กำหนด ประกอบด้วย

ผู้แทนภาคประชาชน ผู้แทนภาครัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยให้มีผู้แทนภาคประชาชนจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของคณะกรรมการทั้งหมด

และมีผู้ทรงคุณวุฒิได้ไม่เกิน ๓ คน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คพรฟ.

มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑)

สามารถกำหนดพื้นที่ผู้มีสิทธิได้รับผลประโยชน์จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าให้แตกต่างจากพื้นที่ประกาศได้

โดยความเห็นชอบของ กกพ.

(๒) จัดทำและเสนอแผนยุทธศาสตร์ แผนงานประจำปี

แผนการจัดสรรเงินเพื่อใช้ในการพัฒนาและฟื้นฟูท้องถิ่น ต่อ กกพ.

เพื่ออนุมัติและประกาศต่อสาธารณชน

(๓) ส่งเสริม

สนับสนุนให้มีการสำรวจผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

โดยมีการศึกษาตามหลักวิชาการ และรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่

เพื่อเสนอขอปรับปรุงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าต่อ กกพ.

เพื่อพิจารณาอนุมัติพื้นที่ประกาศ

(๔) ส่งเสริมให้มีการสำรวจความต้องการของประชาชน

และสำรวจผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าเป็นประจำทุกปี เพื่อใช้ประกอบการจัดทำโครงการชุมชน

(๕) พิจารณาอนุมัติโครงการชุมชน เพื่อพัฒนาและฟื้นฟูท้องถิ่น

(๖) จัดให้มีสัญญา หรือข้อตกลงโครงการชุมชน

และเบิกจ่ายเงินสนับสนุนตามแผนงานหรืองวดเงิน เพื่อการดำเนินงานโครงการชุมชน

(๗) กำกับดูแล ให้มีการบันทึกบัญชี

และรายงานสถานะการเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ ต่อ สกพ.

เป็นรายไตรมาสและรายปี ตามระเบียบ วิธีการ และรูปแบบที่ กกพ. กำหนด

(๘) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานโครงการชุมชน

พร้อมรายงานผลการดำเนินงานโครงการชุมชน ต่อ สกพ.

(๙) จัดจ้าง และแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี

(๑๐) จัดประชุม คพรฟ. อย่างน้อย ๓ เดือนครั้ง

เพื่อการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

การติดตามผลการดำเนินงานโครงการชุมชน และจัดทำรายงานการประชุมเป็นหลักฐาน

(๑๑) การบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

อาจว่าจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติหน้าที่ช่วยการดำเนินงานตามความจำเป็นและเหมาะสม

และอาจว่าจ้างบุคคลภายนอกเพื่อตรวจสอบติดตามและประเมินผลโครงการได้ตามความเหมาะสม

ตามที่ กกพ. กำหนด

(๑๒) ประชาสัมพันธ์

หรือเผยแพร่ข้อมูลกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศและผลการดำเนินงานต่อสาธารณชน

(๑๓) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานแบบมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ

ในพื้นที่ประกาศและเครือข่ายความร่วมมือของ คพรฟ. ในพื้นที่ประกาศอื่น ๆ

(๑๔) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาหรือกระทำการอย่างใดตามที่

คพรฟ. มอบหมาย

(๑๕) กำกับดูแล และดำเนินงานให้เป็นไปตามระเบียบ คำสั่ง หลักเกณฑ์

แนวทาง วิธีการที่ กกพ. กำหนด

(๑๖) ในกรณีที่ประกาศระเบียบที่ กกพ. กำหนด

ไม่ครอบคลุมถึงการดำเนินงานของ คพรฟ. ในพื้นที่ประกาศ

เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะ ให้ คพรฟ.

เสนอระเบียบที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมให้ กกพ. พิจารณาได้เท่าที่จำเป็น ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ แนวทางที่ กกพ. กำหนด

(๑๗) ดำเนินงานอื่นใดตามที่ กกพ. หรือ สกพ.

มอบหมายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

ทั้งนี้ ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย

ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง และวิธีปฏิบัติที่ได้กำหนดไว้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้แทนภาคประชาชนของ คพรฟ.

ให้มาจากการสรรหาด้วยวิธีการดังนี้

(๑) คัดเลือกผู้แทนระดับหมู่บ้าน โดยจัดให้มีการประชาคมหมู่บ้าน

ทุกหมู่บ้านในแต่ละตำบลของพื้นที่ประกาศ เพื่อคัดเลือกผู้แทนหมู่บ้าน ทั้งนี้

ให้มีจำนวนผู้แทนเท่ากันทุกหมู่บ้าน

(๒) คัดเลือกผู้แทนระดับตำบล เพื่อเป็นกรรมการใน คพรฟ.

โดยให้ผู้แทนจากหมู่บ้านในข้อ (๑) แสดงวิสัยทัศน์

ประกอบการคัดเลือกผู้แทนระดับตำบล

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กรรมการผู้แทนภาคประชาชน

ต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๗๐ ปีบริบูรณ์

(๓) มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ

หรือที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ

(๔) มีชื่อในทะเบียนบ้านที่อยู่ในพื้นที่ประกาศติดต่อกันไม่น้อยกว่า

๑ ปี นับถึงวันที่ดำเนินการสรรหา

(๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้ช่วยผู้ดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

ข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น

ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการที่ปรึกษาพรรคการเมือง

(๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๗) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๘) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๙) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๑๐)

ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล

(๑๑) ไม่เคยเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันดำเนินการสรรหา

เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๒) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ

เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๓)

ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนิติกรรมสัญญาที่ทำกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดคัดเลือกผู้แทนจากส่วนราชการส่วนกลางที่ปฏิบัติงานในเขตจังหวัด

ราชการส่วนภูมิภาคหรือส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประกาศ หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น

หรือผู้บริหารท้องถิ่น กำนันหรือผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ประกาศ

ที่มีประสบการณ์ในการพัฒนาชุมชน สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม การเกษตร สุขอนามัย

หรืออุตสาหกรรม เป็นกรรมการในสัดส่วนผู้แทนภาครัฐตามจำนวนที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้บุคคลและผู้ดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้

เป็นกรรมการผู้แทนภาครัฐโดยตำแหน่ง

(๑) ผู้แทนกระทรวงพลังงานที่ได้รับมอบหมายจากกระทรวงพลังงาน

จำนวนไม่เกิน ๒ คน

(๒) ผู้แทน สกพ. ที่ประจำเขตพื้นที่ที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก สกพ.

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้ได้รับคัดเลือกให้เป็นกรรมการผู้แทนภาคประชาชนและผู้แทนภาครัฐจัดประชุมเพื่อเสนอรายชื่อและคัดเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ตามจำนวนที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้ามดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๓๕ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๗๐ ปีบริบูรณ์

(๓) มีความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ ในด้านสังคม สาธารณสุข พลังงาน

สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจชุมชน การศึกษา การเงิน หรือด้านสื่อสาร

(๔) มีชื่อในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่

(๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

หรือผู้ช่วยผู้ดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการที่ปรึกษาพรรคการเมือง

(๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๗) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๘) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๙) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๑๐)

ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล

(๑๑) ไม่เคยเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป

โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการเสนอชื่อ

เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๒) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ

เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๓)

ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนิติกรรมสัญญาที่ทำกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อดำเนินการสรรหา

คพรฟ. ครบทุกภาคส่วนแล้ว

ให้เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานนำเสนอรายชื่อ คพรฟ.

ทั้งคณะที่ได้รับการสรรหา ต่อ กกพ. เพื่อพิจารณาแต่งตั้งประธาน

และรองประธานจำนวนไม่เกินสองคน และกรรมการอื่น

ผู้แทน สกพ. ที่ประจำเขตพื้นที่ที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่

หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจาก สกพ. เป็นกรรมการและเลขานุการ คพรฟ.

