ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา ๑๖ วรรคหนึ่ง
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒ โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญดังนี้
๑.
การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒ ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่ ๘ -
๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐ โดยจำหน่ายให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา มูลนิธิ
สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง
สหกรณ์ และวัด รวมทั้งสิ้น ๖,๒๗๙ รายการ
โดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (เครื่อง ATM) และผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วย
ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด
(มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรและจัดการอื่น ๆ
ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒.
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒ วงเงินรวม ๑๘,๐๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท แบ่งเป็น ๒ รุ่นอายุ ดังนี้
๒.๑
พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๕ ปี จำนวน ๕,๑๓๒,๘๘๗,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๒.๓๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่
๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕
๒.๒
พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๑๐ ปี จำนวน ๑๒,๘๖๗,๑๑๓,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๓.๐๐ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่
๘ พฤษภาคม ๒๕๗๐
๓.
พันธบัตรออมทรัพย์ข้างต้นมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ
๒ งวด คือ ในวันที่ ๘ พฤษภาคม และ ๘ พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร
โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี ๓๖๕ วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง
เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้ เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
(งวดไถ่ถอน) จะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายดอกเบี้ยโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์
ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย)
จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน
(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทย ก่อนถึงช่วงระยะเวลา
๓๐ วัน ก่อนวันกำหนดจ่ายดอกเบี้ย
๔.
การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน
หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร
(Scrip) การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตร
จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕.
การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑
ธนาคารตัวแทนจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตรา ๒๕๐ บาท ต่อรายการ
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ Custodian แล้ว) ซึ่งมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา
เครื่อง ATM และผ่านระบบอินเทอร์เน็ตของธนาคารตัวแทนจำหน่าย ๔ แห่ง รวมทั้งสิ้น ๖,๒๗๙ รายการ ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตร รวมทั้งสิ้น ๑,๕๖๙,๗๕๐ บาท ทั้งนี้
ธนาคารตัวแทนจำหน่ายจะจ่ายค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) โดยคำนวณตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ ๑.๐๐
บาทต่อเดือน ยกเว้น เมื่อพันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๕ ปี หรือรุ่นอายุ ๑๐ ปี
มีวงเงินจำหน่ายรวมของธนาคารตัวแทนจำหน่ายทั้ง ๔ แห่ง ได้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไป บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือของรุ่นอายุ
๕ ปี หรือรุ่นอายุ ๑๐ ปี ล้านละ ๐.๖๐ บาทต่อเดือน โดยราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒
ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
ครั้งที่ ๒ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังนี้
(๑)
ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๐๕ ของดอกเบี้ยที่จ่ายและเงินต้นพันธบัตรที่จ่ายคืน
(๒)
ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒
กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๐
จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ภวรรณตรี/จัดทำ
๒๔ กรกฎาคม
๒๕๖๐
ชวัลพร/ตรวจ
๒๔ กรกฎาคม
๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๘๕ ง/หน้า ๓๐/๑๙ กรกฎาคม ๒๕๖๐