法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (Update ณ วันที่ 16/12/2526)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
36

บทเฉพาะกาล

มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

(พ.ศ.

2524)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ.

2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติ

ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1

ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแต่งตั้ง

ให้เป็นนายตรวจได้

อย่างน้อยต้องมีความรู้หรือคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

คือ

(1) ได้รับประกาศนียบัตรประโยคมัธยมศึกษาตอนปลายสายอาชีพ แผนกวิชา

ช่างก่อสร้าง แผนกวิชาช่างสำรวจ แผนกวิชาช่างโยธา

และแผนกวิชาช่างเขียนแบบ

โยธา หรือ

(2) ได้รับประกาศนียบัตรตามที่ ก.พ. กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ

ตำแหน่งช่างโยธา 1 หรือเทียบเท่า

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2

ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแต่งตั้ง

ให้เป็นนายช่างได้

อย่างน้อยต้องมีความรู้หรือคุณวุฒิอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

คือ

(1) ได้รับประกาศนียบัตรชั้นสูง แผนกวิชาช่างก่อสร้าง แผนกวิชาช่างสำรวจ

แผนกวิชาช่างโยธา และแผนกวิชาช่างเขียนแบบโยธา

(2) ได้รับประกาศนียบัตรตามที่ ก.พ.กำหนดว่าใช้เป็นคุณสมบัติเฉพาะสำหรับ

ตำแหน่งช่างโยธา

(3) ได้รับประกาศนียบัตรวิชาช่างตรีตามหลักสูตรของทางราชการซึ่ง ก.พ.

ได้รับรองแล้ว

หรือได้รับอนุญาตพิเศษให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

สาขา 1 วิศวกรรมโยธา ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม หรือ

(4) เป็นผู้ที่มีความรู้หรือคุณวุฒิตามข้อ 1 แห่งกฎกระทรวงนี้ และเป็น

ข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป

ให้ไว้ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2524

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

กำหนดให้ข้าราชการ

หรือพนักงานส่วนท้องถิ่นที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะแต่งตั้งให้เป็นนายตรวจหรือนายช่าง

ต้องมีความรู้หรือคุณวุฒิตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2524)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติ

ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้

ดังต่อไปนี้

บัตรประจำตัวนายช่าง และบัตรประจำตัวนายตรวจ ให้เป็นไปตามแบบ

ท้ายกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2524

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 55 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

กำหนดให้บัตรประจำตัว

นายช่าง

และบัตรประจำตัวนายตรวจเป็นไปตามแบบที่กำหนดในกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

*[1]

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2526)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (3) และมาตรา 42 วรรคห้า แห่ง

พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

`วัสดุก่อสร้างและสิ่งของ' หมายความว่า วัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อถอน รวมทั้ง

สิ่งของที่ขนออกจากอาคารส่วนที่มีการรื้อถอน

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 การยึดและเก็บรักษาไว้

หรือขายซึ่งวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ และถือ

เงินไว้แทนตัวทรัพย์สิน เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะกระทำได้

เมื่อ

(1)

ศาลได้มีคำสั่งบังคับให้มีการรื้อถอนโดยให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้มี

หน้าที่ในการรื้อถอน

(2) เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ปิดประกาศกำหนดการรื้อถอนไว้ในบริเวณที่จะ

รื้อถอนแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

(3) เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ดำเนินการรื้อถอนเมื่อครบกำหนดเวลาตาม

ประกาศใน (2) แล้ว

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

การยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

(1) ทำประกาศการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ แล้วปิดไว้โดยเปิดเผย

ณ สถานที่ที่ยึด

(2) ทำบัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ แล้วทำบันทึกการยึดไว้

(3) แจ้งการยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ผู้ดำเนินการ หรือผู้ควบคุมงานทราบ แล้วแต่กรณี

ให้นำมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้บังคับ

แก่การแจ้งยึดโดยอนุโลม

การยึดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของครอบไปถึงดอกผลแห่งวัสดุก่อสร้างและสิ่งของ

