法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ. 2543 (Update ณ วันที่ 24/12/2545)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
85
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

ระเบียบสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

ว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๓

เพื่อให้การดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุ

เป็นไปด้วยความเรียบร้อยคล่องตัว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาศัยอำนาจตามความข้อ

๓๔ และข้อ ๗๐ แห่งระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยการเงิน การบัญชี

และการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ จึงออกระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

"ระเบียบสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. ๒๕๔๓"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับนับตั้งแต่ถัดจากวันประกาศ

๗ วัน เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ผู้จัดการฝ่ายบริหารเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หมวดที่ ๑

ข้อความทั่วไป

นิยาม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

"สถาบัน"

หมายถึง สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานของสถาบันฯ ด้วย

"คณะกรรมการ"

หมายถึง คณะกรรมการที่ปฏิบัติงานตามระเบียบนี้

"หน่วยงานของสถาบัน"

หมายถึง สำนักงานผู้อำนวยการ ฝ่ายงานห้องปฏิบัติการ ส่วนงาน

หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น

"ผู้อำนวยการ"

หมายถึง ผู้อำนวยการของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และให้

หมายความรวมถึงผู้ที่รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

"หัวหน้างานพัสดุ"

หมายถึง หัวหน้างานพัสดุของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ และ

ให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งได้รับแต่งตั้งจากผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติให้ปฏิบัติหน้าที่เช่นเดียวกับงานพัสดุด้วย

และให้หมายความรวมถึงผู้ที่ดำรงตำแหน่งบริหารจัดการงานพัสดุของสถาบัน

ซึ่งได้กำหนดไว้ตามโครงสร้างตำแหน่ง

"พนักงานพัสดุ"

หมายถึง

พนักงานพัสดุของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการพัสดุหรือผู้ที่ได้รับแต่งตั้งจากผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ

ให้มีหน้าที่หรือปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพัสดุตามระเบียบนี้

"พนักงาน"

หมายถึง พนักงานหรือลูกจ้างของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติและให้หมายความรวมถึงพนักงานตามสัญญาจ้างพิเศษด้วย

"ผู้เสนอราคา"

หมายถึง นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านการซื้อขาย

การแลกเปลี่ยน การให้ การรับจ้าง หรือการออกแบบ การควบคุมงานการก่อสร้าง

หรือส่วนราชการ สถาปนิก วิศวกร หรือผู้ชำนาญการสาขาใดสาขาหนึ่ง

"การพัสดุ"

หมายถึง การซื้อ การจ้าง การจัดทำเอง การจ้างออกแบบ การจ้างควบคุมงาน

การจ้างเหมาบริการ การแลกเปลี่ยน การประกันภัย การเช่า การควบคุม การจำหน่าย

การจำหน่ายเป็นสูญ และการดำเนินการอื่น ๆ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

"พัสดุ"

หมายถึง วัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดิน และสิ่งก่อสร้าง

"ครุภัณฑ์"

หมายถึง สิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรหรือมีอายุการใช้งานยืนนาน

"วัสดุ"

หมายถึง สิ่งของที่มีความหมดเปลืองจากการใช้ ชำรุด หรือเสื่อมสภาพได้ง่าย

หรือสิ่งของที่ใช้เพื่อการบำรุงรักษา ซ่อมแซมหรือเสริมสร้างปรับปรุงพัสดุรวมทั้งอะไหล่

หรือชุดอะไหล่ หรือส่วนประกอบของครุภัณฑ์หลัก ทั้งนี้

ให้หมายความรวมถึงสิ่งของที่มีลักษณะคงทนถาวรหรือมีอายุการใช้ยืนนานแต่มีราคาต่ำ

ตามที่สถาบันกำหนดไม่ให้เป็นครุภัณฑ์

"จัดหา"

หมายถึง วิธีดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งพัสดุตามระเบียบนี้ ได้แก่ การซื้อ การจ้าง

การจัดทำเอง การแลกเปลี่ยน การเช่า การประกันภัย เป็นต้น

"การซื้อ"

หมายถึง การซื้อพัสดุทุกชนิดรวมตลอดถึงการซื้อพัสดุที่มีการติดตั้งทดลอง

และบริการที่เกี่ยวเนื่องอื่น ๆ ด้วย แต่ไม่รวมถึงการจัดหาพัสดุในลักษณะการจ้าง

"การจ้าง"

หมายถึง การจ้างทำของและหรือการรับขน การจ้างเหมาบริการ การจ้างออกแบบ

การจ้างควบคุมงานก่อสร้างอาคาร

"การจ้างเหมาบริการ"

หมายถึง การจ้างที่มีลักษณะในรูปของการบริการหรือให้บริการต่าง ๆ

"การจัดทำเอง"

หมายถึง การที่สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ดำเนินการจัดทำพัสดุขึ้นเอง

"การจ้างออกแบบ"

หมายถึง

การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านออกแบบก่อสร้าง

และหรือตกแต่งภายใน

"การจ้างควบคุมงาน"

หมายถึง

การจ้างบริการจากนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ประกอบธุรกิจบริการด้านควบคุมงานก่อสร้าง

"การจ้างแบบเหมาบริการ"

หมายถึง การจ้างตั้งแต่ขั้นการออกแบบ การควบคุมงาน และการลงมือก่อสร้าง

จนถึงการส่งมอบ โดยผู้รับเหมารายเดียวหรือหลายรายในสัญญาฉบับเดียวกัน

"การประกันภัย"

หมายถึง การประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ซึ่งสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติเป็นผู้เอาประกันภัย

"งานก่อสร้าง"

หมายถึง งานที่สร้างหรือทำขึ้นมีลักษณะมั่นคงและหรือถาวรได้แก่ อาคาร ถนน โรงรถ

ระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบโทรศัพท์ และระบบบำบัดน้ำเสีย เป็นต้น

และให้หมายความรวมถึงงานปรับปรุง ซ่อมแซม ตกแต่งหรือต่อเติม งานรื้อถอน

และงานเคลื่อนย้ายอาคารด้วย

"อาคาร"

หมายถึง สิ่งปลูกสร้างถาวรที่บุคคลอาจเข้าอยู่หรือใช้สอยได้ เช่น อาคารที่ทำการ

สถานพยาบาล โรงเรียน สนามกีฬา สถานีนำร่อง

หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่นที่มีลักษณะทำนองเดียว และรวมตลอดถึงสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ

ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ใช้สอยสำหรับอาคารนั้น เช่น เสาธง รั้ว ท่อระบายน้ำ หอถังน้ำ

ถนน ประปา และสิ่งอื่น ๆ ซึ่งเป็นส่วนประกอบตัวอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ลิฟต์

เฟอร์นิเจอร์ ฯลฯ และสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ

ซึ่งเป็นที่เชิดชูคุณค่าทางด้านศิลปกรรมหรือสถาปัตยกรรม เช่น อนุสาวรีย์

หรืองานที่ต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูง

"หน่วยงานราชการ"

หมายถึง ส่วนราชการตามพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดินหรือส่วนราชการตามกฎหมายอื่น

และให้หมายความรวมถึงรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย

นโยบายการพัสดุ การใช้บังคับและการมอบอำนาจ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การจัดหาพัสดุ

ให้สถาบันดำเนินการตามหลักเกณฑ์ ดังนี้

(๑)

ต้องจัดหาพัสดุที่มีคุณภาพเหมาะสมตามลักษณะการใช้งาน

(๒)

ต้องจัดหาพัสดุให้ได้ในราคาที่เหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพของสินค้าหรือบริการและเงื่อนไขที่ใช้ในการจัดหาพัสดุ

(๓)

ต้องดำเนินด้วยความสุจริต รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ

และสามารถติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานได้

(๔)

ต้องดำเนินการโดยเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันด้วยความเป็นธรรมและมีความเท่าเทียมกันในระหว่างผู้ขายให้มากที่สุดตามควรแก่กรณี

(๕)

ต้องดำเนินการโดยคำนึงถึงการรักษาผลประโยชน์ของสถาบันเป็นสำคัญ

รวมทั้งต้องป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่ชื่อเสียงและภาพพจน์ของสถาบันด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับในการดำเนินงานเกี่ยวกับการพัสดุโดยใช้เงินรายได้ของสถาบัน

ยกเว้นพัสดุที่ได้มาตามระเบียบอื่นที่ได้วางหลักเกณฑ์วิธีการในการได้มาซึ่งพัสดุไว้โดยเฉพาะ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การซื้อหรือการจ้างที่มีมูลค่าตั้งแต่ ๒

ล้านบาทขึ้นไป ต้องส่งสำเนาเอกสารการจัดซื้อหรือจัดจ้างให้ผู้ตรวจสอบภายในของสถาบันอย่างน้อย

๑๕ วัน ก่อนลงนามในสัญญาหรือสั่งซื้อสั่งจ้าง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้

จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่พนักงานก็ได้ โดยให้คำนึงถึงระดับ ตำแหน่ง หน้าที่

และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์และกระบวนการบริหารจัดการเกี่ยวกับพัสดุไว้เป็นการเฉพาะ

หรือที่อาจจะเกิดขึ้นภายภาคหน้า

ให้สถาบันออกระเบียบสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติเพิ่มเติมได้

การได้มาซึ่งพัสดุและหรือการบริการนอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ผู้อำนวยการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ

คณะกรรมการกำหนดราคากลางและอำนาจหน้าที่

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้สถาบันกำหนดราคากลางสำหรับพัสดุที่เห็นว่าจำเป็นต้องกำหนดเป็นมาตรฐานของสถาบัน

และรายการเปลี่ยนแปลงหรือปรับราคากลางให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพตลาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า

"คณะกรรมการกำหนดและควบคุมราคากลางและราคามาตรฐานสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ"

ซึ่งแต่งตั้งโดยผู้อำนวยการ ประกอบด้วยกรรมการจำนวนอย่างน้อย ๓ คน

หนึ่งในคณะกรรมการต้องมีหัวหน้างานพัสดุ หรือผู้แทน ๑ คน ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ

และอย่างน้อย ๑ คน ต้องมีความรู้ที่เกี่ยวข้องและต้องมีส่วนในงานนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการตามข้อ ๑๑

มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณราคากลางของพัสดุมาตรฐานของสถาบัน

แล้วจัดทำเป็นคู่มือสำหรับให้ส่วนงานที่เกี่ยวข้องถือปฏิบัติ

(๒)

ควบคุมและกำกับดูแลการคำนวณราคากลางหรือราคามาตรฐานให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

(๓)

เสนอความเห็นเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ที่จะให้ได้มาซึ่งมาตรฐานของพัสดุ

ความรับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ พนักงานผู้ใดกระทำการโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ

ไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือกระทำการโดยมีเจตนาทุจริต หรือนอกเหนืออำนาจหน้าที่

ถือว่าผู้นั้นกระทำผิดวินัย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ พนักงานผู้ใดกระทำการให้เกิดความเสียหาย

ต้องรับผิดชอบชดใช้เงินตามจำนวนที่เกิดความเสียหายนั้นและต้องรับโทษทางวินัยด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีที่ปรากฏความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญาและทางสถาบันได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวนว่าพนักงานผู้นั้นกระทำความผิดแม้พนักงานซึ่งกระทำความผิดได้ชดใช้ทรัพย์สินคืนครบถ้วนหรือไม่ก็ตาม

ก็ไม่สามารถนำมาอ้างเพื่อให้พ้นผิดทางอาญาได้

การจัดหา

รายงานขอซื้อหรือขอจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ก่อนดำเนินการซื้อหรือจ้างทุกวิธี

ให้พนักงานหรือส่วนงานที่ต้องการพัสดุจัดทำรายงานเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติ

ซึ่งได้กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การเงิน

การบัญชีและการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๔๒ ตามรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องการซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(๒)

รายละเอียดของพัสดุที่จะซื้อหรืองานที่จะจ้าง

(๓)

ราคากลางของสถาบันหรือราคาในท้องตลาดในขณะนั้นที่สืบทราบหรือประมาณราคาได้หรือราคาที่เคยซื้อ

หรือจ้างครั้งหลังสุดภายในระยะเวลา ๒ ปีงบประมาณ

(๔)

วงเงินที่จะซื้อหรือจ้างพร้อมระบุวงเงินงบประมาณ และหรือรหัสงบประมาณ

ในกรณีที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับให้ผู้ขอเบิกพัสดุจัดทำรายงานความจำเป็นเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับ

(๕)

กำหนดเวลาที่ต้องการใช้พัสดุนั้นหรือให้งานนั้นแล้วเสร็จ

(๖)

