法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ณ วันที่ 12/10/2554) (ฉบับที่ 3)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๒

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบหลักเกณฑ์การจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่นักเรียนโรงเรียนเอกชน

เพื่อให้การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนนักเรียนเป็นรายบุคคลสำหรับนักเรียนในระดับก่อนประถมศึกษา

ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา และรวมถึงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๓ (๔) และ (๖) แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ประกอบกับมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖

รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๓๙ วันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๐ วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๐ วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๕๑

และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๒ ดังนั้น

เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

ในคราวประชุมครั้งที่ ๒/๒๕๕๒ วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จึงได้ลงมติเห็นชอบกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคลไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒] การเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคล

ให้ใช้อัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๔

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ในระเบียบนี้

“โรงเรียน” หมายความว่า โรงเรียนเอกชนในระบบ

โดยไม่รวมถึงโรงเรียนนานาชาติ

“โรงเรียนการกุศล” หมายความว่า

โรงเรียนเอกชนที่จัดตั้งโดยมีวัตถุประสงค์จัดการศึกษาเพื่อผู้ยากไร้โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษา

ได้แก่ โรงเรียนเอกชนที่สำนักพระราชวังเป็นผู้รับใบอนุญาต

โรงเรียนสงเคราะห์เด็กยากจนตามพระราชประสงค์

โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์หรือพระราชูปถัมภ์ที่จัดการศึกษาเพื่อการกุศล

โรงเรียนการกุศลของวัดในพระพุทธศาสนาและโรงเรียนการศึกษาพิเศษหรือการศึกษาสงเคราะห์หรือโรงเรียนประเภทอื่นที่คณะรัฐมนตรีเห็นสมควรให้ความอนุเคราะห์เป็นกรณีพิเศษ

และให้รวมถึงโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามควบคู่วิชาสามัญที่มีมูลนิธิหรือมัสยิดเป็นผู้รับใบอนุญาตที่มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาเท่านั้น

“นักเรียน” หมายความว่า ผู้ที่โรงเรียนได้รับเข้าเรียนตามระเบียบที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดและตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

“ผู้รับใบอนุญาต” หมายความว่า

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้รับใบอนุญาต

“เงินอุดหนุนรายบุคคล” หมายความว่า

เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐจัดสรรงบประมาณให้เป็นค่าใช้จ่ายรายบุคคลแก่นักเรียนในโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

“คณะกรรมการบริหาร” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารของโรงเรียน

“สำนักงาน” หมายความว่า

สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

“สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา” หมายความว่า

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาที่โรงเรียนตั้งอยู่ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การให้เงินอุดหนุนรายบุคคล ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ให้คำนวณจากจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงของโรงเรียน ณ วันที่ ๑๐

มิถุนายนของปีการศึกษาที่ขอเบิก ตามอัตราแนบท้ายระเบียบ ทั้งนี้

ต้องไม่เกินความจุนักเรียนของโรงเรียนตามหลักสูตรและสาขาวิชาที่โรงเรียนได้รับอนุญาต

(๒)

นักเรียนที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องเป็นนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม

ดังต่อไปนี้

ก.

เป็นโรงเรียนที่ได้รับอนุญาตให้เปิดสอนระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น

มัธยมศึกษาตอนปลาย หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ ระดับใดระดับหนึ่งหรือหลายระดับรวมกัน

ข.

เป็นโรงเรียนการกุศลที่ไม่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาจากนักเรียน

ค.

เป็นโรงเรียนที่เก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาเมื่อรวมกับเงินอุดหนุนรายบุคคลแล้วไม่เกินอัตราค่าใช้จ่ายรายบุคคลสำหรับนักเรียนภาครัฐในแต่ละระดับ

ง.

ไม่เป็นโรงเรียนที่ประกาศแจ้งให้ผู้ปกครองทราบว่า

นักเรียนที่เรียนในโรงเรียนนี้ไม่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคล

(๓)

นักเรียนที่โรงเรียนจะนำมาคำนวณเงินอุดหนุนรายบุคคล ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

ก.

เป็นนักเรียนที่ได้ลงทะเบียนและเรียนอยู่จริง

ในชั้นเรียนที่โรงเรียนมีสิทธิ์ได้รับการอุดหนุนโดยถูกต้องและเป็นไปตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต

หรือตราสาร แล้วแต่กรณี

ข.