นั้นด้วย

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งว่าวัสดุก่อสร้างและ

สิ่งของนั้นได้มีการยึดแล้ว

โดยผูกแผ่นเลขหมายแล้วประทับตราครั่งหรือปิดแผ่น

เลขหมายไว้ที่วัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด หรือทำเครื่องหมายตามที่เห็นสมควร

ให้ตรงตามบัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด

ถ้าสามารถเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้

ให้รวมไว้แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

บัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดให้แสดงรายละเอียด เช่น ชื่อ

ประเภท ตัวแบบ ลักษณะ จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพ

และราคาประมาณของ

วัสดุก่อสร้างและสิ่งของนั้น เป็นต้น

ถ้าวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดเป็นของหลายสิ่งและมีราคาเล็กน้อย จะมัด

หรือกองรวมกันแล้วลงบัญชีเป็นรายการเดียวกันก็ได้

ถ้าวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดเป็นชุดหรือสำรับ จะลงบัญชีรวมเป็นชุด

เป็นสำรับ หรือไม่รวมก็ได้

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเก็บรักษาวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดไว้

ณ สถานที่ที่ยึด หรือจะนำไปเก็บรักษาไว้ ณ

สถานที่ใดก็ได้ตามที่เห็นสมควร หาก

มีความจำเป็นจะจ้างคนดูแลรักษาหรือเช่าสถานที่ที่เก็บรักษาก็ได้

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจดแจ้งไว้ในบัญชีวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด

ว่าได้เก็บรักษาวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดนั้นไว้อย่างไร

รวมทั้งค่าใช้จ่ายใน

การยึดและเก็บรักษาด้วย

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

ให้เจ้าของทรัพย์สินมารับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดคืนภายใน

สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งการยึดตามข้อ 3 (3)

หากเจ้าของทรัพย์สินมิได้

มาขอรับคืนภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุก่อสร้าง

และสิ่งของที่ยึดนั้นออกขายทอดตลาดก็ได้

ในกรณีที่บุคคลหลายคนต่างคนต่างอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือเงิน

ที่ได้จากการขาย

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ผู้อ้างเป็นเจ้าของทรัพย์สินทุกคน

ไปตกลงกันเองหรือนำคดีไปสู่ศาล

หากไม่มีการตกลงกันหรือนำคดีไปสู่ศาลภายใน

หกสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่ง

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุ

ก่อสร้างหรือสิ่งของที่ยึดนั้นออกขายทอดตลาดก็ได้

ถ้าวัสดุก่อสร้างและสิ่งของเป็นของเสียง่าย หรือถ้าหน่วงช้าไว้จะเป็น

การเสี่ยงต่อความเสียหาย

หรือค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาจะเกินส่วนกับค่าวัสดุ

ก่อสร้างและสิ่งของ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุก่อสร้างและสิ่งของนั้นออก

ขายทอดตลาดหรือจะขายโดยวิธีอื่นก่อนวันที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร

ผู้ดำเนินการ หรือผู้ควบคุมงาน ได้ทราบการแจ้งการยึดตามข้อ

3 (3) ก็ได้

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ถ้าเจ้าของทรัพย์สินมารับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดคืนให้เจ้าของ

ทรัพย์สินชำระเงินค่าใช้จ่ายในการยึด ค่าเช่าสถานที่เก็บ

ค่าจ้างดูแลรักษาและ

ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

ที่เกี่ยวกับการยึดและเก็บรักษาทรัพย์สินให้แก่เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นก่อนที่จะรับวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดนั้นคืนไป

ถ้าเจ้าของทรัพย์สินไม่ชำระเงินหรือชำระเงินไม่ครบตามวรรคหนึ่ง

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะนำวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึดนั้นออกขายทอดตลาดก็ได้

และให้นำข้อ 19 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10

การขายทอดตลาดวัสดุก่อสร้างและสิ่งของที่ยึด ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นทำประกาศโดยแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเท่าที่

จะระบุได้ เช่น ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน วัน เวลาและสถานที่ที่จะขายทอดตลาด

