法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศ ก.ศป. เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
40
มาตรา อารัมภบท

ประกาศ ก

ประกาศ ก.ศป.

เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป.

ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

“เข้ารับการเตรียมพล” หมายความว่า เข้ารับการระดมพล

เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม

ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร

“องค์การระหว่างประเทศ” หมายความว่า

องค์การที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นด้วยความตกลงระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและระดับเอกชน

และสำหรับองค์การสหประชาชาติให้หมายความรวมถึงทบวงการชำนัญพิเศษและองค์การอื่นใดในเครือสหประชาชาติด้วย

“องค์การต่างประเทศ” หมายความว่า

องค์การหรือสถาบันต่างประเทศตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

จะได้ประกาศรายชื่อให้ทราบ

“การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ” หมายความรวมถึง การไปปฏิบัติงานในองค์การต่างประเทศ

การไปปฏิบัติงานในต่างประเทศในลักษณะเดียวกันกับการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

รวมทั้งการไปปฏิบัติงานในหน่วยงานขององค์การระหว่างประเทศ

หน่วยงานขององค์การต่างประเทศ หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนจากองค์การระหว่างประเทศ

องค์การต่างประเทศหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือจากประเทศที่ไปปฏิบัติงาน

แต่ไม่รวมถึงการเดินทางไปราชการตามระเบียบว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการหรือการจัดการประชุมของทางราชการ

การไปรับราชการประจำในต่างประเทศ การไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัยตามระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม

และดูงาน ณ ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ การลาทุกประเภทตามประกาศนี้ ถ้ามีกฎหมาย

ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดเกี่ยวกับการลาประเภทใดไว้เป็นพิเศษ

ผู้ลาและผู้มีอำนาจอนุญาตการลาจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ

หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลาประเภทนั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การลาทุกประเภท

การหยุดราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ และการไปต่างประเทศของประธานศาลปกครองสูงสุด

ให้แจ้งให้ ก.ศป. ทราบ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การลาทุกประเภทนอกจากการลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

การหยุดราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ และการไปต่างประเทศของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด

อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นตุลาการผู้แถลงคดีในศาลปกครองสูงสุดเพียงหน้าที่เดียว

ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การหยุดราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ

การไปต่างประเทศ และการลาทุกประเภท นอกจากการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

ปฏิบัติการวิจัยหรือไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น

ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเป็นผู้พิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาจะมอบหมายหรือมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ ศาลปกครองอื่นที่ตนมิได้สังกัด

หากประสงค์จะลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว ลาพักผ่อน หรือลาเข้ารับการเตรียมพลในช่วงเวลาที่ไปช่วยราชการ

ให้เสนอขออนุญาตลาต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นที่ไปช่วยราชการ

แล้วให้ศาลปกครองชั้นต้นนั้นรายงานจำนวนวันลาให้ศาลปกครองต้นสังกัดของผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการลาหยุดราชการ

ให้สำนักงานศาลปกครองแต่ละแห่งจัดให้มีการบันทึกการลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครองแยกตามประเภท

หรือพฤติการณ์พิเศษ หรือเหตุแห่งการลา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การนับวันลาตามประกาศนี้ให้นับตามปีงบประมาณ

การนับวันลาเพื่อประโยชน์ในการเสนอหรือจัดส่งใบลา

การอนุญาตให้ลาและการคำนวณวันลาให้นับต่อเนื่องกันโดยนับวันหยุดราชการที่อยู่ในระหว่างวันลาประเภทเดียวกันรวมเป็นวันลาด้วย

เว้นแต่การนับเพื่อประโยชน์ในการคำนวณวันลาสำหรับวันลาป่วยที่มิใช่วันลาป่วยตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ

วันลากิจส่วนตัว และวันลาพักผ่อนให้นับเฉพาะวันทำการ

การลาป่วยหรือลากิจส่วนตัวซึ่งมีระยะเวลาต่อเนื่องกัน

จะเป็นปีเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ให้นับเป็นการลาครั้งหนึ่ง

ตุลาการศาลปกครองที่ถูกเรียกกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างการลา

ให้ถือว่าการลาอันเป็นสิ้นสุดลงเพียงวันก่อนวันเดินทางกลับ

และวันราชการเริ่มต้นตั้งแต่วันออกเดินทางกลับเป็นต้นไป

การลาครึ่งวันในตอนเช้าหรือตอนบ่าย

ให้นับเป็นการลาครึ่งวันตามประเภทของการลานั้นๆ

ตุลาการศาลปกครองซึ่งได้รับอนุญาตให้ลา

หากประสงค์จะยกเลิกวันลาที่ยังไม่ได้หยุดราชการให้เสนอขอถอนวันลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตให้ลาและให้ถือว่าการลาเป็นอันสิ้นสุดลงเพียงวันที่ขอถอนวันลานั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การลาให้ใช้ใบลาตามแบบที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนดเว้นแต่ในกรณีจำเป็นหรือรีบด่วนจะใช้ใบลาที่มีข้อความไม่ครบถ้วนตามแบบหรือจะลาโดยวิธีการอย่างอื่นก็ได้

