法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2549

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
126
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการระงับข้อพิพาทที่เกิดจากการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

โดยอิงอยู่บนพื้นฐานของหลักการแข่งขันโดยเสรีและอย่างเป็นธรรม เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการแข่งขันและการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมให้เป็นอย่างยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕๑ (๗) และ (๘) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง

วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๕

มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และมาตรา ๒๕ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๐ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๖๑

แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

จึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งหลักเกณฑ์และวิธีการว่าด้วยการระงับข้อพิพาทที่เกิดจากการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ บรรดาประกาศ ระเบียบ หรือข้อตกลงใดที่ได้ทำ

ขึ้นโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติโทรเลขและโทรศัพท์ พ.ศ. ๒๔๗๗ พระราชบัญญัติองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย

พ.ศ. ๒๔๙๗ และพระราชบัญญัติการสื่อสารแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งได้ทำขึ้นก่อนวันที่ประกาศนี้มีผลใช้บังคับ

ให้มีผลใช้บังคับต่อไปตราบเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดในประกาศนี้

และที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติจะประกาศกำหนดเพิ่มเติมต่อไปจนกว่าประกาศ ระเบียบ

หรือข้อตกลงนั้นจะสิ้นผล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ประกาศนี้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“โครงข่ายโทรคมนาคม”

หมายความว่า กลุ่มของเครื่องโทรคมนาคมที่ต่อถึงกันโดยตรงหรือโดยผ่านเครื่องชุมสายหรือเครื่องอื่นใด

เพื่อการโทรคมนาคมระหว่างจุดหมายปลายทางที่กำหนดด้วยระบบสาย ระบบคลื่นความถี่ ระบบแม่เหล็กไฟฟ้าอื่น

ระบบใดระบบหนึ่งหรือหลายระบบรวมกันและให้หมายความรวมถึงอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก

สถานที่ โปรโตคอล โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และระบบสนับสนุนการทำงานที่จำเป็นสำหรับใช้หรือดำเนินการในการเข้าถึงเพื่อใช้และการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในทางเทคนิคด้วย

“เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม”

หมายความว่า การเชื่อมต่อระหว่างโครงข่ายโทรคมนาคมภายใต้ความตกลงทางเทคนิคและทางพาณิชย์เพื่อให้ผู้ใช้บริการของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมฝ่ายหนึ่งสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้ใช้บริการหรือใช้บริการโทรคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอีกฝ่ายหนึ่งได้

“ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม”

หมายความว่า การเข้าถึงโครงข่ายโทรคมนาคม โดยผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมภายใต้ความตกลงทางเทคนิคและทางพาณิชย์เพื่อใช้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมหรือให้บริการโทรคมนาคมผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมได้

และให้หมายความรวมถึงการให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับรับ-ส่งสัญญาณโทรคมนาคมแบบไร้สายเพื่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่น

(roaming) ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนดด้วย

“ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม”

หมายความว่า ข้อเสนอให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการในประกาศนี้

ซึ่งจัดทำโดยผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง หรือผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นใดที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

“ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม”

หมายความว่า ข้อเสนอให้บริการเข้าถึงเพื่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคมตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการในประกาศนี้

ซึ่งจัดทำโดยผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง หรือผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นใดที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

“สิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็น”

หมายความว่า สิ่งอำนวยความสะดวก การทำงานกระบวนการ หรือบริการของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม

ซึ่งจำเป็นต้องใช้สำหรับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม โดยพิจารณาจากเงื่อนไขดังนี้

(๑) ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นเจ้าของหรือมีอำนาจควบคุมการใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนั้น

(๒) ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจำเป็นต้องใช้สิ่งอำนวยความสะดวกนั้นในการให้บริการโทรคมนาคมของตน

และ

(๓) ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถทำหรือจัดให้มีได้หากพิจารณาในทางเศรษฐศาสตร์หรือทางเทคนิค

“ผู้ร้อง” หมายความว่า ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดตามประกาศนี้

“ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม”

หมายความรวมถึง ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายเป็นของตนเอง หรือผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมอื่นใดที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

“ประธานกรรมการ”

หมายความว่า ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“คณะกรรมการ”

หมายความว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาท”

หมายความว่า คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้ทำหน้าที่ดำเนินกระบวนพิจารณาและวินิจฉัยข้อพิพาทที่เกี่ยวกับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามประกาศนี้

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

หมวด

หลักการทั่วไป

ส่วนที่

หลักการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) ต้องให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

(๒) ต้องให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตน

เพื่อเป็นการเข้าถึงและใช้โครงข่ายโทรคมนาคมได้

(๓) ต้องให้บริการผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเชื่อมผ่านโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

(๔) ต้องให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมสำหรับรับ-ส่งสัญญาณโทรคมนาคมแบบไร้สาย

เพื่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายอื่น (roaming)

(๕) ต้องเสนอและจัดให้มีบริการโครงข่ายแบบแยกส่วนและสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นของโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นสามารถใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

(๖) ต้องอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นเข้าถึงและใช้ข้อกำหนดทางเทคนิคเกี่ยวกับการใช้โครงข่าย

อินเทอร์เฟส (interface) และโปรโตคอล (protocol)

หรือเทคโนโลยีที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างโครงข่ายเพื่อให้เข้าถึงเพื่อใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