ชื่อ

ประเภท ตัวแบบ ลักษณะ จำนวน ขนาด น้ำหนัก

และสภาพของทรัพย์สินนั้น

เป็นต้น

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นปิดประกาศการขายทอดตลาดไว้โดย

เปิดเผย ณ สถานที่ที่มีการรื้อถอน สถานที่ที่จะขายทอดตลาด

และที่ทำการของ

เจ้าพนักงานท้องถิ่นนั้นก่อนวันขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ในกรณีที่ทราบตัวเจ้าของทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นส่งประกาศการขายทอดตลาดไปให้เจ้าของทรัพย์สินทราบก่อนวันขาย

ทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

ให้นำมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาใช้

บังคับแก่การส่งประกาศการขายทอดตลาดโดยอนุโลม

ในกรณีที่เห็นสมควร เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะประกาศการขายทอดตลาด

ทางหนังสือพิมพ์หรือวิทยุกระจายเสียงก่อนวันขายทอดตลาดก็ได้

ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดร้องขอทรัพย์สินคืนก่อนหรือ

ในระหว่างการขายทอดตลาด ให้งดการขายทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12

ถ้าทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเป็นโบราณวัตถุหรือศิลปวัตถุ ตาม

กฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ

และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นส่งประกาศการขายทอดตลาดไปยังกรมศิลปากรก่อนวัน

ขายทอดตลาดไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13

ถ้าทรัพย์สินที่จะขายทอดตลาดเป็นตู้นิรภัย หีบ หรือกำปั่นเหล็ก

เก็บทรัพย์สิน และปรากฏว่ายังเปิดไม่ได้

ให้จัดการเปิดก่อนจึงจะขายทอดตลาดได้

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 ในการขายทอดตลาด

เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะตั้งเจ้าพนักงานคนใด

ให้ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานผู้ขายก็ได้

ก่อนเริ่มขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานผู้ขายอ่านประกาศการขายทอดตลาด

ณ สถานที่ที่จะขายทอดตลาดโดยเปิดเผย และให้ปฏิบัติดังนี้

(1) ให้แสดงการตกลงขายด้วยวิธีเคาะไม้

(2) ให้ร้องขานจำนวนเงินที่มีผู้สู้ราคาครั้งที่หนึ่ง 3 หน ถ้าไม่มีผู้สู้ราคา

สูงขึ้น ให้ร้องขานเป็นครั้งที่สองอีก 3 หน

เมื่อไม่มีผู้สู้ราคาสูงกว่านั้นและ

ได้ราคาพอสมควรให้ลงคำสามพร้อมกับเคาะไม้

แต่ถ้าก่อนเคาะไม้มีผู้สู้ราคา

สูงขึ้นไปอีกให้ร้องขานราคาตั้งต้นใหม่ตามลำดับดังกล่าวแล้ว

(3) ถ้าผู้ราคาถอนคำสู้ราคาของตนก่อนเคาะไม้ ให้ตั้งต้นร้องขานใหม่

(4) เมื่อเห็นว่าราคาที่มีผู้สู้ราคาสูงสุดนั้นยังไม่เพียงพอ เจ้าพนักงาน

ผู้ขายอาจถอนทรัพย์สินจากการทอดตลาดได้

(5) เมื่อเคาะไม้ตกลงขายแล้ว ผู้ซื้อต้องชำระเงินทันที เว้นแต่ทรัพย์สิน

มีราคาตั้งแต่ห้าพันบาทขึ้นไป เจ้าพนักงานผู้ขายอาจผ่อนผันให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำ

ไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของราคาซื้อและทำสัญญาใช้เงินที่ค้างชำระภายในเวลา

