คำสั่งกรุงเทพมหานคร
คำสั่งกรุงเทพมหานคร
ที่
๑๙๒๐/๒๕๕๓
เรื่อง
มอบอำนาจให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการมอบอำนาจของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ออกตามความในพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งได้มีการกำหนดอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐไว้หลายประการให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในฐานะหัวหน้าหน่วยงานของรัฐและเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๑
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงให้ยกเลิกคำสั่งกรุงเทพมหานคร ที่ ๒๗๔๖/๒๕๔๐ ลงวันที่
๗ กรกฎาคม ๒๕๔๐ เรื่อง
มอบอำนาจให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และมอบอำนาจของหัวหน้าหน่วยงานของรัฐตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
ว่าด้วยหลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
ให้ข้าราชการกรุงเทพมหานครปฏิบัติราชการแทน ดังต่อไปนี้
๑. ปลัดกรุงเทพมหานคร
หรือรองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายให้สั่งราชการ หน่วยงาน
ส่วนราชการและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ที่เป็นเจ้าของเรื่อง ดังนี้
๑.๑
การรับทราบรายงานความเสียหายที่เกิดขึ้นตามข้อ ๗ ข้อ ๙ และข้อ ๓๑
๑.๒
การวินิจฉัยสั่งการว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครหรือไม่
และการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๘
เฉพาะกรณีเมื่อเกิดความเสียหายแก่หน่วยงานดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๓) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
(๔) ส่วนราชการในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และ
(๕) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
๑.๓
การวินิจฉัยสั่งการให้แต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ
๘ เมื่อกรุงเทพมหานครได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจากองค์กรตามรัฐธรรมนูญ
หรือหน่วยงานของรัฐอื่นที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบตามกฎหมาย
๑.๔
การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑
กรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งคณะกรรมการร่วมกับหน่วยงานของรัฐอื่น
๑.๕ การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ ๓๓ และข้อ ๓๕
เฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้กระทำละเมิดอยู่ในสังกัดของหน่วยงาน
ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๓) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
(๔) ส่วนราชการในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และ
(๕) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
๑.๖ การวินิจฉัยสั่งการ
และการส่งสำนวนให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ
เว้นแต่เป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดว่าไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบตามข้อ
๑๗ วรรคหนึ่งและวรรคสอง
การสั่งการให้ตระเตรียมเรื่องให้พร้อมสำหรับการออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร
ชำระค่าสินไหมทดแทนในระหว่างการพิจารณาของกระทรวงการคลังตามข้อ ๑๗ วรรคสี่
การมีคำสั่งตามที่เห็นสมควรและแจ้งให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบในกรณีที่กระทรวงการคลังไม่แจ้งผลการตรวจสอบให้ทราบภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามข้อ
๑๗ วรรคห้า
๑.๗
การรับทราบผลการตรวจสอบของกระทรวงการคลังและการวินิจฉัยให้มีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง
หรือตามที่เห็นว่าถูกต้องกรณีกระทรวงการคลังและกรุงเทพมหานครมีความเห็นแตกต่างกันตามข้อ
๑๘ วรรคหนึ่ง
๑.๘ การแจ้งผลการตรวจสอบตามข้อ ๑.๖
กรณีเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดว่าไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ
หรือข้อ ๑.๗ กรณีมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลัง หรือตามที่เห็นว่าถูกต้อง
ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบตามข้อ ๑๘ วรรคหนึ่ง เฉพาะกรณีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้กระทำละเมิดอยู่ในสังกัดของหน่วยงาน
ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๓) สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร
(๔) ส่วนราชการในสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร และ
(๕) การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร
๑.๙
การวินิจฉัยสั่งการและการเสนอความเห็นไปยังกระทรวงการคลังตามข้อ ๒๐
๑.๑๐
การผ่อนผันการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร
หรือการพิจารณาส่งเรื่องให้พนักงานอัยการดำเนินคดีล้มละลาย ตามข้อ ๒๗
๑.๑๑ การวินิจฉัยว่าความเสียหายเกิดจากการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่
และการเรียกเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครเข้ามาเป็นคู่ความในคดี
หากเห็นว่าความเสียหายนั้นมิได้เกิดจากการกระทำในการปฏิบัติหน้าที่ ตามข้อ ๓๖
๒. ผู้อำนวยการสำนัก
และผู้อำนวยการเขต แล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้
๒.๑ การวินิจฉัยสั่งการว่ามีเหตุอันควรเชื่อว่า
ความเสียหายเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครหรือไม่
และการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด ตามข้อ ๘
๒.๒ การแต่งตั้งคณะกรรมการตามข้อ ๓๓ และข้อ ๓๕
๒.๓
การแจ้งผลการตรวจสอบกรณีเป็นเรื่องที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดว่าไม่ต้องรายงานให้กระทรวงการคลังตรวจสอบ
หรือกรณีมีคำสั่งตามความเห็นของกระทรวงการคลังหรือตามที่เห็นว่าถูกต้อง
ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทราบตามข้อ ๑๘ วรรคหนึ่ง
๓. การอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการสอบสวนกรณีคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิดไม่สามารถดำเนินการสอบสวนให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่ผู้แต่งตั้งกำหนดตามข้อ
๑.๒ ข้อ ๑.๓ ข้อ ๑.๔ ข้อ ๑.๕ ข้อ ๒.๑ และข้อ ๒.๒
ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ และข้อ ๒ แล้วแต่กรณี
โดยให้คำนึงถึงเหตุผลและความจำเป็นในการขอขยายระยะเวลาและระมัดระวังเรื่องอายุความด้วย
ทั้งนี้ การอนุญาตให้ขยายระยะเวลาการสอบสวนตามข้อ
๑.๕ และข้อ ๒.๒ จะต้องไม่เกิน ๑๘๐ วันนับแต่ที่ได้รับคำขอ
หากเรื่องใดไม่อาจพิจารณาได้ทันในกำหนดนั้น ให้ดำเนินการตามมาตรา ๑๑
แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙
๔. ในกรณีเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้รับผิดตาย
ให้ผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ และข้อ ๒ แล้วแต่กรณี
ส่งเรื่องให้สำนักงานกฎหมายและคดีดำเนินการฟ้องคดีต่อศาล
เพื่อมิให้ขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยมรดก ตามข้อ ๒๔
๕. การใช้อำนาจและการดำเนินการของผู้แต่งตั้งตามข้อ
๑๖ ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ และข้อ ๒ แล้วแต่กรณี
๖. การออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครผู้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่กรุงเทพมหานครภายในอายุความตามข้อ
๑๘ วรรคสอง ประกอบกับมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่
พ.ศ. ๒๕๓๙ และการแจ้งคำสั่งดังกล่าวให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑
และข้อ ๒ แล้วแต่กรณี
๗. การนำข้อ
๘ ถึงข้อ ๒๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลมตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๑
ในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจของผู้แต่งตั้งหรือหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ
ให้เป็นอำนาจของผู้ได้รับมอบอำนาจตามข้อ ๑ และข้อ ๒ แล้วแต่กรณี
ทั้งนี้
ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
สั่ง
ณ วันที่ ๑๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๓
หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์
บริพัตร
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๓
มิถุนายน ๒๕๕๓
นันท์นภัสร์/ตรวจ
๓
มิถุนายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๖๗ ง/หน้า ๓๙/๒๗ พฤษภาคม ๒๕๕๓