ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ
เรื่อง
แสดงผลและรายละเอียดคำวินิจฉัยชั้นที่สุดผลการพิจารณาทบทวน
ความจำเป็นเพื่อขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วที่เพิ่มขึ้น
พ.ศ. ๒๕๕๖[๑]
ด้วยคณะกรรมการพิจารณามาตรการปกป้องได้มีคำวินิจฉัยชั้นที่สุด เมื่อวันที่
๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ว่าปรากฏหลักฐานการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วที่เพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงแก่อุตสาหกรรมภายใน
โดยเป็นความเสียหายโดยรวมที่ชัดแจ้งที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในและมีหลักฐานแสดงว่าอุตสาหกรรมภายในอยู่ระหว่างการปรับตัว
จึงมีความจำเป็นต้องขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องต่อไปอีก
เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในในระหว่างการปรับตัว ตามมาตรา
๓ และมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ.
๒๕๕๐ จึงให้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องต่อไปอีก ๓ ปี
สำหรับการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วซึ่งมีลักษณะเป็นก้อนสี่เหลี่ยมใช้ตกแต่งอาคารสถานที่
ภายใต้พิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ ๗๐๑๖.๙๐๐๐
เพื่อให้เป็นไปตามความในข้อ ๑ ของกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขในการประกาศเผยแพร่ผลคำวินิจฉัยเกี่ยวกับการพิจารณามาตรการปกป้อง พ.ศ.
๒๕๕๓ ลงวันที่ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓
ซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติมาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น พ.ศ.
๒๕๕๐ ที่กำหนดว่า
เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยชั้นที่สุดให้ยุติการพิจารณามาตรการปกป้อง ให้กำหนดมาตรการปกป้องหรือให้ขยายเวลาการใช้มาตรการปกป้อง
แล้วแต่กรณี ให้กรมการค้าต่างประเทศประกาศเผยแพร่ผลคำวินิจฉัย
กรมการค้าต่างประเทศจึงออกประกาศแสดงผลและรายละเอียดคำวินิจฉัยชั้นที่สุดให้ขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วที่เพิ่มขึ้นต่อไปอีก
๓ ปี ดังรายละเอียดปรากฏตามเอกสารแนบท้ายประกาศฉบับนี้
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ปราณี ศิริพันธ์
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ
[เอกสารแนบท้าย]
๑. เอกสารแนบท้ายประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง
แสดงผลและรายละเอียดคำวินิจฉัยชั้นที่สุดผลการพิจารณาทบทวนความจำเป็นเพื่อขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการปกป้องจากการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วที่เพิ่มขึ้น
พ.ศ. ๒๕๕๖
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
ปริยานุช/ผู้จัดทำ
๔ พฤศจิกายน
๒๕๕๖
อุษมล/ผู้ตรวจ
๖ พฤศจิกายน
๒๕๕๖
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๔๘ ง/หน้า ๖๐/๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