เป็นนักเรียนที่มาเรียนจริงสม่ำเสมอเป็นปกติโดยไม่ขาดเรียนติดต่อกันเกินกว่า ๑๕

วัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร เว้นแต่กรณีเจ็บป่วยจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลหรือแพทย์ที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมรับรองว่าต้องหยุดพักการเรียน

ค.

เป็นนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในระดับที่ได้รับการอุดหนุนรายบุคคล

สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ ๑ อายุของนักเรียนต้องไม่ต่ำกว่า ๓

ปีบริบูรณ์ในวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ของปีการศึกษาในภาคเรียนแรก

ง.

กรณีนักเรียนพิการต้องมีสมุดประจำตัวคนพิการ

หรือเอกสารรับรองความพิการจากแพทย์ของสถานพยาบาลตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข

และให้โรงเรียนจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของโรงเรียน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำคำร้องขอรับการอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคลตามแบบหรือโปรแกรมที่สำนักงานกำหนด

(๒)

ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนพร้อมเอกสารและข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการขอรับเงินอุดหนุนตามข้อ

๕ (๓) พร้อมสำเนาเอกสารจำนวน ๒ ชุด หรือข้อมูลเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

กรณีโรงเรียนได้รับอนุญาตให้จัดส่งเอกสารอิเล็กทรอนิกส์

สำหรับกรุงเทพมหานครให้ยื่นที่สำนักงานส่วนจังหวัดอื่นให้ยื่นที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

ภายในวันที่ ๒๐ มิถุนายนของทุกปี

(๓)

ให้ส่งเอกสารหลักฐานหรือข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการขอรับการอุดหนุน ดังต่อไปนี้

ก.

แบบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล (อน. ๑) แบบรายงานจำนวนนักเรียนและครู (อน. ๒)

พร้อมบัญชีรายชื่อนักเรียน (อน. ๓) เพื่อขอรับการอุดหนุน โดยให้สำรวจ ณ วันที่ ๑๐

มิถุนายนของทุกปี

ข.

แบบทะเบียนคุมนักเรียนพิการในโรงเรียนเอกชน กรณีที่โรงเรียนขอรับ เงินอุดหนุนรายบุคคลนักเรียนพิการ

ค.

สำเนาใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียน ประกาศโรงเรียนเรื่องอัตราค่าธรรมเนียม

การศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น และหลักฐานการอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน

ง.

รายงานการประชุมคณะกรรมการบริหาร ซึ่งให้ความเห็นชอบจำนวนนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

งบรายได้และค่าใช้จ่าย งบดุล ของปีการศึกษาที่ผ่านมา

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

วิธีการขอรับการอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลและเอกสารประกอบตามข้อ ๕ (๒) และ (๓)

พร้อมข้อมูลของโรงเรียนด้วยโปรแกรมที่สำนักงานกำหนด

(๒)

ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลนักเรียนตาม (๑) ของทุกโรงเรียน

หากถูกต้องให้จัดทำแบบสรุปจำนวนนักเรียนของโรงเรียนที่มีสิทธิ์รับการอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคลโดยแยกประเภทเงินอุดหนุน

พร้อมสำเนาเลขที่บัญชีธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

โดยให้ส่งถึงสำนักงานภายในวันที่ ๑๐ กรกฎาคมของทุกปี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

วิธีการขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงาน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลและเอกสารประกอบตามข้อ ๕ (๒) และ (๓)

พร้อมข้อมูลของโรงเรียนด้วยโปรแกรมที่สำนักงานกำหนด

(๒)

ตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลนักเรียนตาม (๑) ของทุกโรงเรียน

หากถูกต้องให้จัดทำแบบสรุปจำนวนนักเรียนของโรงเรียนที่มีสิทธิ์รับการอุดหนุนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

โดยแยกประเภทเงินอุดหนุนทั้งกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น เพื่อเสนอขออนุมัติ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

วิธีการขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลของโรงเรียน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

จัดทำใบสำคัญรับเงินอุดหนุนรายบุคคล (อน. ๔) ประจำเดือนจำนวน ๒ ชุด

ให้โรงเรียนเก็บไว้ ๑ ชุด โดยมีเอกสารประกอบ ดังต่อไปนี้

ก.

บัญชีรายชื่อนักเรียนที่ขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคล

กรณีโรงเรียนรับนักเรียนเข้าเรียนเพิ่มเติมของเดือนที่ผ่านมา (อน. ๕)

ข.

บัญชีรายชื่อนักเรียนที่โรงเรียนจำหน่าย ลาออก พักการเรียน ของเดือนที่ผ่านมา (อน.

๖)

ค.