ภาระหน้าที่ของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคแรกต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติในระหว่างผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทุกราย

และให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดในประกาศนี้หรือประกาศอื่น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมอาจปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมของตนเองได้เฉพาะในกรณีต่อไปนี้

(๑) โครงข่ายโทรคมนาคมที่มีอยู่ไม่เพียงพอแก่การให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) การใช้โครงข่ายโทรคมนาคมมีปัญหาทางเทคนิคที่อาจก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือเป็นเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

(๓) กรณีอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ในการปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคแรกนั้น

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องแจ้งแก่ผู้ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นหนังสือภายใน

๑๕ วันนับตั้งแต่ได้รับการขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคม พร้อมเหตุผลแห่งการปฏิเสธอย่างละเอียดและชัดเจน

รวมทั้งให้ส่งสำเนาแจ้งทางไปรษณีย์ตอบรับหรือยื่นโดยตรงแก่คณะกรรมการด้วย

หากมีกรณีการปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม คู่กรณีมีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในหมวด

๕ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาทและให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งปฏิเสธไม่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ถึงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อให้การใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเมื่อได้รับการร้องขอโดยผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องจัดให้มีบริการ ดังต่อไปนี้

(๑) บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อให้สามารถเรียกจากจุดเริ่มต้น

(call originate) หรือเรียกถึงจุดปลายทาง (call terminate) ภายในโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

และเรียกผ่าน (call transit) รวมทั้งการสลับสายหรือสลับเส้นทางบนโครงข่ายโทรคมนาคมของตนได้

(๒) บริการของผู้ประกอบการ (operator

services) ซึ่งรวมถึงบริการสอบถามเลขหมายโทรคมนาคม บริการทดสอบเลขหมายโทรคมนาคม

บริการเพื่อสาธารณะ บริการเลขหมายฉุกเฉินหรือบริการอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๓) การเข้าถึงเพื่อใช้ทรัพยากรโทรคมนาคม โครงสร้างพื้นฐานโครงข่าย

และสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม อาทิ อุปกรณ์ชุมสาย

ระบบสนับสนุนการทำงานหรือระบบจัดการบริการ เป็นต้น ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดเป็นรายกรณีไปก็ได้

(๔) บริการหรือข้อกำหนดลักษณะการใช้ทางเทคนิคที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกันระหว่างโครงข่ายโทรคมนาคม

(interoperability)

(๕) บริการส่งสัญญาณผ่านหรือข้ามโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นใดที่คณะกรรมการพิจารณาว่าเกี่ยวเนื่องอย่างมีนัยสำคัญหรือจำเป็นต่อการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เงื่อนไขและวิธีการให้บริการตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คู่กรณีตกลงกัน

แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดในประกาศนี้หรือประกาศอื่น

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องปฏิบัติต่อผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทุกรายอย่างเป็นธรรม

สมเหตุสมผล และไม่เลือกปฏิบัติในระหว่างผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทุกราย

หากผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมถูกร้องเรียนหรือถูกกล่าวหาว่าไม่ปฏิบัติตามที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายดังกล่าวมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ว่าได้ปฏิบัติโดยชอบตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องแจ้งข้อมูลที่จำเป็นและถูกต้องให้ผู้ขอรับใบอนุญาตรายอื่นที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทราบ

เพื่อให้สามารถดำเนินการเข้าถึงเพื่อใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

เมื่อได้รับการร้องขอข้อมูลที่จำเป็นเพิ่มเติมสำหรับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายจากผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายนั้นมีหน้าที่ต้องจัดให้มีและแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ภายในสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับการร้องขอ แต่ทั้งนี้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคม อาจจัดให้มีมาตรการเก็บรักษาความลับได้เท่าที่จำเป็นและสมเหตุสมผลอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปในทางธุรกิจ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องใช้มาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ซึ่งรวมถึงอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกด้วย ให้สอดคล้องกับมาตรฐาน หลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการประกาศกำหนดภายใต้บังคับของบทบัญญัติในหมวด

๓ ว่าด้วยมาตรฐานของโครงข่ายโทรคมนาคมและอุปกรณ์แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องไม่กระทำการใดๆ

อันเป็นเหตุให้การใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาตรายอื่นไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ

และต้องไม่ก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือที่อาจก่อให้เกิดเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องแจ้งรายงานสรุปข้อมูลเกี่ยวกับการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแก่คณะกรรมการทุกเดือน

ดังต่อไปนี้

(๑) รายงานข้อมูลปริมาณการใช้วงจรของโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

(๒) รายงานข้อมูลปริมาณการเรียกเข้า-ออกหรือข้อมูลการใช้วงจรบนโครงข่ายโทรคมนาคมของตน

(๓) รายงานข้อมูลจำนวนค่าตอบแทนการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้รับและชำระแก่ผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

(๔) จำนวนและความถี่ของปัญหาทางเทคนิคที่เกิดขึ้นในโครงข่ายโทรคมนาคม

(๕) จำนวนครั้งและความถี่ของเหตุการณ์ที่ไม่สามารถให้บริการได้ตามคุณภาพการให้บริการขั้นต่ำ

(๖) ข้อมูลอื่นที่คณะกรรมการเห็นสมควร

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องเก็บรักษาข้อมูลตามวรรคหนึ่งไว้เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปีนับตั้งแต่วันที่ส่งข้อมูลแก่คณะกรรมการ

