ประกาศ ก
ประกาศ ก.ศป.
เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป.
ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ประกาศ ก
ประกาศ ก.ศป.
เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓๓ วรรคสอง
แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ก.ศป.
ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในประกาศนี้
เข้ารับการเตรียมพล หมายความว่า เข้ารับการระดมพล
เข้ารับการตรวจสอบพล เข้ารับการฝึกวิชาทหาร หรือเข้ารับการทดลองความพรั่งพร้อม
ตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร
องค์การระหว่างประเทศ หมายความว่า
องค์การที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นด้วยความตกลงระหว่างประเทศทั้งในระดับรัฐบาลและระดับเอกชน
และสำหรับองค์การสหประชาชาติให้หมายความรวมถึงทบวงการชำนัญพิเศษและองค์การอื่นใดในเครือสหประชาชาติด้วย
องค์การต่างประเทศ หมายความว่า
องค์การหรือสถาบันต่างประเทศตามที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
จะได้ประกาศรายชื่อให้ทราบ
การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ หมายความรวมถึง การไปปฏิบัติงานในองค์การต่างประเทศ
การไปปฏิบัติงานในต่างประเทศในลักษณะเดียวกันกับการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
รวมทั้งการไปปฏิบัติงานในหน่วยงานขององค์การระหว่างประเทศ
หน่วยงานขององค์การต่างประเทศ หรือหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยโดยได้รับเงินเดือนหรือค่าตอบแทนในลักษณะเดียวกันกับเงินเดือนจากองค์การระหว่างประเทศ
องค์การต่างประเทศหน่วยงานของรัฐบาลต่างประเทศ หรือจากประเทศที่ไปปฏิบัติงาน
แต่ไม่รวมถึงการเดินทางไปราชการตามระเบียบว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการหรือการจัดการประชุมของทางราชการ
การไปรับราชการประจำในต่างประเทศ การไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน
หรือปฏิบัติการวิจัยตามระเบียบหรือข้อบังคับว่าด้วยการให้ข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรม
และดูงาน ณ ต่างประเทศ
ข้อ ๒ การลาทุกประเภทตามประกาศนี้ ถ้ามีกฎหมาย
ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดเกี่ยวกับการลาประเภทใดไว้เป็นพิเศษ
ผู้ลาและผู้มีอำนาจอนุญาตการลาจะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ
หรือมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการลาประเภทนั้นด้วย
ข้อ ๓ การลาทุกประเภท
การหยุดราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ และการไปต่างประเทศของประธานศาลปกครองสูงสุด
ให้แจ้งให้ ก.ศป. ทราบ
ข้อ ๔ การลาทุกประเภทนอกจากการลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
การหยุดราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ และการไปต่างประเทศของตุลาการในศาลปกครองสูงสุด
อธิบดีศาลปกครองชั้นต้น และตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นซึ่งปฏิบัติหน้าที่เป็นตุลาการผู้แถลงคดีในศาลปกครองสูงสุดเพียงหน้าที่เดียว
ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
ข้อ ๕ การหยุดราชการเพราะพฤติการณ์พิเศษ
การไปต่างประเทศ และการลาทุกประเภท นอกจากการลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน
ปฏิบัติการวิจัยหรือไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศของตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น
ให้อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเป็นผู้พิจารณาอนุญาต
ข้อ ๖
ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาจะมอบหมายหรือมอบอำนาจโดยทำเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดเป็นผู้พิจารณาอนุญาตแทนก็ได้
ข้อ ๗
ตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นผู้ใดได้รับคำสั่งให้ไปช่วยราชการ ณ ศาลปกครองอื่นที่ตนมิได้สังกัด
หากประสงค์จะลาป่วย ลาคลอดบุตร ลากิจส่วนตัว ลาพักผ่อน หรือลาเข้ารับการเตรียมพลในช่วงเวลาที่ไปช่วยราชการ
ให้เสนอขออนุญาตลาต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นที่ไปช่วยราชการ