วิธีที่จะซื้อหรือจ้างและเหตุผลที่ต้องซื้อหรือจ้างโดยวิธีนั้น ๆ

(๗)

ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

ในกรณีที่จะต้องดำเนินการซื้อหรือการจ้างวิธีพิเศษตามข้อ

๒๓ (๒), (๓)

ซึ่งไม่อาจทำรายงานตามปกติได้ พนักงานพัสดุจัดทำรายงานตามวรรค ๑

เฉพาะรายการที่เห็นว่าจำเป็นก็ได้

เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติรายงาน

หรือเอกสารจะขอซื้อขอจ้าง (Purchase

Requisition)

ที่เสนอตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้พนักงานพัสดุดำเนินการตามวิธีจัดซื้อจัดจ้างนั้นๆ

ตามขั้นตอน

ในกรณีที่เห็นว่ารายงานการขอซื้อขอจ้างไม่เป็นไปตามระเบียบให้งานพัสดุดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและแจ้งให้ผู้ขอซื้อขอจ้างทราบ

พร้อมกับพิจารณาบุคคลที่เหมาะสมเป็นกรรมการตามข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗

แล้วแต่ละกรณีของวิธีการจัดซื้อจัดจ้าง

และขออนุมัติสั่งซื้อสั่งจ้างเป็นลำดับต่อไป[๒]

วิธีการซื้อหรือการจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การซื้อหรือการจ้างกระทำได้ ๔ วิธี คือ

(๑)

วิธีตกลงราคา

(๒)

วิธีสอบราคา

(๓)

วิธีประกวดราคา

(๔) วิธีพิเศษ

การซื้อหรือการจ้างตามวรรคแรก

สถาบันจะชำระราคาครั้งเดียวหรือผ่อนชำระเป็นงวด ๆ ก็ได้ ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงประโยชน์ของสถาบันเป็นสำคัญ

การซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคา

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคา ได้แก่

การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

และให้สถาบันแต่งตั้งพนักงานที่มีความรู้เกี่ยวกับพัสดุที่จัดซื้อหรือการจ้างนั้นเป็นผู้ตรวจรับ

ในกรณีที่จัดซื้อจัดจ้างวงเงินเกิน

๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท

สำหรับพัสดุที่ยังมิได้กำหนดเป็นพัสดุมาตรฐานของสถาบัน อาจจะใช้วิธีสอบราคาก็ได้

ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงประโยชน์ที่จะตกแก่สถาบันเป็นสำคัญ

ในการซื้อหรือจ้างโดยวิธีตกลงราคาครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาต่ำกว่า

๓,๐๐๐ บาท

ไม่ต้องจัดทำใบสั่งซื้อหรือสั่งจ้างก็ได้

โดยให้ใช้ใบขออนุมัติจัดซื้อจัดจ้างแทนใบสั่งซื้อหรือจ้างตามแต่กรณี

เว้นแต่ผู้ขายขอมา

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีตกลงราคาในกรณีจำเป็นและเร่งด่วนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมายไว้ก่อน

และไม่สามารถดำเนินการตามปกติได้ทันให้หัวหน้างานพัสดุดำเนินการไปก่อน

แล้วรีบรายงานขอความเห็นชอบต่อผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการให้ความเห็นชอบแล้ว

ให้ถือว่ารายงานดังกล่าวเป็นหลักฐานการตรวจรับด้วย

ยกเว้นการจ้างเหมาบริการที่มีลักษณะของการเหมาบริการที่เป็นชุด

(Package) เช่น

สถานที่ที่ให้บริการที่พักรวมอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม งานสัมมนา งานฝึกอบรม

หรือบริการที่มีลักษณะอย่างเดียวกัน แม้ราคาเกินกว่า ๒๐๐,๐๐๐ บาท ก็ให้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีตกลงราคาได้[๓]

การซื้อหรือจ้างโดยสอบราคา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคา ได้แก่

การซื้อครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีสอบราคาให้พนักงานหรือส่วนงานที่ต้องการพัสดุทำเอกสารสอบราคาร่วมกับพนักงานพัสดุตามแบบที่สถาบันกำหนดและแสดงรายการต่อไปนี้

(๑)

คุณลักษณะเฉพาะของพัสดุที่ต้องการซื้อหรือการจ้างและจำนวนที่ต้องการหรือแบบรูปรายการละเอียด

(๒)

คุณสมบัติของผู้เข้าเสนอราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายหรือจ้างพัสดุตาม (๑)

โดยให้ผู้เสนอราคาแสดงหลักฐานด้วย

(๓) กรณีจำเป็นให้ระบุผู้เสนอราคาส่งตัวอย่าง

แคตตาล็อกหรือแบบรูปและรายละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

(๔)

ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจทดสอบ

ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดสอบและเหลือไว้สำหรับการทำสัญญาด้วย

ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่าสถาบันไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ

ที่เกิดขึ้นจากการทดสอบตัวอย่างนี้

(๕)

แนะนำสถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปรายการละเอียด

ในกรณีที่มีการขายหรือการจ้างให้ระบุราคาขายหรือจ้างไว้ด้วย

(๖)

ข้อกำหนดให้ผู้เข้าเสนอราคา เสนอราคารวมทั้งสิ้น และราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ

(ถ้าทำได้) พร้อมทั้งระบุหลักเกณฑ์โดยชัดเจนว่าจะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ

ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารสอบราคาให้พิจารณาราคารวม

(๗)

แบบใบเสนอราคา

โดยกำหนดไว้ด้วยว่าในการเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลขและต้องมีตัวหนังสือกำกับซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมภาษีต่าง

ๆ และค่าใช้จ่ายทั้งปวงไว้ด้วยแล้ว

ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ วิธีการจัดซื้อหรือการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

ก่อนวันเปิดซองราคาไม่น้อยกว่า ๑๐ วัน

ให้พนักงานพัสดุดำเนินการตามวิธีใดวิธีหนึ่งตามความเหมาะสมดังต่อไปนี้

๑.๑

ให้พนักงานพัสดุดำเนินการประกาศเผยแพร่ให้ทราบทั่วกันโดยเปิดเผย ณ

ที่ทำการของสถาบัน หรือจะประกาศทางหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง

หรือวิธีอื่นอีกก็ได้ เพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

๑.๒

พนักงานพัสดุพิจารณาเสนอเอกสารสอบราคาไปยังผู้ที่คาดว่าจะมีพัสดุที่จะให้บริการแก่สถาบัน

