法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
27
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

พ.ศ.

๒๕๔๐

โดยที่เป็นการสมควรวางระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบกับข้อ ๕ ข้อ

๑๘ ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ และข้อ ๒๑ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องวิธีการงบประมาณ

พ.ศ. ๒๕๒๙ ผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

พ.ศ. ๒๕๔๐”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกประกาศ คำสั่ง

เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

หมวด

ข้อความทั่ว

ๆ ไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“เช็ค” หมายความว่า

หนังสือตราสารซึ่งบุคคลหนึ่ง เรียกว่าผู้สั่งจ่ายสั่งธนาคารให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งเมื่อทวงถามให้แก่บุคคลอีกคนหนึ่ง

หรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลอีกคนหนึ่งอันเรียกว่าผู้รับเงิน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“เช็คขัดข้อง”

หมายความว่า เช็คที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

“ตั๋วแลกเงิน”

หมายความว่า หนังสือตราสารซึ่งบุคคลคนหนึ่งเรียกว่าผู้สั่งจ่าย

สั่งบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่าผู้จ่าย

ให้ใช้เงินจำนวนหนึ่งแก่บุคคลคนหนึ่งหรือให้ใช้ตามคำสั่งของบุคคลคนหนึ่งซึ่งเรียกว่าผู้รับเงิน

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

“ดราฟต์” หมายความว่า

ตราสารซึ่งธนาคารเป็นผู้ออก สั่งธนาคารตัวแทนของตนให้จ่ายเงินจำนวนหนึ่งแก่ผู้รับตามที่ได้ระบุไว้

หรือตามคำสั่งของผู้รับ

“ธนาณัติ” หมายความว่า

ตราสารซึ่งที่ทำการไปรษณีย์แห่งหนึ่งสั่งให้ที่ทำการไปรษณีย์อีกแห่งหนึ่งจ่ายเงิน

“เงินรายได้กรุงเทพมหานคร”

หมายความว่า บรรดาเงินที่หน่วยงานได้รับไว้และนำส่งเป็นเงินรายรับของกรุงเทพมหานครหรือนำส่งเป็นเงินนอกงบประมาณตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

“หน่วยงาน” หมายความว่า

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

และส่วนราชการตามประกาศกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการแบ่งส่วนราชการภายในหน่วยงานและการกำหนดอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการของกรุงเทพมหานคร

ที่ไม่ต่ำกว่าระดับกอง

“หัวหน้าหน่วยงาน”

หมายความว่า หัวหน้าหน่วยงานตำแหน่งปลัดกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนัก

หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล

ผู้อำนวยการวิทยาลัย ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการเขต

ผู้อำนวยการกอง เลขานุการสำนัก

หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ดำรงตำแหน่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้

“หน่วยการคลัง”

หมายความว่า หน่วยการคลังตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

“หัวหน้าหน่วยการคลัง”

หมายความว่า หัวหน้าหน่วยการคลังตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

“ส่วนราชการเจ้าของรายได้”

หมายความว่า

ส่วนราชการที่มีหน้าที่ประเมินภาษีอากรหรือจัดเก็บรายได้อื่นของกรุงเทพมหานคร

เพื่อนำส่งหน่วยการคลัง

“หน่วยงานเจ้าของรายได้”

หมายความว่า หน่วยงานที่ส่วนราชการเจ้าของรายได้สังกัดอยู่

หมวด

การรับเช็คหรือตราสารอื่น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เช็คที่จะรับชำระเป็นเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

มี ๔ ประเภท คือ

(๑) เช็คธนาคารแห่งประเทศไทย (เช็คประเภท ก.)

(๒) เช็คที่ธนาคารค้ำประกัน (เช็คประเภท ข.)

(๓) เช็คที่ธนาคารสั่งจ่าย (เช็คประเภท ค.)