ผู้แทนโรงไฟฟ้าในเขตพื้นที่ประกาศ เป็นผู้ช่วยเลขานุการ คพรฟ.

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ กรรมการ คพรฟ.

มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับประกาศแต่งตั้ง

โดยดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ความในวรรคนี้ไม่ให้ใช้บังคับกับกรรมการผู้แทนภาครัฐ

ในวาระเริ่มแรก เมื่อครบกำหนดสองปี ให้กรรมการ คพรฟ.

ในส่วนของภาคประชาชนออกจากตำแหน่งจำนวนกึ่งหนึ่ง โดยวิธีจับสลาก

หากจำนวนที่คำนวณได้มีเศษให้ปัดเศษทิ้งและให้ถือว่าการออกจากตำแหน่งดังกล่าวเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ทั้งนี้

การดำเนินการจับสลากให้ดำเนินการล่วงหน้าตามสมควร

กรรมการ คพรฟ. ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ

อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการ คพรฟ.

ขึ้นใหม่

เพื่อให้มี กรรมการ คพรฟ. ปฏิบัติงานได้อย่างต่อเนื่อง ให้ดำเนินการสรรหากรรมการ

คพรฟ. ขึ้นใหม่ในภาคส่วนเดียวกัน เป็นการล่วงหน้าก่อนที่กรรมการ คพรฟ. ครบวาระ

ตามสมควร

ในกรณีที่กรรมการ คพรฟ.

พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ คพรฟ.

ในภาคส่วนเดียวกันแทนภายในสี่สิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ คพรฟ. ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่วาระของกรรมการ คพรฟ. เหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

จะไม่ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ คพรฟ. แทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้

และในการนี้ ให้ คพรฟ. ประกอบด้วยกรรมการ คพรฟ. เท่าที่เหลืออยู่

เมื่อกรรมการ คพรฟ. พ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้ทำการส่งมอบงานแก่กรรมการ คพรฟ. ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ ตามวิธีการที่ กกพ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ

กรรมการ คพรฟ. พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓)

กรรมการผู้แทนภาคประชาชนย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านในพื้นที่ประกาศเกิน ๙๐ วัน

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการ คพรฟ.

(๕) ขาดการประชุม ๓ ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(๖) ประธาน กกพ. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมติ กกพ. หรือตามมติ

คพรฟ. ไม่น้อยกว่าสองในสามของ คพรฟ. ที่เสนอให้ กกพ.

พิจารณาให้พ้นจากตำแหน่งเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่อง ไม่สุจริตต่อหน้าที่

หรือมีส่วนได้ส่วนเสียในนิติกรรมสัญญาที่ทำกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าหรือหย่อนความสามารถ

(๗) ผู้มีอำนาจเสนอแต่งตั้งตามข้อ ๑๔ หรือข้อ ๑๕

เสนอขอเปลี่ยนแปลงกรรมการผู้แทนภาครัฐ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ประธาน คพรฟ.

เป็นผู้มีอำนาจดำเนินกิจกรรมของเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

ที่เกี่ยวกับบุคคลภายนอก

ประธาน คพรฟ. สามารถมอบอำนาจการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ตามที่ กกพ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้ประธาน คพรฟ.

หรือกรรมการ คพรฟ. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม มีอำนาจในการเรียกประชุม

การประชุม คพรฟ.

ต้องมีกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่

และต้องมีกรรมการผู้แทนภาคประชาชนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการที่เข้าร่วมประชุม

จึงถือเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้รองประธานเป็นประธานในการประชุม

ถ้าประธานและรองประธานไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในการประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

การลงมติของที่ประชุมให้กระทำโดยเปิดเผย

เว้นแต่เมื่อที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นชอบให้ลงมติลับ

กรรมการและเลขานุการ หรือผู้ช่วยเลขานุการ

มีหน้าที่ออกหนังสือเชิญประชุม โดยแจ้งให้ คพรฟ. ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วัน

และมีหน้าที่บันทึกการประชุม และส่งรายงานการประชุมให้ คพรฟ.

คณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าตำบล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

สำหรับกองทุนประเภท ก ให้ คพรฟ. มีอำนาจแต่งตั้ง คพรต. สำหรับแต่ละพื้นที่ขึ้น

ให้ประธาน คพรฟ. ลงนามคำสั่งแต่งตั้ง คพรต. และประกาศต่อสาธารณชน

แล้วรายงาน ให้ สกพ. ทราบ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ คพรต.

แต่ละคณะมีจำนวนกรรมการตามที่ คพรฟ. กำหนด ซึ่งต้องไม่น้อยกว่า ๗ คน ประกอบด้วย

(๑) คพรต. ภาคประชาชน มีจำนวนเท่ากับจำนวนหมู่บ้านในตำบลนั้น

และมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองในสามของ คพรต. ทั้งหมด

(๒) คพรต. อื่น ๆ เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้แทนสถานศึกษา

ผู้แทนองค์กรชุมชน ผู้แทนเครือข่ายชุมชน ผู้แทนสภาเยาวชน ผู้แทนศาสนสถาน

ผู้แทนสื่อมวลชน มีจำนวนไม่เกินหนึ่งในสามของ คพรต. ทั้งหมด

ในวาระเริ่มแรก เพื่อให้การดำเนินการสรรหา คพรต. เป็นไปโดยรวดเร็ว

ให้ กกพ. กำหนดจำนวน คพรต. ไม่น้อยกว่า ๗ คน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ คพรต.

มีอำนาจและหน้าที่ดังนี้

(๑) สำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่

และสำรวจผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า เพื่อใช้ประกอบการจัดทำโครงการชุมชน

(๒) จัดทำแผนแม่บทพัฒนาชุมชน หรือตำบล เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

(๓) ส่งเสริม

สนับสนุนการจัดทำโครงการชุมชนเพื่อเสนอขอใช้เงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

โดยการจัดทำเวทีประชาคมตำบลหรือหมู่บ้าน

(๔) พิจารณากลั่นกรองโครงการชุมชน ก่อนเสนอ คพรฟ.

(๕) จัดประชุม คพรต. อย่างน้อย ๓ เดือนครั้ง

เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานโครงการชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

และรายงานความก้าวหน้าทุก ๓ เดือน หรือเมื่อดำเนินการโครงการชุมชนแล้วเสร็จ

(๖) ส่งเสริมการให้ความรู้ในเรื่องเกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าแก่ประชาชนในพื้นที่ประกาศ

รวมทั้งประชาสัมพันธ์ เผยแพร่ข้อมูลกองทุนและผลการดำเนินงานแก่สื่อมวลชน

ประชาชนและองค์กรต่าง ๆ ในพื้นที่ประกาศ

(๗) รับเรื่องร้องเรียน พิจารณาแก้ไขปัญหาเบื้องต้น และรายงาน คพรฟ.

(๘) ดำเนินงานอื่นใด ตามที่ คพรฟ. มอบหมาย เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ คพรต.

ภาคประชาชน ให้มาจากการสรรหาของ สกพ. หรือหน่วยงานที่ สกพ. ขอความร่วมมือ

โดยจัดให้มีการประชาคมหมู่บ้านทุกหมู่บ้านในแต่ละตำบลของพื้นที่ประกาศเพื่อคัดเลือกผู้แทนหมู่บ้านจำนวนหนึ่งคน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ คพรต. อื่น ๆ

ให้มาจากการสรรหาของ สกพ. หรือหน่วยงานที่ สกพ. ขอความร่วมมือ

โดยจัดให้มีการประชุมในระดับตำบล เพื่อคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คุณสมบัติของ

