法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการจัดหางาน

ระเบียบกรมการจัดหางาน

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

พ.ศ. ๒๕๔๙

เพื่อให้การจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสอดคล้องกับข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ ระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พ.ศ. ๒๕๔๖ ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดประเภทและอัตราการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การกำหนดประเภทและอัตราการหักเงินค่าปรับก่อนนำส่งคลัง (ฉบับที่ ๒)

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕ และข้อ ๕ ของระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการจ่ายเงินสินบน รางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน พ.ศ. ๒๕๔๖ อธิบดีกรมการจัดหางานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๔๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ค่าปรับ” หมายถึง เงินที่ได้รับจากการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ แต่ไม่รวมถึงค่าปรับหรือเบี้ยปรับที่ได้รับตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรและค่าปรับหรือเบี้ยปรับที่ได้รับตามนิติกรรมสัญญา

“เงินสินบน” หมายถึง เงินที่จ่ายให้แก่ผู้แจ้งความนำจับตามระเบียบนี้

“เงินรางวัล” หมายถึง เงินที่จ่ายให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้จับตามระเบียบนี้

“ผู้แจ้งความนำจับ” หมายถึง บุคคลคนเดียวหรือหลายคนซึ่งนำเบาะแสหรือเค้าเงื่อนแห่งการกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ มาแจ้งแก่ผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับตามระเบียบนี้ จนทางราชการสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้ แต่ต้องมิใช่เจ้าหน้าที่ผู้จับ หรือข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘

“เจ้าหน้าที่ผู้จับ” หมายถึง พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งทำหน้าที่จับกุมผู้กระทำความผิด หรือข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ และมีส่วนร่วมในการจับกุมผู้กระทำความผิดสำหรับกรณีที่มีการจับกุมผู้กระทำความผิด และให้หมายความรวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่อันได้มาซึ่งเงินค่าปรับนั้นสำหรับกรณีที่ไม่มีการจับกุมผู้กระทำผิดด้วย

“ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน” หมายถึง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อันได้มาซึ่งเงินค่าปรับ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้อธิบดีกรมการจัดหางาน รักษาการตามระเบียบนี้

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ระเบียบนี้มิใช่เป็นการโฆษณาให้คำมั่นแก่บุคคลใดตามกฎหมาย แต่เป็นระเบียบที่วางไว้เพื่อเป็นหลักเกณฑ์ในการพิจารณาของทางราชการที่จะจ่ายเงินสินบนรางวัลให้แก่ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับ ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อันได้มาซึ่งเงินค่าปรับตามแต่จะเห็นสมควรเท่านั้น การพิจารณาของผู้มีอำนาจตามที่กำหนดในระเบียบนี้ถือเป็นเด็ดขาด ผู้ใดจะนำไปฟ้องร้องเป็นคดีมิได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เงินสินบน เงินรางวัล และเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ให้นำไปจ่ายตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑) เงินสินบนให้จ่ายแก่ผู้แจ้งความนำจับภายในสามสิบวันทำการ นับแต่วันที่ได้รับเงินค่าปรับกรณีที่มีผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนหลายคน ให้เฉลี่ยจ่ายเท่ากันทุกคน

(๒) เงินรางวัลให้จ่ายในวันทำการสุดท้ายของเดือนแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับซึ่งระบุไว้ในข้อ ๑๕ ตามสัดส่วนของการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงาน

(๓) เงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ให้นำไปจ่ายหรือก่อหนี้ผูกพันเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตามอำนาจหน้าที่อันได้มาซึ่งเงินค่าปรับของกรมการจัดหางานได้ตามความจำเป็นโดยประหยัดตามงบดำเนินการ งบลงทุน และงบบุคลากร ยกเว้นรายจ่ายประเภทเงินเดือนและค่าจ้างประจำ

การแจ้งความนำจับ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับ ได้แก่

(๑) อธิบดีกรมการจัดหางาน รองอธิบดีกรมการจัดหางาน ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมการมีงานทำ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ ผู้อำนวยการกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศหรือ กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน มีอำนาจรับแจ้งความนำจับสำหรับกรณีความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๒) ผู้อำนวยการสำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ มีอำนาจรับแจ้งความนำจับสำหรับกรณีความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตท้องที่กรุงเทพมหานครที่รับผิดชอบ

(๓) จัดหางานจังหวัด ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงาน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด มีอำนาจรับแจ้งความนำจับเฉพาะความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตท้องที่จังหวัดที่รับผิดชอบ