อย่างน้อย ๕ ราย

๑.๓

การเผยแพร่เอกสารสอบราคาให้จัดทำเป็นประกาศตามแบบที่สถาบันกำหนด

และอย่างน้อยให้แสดงรายการดังต่อไปนี้

ก)

รายการพัสดุที่ต้องการซื้อหรือจ้าง

ข)

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าสอบราคา

ค)

กำหนดวิธีการ สถานที่ วัน เวลา รับซอง ปิด การรับซองและเปิดซองสอบราคา

ง)

สถานที่ ระยะเวลาในการขอรับหรือขอซื้อเอกสารการสอบราคา และราคาของเอกสาร

(๒)

ในการยื่นซองสอบราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

โดยยื่นโดยตรงต่อหัวหน้างานพัสดุหรือพนักงานพัสดุที่หัวหน้างานพัสดุมอบหมาย

(๓)

ให้พนักงานพัสดุลงรับโดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง

และออกใบรับให้แก่ผู้เสนอราคา

(๔)

ให้พนักงานพัสดุเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกราย โดยไม่เปิดซอง

และเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองแล้ว ให้ส่งมอบซองเสนอราคา

พร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อประธานคณะกรรมการเปิดซองสอบราคา เพื่อดำเนินการต่อไป

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ได้แก่ การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ขึ้นไป การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ให้พนักงานหรือส่วนงานที่ต้องการพัสดุทำเอกสารประกวดราคาร่วมกับพนักงานพัสดุตามแบบที่สถาบันกำหนดและแสดงรายการต่อไปนี้

(๑)

รายการพัสดุที่ต้องการซื้อหรือการจ้างและจำนวนที่ต้องการหรือแบบรูปรายการละเอียด

(๒)

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเข้าประกวดราคาซึ่งจะต้องมีอาชีพขายตาม (๑) โดยให้ผู้ประกวดราคาแสดงหลักฐานด้วย

(๓)

กรณีจำเป็นให้ระบุผู้ประกวดราคาส่งตัวอย่าง

แคตตาล็อกหรือแบบรูปและรายละเอียดไปพร้อมกับใบเสนอราคา

(๔)

ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจทดสอบ

ให้กำหนดจำนวนตัวอย่างให้พอแก่การตรวจทดสอบและเหลือไว้สำหรับการทำสัญญาด้วย

ทั้งนี้ ให้มีข้อกำหนดไว้ด้วยว่าสถาบันไม่รับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ

ที่เกิดขึ้นจากการทดสอบตัวอย่างนี้

(๕)

สถานที่ติดต่อเกี่ยวกับแบบรูปรายละเอียด ในกรณีที่มีการขายให้ระบุราคาขายไว้ด้วย

(๖)

ข้อกำหนดให้ผู้เข้าประกวดราคา เสนอราคารวมทั้งสิ้น และราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ

(ถ้าทำได้) พร้อมทั้งระบุหลักเกณฑ์โดยชัดเจนว่าจะพิจารณาราคารวมหรือราคาต่อหน่วยหรือต่อรายการ

ในกรณีที่ไม่ได้กำหนดไว้ในเอกสารประกวดราคาให้พิจารณาราคารวม

(๗)

แบบใบเสนอราคา โดยกำหนดไว้ด้วยว่าในการเสนอราคาให้ลงราคารวมทั้งสิ้นเป็นตัวเลข

และต้องมีตัวหนังสือกำกับซึ่งราคาดังกล่าวเป็นราคาที่รวมภาษีต่าง ๆ

และค่าใช้จ่ายทั้งปวง

ไว้ด้วยแล้ว

ถ้าตัวเลขและตัวหนังสือไม่ตรงกันให้ถือตัวหนังสือเป็นสำคัญ

(๘)

กำหนดระยะเวลายืนราคาเท่าที่จำเป็นต่อสถาบัน และมีเงื่อนไขด้วยว่าซองเสนอ

ราคาที่ยื่นต่อสถาบันและลงทะเบียนรับซองแล้ว

จะถอนคืนมิได้

(๙)

กำหนดสถานที่ส่งมอบพัสดุและวันส่งมอบงานสำหรับการซื้อหรือการจ้าง

(๑๐)

กำหนดสถานที่ วัน เวลา รับซองและเปิดซองประกวดราคา

(๑๑)

ข้อกำหนดให้ผู้เสนอราคาผนึกซองราคาให้เรียบร้อยก่อนยื่นต่อสถาบัน

จ่าหน้าถึงประธานกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาการซื้อหรือการจ้างครั้งนั้นและส่งถึงสถาบันภายในเวลาที่สถาบันกำหนด

โดยให้ส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ

พร้อมจัดทำบัญชีรายการเอกสารเสนอไปพร้อมกับซองราคาด้วย

(๑๒)

กำหนดเงื่อนไขในการสงวนสิทธิ์ที่จะถือว่าผู้ที่ไม่ไปทำสัญญาหรือข้อตกลงกับ

สถาบันเป็นผู้ทิ้งงาน

(๑๓)

ข้อกำหนดว่าผู้เข้าประกวดราคา ที่ได้รับคัดเลือกให้ไปทำสัญญาจะต้องวาง

หลักประกันสัญญาตามชนิดและอัตราขั้นต่ำร้อยละ

๕ ของราคาพัสดุรวมที่จัดหา

(๑๔)

ร่างสัญญา รวมทั้งเงื่อนไขการจ่ายเงินล่วงหน้า (ถ้ามี)

(๑๕)

ขอสงวนสิทธิ์ว่า

สถาบันจะไม่พิจารณาผู้เสนอราคาที่เป็นผู้ทิ้งงานของทางราชการและสถาบันทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะงดซื้อหรือจ้างหรือเลือกซื้อหรือจ้าง

โดยไม่จำเป็นต้องซื้อหรือจ้างจากผู้เสนอราคาต่ำสุดเสมอไป

รวมทั้งจะพิจารณายกเลิกการประกวดราคาและลงโทษผู้เสนอราคา เสมือนเป็นผู้ทิ้งงาน

หากมีเหตุที่เชื่อได้ว่าการเสนอราคากระทำไปโดยไม่สุจริตหรือมีการสมยอมกันในการเสนอราคา

(๑๖)

หลักประกันซองอย่างใดอย่างหนึ่งตามข้อ ๗๒ และตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๗๓

