ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ที่ สนส. 6 /2552
เรื่อง การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์
อื่นๆ - 1. เหตุผลในการออกประกาศ
โดยที่ระบบการทําสัญญาจะซื้อจะขายอสังหาริมทรัพย์หรือการทําสัญญาต่างตอบแทนอื่นใดในปัจจุบันต้องอาศัยความน่าเชื่อถือระหว่างคู่สัญญาเป็นหลักในการชําระหนี้ตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ดังนั้น เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์และการดําเนินธุรกิจโดยทั่วไป ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการรับฝากเงินจากผู้ฝากในรูปแบบ Escrow Account ตั้งแต่ปี 2544
เมื่อมีการตราพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ซึ่งบังคับใช้กับกิจการดูแลผลประโยชน์ เพื่อให้มีคนกลางที่มีความน่าเชื่อถือมาทําหน้าที่ดูแลการชําระหนี้ของคู่สัญญาให้เป็นไปตามที่ตกลงกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่มีคุณสมบัติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดสามารถประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ตามนัยมาตรา 7 วรรคหนึ่งแห่งพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ได้
อื่นๆ - 2. อํานาจตามกฎหมาย
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ตามหลักเกณฑ์ในประกาศนี้
อื่นๆ - 3. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง
อื่นๆ - 4. เนื้อหา
ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์โดยธนาคารพาณิชย์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนด
4.1 ในประกาศฉบับนี้
"ธนาคารพาณิชย์" หมายความว่า ธนาคารพาณิชย์ตามมาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551
"กิจการดูแลผลประโยชน์" หมายความว่า การทําหน้าที่เป็นคนกลางเพื่อดูแลการชําระหนี้ของคู่สัญญาให้เป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ในสัญญาดูแลผลประโยชน์ โดยกระทําเป็นทางค้าปกติและได้รับค่าตอบแทนหรือค่าบริการ
"สัญญาดูแลผลประโยชน์" หมายความว่า สัญญาที่ทําขึ้นระหว่างคู่สัญญากับผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา โดยผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาตกลงจะดูแลการชําระหนี้ของคู่สัญญาให้เป็นไปตามที่คู่สัญญาตกลงกันไว้
"คู่สัญญา" หมายความว่า คู่สัญญาตามสัญญาต่างตอบแทนใด ๆ ที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งมีหนี้ในการโอนหรือส่งมอบทรัพย์สินหรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ และคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งมีหนี้ในการชําระเงินตามสัญญา
"ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ตามพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551
"บัญชีดูแลผลประโยชน์" หมายความว่า บัญชีเงินฝากที่ผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญาเปิดไว้กับสถาบันการเงินในนามของตนเพื่อประโยชน์ของคู่สัญญา
4.2 หลักเกณฑ์การประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์
ธนาคารพาณิชย์ที่ประสงค์จะประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์จะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและประกอบกิจการภายใต้พระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจดังกล่าวโดยมีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
4.2.1 ขอบเขตในการประกอบธุรกิจ
(1) ให้ธนาคารพาณิชย์ประกอบธุรกิจเป็นผู้ดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญามีหน้าที่ในการดูแลให้คู่สัญญาปฏิบัติการชําระหนี้ตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กําหนดไว้ในสัญญาดูแลผลประโยชน์ และดูแลรักษาเงิน ทรัพย์สิน หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งหนี้ที่คู่สัญญาได้ส่งมอบให้อยู่ในความครอบครองของตนพร้อมทั้งดําเนินการส่งมอบเงินและจัดให้มีการโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิในทรัพย์สินให้แก่คู่สัญญาได้ภายใต้หลักเกณฑ์ในข้อ 4.2.2 และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ.2551
(2) การให้บริการอื่นตามที่กําหนดไว้ในมาตรา 7 วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 ธนาคารพาณิชย์จะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนการให้บริการดังกล่าว และในการอนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์ใด ๆ ด้วยก็ได้ รวมทั้งกําหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกํากับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ประกาศกําหนดด้วย