คพรต. ภาคประชาชน มีดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๗๐ ปีบริบูรณ์

(๓) มีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ

หรือที่กระทรวงศึกษาธิการเทียบไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ

(๔) มีชื่อในทะเบียนบ้านที่อยู่ในพื้นที่ประกาศติดต่อกันไม่น้อยกว่า

๑ ปี นับถึงวันที่ดำเนินการสรรหา

(๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ช่วยผู้ดำเนินงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกวุฒิสภา เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ

ข้าราชการการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สมาชิกสภาท้องถิ่น

ผู้บริหารท้องถิ่น กรรมการที่ปรึกษาพรรคการเมือง

(๖) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๗) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๘) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๙) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๑๐)

ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล

(๑๑) ไม่เคยเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป

โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันดำเนินการสรรหา

เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๒) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ

เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๓)

ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนิติกรรมสัญญาที่ทำกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ คุณสมบัติของ

คพรต. อื่น ๆ มีดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ ยกเว้นผู้แทนกลุ่ม

หรือสภาเยาวชนต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ ปีบริบูรณ์ และไม่เกิน ๗๐ ปีบริบูรณ์

(๓) มีความรู้ ความสามารถ เพื่อการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า

(๔) มีชื่อในทะเบียนบ้านที่อยู่ในพื้นที่ประกาศติดต่อกันไม่น้อยกว่า

๑ ปี นับถึงวันที่สมัครสรรหา

(๕) ไม่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการการเมือง

(๖) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใด ๆ ในพรรคการเมือง

(๗) ไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ

(๘) ไม่ติดยาเสพติดให้โทษ

(๙) ไม่เป็นบุคคลล้มละลายหรือไม่เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต

(๑๐) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๑๑) ไม่เป็นผู้ต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายศาล

(๑๒) ไม่เคยเป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกตั้งแต่สองปีขึ้นไป

โดยได้พ้นโทษมายังไม่ถึงห้าปีในวันได้รับการคัดเลือก

เว้นแต่ความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

(๑๓) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ

เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง

หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ

(๑๔)

ไม่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในนิติกรรมสัญญาที่ทำกับกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ เมื่อดำเนินการสรรหา

คพรต. ครบทุกภาคส่วนแล้ว ให้จัดประชุมเพื่อคัดเลือกตำแหน่งประธาน รองประธาน

และเลขานุการ จากกรรมการ คพรต.

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ กรรมการ คพรต.

มีวาระในการดำรงตำแหน่งคราวละสองปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง

โดยดำรงตำแหน่งได้ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

กรรมการ คพรต. ที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ

ให้อยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งกรรมการ คพรต.

ขึ้นใหม่

เพื่อให้มี กรรมการ คพรต. ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง

ให้ดำเนินการสรรหากรรมการ คพรต. ขึ้นใหม่ เป็นการล่วงหน้าก่อนที่กรรมการ คพรต.

ครบวาระตามสมควร

กรณีที่กรรมการ คพรต. พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระให้ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ

คพรต.

ในภาคส่วนเดียวกันของกรรมการที่พ้นจากตำแหน่งแทนภายในสี่สิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ตำแหน่งนั้นว่างลง

และให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน

อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ คพรต. ซึ่งตนแทน

กรณีที่วาระของกรรมการ คพรต. เหลืออยู่น้อยกว่าเก้าสิบวัน

จะไม่ดำเนินการสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ คพรต. แทนตำแหน่งที่ว่างลงก็ได้

และในการนี้ ให้ คพรต. ประกอบด้วยกรรมการ คพรต. เท่าที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ กรรมการ คพรต.

พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก

(๓) ย้ายชื่อออกจากทะเบียนบ้านในพื้นที่ประกาศเกิน ๙๐ วัน

(๔) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามของการเป็นกรรมการ คพรต.