(๔) เช็คที่ผู้ขอใช้เช็คสั่งจ่ายและใช้ชำระโดยตรง

(เช็คประเภท ง.)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้สถานที่ดังต่อไปนี้

เป็นสถานที่รับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

(๑) หน่วยการคลังของหน่วยงาน

(๒) สถานที่ที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

เช็คที่รับชำระเป็นเงินรายได้กรุงเทพมหานคร ต้องมีลักษณะและเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) มีรายการถูกต้องครบถ้วนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(๒) [๒]

เป็นเช็คลงวันที่ที่เจ้าหน้าที่รับเช็คนั้นหรือก่อนวันนั้นไม่เกิน ๑๕ วันทำการ

สำหรับเช็คประเภท ก ประเภท ข ประเภท ค ประเภท ง และห้ามรับเช็คลงวันที่ล่วงหน้า

(๓) เป็นเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายให้แก่ “กรุงเทพมหานคร”

กับขีดฆ่าคำว่า “ผู้ถือ”

และหรือ “ตามคำสั่ง”

(๔) เช็คนั้นต้องมิใช่เช็คโอนสลักหลัง

(๕)

เป็นเช็คที่สามารถเรียกเก็บเงินได้เต็มตามจำนวนเงินที่ระบุไว้ในเช็ค

หากจะต้องเสียค่าธรรมเนียม

หรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้น ผู้สั่งจ่าย

หรือผู้ชำระเงินจะต้องรับภาระดังกล่าว

(๖)

เช็คฉบับหนึ่งจะรับชำระเป็นเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

ประเภทเดียวหรือหลายประเภทก็ได้

(๗)

ห้ามรับเช็คที่มีจำนวนเงินสูงกว่าจำนวนเงินรายได้กรุงเทพมหานครที่จะต้องชำระ

(๘) เช็คประเภท ง.

ที่จะรับชำระเป็นเงินรายได้กรุงเทพมหานครนั้น จะต้องเป็นเช็คที่ผู้มีหน้าที่ชำระสั่งจ่ายเงิน

หรือเป็นเช็คสั่งจ่ายของผู้ต้องรับผิดชอบร่วมกันตามกฎหมาย

ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับเช็คของส่วนราชการเจ้าของรายได้ตรวจสอบความถูกต้องของเช็คที่ได้รับว่ามีลักษณะเงื่อนไขและข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้เช็ค

ถูกต้องตามที่กำหนดดังกล่าวหรือไม่ กรณีมีข้อสงสัยใด ๆ

ให้รีบติดต่อสอบถามข้อเท็จจริงจากธนาคารที่ปรากฏในเช็คก่อนที่จะรับเช็คนั้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การรับชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นตั๋วแลกเงิน ดราฟต์ หรือธนาณัติ

ให้ผู้มีหน้าที่ชำระเงินรายได้ สั่งจ่ายให้แก่กรุงเทพมหานคร

โดยให้หัวหน้าหน่วยงานการคลังเป็นผู้รับ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การรับชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คประเภท ข.

ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งให้ผู้ชำระเงิน

ยื่นหนังสือแสดงความจำนงโดยมีข้อความเกี่ยวกับชื่อบริษัท กิจการหรือผู้สั่งจ่าย

สถานที่ที่รับเงินตามที่ระบุไว้ในข้อ ๗ ชื่อธนาคารที่ค้ำประกัน

วงเงินและระยะเวลาที่ค้ำประกันพร้อมทั้งแนบหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้

(๒)

แจ้งธนาคารผู้ค้ำประกันส่งบัตรตัวอย่างลงลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายพร้อมทั้งแนบหนังสือค้ำประกันของธนาคารให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้

เมื่อได้รับเอกสารตาม (๑) และ (๒) แล้ว

ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้ตรวจสอบลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายในเช็คนั้นกับบัตรตัวอย่างลายมือชื่อที่ได้รับจากธนาคาร

และเงื่อนไขในหนังสือค้ำประกันด้วย

หากตรวจสอบแล้วเห็นว่าถูกต้อง

ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้เสนอความเห็นต่อผู้มีอำนาจอนุมัติ ดังต่อไปนี้

(๑) ปลัดกรุงเทพมหานคร

สำหรับส่วนราชการเจ้าของรายได้ในสังกัดสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

และสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

(๒) ผู้อำนวยการสำนัก

สำหรับส่วนราชการเจ้าของรายได้ในสังกัดสำนัก และ

(๓) ผู้อำนวยการเขต

สำหรับส่วนราชการเจ้าของรายได้ในสังกัดสำนักงานเขต

เมื่อผู้มีอำนาจอนุมัติได้สั่งการประการใดแล้ว

ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้แจ้งผู้สั่งจ่ายเช็คทราบ

ในกรณีที่ผู้มีอำนาจอนุมัติให้รับเช็คตามจำนวนที่หน่วยงานเจ้าของรายได้เสนอแล้ว

หากต้องมีการชำระเงินด้วยเช็คตามจำนวนเงินนั้นอีก

ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้ดำเนินการตามที่ระบุไว้ในระเบียบข้อนี้

โดยไม่ต้องเสนอผู้มีอำนาจอนุมัติเพื่อพิจารณาอีก

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ สำหรับเช็คประเภท ง.

เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบความถูกต้องเบื้องต้นของเช็คตามข้อ ๘ แล้ว ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้ตรวจสอบพิจารณาด้วยความรอบคอบก่อนว่า

ผู้สั่งจ่ายเช็คเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีฐานะการเงินดีเชื่อถือได้

และต้องเป็นเช็คที่เรียกเก็บเงินจากบัญชีเงินฝากของผู้สั่งจ่ายที่เปิดไว้กับธนาคารซึ่งตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

หรือจังหวัดอื่นเฉพาะอำเภอและกิ่งอำเภอที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่เป็นเช็คประเภท ข.

ซึ่งได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจอนุมัติแล้ว หรือเช็คประเภท ง.

ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้ประทับตราด้านหลังของเช็คพร้อมกับกรอกข้อความเกี่ยวกับผู้ชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

หรือผู้สั่งจ่าย ให้ปรากฏชื่อ ที่อยู่ โทรศัพท์ และประเภทรายได้ที่ชำระ

แล้วให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้จัดทำใบนำชำระเงิน หรือคำร้องขอชำระเงิน (ค.ร. ๑)

หรือใบนำส่งเงินหรือใบนำฝากเงินหรือเอกสารนำชำระเงินอื่นใด ส่งให้หน่วยการคลัง

พร้อมเช็คและสำเนาบันทึกอนุมัติและสำเนาเอกสารตามข้อ ๑๐ (๑) และ (๒)

กรณีเป็นเช็คประเภท ข.

เมื่อหน่วยการคลังได้รับเรื่องแล้ว

ให้ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสารทั้งหมด หากเห็นว่าถูกต้อง

ให้หน่วยการคลังออกใบเสร็จรับเงินแก่ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

โดยให้ระบุในใบเสร็จรับเงินด้วยว่าใบเสร็จรับเงินนี้

จะมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายต่อเมื่อสามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้แล้วและบันทึกลงในทะเบียนรับเช็คต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

กรณีที่ผู้ชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครจะต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใดเกี่ยวกับการเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้น

ให้หน่วยการคลังเรียกเก็บเงินดังกล่าวจากผู้ที่นำเช็คมาชำระ

ในขณะที่รับเช็คตามจำนวนเงินที่ได้รับแจ้งจากธนาคารแล้วนำส่งธนาคารที่นำฝากเช็คนั้น

โดยไม่ต้องออกใบเสร็จรับเงินและไม่ถือว่าเงินดังกล่าวเป็นรายได้กรุงเทพมหานคร

หมวด

ข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเช็คขัดข้อง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อกองการเงิน สำนักการคลังได้รับเช็คขัดข้องจากธนาคาร

ให้จัดทำใบแจ้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑) ตามแบบท้ายระเบียบนี้ขึ้น ๕ ฉบับ

ภายในวันทำการถัดไป และให้เขียน พิมพ์ หรือประทับตราให้เห็นได้โดยชัดเจนด้วยคำว่า “ฉบับที่

๑” “ฉบับที่ ๒”

ต่อไปตามลำดับ ไว้ที่มุมบนด้านขวาของใบแจ้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑)

แล้วแยกใบแจ้งเช็คขัดข้องส่งให้หน่วยงาน ดังนี้

ฉบับที่ ๑ ส่งให้กองบัญชี สำนักการคลัง

เพื่อลดยอดเงินรายได้กรุงเทพมหานครและเงินฝากธนาคาร

ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ และฉบับที่ ๔

ส่งให้หน่วยงานที่รับเช็คนั้นพร้อมทั้งเช็คขัดข้องและใบคืนเช็คของธนาคาร

ฉบับที่ ๕ ให้กองการเงิน

สำนักการคลังเก็บไว้เป็นหลักฐาน และลงบัญชีทะเบียนเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๒)

ตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

เมื่อหน่วยงานได้รับแจ้งเช็คขัดข้องจากกองการเงิน สำนักการคลัง

ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

เมื่อหน่วยการคลังของหน่วยงานได้รับแจ้งเช็คขัดข้องฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ และฉบับที่

๔ พร้อมเช็คขัดข้องและใบคืนเช็คของธนาคาร

ให้ประทับตราลงเลขที่รับในใบแจ้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑) ทั้ง ๓ ฉบับ แล้วส่งฉบับที่

๒ พร้อมทั้งเช็คขัดข้องและใบคืนเช็คของธนาคารให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้

และให้ใช้ฉบับที่ ๓ เป็นหลักฐานบันทึกบัญชีและบันทึกในทะเบียนเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๒)

ส่วนฉบับที่ ๔ ใช้เป็นหลักฐานการตรวจสอบเมื่อมีการนำส่งชดใช้เช็คขัดข้อง

(๒) เมื่อส่วนราชการเจ้าของรายได้

ได้รับแจ้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑) ฉบับที่ ๒

พร้อมทั้งเช็คขัดข้องและใบคืนเช็คของธนาคาร จากหน่วยการคลังของหน่วยงาน ให้ดำเนินการติดตามทวงหนี้และคำนวณค่าเพิ่มตามอัตราและอำนาจหน้าที่ที่กำหนดในกฎหมาย

หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องต่อไป

และให้เก็บรักษาเช็คนั้นไว้เป็นหลักฐานแทนตัวเงินจนกว่าจะเรียกเก็บเงินตามเช็คนั้นจากผู้สั่งจ่ายหรือผู้ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

(๓) ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้

แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้สั่งจ่ายทราบถึงเช็คขัดข้อง ภายใน ๗ วันทำการ

นับแต่วันที่ส่วนราชการเจ้าของรายได้ได้รับแจ้งตาม (๒)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

หากผู้สั่งจ่ายไม่ชำระหนี้ให้ครบตามจำนวนที่ปรากฏในเช็ค ภายในกำหนด ๗ วัน

นับแต่วันที่แจ้งดังกล่าว ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีตามกฎหมายว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจท้องที่ภายใน

๓ วันทำการ นับแต่วันที่เกินกำหนด ๗ วันนั้น

และติดตามเรื่องเพื่อให้มีการดำเนินคดีและชำระหนี้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ หากภายหลังปรากฏว่า

ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครได้ยินยอมชำระหนี้ทั้งหมดโดยครบถ้วน

ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้แจ้งขอถอนคำร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน

แต่ถ้าผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินยังคงฝ่าฝืนไม่ยอมชำระหนี้โดยครบถ้วน

ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้ส่งเรื่องให้กองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ภายใน

๖ เดือน นับจากวันที่ที่ลงในเช็คเพื่อดำเนินการฟ้องร้องบังคับคดีต่อไป

ในกรณีผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

ไม่สามารถชดใช้หนี้ให้เป็นการเสร็จสิ้นในคราวเดียวกันและขอผ่อนชำระ

ให้ผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้ มีอำนาจในการตกลงหรือประนีประนอมยอมความให้มีการผ่อนชำระหนี้ภายใต้เงื่อนไขและเงื่อนเวลา

ดังนี้

(๑) ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาข้าราชกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผู้อำนวยการวิทยาลัย เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการเขต และผู้อำนวยการกอง

หรือหัวหน้าหน่วยงานที่ดำรงตำแหน่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่านี้ ไม่เกินหนึ่งแสนบาท

และมีอำนาจให้ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

ผ่อนชำระได้ไม่เกินหนึ่งปี

(๒)

ผู้อำนวยการสำนักหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งมีฐานะเป็นสำนัก

และหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร ไม่เกินห้าแสนบาท

และมีอำนาจให้ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครผ่อนชำระได้ไม่เกินสามปี

(๓) ปลัดกรุงเทพมหานคร ไม่เกินหนึ่งล้านบาท

และมีอำนาจให้ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครผ่อนชำระได้ไม่เกินห้าปี

(๔) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เกินกว่าหนึ่งล้านบาท

และมีอำนาจให้ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครผ่อนชำระได้ไม่เกินสิบปี

การตกลงหรือประนีประนอมยอมความดังกล่าวให้ทำเป็นหนังสือรับสภาพหนี้หรือหนังสือสัญญา

และให้ผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครนำบุคคลหรือหลักทรัพย์มาทำสัญญาค้ำประกันการผ่อนชำระหนี้

โดยแบบของหนังสือรับสภาพหนี้ สัญญาผ่อนชำระหนี้ สัญญาค้ำประกัน

หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการค้ำประกัน

ให้ถือปฏิบัติตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการชดใช้ค่าเสียหายอันเกิดจากการละเมิดโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ เมื่อเช็คของผู้สั่งจ่ายขัดข้องและเรียกเก็บเงินไม่ได้

ห้ามหน่วยงานส่งเช็คขัดข้องคืนให้แก่ผู้สั่งจ่าย

เว้นแต่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินสดหรือเป็นการแลกเปลี่ยนกับเช็คประเภท ก.

หรือเช็คประเภท ข. หรือเช็คประเภท ค. หรือเช็คประเภท ง.

โดยเช็คที่นำมาแลกเปลี่ยนต้องมีจำนวนเต็มตามมูลค่าในเช็คที่ขัดข้อง

และหากเป็นเช็คประเภท ง.

ที่ผู้สั่งจ่ายนำมาแลกเปลี่ยนกับเช็คที่ขัดข้องตามมูลหนี้เดิมนั้นเกิดขัดข้องและยังเรียกเก็บเงินไม่ได้

ห้ามหน่วยงานส่งคืนเช็คที่ขัดข้องอันเนื่องจากมูลหนี้เดิมแก่ผู้สั่งจ่าย

เว้นแต่จะมีการชำระหนี้เป็นเงินสดหรือเป็นการแลกเปลี่ยนกับเช็คประเภท ก.

หรือเช็คประเภท ข. หรือเช็คประเภท ค. จึงคืนเช็คขัดข้องได้

ตลอดระยะเวลาที่มีเช็คขัดข้อง

ให้หน่วยการคลังแสดงเลขที่เช็คขัดข้องเป็นรายฉบับ

พร้อมทั้งจำนวนเงินไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจำวัน (บ.ช. ๓) ตามแบบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อส่วนราชการเจ้าของรายได้รับชำระเงินเพื่อชดใช้เช็ดขัดข้องเป็นเงินสดหรือเช็ค

ให้นำส่งเงินสดหรือเช็คส่งหน่วยการคลัง หากเป็นเช็คประเภท ง.

ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้หมายเหตุ

ในใบนำส่งเงินหรือใบนำฝากแสดงรายละเอียดให้ชัดเจนถึงจำนวนครั้งที่ขัดข้องทุกครั้ง

และแต่ละครั้งได้นำส่งเงินตามเช็คขัดข้องของธนาคารใดตามใบนำส่งเงิน

หรือใบนำฝากที่เท่าใด เมื่อวันเดือนปีใด จำนวนเงินเท่าใด เป็นรายได้ประเภทอะไร

ตั้งแต่ ครั้งแรกจนถึงครั้งที่เรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้องได้

โดยให้แยกใบนำส่งเงินหรือใบนำฝากต่างหากจากใบนำส่งเงินรายได้ หรือใบนำฝากตามปกติ

และประทับตราข้อความในใบนำส่งเงินหรือใบนำฝากด้วยตัวอักษรสีแดงว่า “ชดใช้เช็คขัดข้อง”

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อกองกฎหมายและคดี

สำนักปลัดกรุงเทพมหานครได้เรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้องอันเนื่องจากผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครยินยอมชำระหนี้แล้ว

ให้นำส่งเงินหรือเช็คส่งกองการเงิน สำนักการคลัง โดยถือปฏิบัติตามข้อ ๑๙

และจัดทำรายงานผลการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๔) ตามแบบท้ายระเบียบนี้

จำนวน ๔ ฉบับ ส่งให้หน่วยงาน ดังนี้

ฉบับที่ ๑ ส่งให้กองการเงิน สำนักการคลัง

เพื่อลดยอดเช็คขัดข้องในทะเบียนเช็คขัดข้อง หากเป็นรายได้กรุงเทพมหานครประเภทภาษีอากร

ให้สำเนาแจ้งกองรายได้ สำนักการคลัง ด้วย

ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ ส่งให้หน่วยงานเจ้าของรายได้

เพื่อให้หน่วยการคลังใช้ฉบับที่ ๒

เป็นหลักฐานลดยอดเช็คขัดข้องในทะเบียนเช็คขัดข้อง ส่วนฉบับที่ ๓

ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้ ใช้เป็นหลักฐานเพื่อลดหนี้ในทะเบียนลูกหนี้หรืองบยอดตั้งหรือลดลูกหนี้เงินายได้กรุงเทพมหานคร

(บ.ช. ๕) ตามแบบท้ายระเบียบนี้

ฉบับที่ ๔ ให้กองกฎหมายและคดี

สำนักปลัดกรุงเทพมหานครเก็บเป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

เมื่อหน่วยการคลังได้รับชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครตามเช็คขัดข้องแล้ว

ให้หมายเหตุว่า ได้รับชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร ตามเช็คขัดข้อง

ธนาคาร สาขา เลขที่

ลงวันที่ แล้ว

ด้วยเงินสด หรือเช็คทางธนาคาร

สาขา เลขที่ ลงวันที่

จำนวนเงิน ตามใบนำส่งเงินหรือใบนำฝากที่

ในเอกสารที่เกี่ยวข้อง

เช่น ใบสรุปการรับเงิน ใบนำชำระเงิน (ค.ร. ๑) หรือเอกสารนำชำระเงินอื่นใด

งบหน้าสรุปบัญชีรายรับ เป็นต้น

พร้อมทั้งบันทึกการเปลี่ยนสภาพไว้ในรายงานเงินคงเหลือประจำวันn

(บ.ช. ๓) และในทะเบียนเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๒)

และลงรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครตามเช็คขัดข้องในใบสรุปการรับเงินประจำวันที่ได้รับการชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

หากกรณีรับเงินค่าปรับ และ/หรือค่าเพิ่ม

และ/หรือเงินอื่นใดที่ลูกหนี้ต้องชำระเพิ่มขึ้นจากจำนวนเดิมตามมูลค่าในเช็คที่ขัดข้องอันเนื่องจากผู้มีหน้าที่ต้องชำระเงินรายได้กรุงเทพมหานครชำระเงินเกินกำหนด

ให้หน่วยงานเรียกเก็บจากลูกหนี้เป็นเงินสดในขณะที่มีการนำเช็คมาแลกเปลี่ยนเช็คที่ขัดข้องนั้นและให้หน่วยการคลังออกใบเสร็จรับเงินเฉพาะค่าปรับ

และ/หรือค่าเพิ่ม และ/หรือเงินอื่นใด

หมวด

การเก็บรักษา

การนำส่ง และการตรวจสอบเช็ค

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เช็คที่หน่วยงานรับไว้

ให้เก็บรักษาตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน และการตรวจเงิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้หน่วยงานนำเช็คส่งเข้าบัญชีกรุงเทพมหานคร-รับในวันที่ได้รับเช็คหรืออย่างช้าภายในวันทำการถัดไป

และให้แสดงในใบนำฝากเงิน ธนาคาร (เปย์-อิน) ให้ชัดเจนว่าเป็นเช็คธนาคารใด จำนวนเงินเท่าใด

รวมทั้งสิ้นกี่ฉบับ กรณีการนำส่งเงินเพื่อชดใช้เช็คขัดข้อง ให้ปฏิบัติตาม ข้อ ๑๙

หรือข้อ ๒๐ แล้วแต่กรณี

หากเป็นการนำส่งเงินรายได้กรุงเทพมหานคร

ประเภทภาษีอากรรายการภาษีบำรุงท้องที่ที่ได้รับชดใช้เช็คขัดข้อง

ให้หน่วยงานนำส่งเป็นเงินรายได้กรุงเทพมหานครทั้งหมด

โดยไม่ต้องหักเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ร้อยละ ๕

และส่วนลดในการจัดเก็บภาษีบำรุงท้องที่ร้อยละ ๖ อีก

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การปฏิบัติเกี่ยวกับการบัญชี และการรายงาน

(๑) การตั้งลูกหนี้ เมื่อส่วนราชการเจ้าของรายได้

ได้รับใบแจ้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑) ฉบับที่ ๒

พร้อมทั้งเช็คขัดข้องและใบคืนเช็คของธนาคารจากหน่วยการคลัง

ให้เจ้าหน้าที่ใช้ใบแข้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑) สำเนาเช็คขัดข้อง

และใบคืนเช็คขัดข้องของธนาคารเป็นหลักฐาน

บันทึกจำนวนเงินในช่องลูกหนี้ของแบบยอดตั้งหรือลดลูกหนี้เงินรายได้กรุงเทพมหานคร

(บ.ช. ๕) ตามแบบท้ายระเบียบนี้ หรือบันทึกจำนวนเงินในทะเบียนคุมลูกหนี้

เพื่อตั้งเป็นลูกหนี้เงินรายได้กรุงเทพมหานคร

(๒) การลดลูกหนี้ เมื่อส่วนราชการเจ้าของรายได้

ดำเนินการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้องได้แล้ว

ให้เจ้าหน้าที่ใช้รายงานผลการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๔) เป็นหลักฐานบันทึกจำนวนเงินในช่องเจ้าหนี้ของแบบงบยอดตั้ง

หรือลดลูกหนี้เงินรายได้กรุงเทพมหานคร (บ.ช. ๕)

หรือบันทึกจำนวนเงินด้วยตัวอักษรสีแดงในทะเบียนคุมลูกหนี้

เพื่อลดหนี้ในบัญชีลูกหนี้เงินรายได้กรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานเจ้าของรายได้ จัดทำรายงานผลการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้อง

(บ.ช. ๔) จำนวน ๓ ฉบับ ดังนี้

ฉบับที่ ๑ ส่งให้กองการเงิน สำนักการคลัง

หากเป็นเงินรายได้กรุงเทพมหานคร ประเภทภาษีอากร ให้สำเนาแจ้งกองรายได้

สำนักการคลัง ด้วย

ฉบับที่ ๒ ส่งให้หน่วยการคลัง ภายใน ๗ วันทำการ

นับแต่วันสิ้นเดือนของทุกเดือน

ฉบับที่ ๓ ให้ส่วนราชการเจ้าของรายได้

เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ทั้งนี้

ให้จัดทำรายงานผลการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๔) ภายใน ๗

วันทำการนับแต่วันสิ้นเดือนของทุกเดือน

เพื่อติดตามผลการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้อง

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เมื่อหน่วยการคลังได้รับชำระเงินตามใบนำส่งเงินพร้อมเงินสดหรือเช็คตามเช็คขัดข้องแล้วให้ลงบัญชีตามคู่มือระบบบัญชี

หมวด

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ในกรณีที่มีเหตุพิเศษสมควรปฏิบัติเป็นอย่างอื่นหรือที่ไม่มีกำหนดไว้ในระเบียบนี้

ให้เสนอผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาสั่งการเป็นกรณี ๆ ไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๐

พิจิตต

รัตตกุล

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[เอกสารแนบ]

(๑) ใบแจ้งเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๑)

(๒) ทะเบียนเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๒)

(๓) รายละเอียดเช็คขัดข้อง (บ.ช. ๓)

(๔) รายงานผลการเรียกเก็บเงินตามเช็คขัดข้อง

(บ.ช. ๔)

(๕) งบยอดตั้งหรือลดลูกหนี้เงินรายได้กรุงเทพมหานคร

(บ.ช. ๕)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๑[๓]

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘[๔]

วชิระ/จัดทำ

มีนาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนพิเศษ ๑๒๓ ง/หน้า ๔๘/๒๖ ธันวาคม ๒๕๔๐

[๒] ข้อ

๘ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๘

[๓] ราชกิจจานุเบกษาเล่ม

๑๑๕/ตอนที่ ๖๖ ง/หน้า ๗๙/๑๘ สิงหาคม ๒๕๔๑

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๓๑ ง/หน้า ๑๘/๑๐ เมษายน ๒๕๔๘

27 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงินรายได้กรุงเทพมหานครเป็นเช็คหรือตราสารอื่น พ.ศ. 2540 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8cd024971518188a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com