แต่ทั้งนี้ต้องส่งใบลาตามแบบในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ตุลาการศาลปกครองผู้ใดไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ อันเนื่องมาจากพฤติการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปในท้องที่นั้น

หรือพฤติการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับตุลาการศาลปกครองผู้นั้นและมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือความผิดของตุลาการศาลปกครองผู้นั้นเอง

โดยพฤติการณ์พิเศษดังกล่าวร้ายแรงจนเป็นเหตุขัดขวางทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการ

ณ สถานที่ตั้งตามปกติให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นรีบรายงานพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งอุปสรรคขัดขวางที่ทำให้มาปฏิบัติราชการไม่ได้ต่อผู้มีอำนาจอนุญาตการลาทันทีในวันแรกที่สามารถมาปฏิบัติราชการได้

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาเห็นว่าการที่ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นมาปฏิบัติราชการไม่ได้เป็นเพราะพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่งจริง

ให้สั่งให้การหยุดราชการของตุลาการศาลปกครองผู้นั้นไม่นับเป็นวันลา

หากผู้มีอำนาจอนุญาตการลาเห็นว่าการที่ตุลาการศาลปกครองไม่สามารถมาปฏิบัติราชการยังไม่สมควรถือเป็นพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่ง

ให้ถือว่าวันที่ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นไม่มาปฏิบัติราชการเป็นวันลากิจส่วนตัว

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะไปต่างประเทศในระหว่างการลาหรือในระหว่างวันหยุดราชการ

ให้เสนอขออนุญาตต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือประธานศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ให้ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครองรักษาการตามประกาศและให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้

ประเภทของการลา

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การลาแบ่งออกเป็น ๘ ประเภท คือ

(๑) การลาป่วย

(๒) การลาคลอดบุตร

(๓) การลากิจส่วนตัว

(๔) การลาพักผ่อน

(๕)

การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์

(๖) การลาเข้ารับการเตรียมพล

(๗) การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัย

(๘) การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

การลาป่วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาป่วยเพื่อรักษาตัว ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา

เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้

ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ขอลามีอาการป่วยจนไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้

จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้

แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอใบลาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง

การลาป่วยตั้งแต่ ๑๕ วันขึ้นไป

ต้องมีใบรับรองแพทย์ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแนบไปกับใบลาด้วย

และถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรจะสั่งให้ใช้ใบรับรองแพทย์ของทางราชการแทนก็ได้

การลาป่วยไม่ถึง ๑๕ วัน

ไม่ว่าจะเป็นการลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งติดต่อกัน ถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควร

จะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ตามวรรคสามประกอบใบลาหรือสั่งให้ผู้ลาไปรับการตรวจจากแพทย์ของทางราชการเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตก็ได้

การลาคลอดบุตร

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาคลอดบุตร

ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา

เว้นแต่ไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้ จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอใบลาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง

และมีสิทธิลาคลอดบุตร โดยได้รับเงินเดือนครั้งหนึ่งได้ ๙๐ วันโดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์

การลาคลอดบุตรจะลาในวันที่คลอด

ก่อนหรือหลังวันที่คลอดก็ได้ แต่เมื่อรวมวันลาแล้วต้องไม่เกิน ๙๐ วัน

การลาคลอดบุตรคาบเกี่ยวกับการลาประเภทใดซึ่งยังไม่ครบกำหนดวันลาของการลาประเภทนั้นให้ถือว่าการลาประเภทนั้นสิ้นสุดลง

และให้นับเป็นการลาคลอดบุตรตั้งแต่วันเริ่มลาคลอดบุตร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร และได้หยุดราชการไปแล้วแต่ไม่ได้คลอดบุตรตามกำหนด

หากประสงค์จะขอถอนวันลาคลอดบุตรที่หยุดไป ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตให้ถอนวันลาคลอดบุตรได้

โดยให้ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว

การลากิจส่วนตัว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลากิจส่วนตัว ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตและเมื่อได้รับอนุญาตจึงจะหยุดราชการได้

เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถรอรับอนุญาตได้ทัน

จะเสนอใบลาพร้อมด้วยระบุเหตุจำเป็นไว้แล้วหยุดราชการไปก่อนก็ได้ แต่จะต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้มีอำนาจอนุญาตทราบโดยเร็ว

ในกรณีมีเหตุพิเศษที่ไม่อาจเสนอใบลาล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง

ให้เสนอใบลาพร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็นต่อผู้มีอำนาจอนุญาตทันทีในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ตุลาการศาลปกครองมีสิทธิลากิจส่วนตัวโดยได้รับเงินเดือนปีละไม่เกิน ๔๕

วันทำการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ตุลาการศาลปกครองที่ลาคลอดบุตรตามข้อ ๑๖ แล้ว

หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรให้มีสิทธิลาได้ไม่เกิน

๑๕๐ วันทำการ โดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัว

เว้นแต่กรณีการลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรตามข้อ ๒๐

ซึ่งได้หยุดราชการไปยังไม่ครบกำหนด ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น ผู้มีอำนาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิบัติราชการก็ได้

การลาพักผ่อน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ตุลาการศาลปกครองมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีหนึ่งได้

๑๐ วันทำการ

เว้นแต่ตุลาการศาลปกครองดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครองยังไม่ถึง

๖ เดือน

(๑)

ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นครั้งแรก

(๒) ผู้ซึ่งเกษียณอายุราชการก่อนเข้ารับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครอง

(๓) ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพราะเหตุอื่นใดที่มิใช่การลาออกเพื่อเข้ารับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครอง

(๔) ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง

แล้วต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครองหลัง ๖ เดือน นับแต่วันออกจากราชการ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ถ้าในปีใดตุลาการศาลปกครองผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักผ่อนประจำปีแล้วแต่ไม่ครบ

๑๐ วันทำการ ให้สะสมวันลาที่ยังมิได้ลาในปีนั้นรวมเข้าปีต่อๆ ไปได้

แต่วันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันจะต้องไม่เกิน ๒๐ วันทำการ

สำหรับผู้ที่ได้รับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๐ ปี ให้มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน ๓๐

วันทำการ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาพักผ่อน

ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตและเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการได้

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การอนุญาตให้ลาพักผ่อน

ผู้มีอำนาจอนุญาตจะอนุญาตให้ลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยมิให้เสียหายแก่ราชการ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนซึ่งหยุดราชการไปยังไม่ครบกำหนด ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น

ผู้มีอำนาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิบัติราชการก็ได้

การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือตุลาการศาลปกครองที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งประสงค์จะลาไปประกอบพิธีฮัจย์

ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย

ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนวันอุปสมบทหรือก่อนวันเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ไม่น้อยกว่า

๖๐ วัน

ในกรณีมีเหตุพิเศษไม่อาจเสนอใบลาล่วงหน้าได้ตามวรรคหนึ่ง

ให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นประกอบการลา

และให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาตที่จะพิจารณาให้ลาหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์ตามข้อ

๒๗ แล้ว จะต้องอุปสมบทหรือออกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ภายใน ๑๐ วัน

นับแต่วันเริ่มลา และจะต้องกลับมารายงานตัวเข้าปฏิบัติราชการภายใน ๕ วัน

นับแต่วันที่ลาสิกขา หรือวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังจากการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์และได้หยุดราชการไปแล้ว

หากปรากฎว่ามีปัญหาอุปสรรคทำให้ไม่สามารถอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์ตามที่ขอลาไว้

เมื่อได้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติและขอถอนวันลาให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตให้ถอนวันลาอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์ได้

โดยให้ถือว่าวันที่หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว

การลาเข้ารับการเตรียมพล

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับหมายเรียกเข้ารับการเตรียมพล

ให้รายงานลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแต่เวลารับหมายเรียกเป็นต้นไป

และให้ไปเข้ารับการเตรียมพลตามวันเวลาในหมายเรียกนั้น โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

เมื่อตุลาการศาลปกครองที่ลานั้นพ้นจากการเข้ารับการเตรียมพลแล้วให้มารายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติต่อผู้มีอำนาจอนุญาตภายใน

๗ วัน เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอาจขยายเวลาให้ได้แต่รวมแล้วไม่เกิน ๑๕ วัน

การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาไปศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยในต่างประเทศ หรือศึกษาเพิ่มเติมในประเทศ

ให้เสนอใบลาต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาอนุญาต

ในกรณีที่ผู้ขอลาเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้เสนอใบลาผ่านอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ให้สำนักงานศาลปกครองจัดทำสัญญาผูกมัดตุลาการศาลปกครองที่ไปศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัยในต่างประเทศ

หรือศึกษาเพิ่มเติมในประเทศให้กลับมาปฏิบัติราชการในศาลปกครองตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และแบบที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนด

การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศของตุลาการศาลปกครองให้เป็นอำนาจของประธานศาลปกครองสูงสุดที่จะพิจารณาอนุญาตโดยความเห็นชอบของ

ก.ศป.