(๕) ขาดการประชุม ๓ ครั้งติดต่อกันโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(๖) ประธาน คพรฟ. มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งตามมติ คพรต.

ไม่น้อยกว่าสองในสามของ คพรต. ที่เสนอให้พ้นจากตำแหน่งเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย

บกพร่อง ไม่สุจริตต่อหน้าที่หรือหย่อนความสามารถ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ประธาน คพรต.

หรือกรรมการ คพรต. ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามมีอำนาจในการเรียกประชุม

การประชุม คพรต.

ต้องมีกรรมการเกินกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จึงถือเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธาน คพรต. ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธาน คพรต.

เป็นประธานในการประชุม ถ้าประธาน คพรต. และรองประธาน คพรต.

ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการ คพรต.

คนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในการประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

การลงมติของที่ประชุมให้กระทำโดยเปิดเผย

เว้นแต่เมื่อที่ประชุมเสียงข้างมากเห็นชอบให้ลงมติลับ

เลขานุการ คพรต. มีหน้าที่ออกหนังสือเชิญประชุมตามที่ประธาน

หรือกรรมการไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามมอบหมาย โดยแจ้งให้ คพรต.

ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๕ วัน และมีหน้าที่บันทึกการประชุม

และส่งรายงานการประชุมให้ คพรต.

กรรมการ คพรต. ไม่สามารถแต่งตั้ง หรือส่งผู้แทนเข้าร่วมประชุมแทนได้

การบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

การบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ สกพ.

จัดสรรเงินที่ผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้านำส่งเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้าไม่น้อยกว่าร้อยละ

๙๕ สำหรับใช้ในกิจการของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่ประกาศที่โรงไฟฟ้าของผู้รับใบอนุญาตผลิตไฟฟ้านั้น

ๆ ตั้งอยู่

เงินส่วนที่เหลือจากการจัดสรรในวรรคหนึ่ง ให้ สกพ.

ดำเนินการเพื่อกิจการดังนี้

(๑) สำรองไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน

เพื่อเยียวยาหรือบรรเทาความเสียหายในเบื้องต้นจากผลกระทบที่มีสาเหตุจากโรงไฟฟ้าตามที่

กกพ. เห็นสมควร

(๒)

อุดหนุนให้กับการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่ได้รับการจัดสรรเงินจำนวนน้อยไม่เพียงพอต่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่น

ทั้งนี้

จำนวนเงินที่จะสนับสนุนให้กับแต่ละท้องถิ่นให้ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมตามที่ กกพ.

กำหนด

(๓) เพื่อการบริหารจัดการกองทุนพัฒนาไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ คพรฟ.

เสนอแผนงานประจำปีต่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ให้ความเห็นประกอบภายใน

๑๕ วันทำการ หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ให้ คพรฟ. เสนอแผนงานประจำปีต่อ กกพ.

เพื่อพิจารณาอนุมัติ โดยให้แผนงานประจำปีอย่างน้อยประกอบด้วย

(๑)

แผนยุทธศาสตร์และกรอบการจัดสรรเงินในการบริหารเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

(๒) ผลสำรวจความต้องการของประชาชนในพื้นที่ประกาศ

(๓) ผลการศึกษา ประเมิน หรือวิจัยผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า

(๔) แผนปฏิบัติการประจำปี

(๕) ประมาณการค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการ

ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตามคู่มือที่ สกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการประจำปีสำหรับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศให้กำหนดตามจำนวนเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

ที่ได้รับการจัดสรรในรอบปีงบประมาณ ดังนี้

การคำนวณค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการประจำปี

ขั้นเงินที่ได้รับการจัดสรร

(บาท)

ช่วงเงิน

สุทธิ

(บาท)

อัตรา

(ร้อยละ)

