法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กลธ. 18/2561 เรื่อง การกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
22
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ กลธ. ๑๘/๒๕๖๑

เรื่อง

การกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและ

ผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจ

สินทรัพย์ดิจิทัล[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๐ (๑) มาตรา ๒๘ และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ.

๒๕๖๑ คณะกรรมการ ก.ล.ต. ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

และรวมถึงตารางแนบท้ายที่กำหนดตามประกาศนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล”

หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทใดประเภทหนึ่งหรือหลายประเภท

ดังต่อไปนี้

(๑)

การเป็นศูนย์ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี

(๒)

การเป็นศูนย์ซื้อขายโทเคนดิจิทัล

(๓)

การเป็นนายหน้าซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี

(๔)

การเป็นนายหน้าซื้อขายโทเคนดิจิทัล

(๕)

การเป็นผู้ค้าคริปโทเคอร์เรนซี

(๖)

การเป็นผู้ค้าโทเคนดิจิทัล

“ผู้ออกโทเคนดิจิทัล”

หมายความว่า

ผู้ออกโทเคนดิจิทัลตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการเสนอขายโทเคนดิจิทัลต่อประชาชน

“ผู้ลงทุน”

หมายความว่า ผู้ที่สนใจจะลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล

“ลูกค้า”

หมายความว่า ผู้ใช้บริการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

“ผู้จัดการ”

หมายความว่า

บุคคลที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทให้เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบสูงสุดในการบริหารงานของบริษัท

“ผู้อำนวยการฝ่าย”

หมายความว่า บุคคลซึ่งรับผิดชอบงานในระดับส่วนงานภายในบริษัท

“สถาบันการเงิน”

หมายความว่า

(๑)

ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจเงินทุน ธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์

(๒)

ธุรกิจหลักทรัพย์

(๓)

ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

(๔)

ธุรกิจประกันภัย

(๕)

ธุรกิจสถาบันการเงินของรัฐที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สำนักงาน ก.ล.ต. อาจกำหนดแนวทาง (guideline) การปฏิบัติในรายละเอียดของข้อกำหนดตามประกาศนี้ เพื่อเป็นการให้แนวทางปฏิบัติที่ถือว่าเหมาะสมและสอดคล้องตามประกาศนี้และหากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวแล้ว

ให้ถือว่าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศนี้แล้ว

การแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารของ

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

และได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน ก.ล.ต. ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในประกาศนี้

(๑) เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามตารางคุณสมบัติของกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่แนบท้ายประกาศนี้

(๒) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ใน หมวด ๒ และหมวด ๓

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลตามข้อ

๔ ได้แก่ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ ผู้อำนวยการฝ่าย

หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่าตำแหน่งที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่ทำหน้าที่ต่อไปนี้

(๑) รับผิดชอบงานเกี่ยวกับการบริหาร กำหนด

ควบคุมและกำกับดูแลนโยบายของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(๒) รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับการติดต่อและให้บริการลูกค้า

(๓) รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับการจัดการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

(๔) รับผิดชอบงานที่เกี่ยวกับการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนำมาให้บริการ

ลักษณะต้องห้ามของกรรมการหรือผู้บริหาร

ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามดังต่อไปนี้

(๑) เป็นหรือเคยเป็นบุคคลล้มละลาย

(๒) เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต

(๓) เคยเป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงินที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต

เว้นแต่จะได้รับยกเว้นจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

(๔) เป็นกรรมการ ผู้จัดการ

หรือบุคคลผู้มีอำนาจในการจัดการของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น

เว้นแต่จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด

(๕) เคยถูกถอดถอนจากการเป็นประธานกรรมการ กรรมการ

หรือผู้จัดการตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น

(๖) เป็นข้าราชการการเมือง

(๗) เป็นข้าราชการซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการควบคุมผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

พนักงานของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือสำนักงาน ก.ล.ต. เว้นแต่

(ก)

เป็นกรณีที่ได้รับการแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต.