บัญชีการจ่ายเงินเดือนครูและการหักเงินสมทบกองทุนสงเคราะห์ที่เรียงตามระดับการศึกษา

สำหรับกรุงเทพมหานคร จำนวน ๓ ชุด ส่วนจังหวัดอื่น จำนวน ๔ ชุด

นำไปประทับตราที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) พร้อมแบบ วส.๐๐๐๑

หรือตามแบบที่สำนักงานกำหนด

(๒)

โรงเรียนจัดส่งเอกสารตาม (๑) ภายในวันที่ ๓ ของเดือนที่เบิกที่สำนักงาน

สำหรับกรุงเทพมหานคร หรือที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

วิธีการขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบจำนวนนักเรียนปกติ นักเรียนพิการ ทั้งประจำและไปกลับ

จำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลและเงินสะสมส่วนของครูและเงินสมทบส่วนของผู้รับใบอนุญาตที่ต้องนำส่งสำนักงานกองทุนสงเคราะห์

และตรวจสอบจำนวนเงินคงเหลือให้ถูกต้อง

(๒)

สรุปยอดจำนวนโรงเรียนและจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ขอเบิกจ่าย

และขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนประจำเดือน แล้วให้นำส่งสำนักงาน ภายในวันที่ ๑๐

ของเดือน เพื่อสำนักงานจะดำเนินการเบิกจ่ายและโอนเงินเข้าบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

(๓)

เมื่อโรงเรียนดำเนินการตามข้อ ๙ ได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว

ให้โอนเงินอุดหนุนรายบุคคลเข้าบัญชีโรงเรียนภายใน ๕ วันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับการโอนเงินเข้าบัญชีจากสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

วิธีการขอเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลของสำนักงาน ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑)

ตรวจสอบจำนวนนักเรียนปกติ นักเรียนพิการ ทั้งประจำและไปกลับ

จำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลและเงินสะสมส่วนของครูและเงินสมทบส่วนของผู้รับใบอนุญาตที่ต้องนำส่งสำนักงานกองทุนสงเคราะห์

และตรวจสอบจำนวนเงินคงเหลือให้ถูกต้อง

(๒)

สรุปยอดจำนวนโรงเรียนและจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ขอเบิกจ่าย

และขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนประจำเดือน ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่น

เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายและโอนเงินเข้าบัญชีโรงเรียนหรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

แล้วแต่กรณี

(๓)

ขออนุมัติเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลประจำเดือน

สรุปยอดจำนวนโรงเรียนและจำนวนเงินอุดหนุนรายบุคคล ภายในวันที่ ๑๐ ของทุกเดือน

เพื่อดำเนินการเบิกจ่ายและโอนเงินเข้าบัญชีสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

(๔)

เมื่อโรงเรียนดำเนินการตามข้อ ๙ ได้ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ให้โอนเงินอุดหนุนรายบุคคลเข้าบัญชีโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร

ภายใน ๕ วันทำการ

นับแต่วันที่ได้รับการอนุมัติจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลจากกรมบัญชีกลางและวันที่ได้รับโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

เงื่อนไขการรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้ มีดังต่อไปนี้

(๑)

นักเรียนต้องมาเรียนตามหลักสูตรและเวลาเปิดที่โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดทำการสอนและมาเรียนทุกวันเป็นประจำสม่ำเสมอตามกฎกระทรวง

ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง

(๒)

การรับนักเรียนเข้าเรียน

โรงเรียนต้องดำเนินการรับนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนให้ถูกต้องตามระเบียบ

และจัดเก็บเอกสารไว้ให้เป็นปัจจุบันพร้อมให้ตรวจสอบได้ ทั้งนี้

กรณีที่จัดเก็บเอกสารเป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์

โรงเรียนต้องจัดเก็บเอกสารต้นฉบับไว้เพื่อการตรวจสอบด้วย

(๓)

ในกรณีที่โรงเรียนไม่ยื่นคำร้องขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลภายในระยะเวลาที่สำนักงานกำหนด

ให้ถือว่าโรงเรียนไม่ประสงค์จะขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลสำหรับนักเรียนของโรงเรียนนั้น

โดยห้ามเรียกเก็บเงินค่าธรรมเนียมการศึกษาในส่วนที่โรงเรียนไม่ได้ดำเนินการเบิกจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้

และห้ามจำหน่ายนักเรียนผู้นั้นออกจากโรงเรียนด้วยเหตุดังกล่าว

(๔)

ในกรณีที่โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ในตราสารเป็นโรงเรียนการกุศลภายหลังวันที่