ค่าบริหาร

แต่ละขั้น

ค่าบริหารสะสม

สูงสุดของขั้น

๑ -

๕,๐๐๐,๐๐๐

๕,๐๐๐,๐๐๐

๑๕

๗๕๐,๐๐๐

๗๕๐,๐๐๐

๕,๐๐๐,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐,๐๐๐

๕,๐๐๐,๐๐๐

๑๒.๕

๖๒๕,๐๐๐

๑,๓๗๕,๐๐๐

๑๐,๐๐๐,๐๐๑ - ๕๐,๐๐๐,๐๐๐

๔๐,๐๐๐,๐๐๐

๑๐

๔,๐๐๐,๐๐๐

๕,๓๗๕,๐๐๐

๕๐,๐๐๐,๐๐๑ - ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐

๕๐,๐๐๐,๐๐๐

๗.๕

๓,๗๕๐,๐๐๐

๙,๑๒๕,๐๐๐

๑๐๐,๐๐๐,๐๐๑ - ๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐

๕๐,๐๐๐,๐๐๐

๒,๕๐๐,๐๐๐

๑๑,๖๒๕,๐๐๐

๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐ ขึ้นไป

ส่วนที่เกิน

๑๕๐,๐๐๐,๐๐๐

๒.๕

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการสำหรับกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศให้เป็นไปตามแนวทางและหลักเกณฑ์ที่

กกพ. กำหนด ทั้งนี้ ไม่เกินกรอบวงเงินตามข้อ

๓๖

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การกำหนดกรอบการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศในแต่ละปีของ

คพรฟ. ให้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในด้านต่าง

ๆ ตามหลักเกณฑ์ที่ กกพ. กำหนด

การบริหารจัดการกองทุนประเภท

ก และ ประเภท ข

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การพิจารณาให้การสนับสนุนโครงการชุมชน

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนประเภท ก มีขั้นตอนและวิธีการดังนี้

(๑) ให้ คพรต.

จัดเวทีประชาคมหมู่บ้านหรือตำบลเพื่อสำรวจความต้องการของประชาชนและบูรณาการแผนพัฒนาชุมชนระดับหมู่บ้าน

หรือตำบล

(๒) ให้ผู้เสนอโครงการจัดทำเอกสารเสนอโครงการชุมชนตามแบบที่ สกพ.

กำหนด ต่อ คพรต. ในพื้นที่ประกาศ

(๓) คพรต. กลั่นกรองโครงการชุมชนตามหลักเกณฑ์การกลั่นกรองโครงการชุมชนที่

กกพ. กำหนด

(๔) คพรฟ.

พิจารณาอนุมัติโครงการชุมชนตามหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การพิจารณาโครงการชุมชน

สำหรับการบริหารจัดการกองทุนประเภท ข มีขั้นตอนและวิธีการดังนี้

(๑) ให้ คพรฟ. จัดเวทีประชาคมหมู่บ้าน

หรือตำบลเพื่อสำรวจความต้องการของประชาชนและบูรณาการแผนพัฒนาชุมชนระดับหมู่บ้าน

หรือตำบล

(๒) ให้ผู้เสนอโครงการจัดทำเอกสารเสนอโครงการชุมชนตามแบบที่ สกพ.

กำหนด ต่อ คพรฟ. ในพื้นที่ประกาศ

(๓) คพรฟ.

พิจารณาอนุมัติโครงการชุมชนตามหลักเกณฑ์การพิจารณาอนุมัติโครงการที่ กกพ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ โครงการชุมชน

ต้องไม่เป็นโครงการที่เสนอขอใช้เงินโดยส่อไปในทางทุจริตหรือแสวงหาผลประโยชน์ทางการเมือง

และต้องไม่เป็นการเสนอขอใช้เงินซ้ำซ้อนกับงบบริหารของท้องถิ่นหรือส่วนราชการที่มีงบประมาณสนับสนุนในเรื่องหรือโครงการดังกล่าวแล้ว

หรือเสนอขอใช้เงินที่ไม่ทำให้เกิดผลในการพัฒนาตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้ คพรฟ.