การให้หรือขายเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคา

ซึ่งรวมทั้งคุณลักษณะเฉพาะหรือรายละเอียดให้กระทำ ณ

สถานที่ที่ผู้มาขอรับหรือขอซื้อสามารถติดต่อได้โดยสะดวกและไม่เป็นเขตหวงห้ามกับจะต้องเตรียมไว้ให้มากพอสำหรับความต้องการของผู้มาขอรับหรือขอซื้อ

อย่างน้อยรายละ ๑ ชุด โดยไม่มีเงื่อนไขอื่นในการให้หรือขาย ทั้งนี้

ให้เผื่อเวลาไว้สำหรับการคำนวณราคาของผู้ประสงค์จะเข้ามาเสนอราคาด้วย

ในกรณีที่มีการขาย

ให้กำหนดราคาพอสมควรกับค่าใช้จ่ายที่ทางสถาบันจะต้องเสียไปในการจัดทำสำเนาเอกสารประกวดราคานั้น

ถ้ามีการยกเลิกการประกวดราคาครั้งนั้นและมีการประกวดราคาใหม่

ให้ผู้รับหรือซื้อเอกสารประกวดราคาในการประกวดราคาครั้งก่อนและใช้สิทธิ์ยื่นซองประกวดราคาครั้งแรกแล้ว

มีสิทธิใช้เอกสารประกวดราคานั้นหรือได้รับเอกสารประกวดราคาใหม่โดยไม่ต้องเสียค่าซื้อเอกสารประกวดราคาอีก

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ วิธีการซื้อหรือจ้างโดยวิธีประกวดราคา

ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

ก่อนวันเปิดซองประกวดราคาไม่น้อยกว่า ๑๐ วันทำการ

ให้พนักงานพัสดุปิดประกาศประกวดราคาโดยเปิดเผย ณ ที่ทำการของสถาบัน

หรือจะประกาศทางหนังสือพิมพ์ วิทยุกระจายเสียง หรือวิธีอื่นอีกก็ได้

เพื่อให้ทราบโดยทั่วกัน

(๒)

ในการยื่นซองประกวดราคา

ผู้เสนอราคาจะต้องผนึกซองจ่าหน้าถึงประธานคณะกรรมการเปิดซองและพิจารณาผลการประกวดราคาโดยยื่นโดยตรงต่อหัวหน้างานพัสดุ

หรือผู้ที่หัวหน้างานพัสดุมอบหมาย

(๓)

ให้หัวหน้างานพัสดุหรือพนักงานพัสดุ ที่หัวหน้างานพัสดุมอบหมายลงรับ

โดยไม่เปิดซองพร้อมระบุวันและเวลาที่รับซอง และออกใบรับให้แก่ผู้เสนอราคา

(๔)

ให้หัวหน้างานพัสดุหรือพนักงานพัสดุ

ที่หัวหน้างานพัสดุมอบหมายเก็บรักษาซองเสนอราคาทุกรายโดยไม่เปิดซอง

และเมื่อถึงกำหนดเวลาเปิดซองแล้ว ให้ส่งมอบซองเสนอราคา

พร้อมทั้งรายงานผลการรับซองต่อประธานคณะกรรมการรับซองและพิจารณาผลการประกวดราคาเพื่อดำเนินการต่อไป

การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การซื้อหรือการจ้างโดยวิธีพิเศษ ได้แก่

การซื้อหรือการจ้างครั้งหนึ่งซึ่งมีราคาเกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป และให้กระทำเฉพาะกรณีหนึ่งกรณีใด ดังนี้

(๑)

เป็นพัสดุที่จะขายทอดตลาดโดยหน่วยงานราชการ องค์การระหว่างประเทศ

หรือหน่วยงานของต่างประเทศ

(๒)

เป็นพัสดุที่ต้องซื้อหรือจ้างเร่งด่วน หากล่าช้าอาจจะเสียหายแก่สถาบัน

(๓)

เป็นพัสดุที่จำเป็นต้องซื้อหรือจ้างโดยตรงจากต่างประเทศหรือดำเนินการโดยผ่านองค์การระหว่างประเทศ

(๔)

เป็นพัสดุที่โดยลักษณะของการใช้งาน

หรือมีข้อจำกัดทางเทคนิคที่จำเป็นต้องระบุยี่ห้อเป็นการเฉพาะ

หรือเป็นเอกสารตำราที่ต้องระบุชื่อเรื่องและผู้แต่งเป็นการเฉพาะ

(๕)

เป็นพัสดุที่เป็นที่ดินและหรือสิ่งก่อสร้างซึ่งจำเป็นต้องซื้อเฉพาะแห่ง

(๖)

เป็นพัสดุที่ซื้อจากหน่วยงานของรัฐหรือจ้างหน่วยงานของรัฐ

(๗)

เป็นพัสดุที่มีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในสถานการณ์ที่จำเป็นหรือเร่งด่วนหรือเพื่อประโยชน์ของสถาบันและจำเป็นต้องซื้อหรือจ้างเพิ่ม

(Repeat Order)

(๘)

เป็นพัสดุที่ผลิตเพื่อจำหน่ายของสถาบันมาตรวิทยาต่างประเทศซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ

(๙)

เป็นพัสดุที่ต้องส่งไปสอบเทียบปรับค่าความถูกต้องจากสถาบันมาตรวิทยาของต่างประเทศ

และในกรณีที่ธรรมเนียมปฏิบัติของหน่วยงานต่างประเทศที่รับทำการสอบเทียบ

ไม่มีขั้นตอนของการใช้ใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง

ก็ให้ใช้ใบขออนุมัติจัดซื้อ/จัดจ้างแทนก็ได้

(๑๐)

เป็นงานที่ต้องการช่างผู้มีฝีมือดี

ผู้มีความชำนาญงานเป็นพิเศษหรือผู้ที่มีความชำนาญในกิจการนั้นน้อยราย

(๑๑)

เป็นงานวิเคราะห์วิจัยหรือการออกแบบเฉพาะที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

(๑๒)

เป็นพัสดุที่ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผลดี

การซื้อหรือการจ้างพัสดุตาม

(๒) และ (๑๐) ให้ดำเนินการจัดซื้อหรือจ้างได้

โดยไม่ต้องตั้งคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีพิเศษก็ได้

แต่จะต้องตั้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ สำหรับการซื้อการจ้างตาม (๗) และ (๙) ไม่จำเป็นต้องมีคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง

และคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ หรือคณะกรรมการตรวจการจ้างก็ได้[๔]