ไม่เกินสิบห้าวันก็ได้

เมื่อได้ชำระเงินครบถ้วนแล้วจึงให้โอนมอบทรัพย์สินนั้นแก่

ผู้ซื้อไป

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15

ให้เจ้าพนักงานผู้ขายทำบันทึกเหตุการณ์อันเกี่ยวกับการขาย

ทอดตลาดไว้

ถ้าทรัพย์สินที่ขายทอดตลาดมีราคาตั้งแต่ห้าพันบาทขึ้นไปให้แสดง

จำนวนบุคคลซึ่งมาฟังการขายทอดตลาด ผู้สู้ราคา

ตลอดจนจำนวนเงินที่สู้ราคากัน

เป็นลำดับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16

เมื่อการขายทอดตลาดบริบูรณ์แล้ว ถ้าผู้ซื้อไม่ชำระเงิน ไม่วาง

เงินมัดจำ หรือไม่ใช้เงินที่ค้างชำระตามสัญญา

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นเอาทรัพย์สิน

นั้นออกขายทอดตลาดซ้ำอีก และแจ้งให้ผู้ซื้อทราบกำหนดวัน

เวลา และสถานที่ที่จะ

ขายทอดตลาดด้วย

เมื่อขายทอดตลาดครั้งหลังได้เงินเท่าใดให้หักค่าใช้จ่ายในการ

ขายทอดตลาดออกก่อน และถ้ายังไม่คุ้มราคาขายทอดตลาดครั้งก่อน

ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นจัดการเรียกร้องให้ผู้ซื้อเดิมชำระเงินส่วนที่ยังขาดนั้น

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17

การขายโดยวิธีอื่นตามข้อ 8 วรรคสาม ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

ขายตามวิธีที่เห็นสมควรและทำบันทึกเกี่ยวกับการขายนั้นไว้

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ถ้าทรัพย์สินที่จะขายมีดอกผลเกิดในระหว่างการยึด

ให้เจ้าพนักงาน

ท้องถิ่นขายดอกผลนั้นได้ด้วย

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19

เมื่อได้เงินจากการขายแล้ว ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นหักค่าใช้จ่าย

ในการยึด ค่าเช่าสถานที่เก็บ ค่าจ้างดูแลรักษา

และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับ

การยึดและเก็บรักษาทรัพย์สินออกก่อน

เหลือเท่าใดจึงคืนให้แก่เจ้าของทรัพย์สิน

ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินไม่มารับคืน ให้ถือเงินไว้แทนตัวทรัพย์สินและ

นำฝากคลังในลักษณะเงินนอกงบประมาณ

โดยให้นำระเบียบกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยการเก็บรักษาเงินและการนำเงินส่งคลังของส่วนราชการมาใช้บังคับโดย

อนุโลม

ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินมิได้เรียกร้องเอกเงินนั้นภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่

มีการประกาศกำหนดรื้อถอน

ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นนำส่งคลังตามระเบียบดังกล่าว

โดยมิชักช้า

ให้ไว้ ณ วันที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2526

พลเอก

สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ในกรณีที่

เจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการรื้อถอนอาคาร

วัสดุก่อสร้างที่ถูกรื้อถอน

รวมทั้งสิ่งของที่ขนออกจากอาคารส่วนที่มีการรื้อถอนนั้น

มาตรา 42 วรรคห้า

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

ได้บัญญัติให้เจ้าพนักงานท้องถิ่น

มีอำนาจยึดและเก็บรักษาไว้

หรือขายและถือเงินไว้แทนตัวทรัพย์สินตามหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

*[2]

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2526)

ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร

พ.ศ. 2522

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 (3) และมาตรา 8 (11) แห่งพระราชบัญญัติ

ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของ

คณะกรรมการควบคุมอาคารออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

`อาคารอยู่อาศัย' หมายความว่า

อาคารซึ่งโดยปกติบุคคลใช้อยู่อาศัยได้ทั้ง

กลางวันและกลางคืน

ไม่ว่าจะเป็นการอยู่อาศัยอย่างถาวรหรือชั่วคราว

`ตึกแถว' หมายความว่า

อาคารที่ก่อสร้างติดต่อกันเป็นแถวยาวตั้งแต่สองคูหา

ขึ้นไป

มีผนังร่วมแบ่งอาคารเป็นคูหาและประกอบด้วยวัสดุทนไฟเป็นส่วนใหญ่

`อาคารพาณิชย์' หมายความว่า

อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการพาณิชยกรรม

หรือบริการธุรกิจ

หรืออุตสาหกรรมที่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตเทียบได้ไม่เกิน