แจ้งผลการพิจารณาโครงการชุมชนเป็นหนังสือพร้อมเหตุผลประกอบการพิจารณาให้ผู้เสนอโครงการชุมชนทราบภายใน

๓๐ วัน นับจากวันที่พิจารณาโครงการชุมชนแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ กรณีมีความจำเป็นเร่งด่วนที่หากล่าช้าอาจก่อความเสียหายต่อพื้นที่ประกาศหรือพื้นที่ผู้ได้รับผลประโยชน์ตามข้อ

๑๑ (๑) ให้ คพรฟ. พิจารณาอนุมัติช่วยเหลือได้

ภายใต้กรอบงบประมาณประจำปีที่ได้รับอนุมัติ และรายงานต่อ สกพ. ให้ทราบในทันที

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การแก้ไข

เพิ่มเติม หรือเปลี่ยนแปลงแผนงานประจำปี ให้พิจารณาในที่ประชุม คพรฟ.

และเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ให้ความเห็นประกอบภายใน ๑๕

วันทำการหากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ให้ คพรฟ. เสนอแผนงานประจำปี ต่อ กกพ.

พิจารณาอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ โครงการที่มีการผูกพันงบประมาณรายจ่ายของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศเกินกว่า

๑ ปี จะต้องมีงบประมาณรวมไม่เกินร้อยละยี่สิบของงบประมาณรายจ่ายของปีต่อไป

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในการเสนอ

และพิจารณาโครงการชุมชน ให้ใช้หลักเกณฑ์ มาตรฐานราคากลางที่ กกพ. กำหนด หาก กกพ.

มิได้กำหนดหลักเกณฑ์ มาตรฐานราคากลางไว้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานราคากลางทางราชการโดยอนุโลม

และหากไม่มีหลักเกณฑ์ มาตรฐานราคากลางของทางราชการ ให้ คพรฟ.

พิจารณากำหนดให้เหมาะสมในแต่ละพื้นที่ และรายงานให้ สกพ. ทราบ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เมื่อโครงการชุมชนได้รับอนุมัติแล้ว

ให้ประธาน คพรฟ. ทำสัญญาหรือข้อตกลงกับผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

หรือผู้รับจ้าง หรือผู้ขาย แล้วแต่กรณี

ประธาน คพรฟ. สามารถมอบอำนาจการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ตามที่ กกพ.

กำหนด

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ในการจัดทำสัญญาหรือข้อตกลงต้องประกอบด้วยเอกสารแนบท้ายอย่างน้อยดังนี้

(๑) มติ คพรฟ. ที่อนุมัติโครงการพร้อมรายละเอียด

(๒) แบบ หรือรูป หรือรายละเอียดรายการ

(๓)

รายละเอียดของผู้ที่ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

ผู้รับจ้างผู้ขาย

(๔) แผนการเบิกจ่ายเงิน หรือแผนการดำเนินงาน

(๕) เอกสารอื่นตามที่ คพรฟ. กำหนด

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ให้ผู้ได้รับการจัดสรรเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ประกาศ

จัดทำหนังสือขอเบิกเงินงวดโครงการชุมชน พร้อมเอกสารประกอบดังนี้

(๑) สำเนาสัญญา หรือข้อตกลงโครงการชุมชน

(๒) สำเนาบัญชีเงินฝากธนาคาร

(๓) รายงานผลการตรวจงวดงาน (กรณีเบิกจ่ายมากกว่า ๑

งวดยกเว้นกรณีเบิกจ่ายล่วงหน้า)

(๔) รูปถ่ายผลการทำงาน หรือกิจกรรม (กรณีเบิกจ่ายมากกว่า ๑

งวดยกเว้นกรณีเบิกจ่ายล่วงหน้า)

73 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ว่าด้วยกองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อการพัฒนาหรือฟื้นฟูท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบจากการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7ecbdcc55058dbd7

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com