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดรูปแบบ หลักเกณฑ์

หรือวิธีการเกี่ยวกับการแจ้งและเก็บรักษาข้อมูลตามวรรคหนึ่งและวรรคสองก็ได้

ส่วนที่

จุดเชื่อมต่อและเข้าถึงเพื่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การกำหนดจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นไปตามการเจรจาสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของคู่กรณี

โดยผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องเสนอและจัดให้มีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ณ จุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค และต้องไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเกินสมควร

หลักเกณฑ์และวิธีการในการพิจารณาว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมใดเป็นจุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

โดยคณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณาและระบุจุดเชื่อมต่อที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิคก็ได้

ทั้งนี้ ให้ถือว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังต่อไปนี้เป็นจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

(ก) ชุมสายท้องถิ่น (local switches)

(ข) ชุมสายต่อผ่าน (tandem switches)

(ค) ชุมสายโทรศัพท์ทางไกล (toll

switches)

(ง) ชุมสายโทรศัพท์ทางไกลระหว่างประเทศ (international

switches)

(จ) ชุมสายต่อผ่านเฉพาะกิจ (dedicated

tandem switches)

(ฉ) จุดส่งผ่านสัญญาณ (signal transfer

points)

(ช) สถานีสื่อสัญญาณโทรคมนาคม (transmission

stations) ซึ่งรวมถึงสถานีเคเบิ้ลขึ้นฝั่ง (cable

landing stations) ด้วย และ

(ซ) จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมปัจจุบันหรือที่เคยให้มีการเชื่อมต่อไว้แล้ว

ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมาใช้บังคับกับกรณีของจุดเข้าถึงเพื่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคมด้วยโดยอนุโลม

โดยคณะกรรมการอาจประกาศกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ หากมีการร้องขอเชื่อมต่อจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นนอกเหนือจากจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเสนอไว้

และผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายนั้นไม่สามารถจัดให้มีจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมนั้นตามที่ร้องขอได้

โดยให้เหตุผลว่าจุดเชื่อมต่อโครงข่ายดังกล่าวไม่ใช่จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีความเป็นไปได้ทางเทคนิค

หรือการให้เชื่อมต่อ ณ จุดดังกล่าวก่อให้เกิดปัญหาทางเทคนิคที่อาจก่อให้เกิดการรบกวนกิจการโทรคมนาคมหรือเป็นเหตุขัดขวางการโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าว

ต้องแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อเป็นหนังสือภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับตั้งแต่วันที่ได้รับการร้องขอ

พร้อมเหตุผลในการปฏิเสธโดยละเอียด

ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีสิทธิร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในหมวด

๕ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท และให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมซึ่งปฏิเสธไม่เชื่อมต่อ

ณ จุดเชื่อมต่อที่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมร้องขอมีหน้าที่ต้องพิสูจน์ถึงเหตุแห่งการปฏิเสธนั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องจัดให้มีวงจรรับ-ส่งสัญญาณและอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างเพียงพอ

ณ จุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมสามารถให้บริการด้วยคุณภาพที่ดีได้

ทั้งนี้ คุณภาพของบริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขว่าด้วยมาตรฐานบริการที่ดีตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจากแต่ละสถานีปลายทางของโครงข่ายโทรคมนาคมของตนไปยังจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เว้นแต่จะมีการตกลงไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การจัดวางและบำรุงรักษาอุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก

และค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นไปตามที่คู่กรณีตกลงกันเว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นตามประกาศนี้

หากผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องการขอใช้สถานที่หรือพื้นที่

สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเชื่อมต่อ ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งความประสงค์และรายละเอียดที่จำเป็นอย่างชัดเจนเป็นหนังสือแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อต้องจัดหาสถานที่หรือพื้นที่ตามที่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อร้องขอตามวรรคสองโดยมิชักช้า

และต้องมีเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล ไม่เลือกปฏิบัติ โปร่งใส และเรียกเก็บค่าตอบแทนหรือค่าบริการที่อิงต้นทุน

(cost-based basis)

หากผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถจัดหาสถานที่หรือพื้นที่ตามที่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมร้องขอตามวรรคสองได้

เนื่องจากเหตุผลทางเทคนิคหรือข้อจำกัดด้านพื้นที่ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดหาพื้นที่ใกล้เคียงหรือจัดให้มีมาตรการอื่น

เพื่อให้ติดตั้งอุปกรณ์และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้โดยมิชักช้าและทั้งนี้ จะต้องไม่ก่อให้เกิดภาระแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเกินสมควร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยินยอมให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเข้าไปซ่อมแซมหรือบำรุงรักษาอุปกรณ์ในสถานที่หรือพื้นที่ร่วมได้ตามความเหมาะสมตลอดเวลา

ในการให้เข้าใช้สถานที่หรือพื้นที่ร่วมตามข้อ ๑๕ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอาจกำหนดมาตรการด้านความปลอดภัยหรือการเก็บรักษาความลับสำหรับการเข้าใช้สถานที่หรือพื้นที่ร่วมก็ได้

แต่มาตรการดังกล่าวต้องสมเหตุสมผล เหมาะสม และไม่เลือกปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องมีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบให้ชัดเจนระหว่างคู่กรณี

โดยเฉพาะการกำหนดภาระหน้าที่หรือความเป็นเจ้าของในอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