การตรวจสภาพและหรือการจ้างซ่อมพัสดุที่จำเป็นต้องถอดตรวจให้ทราบความชำรุดเสียหายเสียก่อน

จึงจะประมาณค่าซ่อมได้ เช่น เครื่องมือวิทยาศาสตร์ เครื่องปรับอากาศ งานจ้างซ่อมเครื่องจักรกล

เครื่องมือกล เครื่องยนต์ เครื่องไฟฟ้า เครื่องวิทยุ และเครื่องอิเล็กทรอนิกส์

เป็นต้น

หากมีศูนย์บริการที่จะซ่อมพัสดุนั้น

ๆ อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดที่สถาบันตั้งอยู่

ให้ดำเนินการส่งเข้าศูนย์บริการดังกล่าวเพื่อซ่อมพัสดุนั้น ๆ ได้ทันที แต่หากไม่มีศูนย์บริการหรือมีแต่อยู่ห่างไกลซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก

หรือจำเป็นต้องซ่อมพัสดุนั้น

จากผู้มีอาชีพในท้องตลาดสามารถดำเนินการได้และให้นำหลักเกณฑ์ในวรรคแรกมาใช้โดยอนุโลม

การจัดทำเอง

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การจัดซื้อพัสดุเพื่อจัดทำพัสดุเอง

ให้ผู้ที่ต้องการพัสดุและหรือส่วนงานที่ต้องการพัสดุของสถาบันชี้แจงเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้

พร้อมทั้งวงเงินโดยประมาณ เสนอผู้มีอำนาจอนุมัติตามแบบที่สถาบันกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ วิธีการซื้อและหรือการจ้าง

ให้กระทำตามวิธีการซื้อและหรือจ้างตามที่ปรากฏในระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การจัดทำเอง

ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งผู้ควบคุมรับผิดชอบในการจัดทำเองขึ้น

การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์แก่สถาบัน

ให้ผู้อำนวยการมีอำนาจจ้างผู้ให้บริการรายหนึ่งรายใด

ออกแบบและหรือควบคุมงานก่อสร้างได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

ให้ใช้วิธีการตกลง หรือคัดเลือกแล้วแต่ความเหมาะสมแห่งประโยชน์ที่จะเกิดแก่สถาบัน

กรณีการจ้างโดยวิธีตกลง

หมายถึงการจ้างผู้ให้บริการที่เคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถแล้ว

และเป็นผู้ให้บริการที่มีหลักฐานดี หรือเป็นการจ้างในกรณีเร่งด่วนหากล่าช้าอาจเสียหายต่อสถาบัน

หรือเป็นการจ้างเพื่อทำงานต่อเนื่องจากงานที่ได้ทำอยู่แล้ว

กรณีการจ้างโดยวิธีคัดเลือก

หมายถึงการคัดเลือกผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่จะทำงานนั้นให้เหลือน้อยราย

และเชิญผู้ให้บริการที่คัดเลือกให้เหลือน้อยรายดังกล่าว

ยื่นข้อเสนอตามเงื่อนไขและคุณสมบัติตามที่สถาบันกำหนดเข้ามาเพื่อทำการคัดเลือกเพื่อพิจารณารายที่เหมาะสมที่สุด

ในกรณีที่มีเหตุอันสมควรและผู้อำนวยการเห็นชอบ

ให้เชิญผู้ให้บริการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเข้ารับงานโดยไม่ต้องทำการคัดเลือกให้เหลือน้อยรายก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การดำเนินการจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการ อย่างน้อย ๓ คน ประกอบด้วยประธาน ๑ คน

และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน เพื่อปฏิบัติตามระเบียบนี้

และการดำเนินงานของคณะกรรมการให้นำข้อ ๔๗, ๔๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

วิธีการจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การจ้างออกแบบและหรือการควบคุมงานก่อสร้างให้ขอความเห็นชอบต่อผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นจนถึงผู้อำนวยการ

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามข้อ ๓๑, ๓๒, ๓๓ และหรือ ๓๔

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ก่อนดำเนินการจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานก่อสร้าง

ให้พนักงานหรือส่วนงานที่ต้องการจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานก่อสร้างรายงานต่อผู้อำนวยการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

(๒)

ขอบเขตของงาน รวมทั้งรายละเอียดเท่าที่จำเป็น

(๓)

วงเงินงบประมาณ ค่าก่อสร้าง

(๔)

ประมาณการค่าจ้าง

(๕)

กำหนดเวลาแล้วเสร็จ

(๖)

ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

เมื่อผู้อำนวยการให้ความเห็นชอบรายงานที่เสนอแล้ว

ให้พนักงานพัสดุดำเนินการจ้างตามขั้นตอนต่อไปได้

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ วิธีจ้างออกแบบและหรือควบคุมงานโดยวิธีการคัดเลือกให้พนักงานพัสดุทำหนังสือเชิญชวนผู้ที่ประกอบวิชาชีพออกแบบและหรือควบคุมงานที่สถาบันเห็นว่ามีผลงานเป็นที่น่าเชื่อถือ

โดยให้ผู้เสนอให้บริการเสนอตัวเพื่อคัดเลือกตามขอบเขตของงาน (TOR) ที่สถาบันต้องการ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้พนักงานพัสดุส่งเอกสารทั้งหมดให้คณะกรรมการเพื่อพิจารณาคัดเลือก

คณะกรรมการคัดเลือกอาจจะขอข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้เสนอให้บริการในกรณีที่เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจ

แต่ทั้งนี้

การขอข้อมูลเพิ่มเติมต้องไม่เป็นการให้ผู้เสนอรายใดรายหนึ่งได้เปรียบหรือเสียเปรียบ

ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาคัดเลือก

พร้อมเหตุผลในการคัดเลือกเสนอผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

และพนักงานพัสดุจะต้องนำเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติสั่งจ้างและให้ดำเนินการจัดจ้างต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ งานก่อสร้างที่ใช้แบบซ้ำกันโดยไม่ต้องเขียนแบบใหม่และทำการก่อสร้างในครั้งเดียวกัน

ให้จ่ายค่าออกแบบตามที่สถาบันกำหนด

ส่วนการจ่ายเงินค่าออกแบบและหรือการควบคุมงานกรณีอื่น ๆ

ให้เป็นไปตามอัตราที่สถาบันกำหนดโดยไม่สูงกว่าอัตราค่าออกแบบและหรือการควบคุมงานที่จ่ายกันอยู่ในขณะนั้น