แล้วให้ศาลปกครองชั้นต้นนั้นรายงานจำนวนวันลาให้ศาลปกครองต้นสังกัดของผู้นั้นทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการลาหยุดราชการ
ให้สำนักงานศาลปกครองแต่ละแห่งจัดให้มีการบันทึกการลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครองแยกตามประเภท
หรือพฤติการณ์พิเศษ หรือเหตุแห่งการลา
ข้อ ๙
การนับวันลาตามประกาศนี้ให้นับตามปีงบประมาณ
การนับวันลาเพื่อประโยชน์ในการเสนอหรือจัดส่งใบลา
การอนุญาตให้ลาและการคำนวณวันลาให้นับต่อเนื่องกันโดยนับวันหยุดราชการที่อยู่ในระหว่างวันลาประเภทเดียวกันรวมเป็นวันลาด้วย
เว้นแต่การนับเพื่อประโยชน์ในการคำนวณวันลาสำหรับวันลาป่วยที่มิใช่วันลาป่วยตามกฎหมายว่าด้วยการสงเคราะห์ข้าราชการผู้ได้รับอันตรายหรือการป่วยเจ็บเพราะเหตุปฏิบัติราชการ
วันลากิจส่วนตัว และวันลาพักผ่อนให้นับเฉพาะวันทำการ
การลาป่วยหรือลากิจส่วนตัวซึ่งมีระยะเวลาต่อเนื่องกัน
จะเป็นปีเดียวกันหรือไม่ก็ตาม ให้นับเป็นการลาครั้งหนึ่ง
ตุลาการศาลปกครองที่ถูกเรียกกลับมาปฏิบัติราชการระหว่างการลา
ให้ถือว่าการลาอันเป็นสิ้นสุดลงเพียงวันก่อนวันเดินทางกลับ
และวันราชการเริ่มต้นตั้งแต่วันออกเดินทางกลับเป็นต้นไป
การลาครึ่งวันในตอนเช้าหรือตอนบ่าย
ให้นับเป็นการลาครึ่งวันตามประเภทของการลานั้นๆ
ตุลาการศาลปกครองซึ่งได้รับอนุญาตให้ลา
หากประสงค์จะยกเลิกวันลาที่ยังไม่ได้หยุดราชการให้เสนอขอถอนวันลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตให้ลาและให้ถือว่าการลาเป็นอันสิ้นสุดลงเพียงวันที่ขอถอนวันลานั้น
ข้อ ๑๐
การลาให้ใช้ใบลาตามแบบที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนดเว้นแต่ในกรณีจำเป็นหรือรีบด่วนจะใช้ใบลาที่มีข้อความไม่ครบถ้วนตามแบบหรือจะลาโดยวิธีการอย่างอื่นก็ได้
แต่ทั้งนี้ต้องส่งใบลาตามแบบในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ
ข้อ ๑๑
ตุลาการศาลปกครองผู้ใดไม่สามารถมาปฏิบัติราชการได้ อันเนื่องมาจากพฤติการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับบุคคลทั่วไปในท้องที่นั้น
หรือพฤติการณ์พิเศษซึ่งเกิดขึ้นกับตุลาการศาลปกครองผู้นั้นและมิได้เกิดจากความประมาทเลินเล่อหรือความผิดของตุลาการศาลปกครองผู้นั้นเอง
โดยพฤติการณ์พิเศษดังกล่าวร้ายแรงจนเป็นเหตุขัดขวางทำให้ไม่สามารถมาปฏิบัติราชการ
ณ สถานที่ตั้งตามปกติให้ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นรีบรายงานพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นรวมทั้งอุปสรรคขัดขวางที่ทำให้มาปฏิบัติราชการไม่ได้ต่อผู้มีอำนาจอนุญาตการลาทันทีในวันแรกที่สามารถมาปฏิบัติราชการได้
ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุญาตการลาเห็นว่าการที่ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นมาปฏิบัติราชการไม่ได้เป็นเพราะพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่งจริง
ให้สั่งให้การหยุดราชการของตุลาการศาลปกครองผู้นั้นไม่นับเป็นวันลา
หากผู้มีอำนาจอนุญาตการลาเห็นว่าการที่ตุลาการศาลปกครองไม่สามารถมาปฏิบัติราชการยังไม่สมควรถือเป็นพฤติการณ์พิเศษตามวรรคหนึ่ง
ให้ถือว่าวันที่ตุลาการศาลปกครองผู้นั้นไม่มาปฏิบัติราชการเป็นวันลากิจส่วนตัว
ข้อ ๑๒ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะไปต่างประเทศในระหว่างการลาหรือในระหว่างวันหยุดราชการ
ให้เสนอขออนุญาตต่ออธิบดีศาลปกครองชั้นต้นหรือประธานศาลปกครองสูงสุดแล้วแต่กรณี
ข้อ ๑๓
ให้ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครองรักษาการตามประกาศและให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามประกาศนี้
ประเภทของการลา
ข้อ ๑๔ การลาแบ่งออกเป็น ๘ ประเภท คือ
(๑) การลาป่วย
(๒) การลาคลอดบุตร
(๓) การลากิจส่วนตัว
(๔) การลาพักผ่อน
(๕)
การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
(๖) การลาเข้ารับการเตรียมพล
(๗) การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน
หรือปฏิบัติการวิจัย
(๘) การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
การลาป่วย
ข้อ ๑๕
ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาป่วยเพื่อรักษาตัว ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา
เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจะเสนอหรือจัดส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้
ในกรณีที่ตุลาการศาลปกครองผู้ขอลามีอาการป่วยจนไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้
จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้
แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอใบลาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง
การลาป่วยตั้งแต่ ๑๕ วันขึ้นไป
ต้องมีใบรับรองแพทย์ซึ่งเป็นผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมแนบไปกับใบลาด้วย
และถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควรจะสั่งให้ใช้ใบรับรองแพทย์ของทางราชการแทนก็ได้
การลาป่วยไม่ถึง ๑๕ วัน
ไม่ว่าจะเป็นการลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งติดต่อกัน ถ้าผู้มีอำนาจอนุญาตเห็นสมควร
จะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ตามวรรคสามประกอบใบลาหรือสั่งให้ผู้ลาไปรับการตรวจจากแพทย์ของทางราชการเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตก็ได้
การลาคลอดบุตร
ข้อ ๑๖ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาคลอดบุตร
ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนหรือในวันที่ลา
เว้นแต่ไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้ จะให้ผู้อื่นลาแทนก็ได้ แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วให้เสนอใบลาด้วยตนเองอีกครั้งหนึ่ง
และมีสิทธิลาคลอดบุตร โดยได้รับเงินเดือนครั้งหนึ่งได้ ๙๐ วันโดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์
การลาคลอดบุตรจะลาในวันที่คลอด
ก่อนหรือหลังวันที่คลอดก็ได้ แต่เมื่อรวมวันลาแล้วต้องไม่เกิน ๙๐ วัน
การลาคลอดบุตรคาบเกี่ยวกับการลาประเภทใดซึ่งยังไม่ครบกำหนดวันลาของการลาประเภทนั้นให้ถือว่าการลาประเภทนั้นสิ้นสุดลง
และให้นับเป็นการลาคลอดบุตรตั้งแต่วันเริ่มลาคลอดบุตร
ข้อ ๑๗
ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับอนุญาตให้ลาคลอดบุตร และได้หยุดราชการไปแล้วแต่ไม่ได้คลอดบุตรตามกำหนด
หากประสงค์จะขอถอนวันลาคลอดบุตรที่หยุดไป ให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตให้ถอนวันลาคลอดบุตรได้
โดยให้ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว
การลากิจส่วนตัว
ข้อ ๑๘
ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลากิจส่วนตัว ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตและเมื่อได้รับอนุญาตจึงจะหยุดราชการได้
เว้นแต่มีเหตุจำเป็นไม่สามารถรอรับอนุญาตได้ทัน
จะเสนอใบลาพร้อมด้วยระบุเหตุจำเป็นไว้แล้วหยุดราชการไปก่อนก็ได้ แต่จะต้องชี้แจงเหตุผลให้ผู้มีอำนาจอนุญาตทราบโดยเร็ว
ในกรณีมีเหตุพิเศษที่ไม่อาจเสนอใบลาล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง
ให้เสนอใบลาพร้อมทั้งระบุเหตุผลความจำเป็นต่อผู้มีอำนาจอนุญาตทันทีในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการ
ข้อ ๑๙
ตุลาการศาลปกครองมีสิทธิลากิจส่วนตัวโดยได้รับเงินเดือนปีละไม่เกิน ๔๕
วันทำการ
ข้อ ๒๐ ตุลาการศาลปกครองที่ลาคลอดบุตรตามข้อ ๑๖ แล้ว
หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรต่อเนื่องจากการลาคลอดบุตรให้มีสิทธิลาได้ไม่เกิน
๑๕๐ วันทำการ โดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลา
ข้อ ๒๑ ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลากิจส่วนตัว
เว้นแต่กรณีการลากิจส่วนตัวเพื่อเลี้ยงดูบุตรตามข้อ ๒๐
ซึ่งได้หยุดราชการไปยังไม่ครบกำหนด ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น ผู้มีอำนาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิบัติราชการก็ได้
การลาพักผ่อน
ข้อ ๒๒ ตุลาการศาลปกครองมีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีหนึ่งได้
๑๐ วันทำการ
เว้นแต่ตุลาการศาลปกครองดังต่อไปนี้ไม่มีสิทธิลาพักผ่อนประจำปีในปีที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครองยังไม่ถึง
๖ เดือน
(๑)
ผู้ซึ่งได้รับการบรรจุเข้ารับราชการเป็นครั้งแรก
(๒) ผู้ซึ่งเกษียณอายุราชการก่อนเข้ารับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครอง
(๓) ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพราะเหตุอื่นใดที่มิใช่การลาออกเพื่อเข้ารับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครอง
(๔) ผู้ซึ่งลาออกจากราชการเพื่อดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเพื่อสมัครรับเลือกตั้ง
แล้วต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็นตุลาการศาลปกครองหลัง ๖ เดือน นับแต่วันออกจากราชการ
ข้อ ๒๓
ถ้าในปีใดตุลาการศาลปกครองผู้ใดมิได้ลาพักผ่อนประจำปี หรือลาพักผ่อนประจำปีแล้วแต่ไม่ครบ
๑๐ วันทำการ ให้สะสมวันลาที่ยังมิได้ลาในปีนั้นรวมเข้าปีต่อๆ ไปได้
แต่วันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันจะต้องไม่เกิน ๒๐ วันทำการ
สำหรับผู้ที่ได้รับราชการติดต่อกันมาแล้วไม่น้อยกว่า
๑๐ ปี ให้มีสิทธินำวันลาพักผ่อนสะสมรวมกับวันลาพักผ่อนในปีปัจจุบันได้ไม่เกิน ๓๐
วันทำการ
ข้อ ๒๔ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาพักผ่อน
ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตและเมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะหยุดราชการได้
ข้อ ๒๕ การอนุญาตให้ลาพักผ่อน
ผู้มีอำนาจอนุญาตจะอนุญาตให้ลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งก็ได้ โดยมิให้เสียหายแก่ราชการ
ข้อ ๒๖
ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ลาพักผ่อนซึ่งหยุดราชการไปยังไม่ครบกำหนด ถ้ามีราชการจำเป็นเกิดขึ้น
ผู้มีอำนาจอนุญาตจะเรียกตัวมาปฏิบัติราชการก็ได้
การลาอุปสมบทหรือการลาไปประกอบพิธีฮัจย์
ข้อ ๒๗
ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาอุปสมบทในพระพุทธศาสนาหรือตุลาการศาลปกครองที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งประสงค์จะลาไปประกอบพิธีฮัจย์
ณ เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย
ให้เสนอใบลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตก่อนวันอุปสมบทหรือก่อนวันเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ไม่น้อยกว่า
๖๐ วัน
ในกรณีมีเหตุพิเศษไม่อาจเสนอใบลาล่วงหน้าได้ตามวรรคหนึ่ง
ให้ชี้แจงเหตุผลความจำเป็นประกอบการลา
และให้อยู่ในดุลพินิจของผู้มีอำนาจอนุญาตที่จะพิจารณาให้ลาหรือไม่ก็ได้
ข้อ ๒๘
ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์ตามข้อ
๒๗ แล้ว จะต้องอุปสมบทหรือออกเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ภายใน ๑๐ วัน
นับแต่วันเริ่มลา และจะต้องกลับมารายงานตัวเข้าปฏิบัติราชการภายใน ๕ วัน
นับแต่วันที่ลาสิกขา หรือวันที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยหลังจากการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์
ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ลาอุปสมบทหรือได้รับอนุญาตให้ลาไปประกอบพิธีฮัจย์และได้หยุดราชการไปแล้ว
หากปรากฎว่ามีปัญหาอุปสรรคทำให้ไม่สามารถอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์ตามที่ขอลาไว้
เมื่อได้รายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติและขอถอนวันลาให้ผู้มีอำนาจอนุญาตพิจารณาอนุญาตให้ถอนวันลาอุปสมบทหรือไปประกอบพิธีฮัจย์ได้
โดยให้ถือว่าวันที่หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจส่วนตัว
การลาเข้ารับการเตรียมพล
ข้อ ๒๙ ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับหมายเรียกเข้ารับการเตรียมพล
ให้รายงานลาต่อผู้มีอำนาจอนุญาตภายใน ๔๘ ชั่วโมง นับแต่เวลารับหมายเรียกเป็นต้นไป
และให้ไปเข้ารับการเตรียมพลตามวันเวลาในหมายเรียกนั้น โดยไม่ต้องรอรับคำสั่งอนุญาต
ข้อ ๓๐
เมื่อตุลาการศาลปกครองที่ลานั้นพ้นจากการเข้ารับการเตรียมพลแล้วให้มารายงานตัวกลับเข้าปฏิบัติราชการตามปกติต่อผู้มีอำนาจอนุญาตภายใน
๗ วัน เว้นแต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นอาจขยายเวลาให้ได้แต่รวมแล้วไม่เกิน ๑๕ วัน
การลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย
ข้อ ๓๑ ตุลาการศาลปกครองซึ่งประสงค์จะลาไปศึกษา
ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยในต่างประเทศ หรือศึกษาเพิ่มเติมในประเทศ
ให้เสนอใบลาต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาอนุญาต
ในกรณีที่ผู้ขอลาเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้นให้เสนอใบลาผ่านอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นเพื่อเสนอความเห็นประกอบการพิจารณาด้วย
ข้อ ๓๒
ให้สำนักงานศาลปกครองจัดทำสัญญาผูกมัดตุลาการศาลปกครองที่ไปศึกษา ฝึกอบรมหรือปฏิบัติการวิจัยในต่างประเทศ
หรือศึกษาเพิ่มเติมในประเทศให้กลับมาปฏิบัติราชการในศาลปกครองตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และแบบที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนด
การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
ข้อ ๓๓
การลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศของตุลาการศาลปกครองให้เป็นอำนาจของประธานศาลปกครองสูงสุดที่จะพิจารณาอนุญาตโดยความเห็นชอบของ
ก.ศป.
ข้อ ๓๔ การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศมี
๒ ประเภท คือ
ประเภทที่ ๑ ได้แก่
การไปปฏิบัติงานในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังต่อไปนี้
(๑) การไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก
และเป็นวาระที่จะต้องส่งไปปฏิบัติงานในองค์การนั้น
(๒) รัฐบาลไทยมีข้อผูกพันที่จะต้องส่งไปปฏิบัติงานตามความตกลงระหว่างประเทศ
(๓) ประเทศไทยต้องส่งไปปฏิบัติงานเพื่อพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประเทศตามความต้องการของรัฐบาลไทย
ประเภทที่ ๒ ได้แก่ การไปปฏิบัติงานนอกเหนือจากประเภทที่
๑
ข้อ ๓๕
ตุลาการศาลปกครองที่จะไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(๑) เป็นตุลาการศาลปกครองมาแล้วไม่น้อยกว่า
๕ ปีก่อนถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงาน เว้นแต่ผู้ที่ไปปฏิบัติงานในองค์การสหประชาชาติกำหนดเวลา
๕ ปีให้ลดเป็น ๒ ปี
สำหรับผู้ที่เคยไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่
๒ มาแล้ว จะต้องมีเวลาปฏิบัติราชการในศาลปกครองไม่น้อยกว่า ๒ ปี
นับแต่วันเริ่มกลับเข้าปฏิบัติหน้าที่ หลังจากที่เดินทางกลับจากการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ
ประเภทที่ ๒ ครั้งสุดท้าย
(๒) ผู้ที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่
๒ ต้องมีอายุไม่เกิน ๕๒ ปีบริบูรณ์ นับถึงวันที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงาน
(๓)
เป็นผู้มีความรู้ความสามารถเหมาะสม มีความประพฤติเรียบร้อยและไม่อยู่ในระหว่างถูกสอบสวนว่ากระทำผิดวินัย
การขอยกเว้นหรือผ่อนผันคุณสมบัติตาม
(๑) วรรคสอง และ (๒) ให้พิจารณา เหตุผลความจำเป็นเป็นรายๆ ไป
ข้อ ๓๖
ให้ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับการคัดเลือกให้ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศยื่นใบลาต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาอนุญาตโดยความเห็นชอบของ
ก.ศป. และมีคำสั่งให้ข้าราชการผู้นั้นลาไปปฏิบัติงานได้
โดยถือว่าเป็นการไปทำการใดๆ อันจะนับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ
ตามกฎหมายว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์การสั่งให้ข้าราชการไปทำการซึ่งให้นับเวลาระหว่างนั้นเหมือนเต็มเวลาราชการ
มีกำหนดเวลาไม่เกิน ๔ ปี สำหรับการไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๑ หรือมีกำหนดเวลาไม่เกิน
๑ ปี สำหรับการไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๒ โดยไม่รับเงินเดือน
เว้นแต่อัตราเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศต่ำกว่าอัตราเงินเดือนตุลาการศาลปกครองที่ผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น
ให้มีสิทธิได้รับเงินเดือนจากทางราชการสมทบ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินเดือนที่ได้รับจากองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่เกินอัตราเงินเดือนตุลาการศาลปกครองที่ผู้นั้นได้รับอยู่ในขณะนั้น
ข้อ ๓๗
ตุลาการศาลปกครองที่ได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศหากประสงค์จะอยู่ปฏิบัติงานต่อ
ให้ยื่นเรื่องราวพร้อมทั้งเหตุผลความจำเป็นและประโยชน์ที่ทางราชการจะได้รับ
ต่อประธานศาลปกครองสูงสุดเพื่อพิจารณาอนุญาตโดยความเห็นชอบของ ก.ศป.
ในกรณีที่ผู้ประสงค์จะอยู่ปฏิบัติงานต่อเป็นตุลาการในศาลปกครองชั้นต้น ให้เสนอผ่านอธิบดีศาลปกครองชั้นต้นด้วย
การขยายเวลาปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามวรรคหนึ่ง
เมื่อรวมกับระยะเวลาเดิมแล้วต้องไม่เกิน ๔ ปี
ส่วนในกรณีได้รับอนุญาตให้ไปปฏิบัติงานประเภทที่ ๒ จะขอขยายเวลาเกินกว่า ๑
ปีไม่ได้
ข้อ ๓๘
ให้สำนักงานศาลปกครองจัดทำสัญญาผูกมัดตุลาการศาลปกครองที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศประเภทที่
๒ ให้กลับมารับราชการในศาลปกครองเป็นเวลาหนึ่งเท่าของระยะเวลาที่ไปปฏิบัติงาน
ตุลาการศาลปกครองผู้ใดไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศแล้วไม่กลับมารับราชการหรือกลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา
ให้ชดใช้เงินเบี้ยปรับแก่ทางราชการ ดังนี้
(๑) ไม่กลับเข้ารับราชการเลย
ให้ชดใช้เป็นจำนวนเท่ากับเงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้รับ
คูณด้วยระยะเวลาที่ลาไปปฏิบัติงานที่คิดเป็นเดือน
เศษของเดือนถ้าเกินสิบห้าวันให้คิดเป็นหนึ่งเดือน
(๒) กลับมารับราชการไม่ครบกำหนดตามสัญญา
ให้ชดใช้เบี้ยปรับตาม (๑) ลดลงตามส่วน
การทำสัญญาตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนด
เมื่อจัดทำแล้วให้ส่งให้กระทรวงการคลังและสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินแห่งละ ๑ ชุด
ข้อ ๓๙
ตุลาการศาลปกครองที่ไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ เมื่อปฏิบัติงานแล้วเสร็จให้รายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใน
๑๐ วัน นับแต่วันถัดจากวันเสร็จสิ้นการปฏิบัติงาน และให้รายงานผลการไปปฏิบัติงานให้ประธานศาลปกครองสูงสุดทราบภายใน
๓๐ วันนับแต่วันที่กลับมาปฏิบัติหน้าที่ราชการ
การรายงานผลการไปปฏิบัติงานตามวรรคหนึ่ง
ให้ใช้แบบรายงานการไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศตามที่ประธานศาลปกครองสูงสุดกำหนด
ข้อ ๔๐
ให้ถือว่าบรรดากิจการหรือการกระทำใดที่กระทำไปตามประกาศประธานศาลปกครองสูงสุด
เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง ลงวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๔
เป็นกิจการหรือการกระทำที่ได้กระทำไปตามประกาศนี้
ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๔
อักขราทร
จุฬารัตน
ประธานศาลปกครองสูงสุด
ประธานกรรมการตุลาการศาลปกครอง
ภคินี/แก้ไข
๘/๕/๒๕๔๕
A+B
หทัยภัทร/แก้ไข
๒๒/๒/๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๘/ตอนที่ ๕๙ ก/หน้า ๒๑/๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๔
ประกาศ ก.ศป. เรื่อง การลาหยุดราชการของตุลาการศาลปกครอง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8afb8253eca86bdb
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com