法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ พ.ศ. 2529 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
16
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ

พ.ศ. ๒๕๒๙

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๗ (๓) และมาตรา ๓๘

และด้วยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษแห่งสภาทนายความ ตามมาตรา ๒๘

แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘

คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ พ.ศ. ๒๕๒๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒] ในข้อบังคับนี้

“สำนักฝึกอบรม” หมายถึง

สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ

“คณะกรรมการ” หมายถึง

คณะกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ซึ่งคณะกรรมการสภาทนายได้แต่งตั้งให้เป็นผู้ควบคุมและบริหารกิจการตามข้อบังคับนี้

“ประธานคณะกรรมการ” หมายถึง

ประธานคณะกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ

ซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้ง

“ผู้อำนวยการ” หมายถึง

ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ ซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้ง

สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้สภาทนายความจัดตั้งสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ เรียกว่า “สำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ”

เพื่อฝึกอบรมหลักปฏิบัติเบื้องต้นในการว่าความ ฝึกอบรมมารยาททนายความ

และการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒)[๓]

สำเร็จการศึกษาปริญญาตรี หรืออนุปริญญาทางนิติศาสตร์

หรือประกาศนียบัตรในวิชานิติศาสตร์ ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี หรืออนุปริญญา

หรือปริญญาตรีนิติศิลปศาสตรบัณฑิตทางกฎหมาย (นศ.บ) [Juris Doctor (J.D.) หรือ Doctor of Jurisprudence]

จากสถาบันการศึกษาในประเทศหรือต่างประเทศซึ่งสภาทนายความเห็นว่า

สถาบันการศึกษานั้นมีมาตรฐานการศึกษาที่ผู้ได้รับปริญญาตรี หรืออนุปริญญา

หรือประกาศนียบัตรควรเป็นทนายความได้

(๓)

ไม่เป็นผู้มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือบกพร่องในศีลธรรมอันดี

และไม่เป็นผู้ได้กระทำการใดซึ่งแสดงให้เห็นว่าไม่น่าไว้วางใจในความซื่อสัตย์สุจริต

(๔)

ไม่อยู่ในระหว่างต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก

(๕) ไม่เป็นโรคติดต่อซึ่งเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

ผู้เข้ารับการฝึกอบรมวิชาว่าความซึ่งได้ผ่านการฝึกอบรมที่จัดโดยสำนักฝึกอบรมตามหลักสูตรและวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนี้เท่านั้นมีสิทธิขอจดทะเบียนเป็นทนายความ

เว้นแต่ผู้ที่ได้เคยปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒

ปี

อาจขอให้คณะกรรมการพิจารณาสั่งยกเว้นให้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นทนายความได้โดยไม่ต้องเข้ารับการฝึกอบรมตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้บริหารกิจการของสำนักฝึกอบรมตามนโยบายหรือมติของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๔] ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง

ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการสภาทนายความ เรียกว่า คณะกรรมการอำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความ

ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการ ผู้อำนวยการ และกรรมการอื่นซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งไม่เกิน

๑๕ คน ทั้งนี้

ให้นายกอุปนายกและเลขาธิการสภาทนายความเป็นที่ปรึกษาโดยตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้คณะกรรมการดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของคณะกรรมการสภาทนายความซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งให้เข้ารับตำแหน่ง

คณะกรรมการสภาทนายความอาจมีมติให้กรรมการคนใดคนหนึ่ง

หรือทั้งคณะ พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระก็ได้

และจะแต่งตั้งบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นกรรมการแทนกรรมการที่ตาย

ลาออกหรือต้องพ้นตำแหน่งก่อนวาระก็ได้

คณะกรรมการหรือกรรมการที่ได้รับแต่งตั้งแทนนี้ให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่าวาระของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีที่คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ

ไม่ว่าจะเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามวาระหรือก่อนครบกำหนดวาระก็ตาม

ให้ผู้อำนวยการยังคงรักษาการในตำแหน่งเช่นนั้นต่อไปจนกว่าจะมีคณะกรรมการชุดใหม่เข้ามารับหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติในการบริหารกิจการสำนักฝึกอบรมให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของสภาทนายความ

(๒) กำหนดรายละเอียดของหลักสูตรการศึกษาและฝึกอบรม

ตลอดจนเปลี่ยนแปลงหรือปรับปรุงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการศึกษาและฝึกอบรมให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง

(๓) กำหนดค่าธรรมเนียมหรือค่าลงทะเบียนที่จะพึงเรียกเก็บจากผู้เข้ารับการฝึกอบรม

แต่ต้องไม่เกินสามพันบาท

(๔) จัดทำประมาณการรายรับ - รายจ่าย

และรายงานเกี่ยวกับฐานะทางการเงินของสำนักฝึกอบรมเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความเพื่อให้ความเห็นชอบ

(๕)

จัดทำรายงานการฝึกอบรมเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความ

(๖) คัดเลือก แต่งตั้ง และสับเปลี่ยนผู้บรรยาย

ผู้ทดสอบและผู้ควบคุม หรือผู้ให้การฝึกอบรมตามที่เห็นสมควร

(๗)

แต่งตั้งและถอดถอนที่ปรึกษาหรือคณะที่ปรึกษาซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งได้ตามที่เห็นสมควร

(๘) ปฏิบัติหน้าที่อื่น ๆ ที่จำเป็นและสมควร

เพื่อให้กิจการของสำนักฝึกอบรมสำเร็จผลลงด้วยดี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้กำหนดนัดและเรียกประชุมคณะกรรมการได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

ในการประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยกึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ผู้อำนวยการหรือกรรมการที่ผู้อำนวยการมอบหมายทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม

มติของที่ประชุมคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

ในกรณีที่คะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

หลักสูตร

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ให้สำนักฝึกอบรมจัดให้มีการฝึกอบรมวิชาว่าความเป็นประจำทุกปี ปีละไม่น้อยกว่า

๑ ครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

หลักสูตรการฝึกอบรมวิชาว่าความ แบ่งเป็น ๒ ภาค ดังนี้

(๑) ภาคทฤษฎี ให้สำนักฝึกอบรมกำหนดการอบรมภาคทฤษฎี

โดยมีระยะเวลาให้ฝึกอบรมไม่น้อยกว่า ๙๐ ชั่วโมง ในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

ก. มรรยาทและจริยธรรมทนายความ

ข. วิธีดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ค. วิธีดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ง. วิธีดำเนินกระบวนพิจารณาตามกฎหมายอื่น

จ. หลักการให้คำปรึกษากฎหมาย

(๒) ภาคปฏิบัติ ให้ฝึกอบรมภาคปฏิบัติเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๖

เดือน

การฝึกอบรมภาคปฏิบัติอาจกระทำได้โดยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฝึกหัดงานที่สำนักฝึกอบรมหรือที่สำนักงานทนายความก็ได้

แต่ระยะเวลาฝึกหัดงานแห่งใดแห่งหนึ่งหรือทั้งสองแห่งรวมกันต้องไม่น้อยกว่าระยะที่กำหนดในวรรคแรก

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คณะกรรมการมีสิทธิที่จะคัดชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกจากทะเบียน

หรือสั่งพักการฝึกอบรมได้ ตามระยะเวลาที่เห็นสมควร

หากปรากฏว่าผู้เข้ารับการฝึกอบรมขาดคุณสมบัติหรือประพฤติตนไปในทางที่อาจจะทำให้เกิดความเสื่อมเสียหรือความเสียหายแก่สำนักฝึกอบรมหรือแก่สภาทนายความ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้ผู้อำนวยการโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประกาศกำหนดเวลาทำการของสำนักฝึกอบรม

กำหนดเวลาฝึกอบรม กำหนดการสอบและการวัดผล กำหนดการสัมมนาหรือการประชุม

ตลอดจนวันหยุดทำการแต่ละปี เป็นการล่วงหน้า

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้ผู้ที่ผ่านการอบรมวิชาว่าความของสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย รุ่น ๑๑

และรุ่น ๑๒ ประจำปี ๒๕๒๗ และปี ๒๕๒๘ ตามลำดับ และได้รับวุฒิบัตรแล้ว

เป็นผู้ผ่านการฝึกอบรมวิชาว่าความตามข้อบังคับนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๙

คำนวณ ชโลปถัมภ์

นายกสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๒[๕]

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖[๖]

ณัฐพร/ผู้จัดทำ

๓๐ กันยายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่มที่ ๑๐๓/ตอนที่ ๑๐๓/ฉบับพิเศษ หน้า๖/๑๙ มิถุนายน ๒๕๒๙

[๒] ข้อ ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖

[๓] ข้อ ๕ (๒)

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๕๒

[๔] ข้อ ๗

แก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๖

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๕๑ ง/หน้า ๘๙/๘ เมษายน ๒๕๕๒

[๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง/หน้า ๒๕/๒๕ กันยายน ๒๕๕๖

16 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยการฝึกอบรมวิชาว่าความ พ.ศ. 2529 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_84b60b4a57550072

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com