การจ่ายเงินค่าออกแบบและหรือควบคุมงานตามความในวรรคหนึ่ง

ไม่รวมถึงค่าสำรวจและวิเคราะห์ดินรากฐาน

กรรมสิทธิ์ของงานออกแบบ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ บรรดาแบบแปลนและหรือรายละเอียดงานออกแบบที่ผู้รับจ้างได้ทำขึ้นตามสัญญา

ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสถาบัน โดยให้ระบุไว้ในสัญญาจ้าง ผู้รับจ้าง

จะนำไปให้ผู้อื่นดำเนินการก่อสร้างอีกไม่ได้

เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากสถาบันก่อน

การจ้างเหมาบริการ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ก่อนดำเนินการจ้างแบบเหมาบริการให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนอสถาบัน

ตามรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องดำเนินการจ้างแบบเหมาบริการ

(๒)

ขอบเขตของงานที่จะจ้างแบบเหมาบริการ

(๓)

วงเงินค่าจ้างโดยประมาณ

(๔)

กำหนดระยะเวลาแล้วเสร็จของงาน

(๕)

รายนามหรือองค์ประกอบของคณะกรรมการ (ถ้ามี)

(๖)

ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การจ้างแบบเหมาบริการสำหรับงานทั่วไป

ที่มิใช่เป็นลักษณะงานที่ต้องอาศัยความชำนาญเฉพาะให้ใช้วิธีประกวดราคาเท่านั้น

โดยให้ผู้เสนอราคายื่นซองเสนอคุณสมบัติทางเทคนิคและด้านราคาพร้อมกันแยกเป็น ๒ ซอง

โดยผู้เสนอราคาจะต้องชี้แจงรายละเอียดของงานที่เสนอต่อคณะกรรมการรับและพิจารณาผลการประกวดราคาตามวันที่สถาบันกำหนด

การแลกเปลี่ยน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีต้องมีการแลกเปลี่ยนพัสดุ

ให้พนักงานพัสดุทำรายงานเสนอผู้อำนวยการ ตามรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่ต้องแลกเปลี่ยน

(๒)

รายละเอียดของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยน

(๓)

ราคาที่ซื้อหรือได้มาของพัสดุที่จะนำไปแลกเปลี่ยนและราคาที่จะแลกเปลี่ยนได้โดยประมาณ

(๔)

พัสดุที่จะรับแลกเปลี่ยน และให้ระบุว่าจะแลกเปลี่ยนกับส่วนราชการหรือเอกชน

(๕)

ข้อเสนออื่น ๆ (ถ้ามี)

ในกรณีที่จะแลกเปลี่ยนกับเอกชน

ให้ระบุวิธีจะแลกเปลี่ยนพร้อมทั้งเหตุผลโดยเสนอให้นำวิธีการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การแลกเปลี่ยนพัสดุของสถาบันกับหน่วยงานราชการ

ให้สถาบันกับหัวหน้าหน่วยงานนั้น ๆ ตกลงกัน

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในกรณีที่สถาบันได้รับเงินจากการแลกเปลี่ยนพัสดุให้นำส่งเป็นเงินรายได้ของสถาบัน

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ เมื่อมีการรับและจำหน่ายพัสดุจากการแลกเปลี่ยน

ให้ลงทะเบียนพัสดุที่ได้รับมาหรือจำหน่ายพัสดุนั้น

แล้วให้พนักงานพัสดุรายงานผู้อำนวยการเพื่อส่งให้ส่วนการคลังดำเนินการต่อไป

การเช่า

การเช่าสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การเช่าหรือการเช่าซื้อสังหาริมทรัพย์ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็น

โดยให้นำข้อกำหนดเกี่ยวกับการซื้อหรือการจ้างมาใช้โดยอนุโลม

การประกันภัย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ การประกันภัย

ให้ดำเนินการได้ตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยให้เชิญผู้มีอาชีพประกันภัยโดยตรงมาตกลงราคา

ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงประโยชน์ของสถาบันเป็นสำคัญ

โดยให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมดูแลพัสดุและพนักงานพัสดุทำรายงานเสนอผู้อำนวยการตามรายการดังต่อไปนี้

(๑)

เหตุผลและความจำเป็นที่จะต้องประกันภัย

(๒)

เงื่อนไขในการประกันภัย และระยะเวลาในการประกันภัย (ถ้ามี)

(๓)

รายละเอียดของทรัพย์สินหรือบุคคลที่เอาประกันภัยของสถาบัน

การรับบริจาค

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ การรับบริจาคพัสดุจะกระทำได้เมื่อพัสดุนั้นเป็นประโยชน์ต่อสถาบันและเป็นการบริจาคให้โดยไม่มีเงื่อนไขหรือมีเงื่อนไขแต่ไม่ก่อให้เกิดผลเสียหายต่อสถาบัน

ทั้งนี้ ให้นำข้อ ๕๘ และข้อ ๘๒ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

อำนาจในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง และอำนาจคณะกรรมการ

อำนาจอนุมัติในการสั่งซื้อหรือสั่งจ้าง

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ อำนาจในการสั่งซื้อ สั่งจ้าง

และหรือก่อหนี้ผูกพันตามระเบียบนี้

ให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การเงิน การบัญชี และการงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ทั้งนี้ ในวงเงินไม่เกินวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี

และให้ผู้อำนวยการมีอำนาจอนุมัติในเรื่องดังต่อไปนี้

(๑)

การยกเลิกการสอบราคาหรือประกวดราคา

(๒)

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาเฉพาะในกรณีจำเป็น เพื่อประโยชน์ของสถาบัน

หรือไม่ทำให้สถาบันต้องเสียประโยชน์

โดยไม่คำนึงว่าจะเพิ่มวงเงินหรือระยะเวลาหรือไม่

(๓)

การบอกเลิกสัญญาทั้งหมดหรือบางส่วน

(๔)

การจ่ายเงินล่วงหน้า ตามข้อ ๖๓ และ ๖๔

(๕)

การกำหนดอัตราค่าปรับตามข้อ ๖๗

(๖)

การผ่อนปรนการยกเลิกสัญญา ตามข้อ ๗๐

(๗)

การสั่งงดปรับหรือลดค่าปรับหรือขยายเวลา ให้แก่ผู้ขายหรือผู้รับจ้างตามข้อ ๗๑

(๘)

การผ่อนผันการชำระเงินทางแพ่งตามข้อ ๙๐ วรรค ๒

(๙)