รวมทั้งมาตรการกำหนดภาระหน้าที่ในการควบคุมดูแลและบำรุงรักษาทรัพย์สินดังกล่าว

ส่วนที่

ค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในประกาศนี้

หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการเกี่ยวกับการเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นไปตามที่คู่กรณีเจรจาตกลง

ซึ่งต้องมีความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติระหว่างผู้รับใบอนุญาตทุกราย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายต้องจัดให้มีการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วนตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

ให้คณะกรรมการมีอำนาจประกาศกำหนดส่วนประกอบของโครงข่ายโทรคมนาคม

(network elements) ที่ต้องจัดให้มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วน

(unbundling) โดยคณะกรรมการอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อทำหน้าที่พิจารณาและระบุส่วนประกอบของโครงข่ายโทรคมนาคมที่ต้องจัดให้มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วนก็ได้

ทั้งนี้ ตัวอย่างของส่วนประกอบของโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วน

มีดังนี้

(ก) วงจรท้องถิ่นสำหรับผู้ใช้บริการ (local

subscriber loops)

(ข) อุปกรณ์สื่อสัญญาณและอุปกรณ์สลับสายท้องถิ่น

(local switch and transmission equipment)

(ค) สายเคเบิ้ลหลักสำหรับโครงข่ายท้องถิ่น (local

trunks)

(ง) อุปกรณ์สื่อสัญญาณและอุปกรณ์สลับสายทางไกล

(toll switching and transmission equipment)

(จ) สายเคเบิ้ลหลักสำหรับโครงข่ายทางไกล (long

distance trunks)

(ฉ) อุปกรณ์สื่อสัญญาณและอุปกรณ์สลับสายระหว่างประเทศ

(international switching and transmission equipment)

(ช) อุปกรณ์เชื่อมต่อโครงข่าย (network

interface equipment)

(ซ) อุปกรณ์และบริการสอบถาม (directory

equipment and services) และ

(ฌ) อุปกรณ์สำหรับการรับ-ส่งสัญญาณเรียกของโครงข่าย

(signaling network equipment)

เว้นแต่จะกำหนดไว้ในประกาศของคณะกรรมการ อัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วนให้เป็นไปตามที่เจรจาตกลงไว้ในสัญญา

ทั้งนี้ การเรียกเก็บอัตราค่าตอบแทน การใช้หรือเชื่อมต่อสิ่งอำนวยความสะดวกที่จำเป็นต้องคิดในอัตราอิงต้นทุน

(cost-based basis)

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเรียกเก็บค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามต้นทุนของส่วนประกอบของโครงข่ายโทรคมนาคมที่แยกส่วนในอัตราสะท้อนต้นทุน

(cost-oriented basis) และแจ้งอัตราค่าตอบแทนดังกล่าว พร้อมรายละเอียดที่จำเป็นแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทราบ

ให้ถือว่าวิธีการคำนวณแบบต้นทุนส่วนเพิ่มระยะยาว

(long run incremental cost) อาทิ

วิธีการแบบการคำนวณต้นทุนส่วนเพิ่มเฉลี่ยระยะยาว (long-run average

incremental costs) ต้นทุนส่วนเพิ่มระยะยาวของส่วนประกอบทั้งหมด (total

element long-run incremental costs) และต้นทุนส่วนเพิ่มระยะยาวของบริการทั้งหมด

(total service long-run incremental costs) เป็นวิธีการคำนวณที่สะท้อนต้นทุนที่คณะกรรมการให้ความเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องพิจารณาทบทวนอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่ทุกปี

และหากมีการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าตอบแทนจะต้องแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

และคณะกรรมการทราบล่วงหน้าอย่างน้อยเก้าสิบวัน พร้อมแสดงหลักฐานหรือสาเหตุที่ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงค่าตอบแทนดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องเปิดเผยหลักการและวิธีการคิดคำนวณค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแก่คณะกรรมการอย่างชัดแจ้งและเพียงพอ

เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบและตรวจสอบความถูกต้องของการคิดคำนวณต้นทุนได้

ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงวิธีการคิดคำนวณต้นทุนค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งให้แก่ผู้รับอนุญาตรายอื่นและคณะกรรมการทราบรายละเอียดของวิธีการคิดคำนวณแบบใหม่

พร้อมเหตุผลของการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาเห็นชอบ และคณะกรรมการต้องเปิดโอกาสให้ผู้รับอนุญาตรายอื่นโต้แย้งหรือคัดค้านได้ตามหลักเกณฑ์หรือวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจมอบหมายให้คณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดก็ได้

หากคณะกรรมการให้ความเห็นชอบวิธีการคิดคำนวณต้นทุนค่าตอบแทนตามวรรคสองให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งให้แก่ผู้รับอนุญาตรายอื่นทราบเป็นการล่วงหน้าอย่างน้อยหกเดือน

จึงจะมีผลใช้บังคับได้

ส่วนที่

การจัดเก็บและการแบ่งค่าบริการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดเก็บค่าบริการและการแบ่งค่าบริการสำหรับกรณีที่มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้เป็นไปตามที่คู่กรณีเจรจาตกลง

เว้นแต่จะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ยกเว้นบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศและกิจการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นเจ้าของโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้ใช้บริการโทรคมนาคมต้นทางเป็นผู้จัดเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการ

และให้รับผิดชอบหนี้สูญของผู้ใช้บริการต้นทาง โดยไม่สามารถยกขึ้นกล่าวอ้างการชำระค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับอนุญาตรายอื่นได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ กรณีบริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศและกิจการอื่นที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นผู้ให้บริการโทรคมนาคมระหว่างประเทศเป็นผู้จัดเก็บค่าบริการจากผู้ใช้บริการต้นทาง

และให้รับผิดชอบหนี้สูญของผู้ใช้ต้นทาง โดยไม่สามารถยกขึ้นกล่าวอ้างการชำระค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับผู้รับอนุญาตรายอื่นได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดให้มีอุปกรณ์บันทึกปริมาณการเรียกเข้า-ออกหรือปริมาณทราฟฟิค

(traffic) อย่างเพียงพอ เพื่อบันทึกการให้บริการใช้หรือบริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

พร้อมจัดให้มีการบำรุงรักษาและตรวจสอบความถูกต้องของอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างสม่ำเสมอ

ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งบันทึกปริมาณการเรียกเข้า-ออก

ในโครงข่ายโทรคมนาคมที่เชื่อมต่อแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ตามเงื่อนไขและวิธีการที่ตกลงกันไว้ในสัญญา ทั้งนี้ บันทึกการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ต้องมีรายละเอียดเพียงพอที่จะให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมสามารถตรวจสอบความถูกต้องได้

หมวด

ข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ผู้ขอรับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องจัดทำข้อเสนอการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของตนพร้อมทั้งจัดทำข้อมูลแสดงการคำนวณอัตราค่าตอบแทนการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและข้อมูลต้นทุนโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วนสำหรับการให้บริการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

โดยให้นำส่งเป็นเอกสารประกอบการยื่นคำขอใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมเพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา

ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ข้อเสนอการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นเอกสารแสดงเจตนาเสนอให้ใช้บริการโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีเงื่อนไขในเชิงพาณิชย์และเทคนิคที่ชัดเจนและเพียงพอ

โดยต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่างๆ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) รายละเอียดของโครงข่ายโทรคมนาคม และบริการที่จะอนุญาตให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

รวมถึงข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมที่จะใช้บังคับรวมถึงกระบวนการและระยะเวลาเจรจาข้อตกลงการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) ข้อกำหนดรายละเอียดและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมอย่างชัดเจน

รวมถึงความสามารถของโครงข่ายในการรองรับปริมาณทราฟฟิคของโครงข่ายโทรคมนาคมและข้อกำหนดคุณภาพของการให้บริการขั้นต่ำ

(๓) กระบวนการและวิธีการเข้าถึงเพื่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งจุดที่ให้เข้าถึงเพื่อใช้โครงข่ายโทรคมนาคม และพื้นที่ติดตั้งอุปกรณ์

(๔) รายละเอียดเกี่ยวกับอาคารสถานที่ สาธารณูปโภค

และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ที่ต้องใช้สำหรับการเข้าถึงหรือใช้โครงข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งเงื่อนไขการเข้าใช้และค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการใช้อาคารสถานที่

สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น

(๕) อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม ทั้งนี้

อัตราค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องคำนวณโดยพิจารณาจากต้นทุนของบริการโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วนสำหรับการให้บริการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๖) ข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเรียกเก็บและการชำระค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่ใช้โครงข่ายโทรคมนาคมสามารถไปเรียกเก็บจากผู้ใช้บริการของตนได้

(๗) ข้อกำหนดเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการรักษาความลับ การเปิดเผยข้อมูล และมาตรการด้านความปลอดภัย

(๘) เงื่อนไขและขั้นตอนการร้องขอใช้บริการใหม่และการเปลี่ยนแปลงระบบ

(๙) ขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลาดำเนินการต่อข้อร้องเรียนและข้อโต้แย้งที่มีกับผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้โครงข่ายโทรคมนาคมเกี่ยวกับคุณภาพหรือบริการ

และค่าตอบแทนการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๐) บทลงโทษหรือค่าปรับจากการผิดเงื่อนไขของสัญญา

(๑๑) ตัวอย่างสัญญามาตรฐานในการใช้โครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๒) บุคคลและสถานที่ที่ติดต่อได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ข้อเสนอการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นเอกสารแสดงเจตนาเสนอให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีเงื่อนไขในเชิงพาณิชย์และเทคนิคที่ชัดเจนและเพียงพอ

โดยต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่างๆ อย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) ข้อกำหนดและเงื่อนไขสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่จะใช้บังคับ

รวมถึงกระบวนการและระยะเวลาเจรจาข้อตกลงการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) ข้อกำหนดรายละเอียดและมาตรฐานทางเทคนิคสำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอย่างชัดเจน

รวมถึงข้อกำหนดคุณภาพการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมขั้นต่ำ

(๓) กระบวนการและวิธีการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งจุดที่เสนอให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๔) อาคารสถานที่ สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ

ที่ต้องใช้สำหรับการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม รวมทั้งค่าตอบแทนที่เกิดขึ้นจากการใช้อาคารสถานที่

สาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านั้น

(๕) อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ทั้งนี้ อัตราค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องคำนวณโดยพิจารณาจากต้นทุนโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วน

สำหรับการให้บริการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๖) ข้อมูลเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการสำหรับการเรียกเก็บ

การแบ่ง และการชำระค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๗) ข้อกำหนดเกี่ยวกับหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับการรักษาความลับ การเปิดเผยข้อมูล และมาตรการด้านความปลอดภัย

(๘) เงื่อนไขและขั้นตอนการร้องขอใช้บริการใหม่และการเปลี่ยนแปลงระบบ

(๙) ขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลาดำเนินการต่อข้อร้องเรียนและข้อโต้แย้งที่มีกับผู้รับใบอนุญาตที่ขอเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเกี่ยวกับคุณภาพหรือบริการ

และค่าตอบแทนการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๐) บทลงโทษหรือค่าปรับจากการผิดเงื่อนไขของสัญญาเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๑) ตัวอย่างสัญญามาตรฐานในการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๑๒) บุคคลและสถานที่ที่ติดต่อได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจประกาศกำหนดเงื่อนไขอื่นเพิ่มเติมก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ข้อเสนอการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามข้อ

๒๘ และข้อ ๒๙ ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) มีเงื่อนไขอันเป็นการเลือกปฏิบัติ แบ่งแยก หรือกีดกันผู้รับใบอนุญาตรายอื่น

(๒) มีเงื่อนไขที่ไม่สมเหตุสมผลที่อาจเป็นเหตุให้เกิดการผูกขาด

หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการโทรคมนาคม

(๓) มีอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ไม่สมเหตุสมผลหรือมีอัตราสูงเกินส่วนจนอาจเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบต่อค่าบริการของผู้ใช้บริการ

หรือเป็นการกีดกันการเข้าตลาดหรือไม่เอื้ออำนวยต่อการแข่งขันอย่างเป็นธรรม

(๔) มีเงื่อนไขทำให้ผู้ใช้บริการเสียประโยชน์

(๕) มีเงื่อนไขอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่ารายละเอียดข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ครบถ้วนเพียงพอหรือไม่ชัดเจนตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๘ และข้อ ๒๙ หรือเห็นว่ามีลักษณะต้องห้ามตามข้อ ๓๐ คณะกรรมการอาจเรียกให้ผู้ที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องพิสูจน์แสดงหลักฐานหรือเอกสาร

แถลงเหตุผลและความจำเป็นถึงที่มาของข้อเสนอทางเทคนิคหรือของอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าวได้

ในการพิจารณาเพื่อกำหนดรายละเอียดข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมหรืออัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่ง

หากเห็นสมควรคณะกรรมการอาจขอความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือบุคคลที่สาม หรือจัดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องก็ได้

เมื่อคณะกรรมการได้รับข้อมูลประกอบการพิจารณาเพียงพอแล้ว

คณะกรรมการจะเป็นผู้พิจารณาว่าเอกสาร หรือหลักฐานที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมได้นำเสนอนั้นสมเหตุสมผลหรือไม่

ทั้งนี้ การพิจารณาของคณะกรรมการต้องกระทำให้เสร็จสิ้น ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมส่งหลักฐานหรือเอกสารตามความในวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาตามความในข้อ ๓๑ แล้วอาจมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง

ดังต่อไปนี้

(๑) เห็นชอบให้ประกาศใช้ข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) สั่งให้ปรับปรุงข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม และอาจสั่งให้ใช้อัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอัตราใดอัตราหนึ่งที่คณะกรรมการเห็นสมควรไปก่อนเป็นการชั่วคราว

ในระหว่างที่มีการปรับปรุงข้อเสนอหรือปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายนั้นต้องให้ผู้รับใบอนุญาตรายอื่นใช้หรือเชื่อมต่อกับโครงข่ายโทรคมนาคมของตนไปพลางก่อนตามข้อกำหนดและเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด

(๓) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมไม่คิดคำนวณอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามต้นทุนโครงข่ายโทรคมนาคมแบบแยกส่วนสำหรับการ

ให้บริการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม หรือในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าอัตราค่าตอบแทนค่าใช้หรือค่าเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สมเหตุสมผลหรือสูงเกินไป

คณะกรรมการมีอำนาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายนั้นจะต้องจัดทำขั้นตอนและแผนปรับโครงสร้างการคิดค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเสนอต่อคณะกรรมการภายในระยะเวลาที่กำหนด

เพื่อขออนุมัติจากคณะกรรมการเป็นรายกรณี ทั้งนี้ คณะกรรมการมีอำนาจพิจารณาตัดสินในแต่ละขั้นตอน

หรือกำหนดอัตราค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามที่คณะกรรมการเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ หลังจากข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการแล้ว

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องประกาศเผยแพร่ข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมดังกล่าวเป็นการทั่วไป

เพื่อให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทราบ พร้อมต้องจัดให้มีการอำนวยความสะดวกในการขอเอกสารข้อเสนอและต้องไม่จัดเก็บค่าเอกสารหรือค่าดำเนินการอย่างไม่สมเหตุสมผล

การขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน

โดยให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมยื่นคำขอเป็นหนังสือชี้แจงถึงความจำเป็นและเหตุผลในการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลง

พร้อมนำเสนอเอกสารและหลักฐานประกอบ ดังต่อไปนี้

(๑) แผนการดำเนินการสำหรับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม

(๒) รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบต่อการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมต่อการให้บริการโทรคมนาคมของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมรายอื่น

(๓) รายงานการวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมของการให้บริการโทรคมนาคมของตนเอง