๑๐ มิถุนายนของปีการศึกษา

ให้โรงเรียนได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลในอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลโรงเรียนการกุศลในปีการศึกษาถัดไป

(๕)

โรงเรียนที่ได้รับเงินอุดหนุนรายบุคคลต้องดำเนินกิจการโรงเรียนให้เป็นไปตามกฎหมาย

ระเบียบ คำสั่ง ประกาศและนโยบายของทางราชการ

และต้องนำเงินอุดหนุนรายบุคคลที่ได้รับ

ไปจ่ายเป็นเงินเดือนครูไม่ต่ำกว่าวุฒิที่ทางราชการกำหนดและตามประกาศกระทรวงแรงงาน

เรื่อง อัตราค่าจ้างขั้นต่ำ และนำเงินที่เหลือให้นำไปใช้จ่ายเป็นค่าพัฒนาสื่อการเรียนการสอนและครุภัณฑ์

พัฒนาอาคารสถานที่และการดำเนินกิจการของโรงเรียน

(๖)

โรงเรียนต้องทำบัญชีการเงินและบัญชีอื่นให้ถูกต้องครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

(๗)

โรงเรียนต้องจ่ายเงินเดือนครูโดยผ่านระบบธนาคารเป็นรายบุคคลทุกเดือน

และเก็บไว้เป็นหลักฐานพร้อมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ (E- Document)

(๘)

โรงเรียนต้องเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นตามประกาศของโรงเรียนและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ

(๙)

โรงเรียนต้องบรรจุครูให้เพียงพอต่อการจัดการเรียนการสอนในระดับที่เปิดสอน

โดยให้มีครูประจำชั้นครบทุกชั้นที่เปิดทำการสอน

(๑๐)

เมื่อนักเรียนพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน

โรงเรียนต้องแจ้งผู้อนุญาตภายในสิ้นเดือนและให้จ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลแก่โรงเรียนนั้นจนถึงสิ้นเดือน

(๑๑)

การจ่ายเงินอุดหนุนรายบุคคลในเดือนเมษายนและพฤษภาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนมีนาคม

และในเดือนตุลาคมให้จ่ายตามจำนวนนักเรียนที่เรียนอยู่จริงในเดือนกันยายน

(๑๒)

กรณีที่มีนักเรียนเข้าเรียนในโรงเรียนระหว่างเดือนในแต่ละภาคเรียน

ให้เบิกเงินอุดหนุนรายบุคคลได้สำหรับนักเรียนผู้นั้นในเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การกำกับดูแลให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑)

ให้สำนักงานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาดำเนินการตรวจติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายเงินอุดหนุนตามระเบียบ

(๒)

ในกรณีที่ตรวจพบว่า

โรงเรียนมีการเบิกเงินอุดหนุนผิดพลาดหรือโดยไม่มีสิทธิ์ให้ผู้อนุญาตเรียกเงินคืนจากโรงเรียนพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ

๗.๕ ต่อปีของจำนวนเงินที่เบิกโดยผิดพลาดหรือโดยไม่มีสิทธิ์

นับแต่วันที่เบิกจ่ายจนถึงวันที่ชำระเสร็จสิ้น

(๓)

เมื่อปรากฏว่า

โรงเรียนดำเนินการเกี่ยวกับขอรับเงินอุดหนุนรายบุคคลตามระเบียบนี้โดยทุจริต

ให้ผู้อนุญาตดำเนินการเรียกเงินคืนพร้อมดอกเบี้ยตาม (๒) และอาจดำเนินการทางคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแก่ผู้กระทำความผิด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

ตารางอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคลแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

พ.ศ. ๒๕๕๒[๓]

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓[๔]

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔[๕]

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๓๐ มีนาคม ๒๕๕๒

ณัฐพร/ผู้ปรับปรุง

๒๗ ธันวาคม ๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๔๐ ง/หน้า ๑/๑๗ มีนาคม ๒๕๕๒

[๒] ข้อ ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๓]

ตารางอัตราเงินอุดหนุนรายบุคคล แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล (ฉบับที่

๓) พ.ศ. ๒๕๕๔

[๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๔๖ ง/หน้า ๑/๙ เมษายน ๒๕๕๓

[๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๑๒๑ ง/หน้า ๑/๑๒ ตุลาคม ๒๕๕๔

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชนเป็นเงินอุดหนุนรายบุคคล พ.ศ. 2552 (ฉบับ Update ณ วันที่ 12/10/2554) (ฉบับที่ 3) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_8dba01d6a13bbfd8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com