เพื่อเข้าไปช่วยเหลือในการดำเนินงานของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(ข)

เป็นกรณีของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่เป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

การมีลักษณะต้องห้ามอื่นของกรรมการหรือผู้บริหาร

ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามอื่น

ดังต่อไปนี้ด้วย

(๑) มีความบกพร่องในด้านความสามารถตามกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินการตามกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

หรือมีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๘ เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๑

(๒) มีประวัติการถูกลงโทษหรือถูกดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง

ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สินตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๙

เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๒

(๓) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการปฏิบัติต่อลูกค้า

ผู้ลงทุน บริษัทหรือผู้ถือหุ้นโดยรวม หรือตลาดเงิน

ตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวมในเรื่องที่มีนัยสำคัญตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๐

เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๓

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

(๑) เป็นบุคคลที่ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์

(๒) เป็นคนไร้ความสามารถ หรือเป็นคนเสมือนไร้ความสามารถ

(๓) เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษโดยสำนักงาน ก.ล.ต.

หรืออยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอันเนื่องจากกรณีที่สำนักงาน ก.ล.ต. กล่าวโทษ หรือศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดตามมาตรา

๖๖ ประกอบกับมาตรา ๒๖ (เฉพาะที่มีลักษณะเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน)

หรือมาตรา ๘๒ ถึงมาตรา ๙๑ แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑

(๔) เป็นบุคคลที่สำนักงาน ก.ล.ต. ปฏิเสธหรือถอนการแสดงรายชื่อของบุคคลในระบบข้อมูลรายชื่อกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกสินทรัพย์ดิจิทัลเนื่องจากเป็นผู้ที่มีลักษณะขาดความน่าไว้วางใจให้เป็นกรรมการและผู้บริหารตามประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกำหนดลักษณะขาดความน่าไว้วางใจของกรรมการและผู้บริหารบริษัท

(๕) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา ๑๐๓ (๑) ถึง (๗) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

พ.ศ. ๒๕๓๕

(๖) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

๑ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้กรณีดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

(๑) เป็นบุคคลที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิดอาญาแผ่นดินเกี่ยวกับการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง

ฉ้อโกง หรือทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน โดยศาลมีคำพิพากษาให้รอการลงโทษ

และพ้นจากการรอการลงโทษมาแล้วไม่ถึง ๓ ปี

(๒) เป็นบุคคลที่ศาลมีคำสั่งถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินตามกฎหมายเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

หรือกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกัน และยังไม่พ้น ๓

ปีนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน

(๓) เป็นบุคคลที่ไม่สามารถดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของสถาบันการเงิน

เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลสถาบันการเงินไม่ว่าตามกฎหมายไทยหรือกฎหมายต่างประเทศ

และอยู่ระหว่างเวลาที่ยังไม่สามารถกลับมาดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวได้อีก ทั้งนี้

เฉพาะลักษณะต้องห้ามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก)

การทุจริตต่อหน้าที่ หรือทุจริต หลอกลวง หรือฉ้อโกงเกี่ยวกับทรัพย์สิน

(ข)

การบริหารงานที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามคำสั่งของหน่วยงานกำกับดูแล

หรือบริหารงานหรือจัดการงานที่ไม่เหมาะสม

(ค)

การกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย หรือการกระทำที่ไม่เป็นธรรมหรือเป็นการเอาเปรียบ

(๔) เป็นบุคคลที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินการอันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(ก)

ถูกคณะกรรมการพิจารณามาตรการลงโทษทางแพ่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งหรือศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่งห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารในผู้ออกโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

หรือถูกสำนักงาน ก.ล.ต. สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ

หรือมีลักษณะที่ทำให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุด

หรือถูกดำเนินการอื่นในทำนองเดียวกันอันเป็นผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารในผู้ออกโทเคนดิจิทัลหรือผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(ข)

การดำเนินการตาม (ก) สืบเนื่องมาจากการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่มีผลกระทบถึงความเหมาะสมในการปฏิบัติงานในตำแหน่งที่พิจารณา

(ค)

เหตุของการดำเนินการตาม (ก)

เป็นเรื่องการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑

และประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าวในมูลเหตุเนื่องจากการบริหารงานที่มีลักษณะหลอกลวง