ทั้งนี้ ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๓๑ และข้อ ๓๒ มาใช้บังคับการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติม เว้นแต่เป็นกรณีแก้ไขข้อผิดพลาดเล็กน้อยที่ไม่ใช่สาระสำคัญ

ในกรณีที่เป็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มเติมข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมในสาระสำคัญ

ซึ่งอาจมีผลกระทบโดยนัยสำคัญต่อการแข่งขัน หรืออาจกระทบต่อประโยชน์สาธารณะ หรือมีเหตุจำเป็นต้องคุ้มครองผู้บริโภคเป็นพิเศษ

คณะกรรมการอาจพิจารณาเสมือนเป็นการยื่นข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมใหม่

หมวด

ขั้นตอนและกระบวนการเจรจาสัญญา

ส่วนที่

การขอใช้หรือการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ในการขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม ผู้รับใบอนุญาตที่จะขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องจัดทำเป็นหนังสือแสดงเจตจำนงโดยชัดแจ้งแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมว่าต้องการขอทำสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

และจะต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

(๑) บริการที่ต้องการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

รวมทั้งคุณภาพและปริมาณที่ต้องการของบริการและรายละเอียดทางเทคนิคอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๒) รูปแบบการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่ต้องการ

และสถานที่ที่จะเป็นจุดเข้าถึงเพื่อใช้หรือจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๓) บริการโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ต้องการใช้บริการ

(๔) วัน ระยะเวลา และสถานที่ที่ต้องการเข้าใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๕) ข้อเสนอหรือเงื่อนไขที่ต้องการเจรจาเพิ่มเติมหรือปรับเปลี่ยนจากข้อเสนอของผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๖) ข้อมูลอื่นที่จำเป็นสำหรับการเข้าใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

(๗) บุคคลและสถานที่ที่ติดต่อได้

ผู้รับใบอนุญาตที่จะขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งการขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแก่คณะกรรมการ

พร้อมส่งสำเนาหนังสือขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมให้แก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมด้วย

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ

หรือรูปแบบมาตรฐานการขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพิ่มเติมก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมประสงค์จะเข้าถึงเพื่อใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ณ จุดอื่นเพิ่มเติมนอกเหนือจากจุดเข้าถึงเพื่อใช้หรือจุดเชื่อมต่อที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเสนอไว้

ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือ

พร้อมเอกสารแสดงจุดเข้าถึงเพื่อใช้หรือจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม และรายละเอียดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและคณะกรรมการ

ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ

เท่าที่จำเป็นที่เกิดจากการก่อสร้างและการให้บริการจุดเข้าถึงเพื่อใช้หรือจุดเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพิ่มเติมนั้นแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

โดยผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นผู้แจ้งจำนวนเงินค่าใช้จ่ายโดยประมาณแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อพิจารณา

พร้อมกับหนังสือแสดงความประสงค์ตามวรรคแรก

หากเกิดข้อพิพาทในเรื่องจำนวนค่าใช้จ่ายตามวรรคสอง

ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นคู่กรณีสามารถร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในหมวด

๕ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมประสงค์จะใช้พื้นที่

อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกของผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมนอกเหนือจากข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องแจ้งความประสงค์เป็นหนังสือ

พร้อมเอกสารแสดงรายละเอียดทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและคณะกรรมการ

ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นผู้รับผิดชอบในค่าใช้จ่ายต่างๆ

เท่าที่จำเป็นที่เกิดจากการก่อสร้างและการให้บริการ ณ จุดเข้าถึงเพื่อใช้หรือจุดเชื่อมต่อเพิ่มเติมนั้นแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

โดยผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อต้องเป็นผู้แจ้งจำนวนเงินค่าใช้จ่ายโดยประมาณแก่ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพื่อพิจารณา

พร้อมกับหนังสือแสดงความประสงค์ตามวรรคแรก

หากมีข้อพิพาทในเรื่องการใช้พื้นที่ อุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกร่วมหรือจำนวนค่าใช้จ่าย

ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นคู่กรณีสามารถร้องขอให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการในหมวด

๕ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท

ส่วนที่

การเจรจาเงื่อนไขสัญญา

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีสิทธิและเสรีภาพในการเจรจาเงื่อนไขสัญญาใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายได้อย่างอิสระ

แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายและหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในประกาศของคณะกรรมการ

การพิจารณาการก่อเกิดของสัญญาและความสมบูรณ์ของสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ให้นำหลักประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยสัญญามาใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การเจรจาขอทำสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องดำเนินการเจรจาทำความตกลงในเงื่อนไขต่างๆ

ของสัญญาด้วยเจตนาสุจริต

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมมีหน้าที่ต้องจัดให้มีจุดติดต่ออย่างเพียงพอและเหมาะสมตามแนวปฏิบัติทางการค้า

เพื่อให้บริการสอบถามข้อมูลและติดต่อเจรจาสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมและผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องเจรจาเกี่ยวกับสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามแนวทางในข้อเสนอการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ทั้งนี้ ให้ถือว่าวันที่ผู้ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้รับหนังสือขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นวันเริ่มต้นของการเจรจา

หากผู้รับใบอนุญาตทั้งสองฝ่ายไม่สามารถตกลงกันได้ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันเริ่มต้นของการเจรจา