(๔) ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ ปลัดอำเภอ มีอำนาจรับแจ้งความนำจับเฉพาะความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตท้องที่จังหวัดหรืออำเภอที่รับผิดชอบ

(๕) ข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมียศตั้งแต่ชั้นนายร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่านายร้อยตำรวจตรีขึ้นไป มีอำนาจรับแจ้งความนำจับเฉพาะความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของตน

(๖) อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้อำนวยการกองมาตรฐานฝีมือแรงงาน ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกลาง เลขานุการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ผู้ตรวจราชการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๔ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ กองมาตรฐานฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกลาง และสำนักงานเลขานุการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีอำนาจรับแจ้งความนำจับสำหรับกรณีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฉพาะความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร

(๗) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ กองมาตรฐานฝีมือแรงงาน สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกลาง และสำนักงานเลขานุการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มีอำนาจรับแจ้งความนำจับสำหรับกรณีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฉพาะความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร

(๘) ข้าราชการพลเรือนสามัญตั้งแต่ระดับ ๓ ขึ้นไป ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ ณ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกลาง สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัด ในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานกลาง สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค และศูนย์พัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดตามที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานประกาศกำหนด มีอำนาจรับแจ้งความนำจับสำหรับกรณีความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๒๘ ในส่วนที่เกี่ยวกับราชการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เฉพาะความผิดที่เกิดขึ้น อ้าง หรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบ

(๙) พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การแจ้งความนำจับให้แจ้งต่อผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับ โดยใช้แบบรับแจ้งความนำจับตามแบบที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนจะแจ้งความนำจับด้วยวาจาต่อผู้มีอำนาจรับแจ้งความนำจับก่อน และจัดทำแบบรับแจ้งความภายหลังการจับก็ได้

หลักเกณฑ์การจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามระเบียบนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อกรมการจัดหางานได้รับเงินค่าปรับจากผู้กระทำความผิด หรือส่วนราชการที่มีอำนาจเปรียบเทียบปรับหรือสำนักงานศาลยุติธรรมแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เงินที่ได้รับจากสำนักงานศาลยุติธรรม ให้แบ่งเป็นสี่ส่วนและนำไปจ่าย ดังนี้

(๑) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินสินบน จำนวนหนึ่งส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

(๒) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินรางวัล จำนวนสองส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

(๓) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวนหนึ่งส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

ในกรณีไม่มีการจ่ายเงินสินบนตาม (๑) ให้นำไปรวมจ่ายเป็นเงินรางวัล จำนวนสามส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เงินค่าปรับที่กรมการจัดหางานได้รับจากผู้กระทำความผิดให้หักเงินค่าปรับร้อยละ ๔๐ นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ส่วนที่เหลือร้อยละ ๖๐ ให้แบ่งเป็นสี่ส่วนและนำไปจ่าย ดังนี้

(๑) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินสินบน จำนวนหนึ่งส่วน

(๒) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินรางวัล จำนวนสองส่วน

(๓) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวนหนึ่งส่วน

ในกรณีไม่มีการจ่ายเงินสินบนตาม (๑) ให้นำไปรวมจ่ายเป็นเงินรางวัล จำนวนสามส่วน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นผู้เปรียบเทียบปรับให้หักเงินค่าปรับร้อยละ ๔๐ นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน แล้วนำส่งเงินค่าปรับส่วนที่เหลือร้อยละ ๖๐ ให้แก่กรมการจัดหางาน

เงินที่กรมการจัดหางานได้รับจากกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้แบ่งเป็นสี่ส่วนและนำไปใช้จ่าย ดังนี้

(๑) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินสินบน จำนวนหนึ่งส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

(๒) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินรางวัล จำนวนสองส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

(๓) ให้นำไปจ่ายเป็นเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวนหนึ่งส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

ในกรณีไม่มีการจ่ายเงินสินบนตาม (๑) ให้นำไปรวมจ่ายเป็นเงินรางวัล จำนวนสามส่วนของเงินค่าปรับที่ได้รับ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การจ่ายเงินสินบนจะจ่ายให้แก่ผู้แจ้งความนำจับในคดีความผิดที่เจ้าหน้าที่สามารถลงโทษ ผู้กระทำความผิดได้เป็นผลสำเร็จเนื่องจากการแจ้งความในคดี เงินสินบนนี้จะจ่ายได้ต่อเมื่อกระทำการไปแล้วตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(๑) การตรวจสอบหรือการจับกุมเป็นผลสำเร็จแล้วเนื่องจากการแจ้งความนำจับและ