ฉ้อโกง ทุจริตเกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือขาดความระมัดระวัง ขาดความซื่อสัตย์สุจริต

(๕) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

๒ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้กรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีพฤติกรรมดังต่อไปนี้เป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

(๑) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมประพฤติผิดต่อหน้าที่หรือการให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นธรรม

ขาดความรับผิดชอบและความรอบคอบ เอาเปรียบผู้ลงทุน

หรือขาดจรรยาบรรณหรือมาตรฐานในการปฏิบัติงานเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพซึ่งกำหนดโดยสำนักงาน

ก.ล.ต. สมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลที่สำนักงาน

ก.ล.ต. ยอมรับ หรือมีหรือเคยมีส่วนร่วมหรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น

(๒) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมที่เป็นการละเลยการตรวจสอบดูแลตามสมควรเพื่อป้องกันมิให้นิติบุคคลหรือกิจการที่ตนมีอำนาจในการจัดการ

หรือผู้ปฏิบัติงานซึ่งอยู่ภายใต้การตรวจสอบดูแล (ถ้ามี) กระทำการใดหรืองดเว้นกระทำ

การใดอันเป็นการฝ่าฝืนหรือขัดต่อพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. ๒๕๖๑

หรือประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าว

อันอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม

หรือความเสียหายต่อชื่อเสียง ฐานะ การดำเนินธุรกิจ หรือลูกค้าของธุรกิจนั้น

(๓) มีเหตุอันควรเชื่อว่ามีหรือเคยมีพฤติกรรมอันส่อไปในทางไม่สุจริตที่ส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือในการเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญหรือมีหรือเคยมีส่วนร่วม

หรือสนับสนุนการกระทำดังกล่าวของบุคคลอื่น เช่น การแสวงหาหรือเบียดบังผลประโยชน์ใดโดยมิชอบเพื่อตนเอง

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือบุคคลอื่น

โดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ที่ตนดำรงอยู่ เป็นต้น

(๔) เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

๓ ตามประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนว่าด้วยหลักเกณฑ์เกี่ยวกับบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน

การขอรับความเห็นชอบและการให้ความเห็นชอบ

การขอรับความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในการยื่นคำขอรับความเห็นชอบเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การให้ความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลสิ้นสุดลง

เมื่อบุคคลนั้นมีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดไว้ในประกาศนี้ ทั้งนี้ ตามที่กำหนดไว้ในหมวด ๗

หน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลรายงานการแต่งตั้งและการสิ้นสุดการแต่งตั้งกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต่อสำนักงาน

ก.ล.ต. ผ่านระบบที่จัดไว้บนเว็บไซต์ของสำนักงาน ก.ล.ต. ภายใน ๗

วันทำการนับแต่วันที่เกิดกรณีดังกล่าว

หน้าที่ของกรรมการหรือผู้บริหารของ

ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

(๒) ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบและรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ

และปฏิบัติต่อลูกค้าทุกรายอย่างเป็นธรรม ด้วยความเอาใจใส่ ระมัดระวัง รอบคอบ

โดยคำนึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ

(๓) ปฏิบัติหน้าที่หรือดูแลให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

พ.ศ. ๒๕๖๑

และประกาศที่ออกโดยอาศัยอำนาจแห่งกฎหมายดังกล่าวในส่วนที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของตน

(๔) ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามจรรยาบรรณและมาตรฐานในการประกอบวิชาชีพที่กำหนดโดยสำนักงาน

ก.ล.ต. สมาคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจตลาดทุนที่สำนักงาน ก.ล.ต. ยอมรับ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อ

๑๔ ให้สำนักงาน ก.ล.ต. พิจารณาและดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้สำหรับการมีลักษณะต้องห้ามในกลุ่มที่

๓ ตามหมวด ๗

ผลของการมีลักษณะต้องห้าม

ข้อกำหนดทั่วไปในการพิจารณาลักษณะต้องห้าม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ในกรณีที่กรรมการหรือผู้บริหารที่ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้ยื่นคำขอรับความเห็นชอบเป็นผู้มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในประกาศนี้

ให้สำนักงาน ก.ล.ต.

