ข้อ ๑๒
เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้ มีดังต่อไปนี้
(๑)
นักเรียนต้องมาเรียนตามหลักสูตรและเวลาเปิดที่โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนและมาเรียนทุกวันเป็นประจำสม่ำเสมอตามกฎกระทรวง
ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
(๒)
การรับนักเรียนเข้าเรียน
โรงเรียนต้องดำเนินการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนให้ถูกต้องตามระเบียบ
และจัดเก็บเอกสารไว้ให้เป็นปัจจุบันพร้อมให้ตรวจสอบได้ ทั้งนี้
กรณีที่จัดเก็บเอกสารเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์
โรงเรียนต้องจัดเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เพื่อการตรวจสอบด้วย
(๓)
ในกรณีที่โรงเรียนไม่ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด
ให้ถือว่าโรงเรียนไม่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลสำหรับนักเรียนของโรงเรียนนั้น
โดยห้ามเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาในส่วนที่โรงเรียนไม่ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้
และห้ามจำหน่ายนักเรียนผู้นั้นออกจากโรงเรียนด้วยเหตุดังกล่าว
(๔)
ในกรณีที่โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในตราสารเป็นโรงเรียนการกุศลภายหลังวันที่
๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษา
ให้โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลโรงเรียนการกุศลในปีการศึกษาถัดไป
(๕)
โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดำเนินกิจการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ คำสั่ง ประกาศและนโยบายของทางราชการ
และต้องนำเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ได้รับ
ไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ทางราชการกำหนดและตามประกาศกระทรวงแรงงาน
เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และนำเงินที่เหลือให้นำไปใช้จ่ายเป็นค่าพัฒนาสื่อการเรียนการสอนและครุภัณฑ์
พัฒนาอาคารสถานที่และการดำเนินกิจการของโรงเรียน
(๖)
โรงเรียนต้องทำบัญชีการเงินและบัญชีอื่นให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน
(๗)
โรงเรียนต้องจ่ายเงินเดือนครูโดยผ่านระบบธนาคารเป็นรายบุคคลทุกเดือน
และเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ (E- Document)
(๘)
โรงเรียนต้องเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นตามประกาศของโรงเรียนและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ
(๙)
โรงเรียนต้องบรรจุครูให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับที่เปิดสอน
โดยให้มีครูประจำชั้นครบทุกชั้นที่เปิดทำการสอน
(๑๐)
เมื่อนักเรียนพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน
โรงเรียนต้องแจ้งผู้อนุญาตภายในสิ้นเดือนและให้จ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลแก่โรงเรียนนั้นจนถึงสิ้นเดือน
(๑๑)
การจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลในเดือนเมษายนและพฤษภาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนมีนาคม
และในเดือนตุลาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนกันยายน
(๑๒)
กรณีที่มีนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนระหว่างเดือนในแต่ละภาคเรียน
ให้เบิกเงินอุดหนุนรายบุคคลได้สำหรับนักเรียนผู้นั้นในเดือนถัดไป