法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

ที่ ๓/๒๕๖๐

เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง

ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้กำหนดนโยบายการปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ การรักษาความสงบเรียบร้อย และการสร้างความสามัคคีปรองดองในระยะแรก เพื่อเตรียมการไปสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติระยะยาวอันจะทำให้ประชาชนทราบถึงเป้าหมายและทิศทางการพัฒนาและการแก้ปัญหาประเทศในช่วงเวลาต่าง ๆ อย่างชัดเจนนั้น ต่อมาเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ก็ได้มอบให้รัฐบาลรับไปดำเนินการในระยะที่สอง ซึ่งหลังจากนั้น มีข้อเสนอจากสภาปฏิรูปแห่งชาติและสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ตลอดจนภาคส่วนต่าง ๆ เช่น กลุ่มสานพัฒนาตามแนวทางประชารัฐ สื่อมวลชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้เคยมีบทบาททางการเมืองในอดีต และผู้ทรงคุณวุฒิ ส่งเรื่องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และรัฐบาลพิจารณาดำเนินการเป็นจำนวนมาก นับว่าเป็นความปรารถนาดีต่อส่วนรวม อันควรนำมาพิจารณาอย่างเป็นระบบ มีการกลั่นกรอง จัดลำดับความสำคัญและความเป็นไปได้แล้วเริ่มดำเนินการไปพลางก่อน ซึ่งเรื่องนี้จะต้องดำเนินการอยู่แล้วภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่แต่แม้จะประกาศใช้ในเวลาต่อไป ก็ยังต้องรอการตรากฎหมาย และการใช้เวลารับฟังความเห็นจากประชาชนเพื่อยกร่างแผนการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติอีกระยะหนึ่ง รัฐธรรมนูญดังกล่าวจึงได้บัญญัติว่า ในระหว่างนี้ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการโดยอาศัยหน้าที่และอำนาจที่มีอยู่แล้วไปพลางก่อน เพื่อจะส่งต่อให้รัฐบาล และองค์กรที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบรับไปดำเนินการในระยะที่สามต่อไป

คณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแล้ว สมควรกำหนดกลไกให้รัฐบาลสามารถบูรณาการการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ยุทธศาสตร์ แผนต่าง ๆ ของชาติและนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคณะรัฐมนตรีซึ่งได้ประกาศให้สาธารณชนทราบแล้ว อีกทั้งสมควรกำหนดกลไกให้สามารถขับเคลื่อนภารกิจที่จำเป็นและประชาชนรอคอยให้ดำเนินต่อไปได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ปฏิบัติมีความรับผิดชอบร่วมกัน ปราศจากการทุจริต และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ทั้งสามารถเชื่อมโยงการทำงานกับสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อันจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้มีคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินตามกรอบการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง เรียกโดยย่อว่า “ป.ย.ป.” ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นกรรมการ

เมื่อมีการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับหน่วยงานใด นายกรัฐมนตรีอาจให้รัฐมนตรีที่บังคับบัญชาหรือกำกับดูแลการบริหารราชการของหน่วยงานนั้น หรือเชิญประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเข้าร่วมประชุมในฐานะกรรมการเฉพาะวาระนั้น

ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเลขานุการ ป.ย.ป. คนหนึ่ง ซึ่งอาจแต่งตั้งจากกรรมการก็ได้ และแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความเหมาะสม

ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเข้าประชุมด้วยในฐานะผู้ให้ข้อมูลด้านการบริหาร กฎหมาย แผนพัฒนา บุคลากร ระบบราชการ และงบประมาณ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ นายกรัฐมนตรีจะสั่งการให้พิจารณาหรือติดตามความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรคในเรื่องใด ซึ่งเสนอมาจากคณะกรรมการตามข้อ ๔ หรือให้นำเรื่องใดมาพิจารณาโดยตรง แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไปก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้มีคณะที่ปรึกษา ของ ป.ย.ป. ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากภาคเอกชน ได้แก่ ผู้ดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) และคณะกรรมการหรือคณะทำงานสานการพัฒนาตามนโยบายประชารัฐ และผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและอื่น ๆ ตามจำนวนและรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในการพิจารณากลั่นกรองเรื่องเสนอ ป.ย.ป. ให้มีคณะกรรมการ ๔ คณะ ได้แก่

(๑) คณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ มีหน้าที่พิจารณากลั่นกรองเรื่องโครงการ หรือแนวทางการแก้ปัญหาต่าง ๆ ในเชิงยุทธศาสตร์และในลักษณะบูรณาการเพื่อการขับเคลื่อนที่รวดเร็ว

