ข้อ ๕
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) มีสัญชาติไทย
(๒)[๓]
สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์
หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรืออนุปริญญา
หรือปริญญาตรีนิติศิลปศาสตรบัณฑิตทางกฎหมาย (นศ.บ) [Juris Doctor (J.D.) หรือ Doctor of Jurisprudence]
จากสถาบันการศึกษาในประเทศหรือต่างประเทศซึ่งสภาทนายความเห็นว่า
สถาบันการศึกษานั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรี หรืออนุปริญญา
หรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้
(๓)
ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี
และไม่เป็นผู้ได้กระทำการใดซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต
(๔)
ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก
(๕) ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
ผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความซึ่งได้ผ่านการฝึกอบรมที่จัดโดยสำนักฝึกอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้เท่านั้นมีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นทนายความ
เว้นแต่ผู้ที่ได้เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒
ปี
อาจขอให้คณะกรรมการพิจารณาสั่งยกเว้นให้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความได้โดยไม่ต้องเข้ารับการฝึกอบรมตามข้อบังคับนี้