(๒) อธิบดีกรมการจัดหางาน หรืออธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีดังกล่าวได้ทำการเปรียบเทียบปรับผู้ต้องหา หรือศาลได้มีคำพิพากษาลงโทษปรับจำเลยโดยคดีนั้นถึงที่สุดแล้วและ

(๓) ได้มีการชำระค่าปรับ โดยกรมการจัดหางานได้รับเงินที่หักจากค่าปรับตามข้อ ๙ แล้ว

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การจ่ายเงินสินบนในคดีเดียวกัน ถ้ามีบุคคลหลายคนแจ้งความนำจับให้ถือว่าบุคคลที่แจ้งความนำจับก่อนและมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรถูกต้องตามระเบียบนี้เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน แต่ถ้าแจ้งความนำจับพร้อมกันให้ถือว่าทุกคนเป็นผู้มีสิทธิรับเงินสินบน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจ่ายเงินรางวัลให้จ่ายแก่ผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัล ดังต่อไปนี้

(๑) ผู้บังคับบัญชาซึ่งควบคุม ดูแล การตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานจนพบการกระทำความผิด

(๒) เจ้าหน้าที่ผู้จับกุมหรือมีส่วนร่วมในการจับกุมตามรายชื่อที่ปรากฏในบันทึกการจับกุม

(๓) เจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบ หรือรวบรวมพยานหลักฐานจนพบการกระทำความผิด

(๔) เจ้าหน้าที่ผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษ

กรณีที่มีเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงานร่วมดำเนินการจับกุม การแบ่งเงินรางวัลให้แบ่งตามจำนวนหน่วยงานส่วนละเท่า ๆ กัน

ในส่วนของกรมการจัดหางานกรณีที่มีผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลหลายคน ให้แบ่งเงินรางวัลแก่ผู้มีสิทธิได้รับคนละเท่า ๆ กัน เว้นแต่ในกรณีที่ผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลคนใดคนหนึ่งสละสิทธิไม่ขอรับเงินรางวัลให้นำเงินรางวัลส่วนของผู้สละสิทธิมาเฉลี่ยให้ผู้มีสิทธิคนอื่น ๆ คนละเท่า ๆ กัน

การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนขอรับเงินสินบนได้เฉพาะคดีที่สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้เป็นผลสำเร็จแล้ว สำหรับการขอรับเงินสินบนในส่วนกลาง ให้ยื่นคำขอต่อกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน ส่วนการขอรับเงินสินบนในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่มีการแจ้งความนำจับ โดยให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบนยื่นคำขอภายในเจ็ดวันทำการนับแต่วันที่ได้รับแจ้งสิทธิการรับเงินสินบนจากกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดโดยจดหมายลงทะเบียนตอบรับ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดได้รับคำขอรับเงินสินบนตามข้อ ๑๖ แล้ว ให้ตรวจสอบความถูกต้องว่าผู้ยื่นคำขอรับเงินสินบนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินตามระเบียบนี้หรือไม่ โดยพิจารณาจากเอกสารการรับแจ้งความนำจับ คำขอรับเงินสินบน รายงานการจับกุม การรับรองผลคดี และเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ยื่นคำขอรับเงินสินบนดังกล่าวเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสินบน ให้เสนออธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้ยื่นคำขอรับเงินสินบนนั้นและส่งคำอนุมัติให้สำนักงานเลขานุการกรม หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดดำเนินการเบิกจ่ายเงินตามระเบียบต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้ผู้มีสิทธิได้รับเงินรางวัลขอรับเงินรางวัลได้เฉพาะคดีที่สามารถลงโทษผู้กระทำความผิดได้เป็นผลสำเร็จแล้ว สำหรับการขอรับเงินรางวัลในส่วนกลาง ให้ยื่นคำขอต่อกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน ส่วนการขอรับเงินรางวัลในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นคำขอต่อสำนักงานจัดหางานจังหวัดที่ตั้งอยู่ในท้องที่ที่มีการแจ้งความนำจับ เมื่อกองตรวจและคุ้มครองคนหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดได้รับคำขอรับเงินรางวัลแล้ว ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการขอรับเงินสินบน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้มีสิทธิรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลถึงแก่กรรม หรือมีความจำเป็นอื่นใดไม่สามารถยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลได้ ให้ทายาทโดยธรรม ผู้จัดการมรดก หรือผู้บังคับบัญชาของผู้นั้นเป็นผู้ดำเนินการ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัล ให้ยื่นคำขอตามแบบที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังต่อไปนี้

(๑) สำเนาภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวอื่นที่หน่วยงานของรัฐออกให้และสำเนาภาพถ่ายทะเบียนบ้าน หรือสำเนาหนังสือเดินทาง

(๒) ใบรับแจ้งความนำจับ เฉพาะกรณีขอรับเงินสินบน

(๓) สำเนาบันทึกการจับกุมผู้ต้องหา ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด เฉพาะกรณีขอรับเงินรางวัล

(๔) หนังสือมอบอำนาจให้ผู้จับกุมคนหนึ่งคนใดเป็นผู้รับเงินรางวัล

(๕) สำเนาคำพิพากษาคดี หรือหนังสือแจ้งผลคดีของพนักงานอัยการว่าคดีถึงที่สุดแล้วแต่กรณี

(๖) หลักฐานการเป็นทายาทโดยธรรมหรือผู้จัดการมรดก (ถ้ามี)

การเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลัง

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เงินในส่วนที่จะต้องนำไปจ่ายเป็นเงินสินบนรางวัล ให้นำฝากไว้ที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด หรือสำนักงานคลังจังหวัด ณ อำเภอ แล้วแต่กรณี โดยเปิดบัญชีแยกต่างหากจากบัญชีเงินฝากอื่นชื่อ “บัญชีเงินฝากเงินสินบนรางวัลของกรมการจัดหางาน” หรือ “บัญชีเงินฝากเงินสินบนรางวัลของสำนักงานจัดหางานจังหวัด” แล้วแต่กรณี

สำหรับเงินในส่วนที่เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ให้นำฝากไว้ที่กรมบัญชีกลางชื่อ “บัญชีเงินฝากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของกรมการจัดหางาน”

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องนำเงินฝากธนาคารหรือเก็บรักษาไว้เป็นเงินสด ณ ที่ทำการให้ขออนุมัติกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เมื่อสิ้นปีงบประมาณ หากมีเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคงเหลือ ให้นำเงินคงเหลือ ณ วันสิ้นปีงบประมาณ ส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้สำนักงานจัดหางานจังหวัด รายงานผลการใช้จ่ายเงินสินบนรางวัลและเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานมายังสำนักงานเลขานุการกรม เพื่อรวบรวมกับการใช้จ่ายเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานในส่วนกลางแล้วรายงานให้กระทรวงการคลังทราบทุกวันทำการสุดท้ายของเดือนมีนาคมและเดือนกันยายน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การบัญชีให้ถือปฏิบัติตามระบบบัญชีของส่วนราชการ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากกระทรวงการคลังให้ปฏิบัติเป็นอย่างอื่น และเมื่อปิดบัญชีประจำปีแล้ว ให้ส่งงบการเงินไปให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบรับรองภายในเก้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำเงินฝากคลัง การพัสดุ หรือวิธีปฏิบัติอื่นใดที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับกรณีเงินงบประมาณรายจ่าย

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้กองตรวจและคุ้มครองคนหางาน หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด จัดทำทะเบียนคุมเกี่ยวกับรายละเอียดการขอรับและจ่ายเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามแบบที่อธิบดีกรมการจัดหางานกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือกรณีที่มิได้กำหนดในระเบียบนี้ ให้เสนออธิบดีกรมการจัดหางานพิจารณาสั่งการเป็นราย ๆ ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๙

จุฑาธวัช อินทรสุขศรี

อธิบดีกรมการจัดหางาน

[เอกสารแนบท้าย]

๑. แบบรับแจ้งความนำจับ คดีกระทำผิดตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน

๒. แบบคำขอรับเงินสินบนรางวัล

๓. ทะเบียนการขอรับและจ่ายเงินสินบนรางวัลและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ตามระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๔๙

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

นันทนา/จัดทำ

๑๗ มีนาคม ๒๕๔๙

โชติกานต์/ปรับปรุง

๒ มิถุนายน ๒๕๖๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๓/ตอนพิเศษ ๓๕ ง/หน้า ๓/๙ มีนาคม ๒๕๔๙

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการจ่ายเงินสินบน เงินรางวัล และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามกฎหมายว่าด้วยการจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7fcae5f9df81b303

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com