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศมี

๒ ประเภท คือ

“ประเภทที่ ๑” ได้แก่

การไปปฏิบัติงานในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้

(๑) การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก

และเป็นวาระที่จะต้องส่งไปปฏิบัติงานในองค์การนั้น

(๒) รัฐบาลไทยมีข้อผูกพันที่จะต้องส่งไปปฏิบัติงานตามความตกลงระหว่างประเทศ

(๓) ประเทศไทยต้องส่งไปปฏิบัติงานเพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศตามความต้องการของรัฐบาลไทย

“ประเภทที่ ๒” ได้แก่ การไปปฏิบัติงานนอกเหนือจากประเภทที่

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕

ตุลาการศาลปกครองที่จะไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

(๑) เป็นตุลาการศาลปกครองมาแล้วไม่น้อยกว่า

๕ ปีก่อนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงาน เว้นแต่ผู้ที่ไปปฏิบัติงานในองค์การสหประชาชาติกำหนดเวลา

๕ ปีให้ลดเป็น ๒ ปี

สำหรับผู้ที่เคยไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่

๒ มาแล้ว จะต้องมีเวลาปฏิบัติราชการในศาลปกครองไม่น้อยกว่า ๒ ปี

นับแต่วันเริ่มกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่เดินทางกลับจากการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

ประเภทที่ ๒ ครั้งสุดท้าย

(๒) ผู้ที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่

๒ ต้องมีอายุไม่เกิน ๕๒ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงาน

(๓)

เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสม มีความประพฤติเรียบร้อยและไม่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัย

การขอยกเว้นหรือผ่อนผันคุณสมบัติตาม

(๑) วรรคสอง และ (๒) ให้พิจารณา เหตุผลความจำเป็นเป็นรายๆ ไป

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ให้ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศยื่นใบลาต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาอนุญาตโดยความเห็นชอบของ

ก.ศป. และมีคำสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นลาไปปฏิบัติงานได้

โดยถือว่าเป็นการไปทำการใดๆ อันจะนับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ

ตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ

มีกำหนดเวลาไม่เกิน ๔ ปี สำหรับการไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๑ หรือมีกำหนดเวลาไม่เกิน

๑ ปี สำหรับการไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๒ โดยไม่รับเงินเดือน

เว้นแต่อัตราเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศต่ำกว่าอัตราเงินเดือนตุลาการศาลปกครองที่ผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น

ให้มีสิทธิได้รับเงินเดือนจากทางราชการสมทบ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่เกินอัตราเงินเดือนตุลาการศาลปกครองที่ผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศหากประสงค์จะอยู่ปฏิบัติงานต่อ

ให้ยื่นเรื่องราวพร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ

ต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาอนุญาตโดยความเห็นชอบของ ก.ศป.

ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะอยู่ปฏิบัติงานต่อเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ให้เสนอผ่านอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นด้วย

การขยายเวลาปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง

เมื่อรวมกับระยะเวลาเดิมแล้วต้องไม่เกิน ๔ ปี

ส่วนในกรณีได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๒ จะขอขยายเวลาเกินกว่า ๑

ปีไม่ได้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ให้สำนักงานศาลปกครองจัดทำสัญญาผูกมัดตุลาการศาลปกครองที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่

๒ ให้กลับมารับราชการในศาลปกครองเป็นเวลาหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ไปปฏิบัติงาน

ตุลาการศาลปกครองผู้ใดไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่กลับมารับราชการหรือกลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา

ให้ชดใช้เงินเบี้ยปรับแก่ทางราชการ ดังนี้

(๑) ไม่กลับเข้ารับราชการเลย

ให้ชดใช้เป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้รับ

คูณด้วยระยะเวลาที่ลาไปปฏิบัติงานที่คิดเป็นเดือน

เศษของเดือนถ้าเกินสิบห้าวันให้คิดเป็นหนึ่งเดือน

(๒) กลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา

ให้ชดใช้เบี้ยปรับตาม (๑) ลดลงตามส่วน

การทำสัญญาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนด

เมื่อจัดทำแล้วให้ส่งให้กระทรวงการคลังและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งละ ๑ ชุด

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

ตุลาการศาลปกครองที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จให้รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใน

๑๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และให้รายงานผลการไปปฏิบัติงานให้ประธานศาลปกครองสูงสุดทราบภายใน

๓๐ วันนับแต่วันที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ

การรายงานผลการไปปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง

ให้ใช้แบบรายงานการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนด

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐

ให้ถือว่าบรรดากิจการหรือการกระทำใดที่กระทำไปตามประกาศประธานศาลปกครองสูงสุด

เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔

เป็นกิจการหรือการกระทำที่ได้กระทำไปตามประกาศนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔

อักขราทร

จุฬารัตน

ประธานศาลปกครองสูงสุด

ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง

ภคินี/แก้ไข

๘/๕/๒๕๔๕

A+B

หทัยภัทร/แก้ไข

๒๒/๒/๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๕๙ ก/หน้า ๒๑/๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๔

40 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศ ก.ศป. เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8afb8253eca86bdb

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com