การขาย การโอน การแปรสภาพ หรือทำลายพัสดุ ตามข้อ ๙๑

(๑๐)

การจำหน่ายพัสดุเป็นสูญ ตามข้อ ๙๓

(๑๑)

การแต่งตั้งบุคคล คณะบุคคล เพื่อทำหน้าที่ตามระเบียบนี้

ในกรณีที่คณะกรรมการได้รับแต่งตั้งจากผู้อำนวยการให้ดำเนินการภายในวงเงินของผู้มีอำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างและหรือก่อหนี้ผูกพัน

ตามระเบียบคณะกรรมการมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วยการเงิน การบัญชี และการงบประมาณ

ฉบับที่ ๒ (แก้ไขเพิ่มเติม) พ.ศ. ๒๕๔๔

ให้คณะกรรมการรายงานผลการพิจารณาและความเห็นต่อผู้มีอำนาจสั่งซื้อสั่งจ้างและหรือก่อหนี้ผูกพัน

เพื่อสั่งการก็ได้ โดยผ่านหัวหน้างานพัสดุ[๕]

คณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ในการดำเนินการจัดหาแต่ละครั้ง

ให้ผู้อำนวยการแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้แล้วแต่กรณี คือ

(๑)

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคาและพิจารณาผลการสอบราคา

(๒)

คณะกรรมการเปิดซองและพิจารณาผลการประกวดราคา

(๓)

คณะกรรมการจัดซื้อหรือจัดจ้างโดยวิธีพิเศษ

(๔)

คณะกรรมการจัดจ้างออกแบบและหรือควบคุมงาน

(๕)

คณะกรรมการแลกเปลี่ยนพัสดุ

(๖)

คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

(๗)

คณะกรรมการตรวจการจ้าง

เมื่อคณะกรรมการตามวรรคแรกดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ให้คณะกรรมการแต่ละคณะรายงานผลการดำเนินการต่อผู้อำนวยการ

องค์ประกอบของคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ คณะกรรมการตามข้อ ๔๖ แต่ละคณะให้ประกอบด้วย

ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอย่างน้อย ๒ คน

ในกรณีจำเป็นหรือเพื่อประโยชน์ของสถาบันจะแต่งตั้งบุคคลมิใช่พนักงานร่วมเป็นกรรมการด้วยก็ได้โดยตำแหน่งประธานกรรมการให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของระดับตำแหน่งและวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละคราว

ดังนี้

๑.

ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน,

หัวหน้าห้องปฏิบัติการ หรือเทียบเท่าขึ้นไป สำหรับวงเงินต่ำกว่า ๑ ล้านบาท

๒.

ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย,

ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย หรือเทียบเท่าขึ้นไป สำหรับวงเงินตั้งแต่ ๑ ล้านบาท

แต่ไม่เกิน ๕ ล้านบาท

๓.

ผู้ช่วยผู้อำนวยการขึ้นไป สำหรับวงเงินเกิน ๕ ล้านบาท แต่ไม่เกิน ๒๐ ล้านบาท

๔.

ผู้อำนวยการ สำหรับวงเงินเกิน ๒๐ ล้านบาท

ถ้าประธานกรรมการไม่มาหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

และมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของคณะกรรมการ

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานการประชุมเฉพาะคราวนั้น

โดยตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ

และคณะกรรมการตรวจการจ้างให้พิจารณาถึงความเหมาะสมของระดับตำแหน่งและวงเงินในการจัดซื้อจัดจ้างในแต่ละคราว

ดังต่อไปนี้

๑. ผู้ช่วยหัวหน้าห้องปฏิบัติการ

ผู้ช่วยหัวหน้าส่วน หรือเทียบเท่าขึ้นไปสำหรับวงเงินไม่เกิน ๒ ล้านบาท

๒. ผู้ช่วยหัวหน้าฝ่าย ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่าย

หรือเทียบเท่าขึ้นไป สำหรับวงเงินไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท

๓. ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำหรับวงเงินไม่เกิน ๒๐

ล้านบาท

๔. รองผู้อำนวยการ สำหรับวงเงินเกิน ๒๐ ล้านบาท[๖]

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ในการซื้อหรือการจ้างครั้งเดียวกัน

ห้ามแต่งตั้งกรรมการเปิดซองและพิจารณาผลการสอบราคาและหรือกรรมการเปิดซองและพิจารณาผลการประกวดราคาเป็นกรรมการตรวจรับพัสดุ

และหรือกรรมการตรวจการจ้าง

การแต่งตั้งคณะกรรมการควรแต่งตั้งผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับพัสดุหรืองานจ้างนั้นเข้าร่วมเป็นกรรมการด้วย

และในการจัดซื้อจัดจ้างแต่ละครั้ง

ห้ามมิให้แต่งตั้งผู้ขอซื้อขอจ้างเป็นประธานในการจัดซื้อจัดจ้างครั้งนั้นๆ[๗]

องค์ประชุมและมติ

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ ในการประชุมของคณะกรรมการแต่ละคณะ

ต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด

โดยให้ประธานกรรมการและกรรมการแต่ละคนมีเสียงหนึ่งในการลงมติ

มติของคณะกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก

ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานกรรมการออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

กรรมการคนใดไม่เห็นด้วยกับมติของคณะกรรมการให้ทำบันทึกความเห็นแย้งไว้ด้วย

เว้นแต่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุและคณะกรรมการตรวจการจ้าง

ให้ถือมติเอกฉันท์ของกรรมการที่เข้าประชุมในครั้งนั้น ๆ

กรรมการที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมหากเห็นชอบด้วยกับมติที่ประชุมดังกล่าวในวรรค

๒ ให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานในใบตรวจรับพัสดุและหรือใบตรวจการจ้าง

หากไม่เห็นด้วยและประสงค์จะแสดงความเห็น

ให้ทำความเห็นแย้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อแนบกับใบตรวจรับพัสดุและหรือใบตรวจการจ้างดังกล่าว

หากมีความเห็นแย้งตามวรรค ๓ ให้อยู่ในดุลพินิจของผู้อำนวยการที่จะพิจารณาว่าการตรวจรับพัสดุและหรือการตรวจการจ้างถูกต้องหรือไม่

ทั้งนี้ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของสถาบันเป็นสำคัญ

คณะกรรมการเปิดซองสอบราคา

85 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ ว่าด้วย การพัสดุ พ.ศ. 2543 (Update ณ วันที่ 24/12/2545) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_89aedf87b0adc122

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com