ให้ถือว่ามีข้อพิพาทเกิดขึ้น และคู่กรณีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธินำข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการระงับข้อพิพาทตามหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการที่กำหนดไว้ในหมวด ๕ ว่าด้วยกระบวนการระงับข้อพิพาท

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดส่งสำเนาสัญญาให้กับคณะกรรมการภายในสิบวันนับตั้งแต่วันที่คู่สัญญาทุกฝ่ายได้มีการลงนามในสัญญา

พร้อมแจ้งรายละเอียดของเงื่อนไขในสัญญาที่แตกต่างหรือเพิ่มเติมจากข้อเสนอให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

คณะกรรมการอาจขอให้ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจัดส่งข้อมูลเพิ่มเติมหรือเรียกผู้รับใบอนุญาตที่เป็นคู่กรณีมาให้ถ้อยคำก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ภายใต้บังคับของมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔ หากคณะกรรมการเห็นว่าข้อกำหนดในสัญญาดังกล่าวไม่เป็นไปตามลักษณะหรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในมาตรา

๒๗ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือขัดต่อกฎหมายอื่น

คณะกรรมการอาจสั่งให้ดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่กำหนด

เมื่อคณะกรรมการมีคำสั่งให้แก้ไขข้อกำหนดในสัญญาตามวรรคหนึ่ง

และครบกำหนดระยะเวลาที่คณะกรรมการให้แก้ไขสัญญา

(๑) ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ยินยอมแก้ไขสัญญาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

ให้เป็นไปตามหมวด ๙ ว่าด้วยการบังคับทางปกครองแห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔

(๒) ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ยินยอมแก้ไขสัญญาให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด

ให้ถือว่าสัญญาดังกล่าวเป็นโมฆะ

หากคู่กรณีตกลงแก้ไขสัญญาเรียบร้อยแล้ว ให้คู่กรณีที่คณะกรรมการสั่งให้แก้ไขสัญญาจัดส่งสำเนาสัญญาที่แก้ไขแล้วแก่คณะกรรมการภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเปิดเผยสัญญาการใช้หรือการเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นการทั่วไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าจำเป็นและสมควร ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัยข้อพิพาทหรือระหว่างกระบวนการระงับข้อพิพาท

คณะกรรมการอาจสั่งให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไปพลางก่อนตามเงื่อนไขของสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีอยู่เดิม

หรือตามเงื่อนไขสัญญาใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอื่นประเภทเดียวกัน หรือตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

ส่วนที่

การให้บริการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เมื่อสามารถตกลงทำสัญญาใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมแล้ว

ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องจัดให้มีการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมโดยมิชักช้าตามที่ตกลงไว้ในสัญญา

โดยต้องไม่เลือกปฏิบัติแก่ผู้รับใบอนุญาตรายใดรายหนึ่ง

หากผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่สามารถดำเนินการจัดให้มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมภายในระยะเวลาที่คู่สัญญาตกลงกันไว้

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายมีหน้าที่แจ้งให้ผู้รับใบอนุญาตที่ขอใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมทราบโดยมิชักช้า

พร้อมทั้งแจ้งเหตุผลของความล่าช้าดังกล่าวด้วย หากเหตุที่อ้างความล่าช้านั้นไม่สมเหตุสมผล

ให้ถือว่าผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีเจตนาไม่สุจริต

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องประกันคุณภาพการให้บริการและให้บริการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามที่กำหนดไว้ในสัญญาใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

การผิดนัดชำระหนี้ค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมไม่ถือเป็นเหตุให้ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมมีสิทธิยกเลิกสัญญา

หรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการ เว้นแต่จะได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการก่อน

การยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน

หากเป็นกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมประสงค์จะยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

หรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมเพียงฝ่ายเดียว

ให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมรายนั้นต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือ พร้อมทั้งรายละเอียดและเหตุผลการขอยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาหรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการ

เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณา ในกรณีที่เห็นสมควร คณะกรรมการอาจกำหนดมาตรการชั่วคราวเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะก็ได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการอาจกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการยกเลิกสัญญาหรือระงับการให้บริการหรือลดคุณภาพของการให้บริการก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ หากมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีผลกระทบต่อการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม

ผู้รับใบอนุญาตที่ให้ใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมจะต้องแจ้งแก่คณะกรรมการ และต้องประกาศให้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงแก้ไขดังกล่าวเป็นการทั่วไปและล่วงหน้า

โดยให้ระยะเวลาไม่น้อยกว่าหกเดือน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ภายใต้บังคับของบทบัญญัติมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม

พ.ศ. ๒๕๔๔ ผู้รับใบอนุญาตที่เป็นคู่สัญญาการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมอาจยื่นคำร้องขอให้คณะกรรมการอนุญาตหรือให้มีการทบทวนค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมได้

การร้องขอทบทวนค่าตอบแทนการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เพื่อประโยชน์ในการรักษาความมั่นคงของชาติ หรือเพื่อป้องกันภัยพิบัติที่อาจเกิดความเสียหายต่อส่วนรวม

หรือเพื่อการดำเนินการให้เป็นประโยชน์สาธารณะเป็นส่วนรวมคณะกรรมการอาจสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตที่มีโครงข่ายโทรคมนาคมต้องยินยอมให้มีการใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมกับหน่วยงานของรัฐ

การใช้หรือเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไขหรือวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

126 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยการใช้และเชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_88f4cd2c585cd896

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com