(๒) คณะกรรมการเตรียมการปฏิรูปประเทศ มีหน้าที่เตรียมการเกี่ยวกับการปฏิรูปประเทศในด้านหรือประเด็นต่าง ๆ

(๓) คณะกรรมการเตรียมการยุทธศาสตร์ชาติ มีหน้าที่เตรียมการเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติ

(๔) คณะกรรมการเตรียมการเพื่อสร้างความสามัคคีปรองดอง มีหน้าที่เตรียมการเกี่ยวกับการสร้างความสามัคคีปรองดอง

คณะกรรมการแต่ละคณะประกอบด้วย บุคคลตามจำนวนและรายชื่อที่นายกรัฐมนตรีกำหนด และให้ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และรองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนหนึ่งตามที่ประธานสภามอบหมาย เป็นกรรมการโดยตำแหน่งในคณะกรรมการตาม (๒) (๓) และ (๔) เว้นแต่จะไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว

คณะกรรมการมีหน้าที่และอำนาจกลั่นกรอง ตรวจสอบ กำหนด เสนอแนะ จัดลำดับความสำคัญ พิจารณาความเป็นไปได้ และติดตามการดำเนินการด้านการบริหารราชการแผ่นดิน การปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ หรือการสร้างความสามัคคีปรองดองในส่วนที่เกี่ยวข้องตามที่นายกรัฐมนตรีกำหนด

คณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานได้

มติของ ป.ย.ป. และคณะกรรมการตามข้อนี้หากเกี่ยวข้องกับงานในอำนาจหน้าที่ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ให้แจ้งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทราบ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕[๑] ให้จัดตั้งสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีขึ้นเป็นหน่วยงานในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี มีหน้าที่กลั่นกรอง ตรวจสอบ ประเมินผล กำหนดตัวชี้วัด และติดตามความก้าวหน้าในการดำเนินการตามมติ ป.ย.ป. และคณะกรรมการตามข้อ ๔ หรือตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมายและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจแก่ประชาชน โดยมุ่งเน้นภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และเชิงบูรณาการตามพื้นที่หรือกลุ่มภารกิจ (Area) ตลอดจนปฏิบัติหน้าที่ในทางวิชาการและธุรการให้ ป.ย.ป. เลขานุการ ป.ย.ป. คณะกรรมการตามข้อ ๔ และคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานต่าง ๆ

ให้นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นผู้บังคับบัญชาของผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีและทำหน้าที่ประสานกับเลขานุการ ป.ย.ป. ในการขับเคลื่อนงานต่าง ๆ ให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ ในการนี้ ให้มีอำนาจขอยืมตัวข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐอื่นตลอดจนจ้างผู้มีคุณสมบัติเหมาะสมมาบรรจุ แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรีได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั้งนี้ หน้าที่และอำนาจ การบริหารงาน และการดำเนินงานของสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี ให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการนั้น

เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคสอง ให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจัดให้สำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี มีเจ้าหน้าที่ งบประมาณ สถานที่ทำงาน อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในการทำงาน และสามารถเบิกจ่ายงบประมาณในการดำเนินการต่าง ๆ ได้ตามที่ ป.ย.ป. กำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง

มาตรา ข้อ ๕/๑

ข้อ ๕/๑[๒] เพื่อประโยชน์ในการขับเคลื่อนงานด้านการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง ให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีสนับสนุนการดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ในคำสั่งนี้ ตามความเหมาะสมหรือตามที่มีการร้องขอ โดยให้สามารถรับโอนทรัพย์สินของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาพัฒนาการเมือง และสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย มาดูแลใช้สอย รวมทั้งรับโอนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานดังกล่าวข้างต้นมาบรรจุ แต่งตั้ง หรือปฏิบัติงานในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

เพื่อให้ภารกิจในการสนับสนุนการดำเนินการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วระยะหนึ่งเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ให้โอนอัตรากำลังข้าราชการและพนักงานราชการของสำนักงานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เฉพาะในส่วนที่ยังไม่มีคนครองในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ พร้อมทั้งงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอัตรากำลังดังกล่าวไปกำหนดตำแหน่งในสังกัดสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โดยให้เป็นไปตามบัญชีรายละเอียดการตัดโอนตำแหน่งว่างและอัตราเงินเดือน ตามที่ อ.ก.พ. กระทรวง สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีเสนอนายกรัฐมนตรีเห็นชอบ ทั้งนี้ โดยให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์หรือขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องอีก และเมื่อดำเนินการเรียบร้อยแล้วให้สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีรายงานสำนักงาน ก.พ. ทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในส่วนของคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งกลั่นกรองการขับเคลื่อนภารกิจปกติ (Function) ภารกิจเชิงยุทธศาสตร์ (Agenda) และภารกิจเชิงพื้นที่หรือกลุ่มภารกิจ (Area) ในเชิงยุทธศาสตร์ให้จัดระดับความรับผิดชอบในการดำเนินการเพื่อการทำงานที่ประสานเชื่อมโยงกันเป็น ๓ ระดับดังนี้

(๑) ระดับหน่วยงานหรือกลุ่มงานที่เกี่ยวข้อง

ให้รัฐมนตรีผู้รับผิดชอบแต่ละกระทรวงหรือหน่วยงาน บังคับบัญชาหรือกำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินในส่วนของตนหรือที่ตนเป็นหน่วยงานหลักให้เป็นไปโดยเรียบร้อยในลักษณะบูรณาการ โดยใช้กลไกการบริหารราชการแผ่นดิน การร่วมมือและประสานงานกับรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับภารกิจนั้น ๆ การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล และอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย มติคณะรัฐมนตรี และระเบียบราชการที่เกี่ยวข้อง

(๒) ระดับกำกับการบริหารราชการ

ให้รองนายกรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบการกำกับดูแลการบริหารราชการแผ่นดินดังนี้

๒.๑ กำกับการบริหารราชการกระทรวงและหน่วยงานต่าง ๆ ตามคำสั่งที่คณะรัฐมนตรี หรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือมอบอำนาจ

๒.๒ สั่งและปฏิบัติราชการในฐานะเจ้ากระทรวงหรือเจ้าสังกัดหน่วยงานต่าง ๆ ตามคำสั่งที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือมอบอำนาจ

๒.๓ ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือกรรมการในคณะกรรมการต่าง ๆ ตามคำสั่งที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมายหรือมอบอำนาจ

๒.๔ ปฏิบัติหน้าที่ประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ หรือกรรมการในคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินคณะต่าง ๆ ตามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

๒.๕ กำกับติดตามการปฏิบัติราชการในภูมิภาคในจังหวัด กลุ่มจังหวัด หรือเขตตรวจราชการที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

๒.๖ รับผิดชอบ ขับเคลื่อน หรือติดตามความคืบหน้าโครงการ แผนงาน ยุทธศาสตร์ หรือประเด็นปัญหาเฉพาะเรื่องตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

๒.๗ รับผิดชอบ ขับเคลื่อน หรือกำกับดูแลกลุ่มงาน (Cluster) ในลักษณะบูรณาการ เช่น การบูรณาการกลุ่มกระทรวง งบประมาณหรือกลุ่มภารกิจตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย

(๓) ระดับบัญชาการ

ในกรณีมีปัญหา อุปสรรค หรือจำเป็นต้องขับเคลื่อนเรื่องใดให้บังเกิดผลสัมฤทธิ์ในเชิงยุทธศาสตร์โดยเร็ว นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีอาจสั่งการให้นำเรื่องนั้นเข้าพิจารณากลั่นกรองในคณะกรรมการบริหารราชการแผ่นดินเชิงยุทธศาสตร์ในระดับบัญชาการก่อนเสนอ ป.ย.ป. หรือจะให้เสนอ ป.ย.ป. พิจารณาโดยตรงก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีรับผิดชอบในการสร้างความรับรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของ ป.ย.ป. คณะกรรมการตามข้อ ๔ และสำนักงานบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี โดยประสานกับโฆษกหรือผู้รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรมประชาสัมพันธ์ และสื่อต่าง ๆ ของรัฐทุกประเภท รวมทั้งการประสานกับสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์และหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อการสร้างสื่อความรับรู้ความเข้าใจ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ นายกรัฐมนตรีอาจเสนอให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนี้ได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๓] คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๘/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐[๔]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

นุสรา/ปรับปรุง

๒๕ เมษายน ๒๕๖๐

[๑] ข้อ ๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๘/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐

[๒] ข้อ ๕/๑ เพิ่มโดยคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๘/๒๕๖๐ เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๖๐

[๓] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๙ ง/หน้า ๓๗/๑๗ มกราคม ๒๕๖๐

[๔] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๙๖ ง/หน้า ๑๒/๓ เมษายน ๒๕๖๐

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 3/2560 เรื่อง การขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ชาติ และการสร้างความสามัคคีปรองดอง (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_886f6421a443bd2f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com