ใช้เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามดังกล่าวในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบบุคคลดังกล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ผู้มีลักษณะต้องห้ามเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลซึ่งได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน

ก.ล.ต. ให้สำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๔ (๑) ให้การให้ความเห็นชอบสิ้นสุดลง

(๒) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามตามหมวด ๒ หมวด ๓ ลักษณะต้องห้ามตามกลุ่มที่ ๑ ตามข้อ

๘ หรือลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๑) หรือ (๒) ให้สำนักงาน ก.ล.ต.

สั่งเพิกถอนการให้ความเห็นชอบ

(๓) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๒ ตามข้อ ๙ (๓) (๔) หรือ (๕) ให้สำนักงาน ก.ล.ต. สั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามแต่เหตุแห่งการมีลักษณะต้องห้ามนั้น

(๔) กรณีเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๓ ตามข้อ ๑๐ สำนักงาน ก.ล.ต.

อาจสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามสมควรแก่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการใช้ดุลยพินิจปฏิเสธการให้ความเห็นชอบตามข้อ

๑๖ พักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบตามข้อ

๑๗ (๓) และ (๔) แล้วแต่กรณี

ให้สำนักงาน ก.ล.ต. มีอำนาจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างดังต่อไปนี้แทนหรือประกอบการดำเนินการดังกล่าวได้

(๑) กำหนดระยะเวลาหรือเงื่อนไขในการรับพิจารณาคำขอความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวในคราวต่อไป

โดยระยะเวลาที่กำหนดต้องไม่เกิน ๑๐ ปี

สำหรับการพิจารณาการมีลักษณะต้องห้ามในแต่ละกรณี

(๒) กำหนดระยะเวลาการสั่งพักการให้ความเห็นชอบ

ซึ่งเมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวแล้วให้บุคคลดังกล่าวสามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในตำแหน่งเดิมต่อไปได้โดยไม่ต้องยื่นคำขอความเห็นชอบ

(๓) ในกรณีพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายเป็นลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๓ ตามข้อ ๑๐

มีลักษณะไม่ร้ายแรง หรือเกิดขึ้นมาแล้วเกินกว่า ๑๐

ปีนับถึงวันที่ปรากฏข้อเท็จจริงต่อสำนักงาน ก.ล.ต. สำนักงาน ก.ล.ต.

อาจไม่ยกกรณีดังกล่าวขึ้นพิจารณาเป็นเหตุในการปฏิเสธการให้ความเห็นชอบ

การพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบหรือห้ามการปฏิบัติหน้าที่

หรืออาจลดระดับการดำเนินการเป็นการเปิดเผยพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมดังกล่าวก็ได้

การพิจารณาลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๓

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในการพิจารณาความร้ายแรงของพฤติกรรมที่มีผลกระทบต่อการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

๓ ตามข้อ ๑๐ หรือการพิจารณาดำเนินการตามข้อ ๑๖ ให้สำนักงาน ก.ล.ต.

นำปัจจัยดังต่อไปนี้ มาใช้ประกอบการพิจารณา

(๑) บทบาทความเกี่ยวข้องและพฤติกรรมของบุคคลที่ถูกพิจารณา

(๒) การลงโทษที่บุคคลนั้นได้รับไปแล้ว

(๓) ผลกระทบหรือความเสียหายต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัท หรือผู้ถือหุ้นโดยรวม

ตลาดเงิน ตลาดทุน หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม

หรือผลประโยชน์ที่เกี่ยวเนื่องกับข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมที่พิจารณา

(๔) การแก้ไขหรือการดำเนินการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ผู้ลงทุน บริษัท

หรือผู้ถือหุ้นโดยรวม ตลาดเงิน ตลาดทุน หรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม หรือแก้ไข

เยียวยา หรือป้องกันมิให้เกิดข้อเท็จจริงหรือพฤติกรรมทำนองเดียวกันนั้นซ้ำอีก

(๕) พฤติกรรมอื่นของผู้ถูกพิจารณาที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานหรือขัดขวางการปฏิบัติงานของสำนักงาน

ก.ล.ต.

(๖) ประวัติหรือพฤติกรรมในอดีตอื่นใดที่แสดงถึงความไม่เหมาะสมที่จะเป็นกรรมการหรือผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้สำนักงาน ก.ล.ต.

ด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ก.ล.ต.

แต่งตั้งคณะกรรมการคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่พิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

รวมทั้งเสนอความเห็นต่อสำนักงาน ก.ล.ต.

เกี่ยวกับการพิจารณาเหตุของการพักหรือเพิกถอน

การให้ความเห็นชอบกรรมการหรือผู้บริหารที่มีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่ ๓ ตามข้อ ๑๐

หรือพิจารณาให้ความเห็นต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ในเรื่องใด ๆ

ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามความในหมวดนี้

หรือพิจารณาวางแนวทางและให้ความเห็นต่อสำนักงาน ก.ล.ต.ในการดำเนินการ

ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากตลาดเงิน

ตลาดทุนหรือตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนไม่เกิน ๕

คนซึ่งไม่เป็นเลขาธิการหรือพนักงานของสำนักงาน ก.ล.ต. โดยจำนวนนี้อย่างน้อยต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนของผู้ลงทุนจำนวน

๑ คน และผู้ทรงคุณวุฒิด้านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หลักทรัพย์

หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจำนวน ๒ คน

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการและให้สำนักงาน

ก.ล.ต. แต่งตั้งพนักงานของสำนักงาน ก.ล.ต. คนหนึ่งเป็นเลขานุการ

กรรมการรายใดมีส่วนได้เสียในเรื่องที่พิจารณาในลักษณะที่อาจมีผลกระทบต่อการให้ความเห็นอย่างเป็นกลาง

ให้ผู้นั้นแจ้งการมีส่วนได้เสียนั้นและห้ามมิให้เข้าร่วมพิจารณาในเรื่องดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เพื่อให้การใช้ดุลยพินิจสั่งการของสำนักงาน

ก.ล.ต. ตามหมวดนี้มีความชัดเจนและผ่านกระบวนการทบทวนตามสมควร

ในการแจ้งเหตุในการสั่งพักหรือเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเนื่องจากการมีลักษณะต้องห้ามกลุ่มที่

๓ ตามข้อ ๑๐ สำนักงาน ก.ล.ต. จะกระทำได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) เปิดโอกาสให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจงข้อเท็จจริง

(๒) เสนอข้อเท็จจริงรวมทั้งคำชี้แจงของผู้ถูกพิจารณา (ถ้ามี)

ให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน

และเสนอความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว

และหากคณะกรรมการประสงค์จะให้ผู้ถูกพิจารณาชี้แจงเพิ่มเติม ให้สำนักงาน ก.ล.ต.

จัดให้มีการชี้แจงเช่นนั้น

ในการปฏิบัติอื่นใดนอกจากที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ สำนักงาน ก.ล.ต. อาจไม่ดำเนินการตามข้อ ๒๑

วรรคหนึ่งได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) กรณีดังกล่าวได้ผ่านกระบวนการพิจารณาอื่นที่ทำให้ผู้ถูกพิจารณามีโอกาสชี้แจง

และเคยผ่านการพิจารณาให้ความเห็นในรูปองค์คณะที่มีผู้มีความรู้ประสบการณ์ในการประกอบธุรกิจในตลาดทุนเป็นองค์คณะด้วยหรือโดยองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องมาอย่างเพียงพอแล้ว

หรือ

(๒) คณะกรรมการได้กำหนดแนวทางพิจารณาดำเนินการสำหรับกรณีที่มีข้อเท็จจริงทำนองเดียวกันกับกรณีที่พิจารณานี้ไว้ชัดเจนเพียงพอแล้ว

ประกาศ ณ วันที่ ๓ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๖๑

วรวิทย์ จำปีรัตน์

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คุณสมบัติของผู้ขอความเห็นชอบเป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท

ผู้จัดการ หรือตำแหน่งเทียบเท่าที่เรียกชื่ออย่างอื่นของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปวันวิทย์/จัดทำ

๓ กันยายน

๒๕๖๑

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๖๙ ง/หน้า ๕๗/๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๑

22 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กลธ. 18/2561 เรื่อง การกำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการและผู้บริหารของผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7f4e3ac53d7a288f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com