4.2.2 คุณสมบัติของธนาคารพาณิชย์ในการประกอบธุรกิจ
โดยที่การประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์มีความเสี่ยงด้านปฏิบัติการเป็นสําคัญ ในการประกอบธุรกิจดังกล่าวธนาคารพาณิชย์ต้องมีการบริหารความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่ดีและมีแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจที่เหมาะสมอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร โดยธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดคุณสมบัติของธนาคารพาณิชย์ในการประกอบธุรกิจดังนี้
(1) ธนาคารพาณิชย์ที่มีระดับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการจากการตรวจสอบล่าสุดในระดับต่ํา ค่อนข้างต่ําหรือปานกลางสามารถประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ตามข้อ 4.2.1 (1) ได้เป็นการทั่วไปโดยไม่ต้องขออนุญาตแต่ต้องยื่นแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจมายังฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน สายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อทราบก่อนการประกอบธุรกิจเป็นเวลาไม่ต่ํากว่า 30 วัน
(2) ธนาคารพาณิชย์ที่ไม่มีคุณสมบัติตามข้อ 4.2.2 (1) หากประสงค์จะประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์จะต้องเสนอแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจและได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยก่อน
4.2.3 เงื่อนไขในการประกอบธุรกิจ
ก. ธนาคารพาณิชย์จะต้องจัดทําแผนงานรองรับการประกอบธุรกิจที่เป็นลายลักษณ์อักษรและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ และเสนอแผนงานดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบก่อนการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ แผนงานดังกล่าวต้องมีสาระสําคัญอย่างน้อย ดังนี้
(1) นโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติในการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ การเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงนโยบายและระเบียบวิธีปฏิบัติจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของธนาคารพาณิชย์ด้วย
(2) ระเบียบและวิธีการบริหารความเสี่ยง ระบบควบคุมภายใน ระบบการจัดการและระบบบัญชี เพื่อรองรับการประกอบธุรกิจดังกล่าว
(3) ความพร้อมด้านบุคลากร
(4) กระบวนการตรวจสอบดูแลให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด และต้องจัดให้มีระบบการประเมินและสอบทานว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติตามนโยบายและขั้นตอนที่ได้กําหนดไว้
ข. ธนาคารพาณิชย์ที่มีคุณสมบัติตามที่กําหนดในข้อ 4.2.2 (1) และได้ประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์อยู่แล้ว หากภายหลังธนาคารพาณิชย์นั้นมีคุณสมบัติไม่เป็นไปตามที่กําหนด ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติดังนี้
(1) เมื่อระดับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการจากการตรวจสอบล่าสุดเปลี่ยนเป็นระดับความเสี่ยงที่สูงกว่าปานกลาง ให้ธนาคารพาณิชย์แก้ไขความเสี่ยงด้านปฏิบัติการให้กลับมาอยู่ในระดับที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนด ทั้งนี้ ธนาคารพาณิชย์ยังสามารถประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์ต่อไปได้
(2) ในการตรวจสอบของธนาคารแห่งประเทศไทยรอบเวลาถัดไป หากธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถแก้ไขความเสี่ยงด้านปฏิบัติการได้ โดยยังคงมีระดับความเสี่ยงด้านปฏิบัติการที่สูงกว่าปานกลาง ให้ธนาคารพาณิชย์ระงับการประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์กับลูกค้าใหม่นับจากวันที่ได้รับแจ้งผลการตรวจสอบ สําหรับลูกค้ารายเดิมนั้นให้ธนาคารพาณิชย์ทําธุรกรรมดังกล่าวต่อไปได้จนกว่าสัญญาดูแลผลประโยชน์สิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี หากธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะประกอบกิจการดูแลผลประโยชน์กับลูกค้าใหม่จะต้องขออนุญาตธนาคารแห่งประเทศไทย
อื่นๆ - 5. วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 เมษายน 2552
(นางธาริษา วัฒนเกส)
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย