法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2553 เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ที่ สนส. 9/2553

เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent)

อื่นๆ - 1.เหตุผลในการออกประกาศ

ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ออกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 43/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551 โดยกําหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) ไว้เป็นส่วนหนึ่งของประกาศฉบับดังกล่าว นั้น

ในประกาศฉบับนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) โดยได้แยกหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) ออกจากเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน เพื่อให้เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติกล่าวคือ การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มช่องทางในการให้บริการแก่ลูกค้า ในขณะที่การใช้บริการจากบุคคลภายนอกของสถาบันการเงินในกรณีอื่นๆมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดค่าใช้จ่ายหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงินโดยการว่าจ้างผู้ให้บริการภายนอกดําเนินการแทนในบางกลุ่มงานที่โดยปกติสถาบันการเงินต้องดําเนินการเองทั้งหมดหรือบางส่วน และได้ขยายขอบเขตการอนุญาตการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินเพิ่มเติมจากเดิม เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและระบบสถาบันการเงินในภาพรวม

ทั้งนี้ แม้ว่าสถาบันการเงินจะมีตัวแทนเพื่อทําหน้าที่แทนสถาบันการเงินในการให้บริการบางประเภทแก่ลูกค้า สถาบันการเงินยังคงต้องรับผิดชอบต่อลูกค้าเสมือนหนึ่งสถาบันการเงินเป็นผู้ดําเนินการเอง

อื่นๆ - 2.อํานาจตามกฎหมาย

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 36 มาตรา 39 มาตรา 41 และ มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 33 มาตรา36 มาตรา39 มาตรา41 และมาตรา 43 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกําหนดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน ตามความในประกาศนี้

อื่นๆ - 3.ขอบเขตการบังคับใช้

ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจสถาบันการเงินทุกแห่ง

อื่นๆ - 4.ประกาศและหนังสือเวียนที่ยกเลิก

ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยที่ สนส. 43/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์เกี่ยวกับการใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2551

อื่นๆ - 5.เนื้อหา

5.1 หลักการ

เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการให้บริการแก่ลูกค้าและประชาชนอันเป็นประโยชน์โดยรวมของลูกค้า ประชาชน และระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้อนุญาตให้สถาบันการเงินแต่งตั้งให้สถาบันการเงินอื่น บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด และผู้ให้บริการด้านการโอนเงิน ทําหน้าที่เป็นตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) ในการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้าแล้วอดีตโดยได้ออกหลักเกณฑ์ครั้งล่าสุดเมื่อปี 2551 ในครั้งนี้ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมในเรื่องดังต่อไปนี้

(1) ขยายขอบเขตให้ “สถาบันการเงินเฉพาะกิจ” สามารถเข้ามาเป็นตัวแทนของ “สถาบันการเงิน” ได้

(2) ขยายขอบเขตให้ “ตัวแทนของสถาบันการเงิน” รับชําระเงินค่าสาธารณูปโภคและค่าสินค้าและบริการได้เพิ่มเติมจากเดิมที่รับชําระเงินที่เป็นของสถาบันการเงิน เช่น หนี้จากสินเชื่อ หรือบัตรเครดิต เท่านั้น

(3) ปรับปรุงหลักเกณฑ์เดิมให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น

5.2 นิยาม

ในประกาศฉบับนี้

คําว่า “สถาบันการเงิน” “ธนาคารพาณิชย์” “บริษัทเงินทุน” และ “สถาบันการเงินเฉพาะกิจ” ให้มีความหมายตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 มาตรา 4 และมาตรา 119 ตามแต่กรณี

ทั้งนี้ คําว่า “สถาบันการเงิน” ที่ใช้ในประกาศฉบับนี้ ไม่รวมถึง บริษัทเครดิตฟองซิเอร์

“ตัวแทนของสถาบันการเงิน” (Banking Agent) หมายความว่า นิติบุคคลที่สถาบันการเงินแต่งตั้งขึ้นให้ทําการแทนในการให้บริการทางการเงินแก่ลูกค้า ภายใต้หลักเกณฑ์ในการอนุญาตและเงื่อนไขตามที่ธนาคารแหงประเทศไทยกําหนด ทั้งนี้ไม่รวมถึง “ตัวแทนบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ” ของสถาบันการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน อันเป็นหลักเกณฑ์ต่างหากออกไปจากประกาศฉบับนี้

“ตัวแทนจ่ายเงิน” (Paying Agent) หมายความว่า ตัวแทนของสถาบันการเงินประเภทที่ธนาคารพาณิชย์ได้แต่งตั้งขึ้นให้ทําการแทนในการจ่ายเงินสดหรือแคชเชียร์เช็คในทางการค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่กําหนด เช่น จ่ายแคชเชียร์เช็คให้แก่ลูกค้าของธนาคารพาณิชย์อื่นต่อเมื่อลูกค้าของธนาคารพาณิชย์นั่นยื่นแสดงและส่งมอบเอกสารตามเงื่อนไขที่ธนาคารพาณิชย์ตัวการได้กําหนดไว้ไม่ใช่จ่ายให้เพื่อการเบิกถอนเงินโดยทั่วไป

“ตัวแทนรับชําระเงิน” หมายความว่า ตัวแทนของสถาบันการเงินประเภทที่ธนาคารพาณิชย์ได้แต่งตั้งขึ้นให้ทําการแทนในการรับชําระหนี้จากสินเชื่อ บัตรเครดิต ค่าสาธารณูปโภค และค่าสินค้าและบริการ

“บริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด” ให้หมายความรวมถึง บริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ที่อาจจะจัดตั้งขึ้นในอนาคตระหว่างบริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด กับ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารใดธนาคารหนึ่งหรือหลายธนาคาร

“การใช้บริการจากบุคคลภายนอก” (Outsourcing) หมายความว่า การที่สถาบันการเงินจ้างผู้บริการภายนอก (Service Providers) ดําเนินการแทนในบางกลุ่มงานที่โดยปกติสถาบันการเงินต้องดําเนินการเองทั้งหมดหรือบางส่วน โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อลดค่าใช้ค่ายหรือเพิ่มประสิทธิภาพในการดําเนินธุรกิจของสถาบันการเงิน

“ผู้ให้บริการรับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์” หมายความว่า ผู้ให้บริการตามบัญชี ค ท้ายพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการควบคุมดูแลธุรกิจบริการการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2551 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ เฉพาะผู้ให้บริการรับชําระเงินแทนผ่านทางเคาน์เตอร์ตามบัญชี ค ข้อ (5) ผู้ให้บริการชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านอุปกรณ์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือผ่านทางเครือข่ายตามบัญชี ค ข้อ (3) และผู้ให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ตามบัญชี ค ข้อ (6) ที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์ หรือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด

5.3 เนื้อหาสาระ

หลักเกณฑ์การอนุญาตให้สถาบันการเงินแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินนี้จะแบ่งประเภทสถาบันการเงินผู้ที่แต่งตั้งตัวแทนออกเป็น 2 ประเภท กล่าวคือ ธนาคารพาณิชย์กรณีหนึ่ง กับ บริษัทเงินทุนอีกกรณีหนึ่ง (สรุปภาพรวมการอนุญาตการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) ดังเอกสารแนบ 1) ส่วนหลักเกณฑ์ในการกํากับดูแล ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลนั้น จะกําหนดเป็นหลักเกณฑ์เดียวกันสําหรับสถาบันการเงินทั้ง 2 ประเภท

5.3.1 กรณีธนาคารพาณิชย์เป็นผู้แต่งตั้งตัวแทน

ธนาคารพาณิชย์อาจแต่งตั้งตัวแทนได้ 6 ประเภท โดยที่ตัวแทนดังกล่าวจะทําการเปิดบัญชีเงินฝากหรือพิจารณาอนุมัติหรือเบิกจ่ายสินเชื่อไม่ได้ ตัวแทนทั้ง 6 ประเภทดังกล่าว ได้แก่

ก. ตัวแทนรับฝากเงิน ธนาคารพาณิชย์อาจแต่งตั้งได้เฉพาะนิติบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น (2) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด และ (3) สถาบันการเงินเฉพาะกิจ

ข. ตัวแทนรับถอนเงิน ธนาคารพาณิชย์อาจแต่งตั้งได้เฉพาะบริษัทไปรษณีย์ จํากัด เท่านั้น

ค. ตัวแทนโอนเงิน ธนาคารพาณิชย์อาจแต่งตั้งได้เฉพาะบริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด เท่านั้น โดยธนาคารพาณิชย์อาจโอนเงินไปให้บริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด เพื่อไปจ่ายให้บุคคลภายนอก ทั้งนี้ เหตุที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังไม่อนุญาตให้นิติบุคคลอื่นทําการเป็นตัวแทนโอนเงินนอกจากบริษัทไปรษณีย์ไทย จํากัด เพราะหากเปิดกว้างให้แก่นิติบุคคลทั่วไปในการเป็นตัวแทนโอนเงินโดยที่ยังไม่สามารถกําหนดมาตรฐานในด้านความปลอดภัยและความเที่ยงตรงของระบบ อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สาธารณชนได้

ง. ตัวแทนรับชําระเงิน ธนาคารพาณิชย์อาจแต่งตั้งได้เฉพาะนิติบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น (2) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด (3) ผู้ให้บริการรับชําระเงินทางอิเล็คทรอนิกส์ และ (4) สถาบันการเงินเฉพาะกิจ

จ. ตัวแทนจ่ายเงิน (Paying Agent) ธนาคารพาณิชย์อาจแต่งตั้งได้เฉพาะนิติบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น และ (2) สถาบันการเงินเฉพาะกิจในการรับคําสั่งจ่ายนั้น ตัวแทนจ่ายเงินต้องรับจากลูกค้าต้นทางที่เป็นนิติบุคคล องค์กร หรือวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธุรกิจ SMEs) เท่านั้น ส่วนผู้ที่รับเงินที่จ่ายให้บุคคลใดก็ได้

ทั้งนี้ หากการแต่งตั้งตัวแทนจ่ายเงินเป็นการแต่งตั้งธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นนั้นจะต้องได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และบริการอื่นด้วย

ฉ. ตัวแทนในกรณีอื่น ให้ขออนุญาตมาเป็นรายกรณี

5.3.2 กรณีบริษัทเงินทุนเป็นผู้แต่งตั้งตัวแทน

บริษัทเงินทุนอาจแต่งตั้งตัวแทนได้ 3 ประเภท โดยที่ตัวแทนดังกล่าวจะทําการเปิดบัญชีเงินฝากหรือพิจารณาอนุมัติหรือเบิกจ่ายสินเชื่อไม่ได้ ตัวแทนทั้ง 3 ประเภทดังกล่าวได้แก่

ก. ตัวแทนรับฝากเงิน บริษัทเงินทุนอาจแต่งตั้งได้เฉพาะนิติบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ธนาคารพาณิชย์ และ บริษัทเงินทุนแห่งอื่น

ข. ตัวแทนรับชําระสินเชื่อ บริษัทเงินทุนอาจแต่งตั้งได้เฉพาะนิติบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ธนาคารพาณิชย์ (2) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด โดยไม่รวมถึง บริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ที่อาจจะจัดตั้งขึ้นในอนาคตระหว่างบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด กับ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารใดธนาคารหนึ่งหรือหลายธนาคาร และ (3) ผู้ให้บริการรับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์

ค. ตัวแทนในกรณีอื่น ให้ขออนุญาตมาเป็นรายกรณี

5.3.3 หลักเกณฑ์การยื่นขออนุญาต

ในการยื่นขออนุญาตแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินแต่ละประเภทตามข้อ 5.3.1 และ 5.3.2 ให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

| | | | | |

| --- | --- | --- | --- | --- |

| ประเภทตัวแทน | ประเภทนิติบุคคล | ไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า | ไม่ต้องขออนุญาตแต่ต้องแจ้งให้ทราบอย่างน้อย 30 วันก่อนตัวแทนดังกล่าวเริ่มให้บริการ | ยื่นขออนุญาต |

| การแต่งตั้งตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ |

| 1.ตัวแทนรับฝากเงิน | ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น | ü | | |

| บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด | | ü | |

| สถาบันการเงินเฉพาะกิจ | ü | | |

| 2.ตัวแทนรับถอนเงิน | บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด | | ü | |

| 3.ตัวแทนโอนเงิน | บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด | | ü | |

| 4.ตัวแทนรับชําระเงิน | ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น | ü | | |

| บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด | ü | | |

| ผู้ให้บริการรับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ | ü | | |

| สถาบันการเงินเฉพาะกิจ | ü | | |

| 5.ตัวแทนจ่ายเงิน(Paying Agent) | ธนาคารพาณิชย์แห่งอื่น | | | ü |

| สถาบันการเงินเฉพาะกิจ | | | ü |

| 6.ตัวแทนในกรณีอื่น | | | ü เป็นรายกรณี |

| การแต่งตั้งตัวแทนของบริษัทเงินทุน |

| 1.ตัวแทนรับฝากเงิน | ธนาคารพาณิชย์ | ü | | |

| บริษัทเงินทุนแห่งอื่น | ü | | |

| 2.ตัวแทนรับชําระสินเชื่อ | ธนาคารพาณิชย์ | ü | | |

| บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด | ü | | |

| ผู้ให้บริการรับชําระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ | ü | | |

| 3.ตัวแทนในกรณีอื่น | ü เป็นรายกรณี |

ไม่รวมถึงบริษัท บริษัทร่วมทุน (Joint Venture Company) ที่อาจจะจัดตั้งขึ้นในอนาคตระหว่างบริษัท ไปรษณีย์ จํากัด กับธนาคารพาณิชย์ ธนาคารใดธนาคารหนึ่งหรือหลายธนาคาร

ก. การแต่งตั้งตัวแทนรับฝากเงิน รับถอนเงิน หรือโอนเงิน ตามขอบเขตที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปสําหรับสถาบันการเงินแต่ละประเภท

(1) ในกรณีที่สถาบันการเงินประสงค์จะแต่งตั้งสถาบันการเงินแห่งอื่นหรือสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นตัวแทนรับฝากเงิน ให้สถาบันการเงินสามารถดําเนินการไปได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้า

(2) ในกรณีที่สถาบันการเงินประสงค์จะแต่งตั้งบริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด เป็นตัวแทนรับฝากเงิน รับถอนเงิน หรือโอนเงิน ให้สถาบันการเงินดําเนินการไปได้โดยไม่ต้องขออนุญาตก่อน แต่ต้องแจ้งให้ฝ่ายกับกําสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบอย่างน้อย 30 วันก่อนตัวแทนดังกล่าวเริ่มให้บริการ

ข. การแต่งตั้งตัวแทนรับชําระเงิน และตัวแทนรับชําระสินเชื่อ ตามขอบเขตที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปสําหรับสถาบันการเงินแต่ละประเภท

สถาบันการเงินสามารถดําเนินการไปได้ โดยไม่ต้องขออนุญาตและไม่ต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบล่วงหน้า

ค. การแต่งตั้งตัวแทนจ่ายเงิน (Paying Agent) ตามขอบเขตที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตเป็นการทั่วไปสําหรับธนาคารพาณิชย์

(1) ในกรณีธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะแต่งตั้งธนาคารพาณิชย์แห่งอื่นเป็นตัวแทนจ่ายเงิน ให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งฝ่ายตัวการและตัวแทนยื่นขออนุญาตต่อฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาเดียวกันหรือใกล้เคียงกันเพื่อธนาคารแห่งประเทศไทยจะได้ทราบความประสงค์ของทั้งสองฝ่ายให้เป็นที่แน่ชัด

(2) ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะแต่งตั้งสถาบันการเงินเฉพาะกิจเป็นตัวแทนจ่ายเงินให้ธนาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นตัวการยื่นขออนุญาตต่อฝ่ายกํากับสถาบันการเงินธนาคารแห่งประเทศไทย

โดยทั้งสองกรณีข้างต้น ธนาคารพาณิชย์จะต้องแสดงเหตุผลและข้อมูลตามรายการดังต่อไปนี้

-นโยบาย กระบวนการ และวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจนในการดําเนินการซึ่งต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับมอบหมาย เพื่อนําไปถือปฏิบัติเป็นเกณฑ์ภายใน

-ระบบการประเมินความเสี่ยง การบริหารความเสี่ยง ขั้นตอนของการบริการ การส่งคําสั่งจ่ายเงินมาให้ตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ การควบคุมภายในการตรวจสอบหลักฐานแสดงตนของผู้รับเงิน การรักษาความปลอดภัย การรักษาความลับของข้อมูล และแผนรองรับกรณีตัวแทนของธนาคารพาณิชย์ไม่สามารถให้บริการได้

-สัญญาที่กําหนดรายละเอียดประเภทของการให้บริการ ขั้นตอนหรือวิธีการดําเนินการ ขอบเขตความรับผิดชอบ การคิดค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ ระบบการควบคุมภายใน และระบบการรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลของธนาคารพาณิชย์ตัวการและลูกค้าหรือผู้รับบริการ ตลอดจนแผนฉุกเฉินที่เป็นลายลักษณ์อักษรเพื่อรองรับกรณีการให้บริการโดยตัวแทนของธนาคารพาณิชย์มีปัญหาหยุดชะงักลงและไม่สามารถให้บริการได้อย่างต่อเนื่อง เช่น กรณีไฟฟ้าดับและระบบไฟฟ้าสํารองไม่ทํางาน เป็นต้น

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยมีหนังสือแจ้งผลการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ทราบภายใน 30 วันนับจากวันที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับเอกสารครบถ้วนเว้นแต่ ธนาคารแห่งประเทศไทยขอให้ธนาคารพาณิชย์จัดส่งเอกสารหรือชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติม

ง. การแต่งตั้งตัวแทนในกรณีอื่น นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้นให้สถาบันการเงินยื่นขออนุญาตต่อฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นรายกรณีในการอนุญาต ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจกําหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพิ่มเติมให้สถาบันการเงินถือปฏิบัติตามความเหมาะสมด้วยก็ได้

5.3.4 หลักเกณฑ์การกํากับดูแลการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน

สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินในเรื่องต่อไปนี้

ก. ความรับผิดชอบต่อลูกค้า

แม้ว่าสถาบันการเงินจะมีตัวแทนซึ่งทําการแทนสถาบันการเงินในการให้บริการบางประเภทแก่ลูกค้า รวมทั้งในกรณีที่ตัวแทนของสถาบันการเงินมีการมอบหมายหรือว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงงานต่อ (Subcontract) สถาบันการเงินยังคงมีความรับผิดชอบต่อลูกค้าเสมือนหนึ่งสถาบันการเงินเป็นผู้ดําเนินการเอง ทั้งนี้ การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินจะต้องไม่ทําคุณภาพของบริการที่ลูกค้าได้รับด้อยลงหรือเป็นการผลักภาระค่าใช้จ่ายทั่วไปที่เกิดขึ้นเป็นประจําอยู่แล้วของสถาบันการเงินไปให้แก่ลูกค้า

ข. นโยบายและวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทน

สถาบันการเงินต้องกําหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติให้ชัดเจนเกี่ยวกับการแต่งตั้งตัวแทน โดยอย่างน้อยต้องมีรายละเอียดในเรื่องต่อไปนี้

(1) แนวทางการบริหารความเสี่ยงจากการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน ระบบการควบคุมภายใน และการประสานงานระหว่างสถาบันการเงินกับตัวแทนเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น ในด้านการเก็บรักษาเงินที่จะต้องส่งมอบ การตรวจสอบและรักษาความมั่นคงปลอดภัยของระบบการให้บริการที่น่าเชื่อถืออย่างสม่ําเสมอ และการกําหนดจํานวนเงินสูงสุดในการให้บริการของตัวแทนเกี่ยวกับการรับฝากเงิน รับถอนเงิน และโอนเงิน เป็นต้น (ตัวอย่างความเสี่ยงจากการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน ตามเอกสารแนบ 2)

(2) วันที่ธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์และวันที่เริ่มคิดดอกเบี้ย ซึ่งควรเป็นมาตรฐานเดียวกับการทําธุรกรรมที่สถาบันการเงิน

(3) หลักฐานการทําธุรกรรมที่ตัวแทนต้องออกให้แก่ลูกค้า

(4) เงื่อนไขสําคัญในสัญญาระหว่างสถาบันการเงินกับตัวแทน

ทั้งนี้ นโยบายและการกรอบวิธีปฏิบัติดังกล่าวต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการของสถาบันการเงิน โดยคณะกรรมการต้องดูแลให้ฝ่ายบริหารดําเนินการตามนโยบายและกรอบวิธีปฏิบัติที่ได้อนุมัติไว้ด้วย

ค. การเปิดเผยข้อมูล

(1) สถาบันการเงินต้องเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ลูกค้าทราบ

(1.1) การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน เช่น รายชื่อของตัวแทนที่สถาบันการเงินแต่งตั้ง ธุรกรรมที่สามารถทําผ่านตัวแทนแต่ละราย เงื่อนไขการให้บริการความรับผิดชอบของสถาบันการเงินต่อลูกค้า และการคุ้มครองครองผู้บริโภค เป็นต้น

(1.2) ข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อลูกค้าจากการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน เช่น ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการ หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจทําให้ลูกค้าเสียประโยชน์ เป็นต้น โดยสถาบันการเงินต้องเปิดเผยให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า

(2) สถาบันการเงินต้องควบคุมดูแลให้ตัวแทนของสถาบันการเงินเปิดเผยข้อมูลดังต่อไปนี้ให้ลูกค้าทราบ

(2.1) การเป็นตัวแทนให้สถาบันการเงินแห่งอื่น เช่น รายชื่อของสถาบันการเงินแห่งอื่นที่ตัวแทนของสถาบันการเงินดังกล่าวเป็นตัวแทนให้ ธุรกรรมที่สามารถทําผ่านตัวแทนดังกล่าวได้ เงื่อนไขการให้บริการ ความรับผิดชอบต่อลูกค้า และการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นต้น

(2.2) ข้อมูลที่อาจมีผลกระทบต่อลูกค้า เช่น ค่าธรรมเนียมหรือบริการ หรือการเปลี่ยนแปลงที่อาจทําให้ลูกค้าเสียผลประโยชน์ เป็นต้น โดยตัวแทนต้องเปิดเผยให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า

ง. การคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติม

สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามและควบคุมดูแลให้ตัวแทนของสถาบันการเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องอื่นๆ เพิ่มเติมดังต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย

(1) การถือว่าธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์

(1.1) ธุรกรรมการรับฝากเงิน: การฝากเงินของลูกค้าถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และถือว่าสถาบันการเงินได้รับเงินฝากดังนี้

(1.1.1) กรณีลูกค้าฝากเงินโดยใช้เงินสด ให้ถือว่าธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์และสถาบันการเงินได้รับเงินฝาก เมื่อตัวแทนได้ออกหลักฐานการรับฝากเงินให้แก่ลูกค้า

(1.1.2) กรณีลูกค้าฝากเงินโดยใช้เช็ค ให้ถือว่าธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์และสถาบันการเงินได้รับเงินฝาก เมื่อตัวแทนได้ออกหลักฐานการรับฝากเงินให้แก่ลูกค้าและสถาบันการเงินสามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้ครบถ้วน

ทั้งนี้ให้สถาบันการเงินเริ่มคิดดอกเบี้ยให้แก่ลูกค้านับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับเงินฝาก โดยสถาบันการเงินต้องกําหนดเวลาที่ถือว่าธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ลูกค้าฝากเงินผ่านตัวแทน (Cut-Off-Time) ให้เป็นเวลาที่ชัดเจน และต้องแจ้งเงื่อนไขให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ หากลูกค้านําเงินมาฝากภายหลังจากเวลาดังกล่าวให้ถือว่าธุรกรรมนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์และสถาบันการเงินได้รับเงินฝากในวันถัดไป

(1.2) ธุรกรรมการชําระเงิน: การชําระเงินของลูกค้าถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์ และถือว่าสถาบันการเงินได้รับชําระเงิน ดังนี้

(1.2.1) กรณีลูกค้าชําระเงินโดยใช้เงินสดหรือบัตรเครดิตให้ถือว่าธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อตัวแทนได้ออกหลักฐานการรับชําระเงินให้แก่ลูกค้า

(1.2.2) กรณีลูกค้าชําระเงินโดยใช้เช็ค ให้ถือว่าธุรกรรมเสร็จสิ้นสมบูรณ์ เมื่อตัวแทนได้ออกหลักฐานการรับชําระเงินให้แก่ลูกค้าและสถาบันการเงินสามารถเรียกเก็บเงินตามเช็คได้ครบถ้วน

ทั้งนี้ให้สถาบันการเงินเริ่มตัดลดภาระสินเชื่อ ค่าใช้จ่ายตามบัตรเครดิต ค่าสาธารณูปโภค หรือค่าสินค้าและบริการให้แก่ลูกค้านับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับชําระเงิน โดยสถาบันการเงินต้องกําหนดเวลาที่ถือว่าธุรกรรมดังกล่าวเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในวันที่ลูกค้าชําระเงินผ่านตัวแทน (Cut-Off-Time) ให้เป็นเวลาที่ชัดเจน และต้องแจ้งเงื่อนไขให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า ทั้งนี้ หากลูกค้านําเงินมาชําระภายหลังจากเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าธุรกรรมนั้นเสร็จสิ้นสมบูรณ์และสถาบันการเงินได้รับชําระเงินในวันถัดไป

(2) การรักษาความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า

สถาบันการเงินต้องกําหนดให้ต้องกําหนดให้ตัวแทนของสถาบันการเงินให้บริการแก่ลูกค้าในสถานที่ประกอบ สาขา หรือช่องทางการให้บริการอื่นของตัวแทน หรือสถานที่ของนิติบุคคลหรือบุคคลอื่นที่มีสัญญาให้ตัวแทนใช้สถานที่เท่านั้น และต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย ณ สถานที่หรือช่องทางการให้บริการเหล่านั้นด้วย

จ. การปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อื่นที่เกี่ยวข้อง

(1) สถาบันการเงินต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1.1) หลักเกณฑ์การกํากับดูแลการใช้บริการจากบุคคลภายนอกด้านงานทั่วไปที่เกี่ยวข้องในประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน

(1.2) หลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอกด้านงานเทคโนโลยีสารสนเทศ

(TT Outsourcing) ที่เกี่ยวข้อง ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกําหนด

(2) สถาบันการเงินต้องควบคุมดูแลให้ตัวแทนของสถาบันการเงินปฏิบัติตามแนวปฏิบัติ หลักเกณฑ์ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่นแนวปฏิบัติธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง มาตรการป้องกันปราบปรามการฟอกเงิน และการต่อต้านการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย (Anti-Money Laundering and Combating the Financing of Terrorism: AML/CFT) เป็นต้น

นอกจากกรณีที่สถาบันการเงินประสงค์จะให้ตัวแทนของตนให้บริการสนับสนุนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทําหน้าที่เป็นตัวแทน นอกเหนือจากที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ ให้สถาบันการเงินซึ่งเป็นตัวการปฏิบัติตามและควบคุมดูแลให้ตัวแทนของตนปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เกี่ยวข้องด้วย เช่น หลักเกณฑ์การใช้บริการจากบุคคลภายนอก (Outsourcing) ในการประกอบธุรกิจของสถาบันการเงิน หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ให้บริการด้านงานสนับสนุนแก่บุคคลอื่น (Insourcing) และบริการอื่นๆ และหลักเกณฑ์การอนุญาตให้บริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ให้บริการด้านงานสนับสนุนและบริการอื่นเป็นต้น

(3) ในกรณีที่ตัวแทนของสถาบันการเงินมอบหมายหรือว่าจ้างผู้รับจ้างช่วงงานต่อ (Subcontract) ในบางส่วนหรือทั้งหมดของธุรกรรมที่ตัวแทนดําเนินการแทนสถาบันการเงิน ผู้รับจ้างช่วงงานต่อนั้นจะต้องเป็นนิติบุคคลประเภทที่ธนาคารแห่งประเทศไทยอนุญาตให้สถาบันการเงินแต่งตั้งเป็นตัวแทนสําหรับธุรกรรมประเภทนั้นๆ และจะต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ ที่กําหนดในประกาศฉบับนี้ และที่ได้ตกลงไว้กับสถาบันการเงินด้วย

ฉ. การเพิกถอนการอนุญาต

ภายหลังจากที่ได้รับอนุญาตไปแล้ว หากธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า สถาบันการเงินไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกําหนดหรือไม่ได้ปฏิบัติจริงตามข้อมูลที่สถาบันการเงินเคยจัดส่งมาให้ ณ ขณะที่ขออนุญาต หรือมีการกระทําที่กระทบต่อความปลอดภัย หรือความผาสุกของประชาชน หรือที่ละเมิดสิทธิผู้บริโภคธนาคารแห่งประเทศไทยอาจเพิกถอนการอนุญาตเป็นการทั่วไปหรือเป็นรายกรณี หรือสั่งการและ/หรือกําหนดเงื่อนไขอื่นๆ เพิ่มเติมเป็นรายกรณีได้ตามความจําเป็น

5.3.5 บทเฉพาะกาล

ก. กรณีที่สถาบันการเงินได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยให้แต่งตั้งตัวแทนเป็นรายกรณีก่อนฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดําเนินการต่อไปโดยไม่ต้องยื่นขออนุญาตใหม่อีกและให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่ได้รับอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยในแต่ละกรณีนั้นๆ ตราบเท่าที่ไม่ขัดกับประกาศฉบับนี้ และในกรณีที่มีการต่ออายุสัญญาแต่งตั้งตัวแทนฉบับเดิมหรือทําสัญญาแต่งตั้งตัวแทนฉบับใหม่ ให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การกํากับดูแลการแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงินตามประกาศฉบับนี้ด้วย ทั้งนี้ กรณีที่สถาบันการเงินมีข้อสงสัยให้หารือธนาคารแห่งประเทศไทยเพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี

ข. กรณีที่สถาบันการเงินใดแต่งตั้งตัวแทนประเภทที่ต้องขออนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยภายใต้ประกาศฉบับนี้ แต่หลักเกณฑ์เดิมซึ่งมีผลบังคับใช้ขณะมีการแต่งตั้งตัวแทนไม่ได้กําหนดให้ต้องขออนุญาต ก็ให้สถาบันการเงินยื่นขออนุญาตต่อฝ่ายกํากับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นรายกรณีภายใน90 วันนับตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลใช้บังคับ

อื่นๆ - 6.วันเริ่มต้นบังคับใช้

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 20 ตุลาคม 2553

(นายประสาร ไตรรัตน์)

ผู้ว่าการ

ธนาคารแห่งประเทศไทย

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ สนส. 9/2553 เรื่อง หลักเกณฑ์การแต่งตั้งตัวแทนของสถาบันการเงิน (Banking Agent) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8cfded4ecaf2a157

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com