5 แรงม้า

และให้หมายความรวมถึงอาคารอื่นใดที่ก่อสร้างห่างจากถนนหรือ

ทางสาธารณะไม่เกิน 20.00 เมตร ซึ่งอาจใช้เป็นอาคารเพื่อประโยชน์ในการ

พาณิชยกรรมได้

`โรงงาน' หมายความว่า

อาคารหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของอาคารที่ใช้เป็น

โรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน

`อาคารสาธารณะ' หมายความว่า

อาคารที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการชุมนุมคน

ได้โดยทั่วไป เพื่อกิจกรรมทางราชการ การเมือง การศึกษา การศาสนา

การสังคม

การนันทนาการ หรือการพาณิชยกรรม เช่น โรงมหรสพ หอประชุม

โรงแรม โรงพยาบาล

สถานศึกษา หอสมุด สนามกีฬากลางแจ้ง สถานกีฬาในร่ม ตลาด

ห้างสรรพสินค้า

ศูนย์การค้า สถานบริการ ท่าอากาศยาน อุโมงค์ สะพาน

อาคารจอดรถ สถานีรถ

ท่าจอดเรือ โป๊ะจอดเรือ สุสาน ฌาปนสถาน ศาสนสถาน เป็นต้น

`อาคารพิเศษ' หมายความว่า

อาคารที่ต้องการมาตรฐานความมั่นคง

แข็งแรงและความปลอดภัยเป็นพิเศษ เช่นอาคารดังต่อไปนี้

(ก) โรงมหรสพ อัฒจันทร์ หอประชุม หอสมุด หอศิลป์ พิพิธภัณฑสถาน

หรือศาสนสถาน

(ข) อู่เรือ คานเรือ หรือท่าจอดเรือ สำหรับเรือขนาดใหญ่เกิน 100 ตันกรอส

(ค) อาคารหรือสิ่งที่สร้างขึ้นสูงเกิน 15.00 เมตร หรือสะพานหรืออาคาร

หรือโครงหลังคาช่วงหนึ่งเกิน 10.00 เมตร

หรือมีลักษณะโครงสร้างที่อาจก่อให้เกิด

ภยันตรายต่อสาธารณชนได้

(ง) อาคารที่เก็บวัสดุไวไฟ วัสดุระเบิด หรือวัสดุกระจายแพร่พิษหรือรังสี

ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 หลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน

เคลื่อนย้าย ใช้หรือเปลี่ยนการใช้อาคาร

ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวงนี้

การก่อสร้างอาคาร

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ในการก่อสร้างอาคาร

ผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการต้องดำเนินการ

ให้เป็นไปตามเงื่อนไขแห่งการอนุญาต

และต้องมีผู้ควบคุมงานตามที่ระบุชื่อไว้ใน

ใบอนุญาตอยู่ ณ ที่ทำการก่อสร้าง ถ้าผู้ควบคุมงานไม่อยู่

ต้องตั้งตัวแทนไว้ ทั้งนี้

ไม่ทำให้ผู้ควบคุมงานหลุดพ้นความรับผิด

การสอบถามข้อเท็จจริงหรือคำสั่งของ

นายช่างหรือนายตรวจที่ได้สอบถามหรือสั่งแก่ผู้ควบคุมงานหรือตัวแทนนั้น

ให้ถือว่า

ได้สอบถามหรือสั่งแก่ผู้ได้รับใบอนุญาตหรือผู้ดำเนินการแล้ว

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ในการก่อสร้างอาคารอยู่อาศัยสูงเกินสองชั้น ตึกแถว อาคารพาณิชย์

โรงงาน อาคารสาธารณะหรืออาคารพิเศษ ก่อนเริ่มลงมือก่อสร้าง

ผู้ดำเนินการ

ต้องติดป้ายขนาดกว้างไม่น้อยกว่า 0.50 เมตร ยาวไม่น้อยกว่า

1.00 เมตร

ในบริเวณที่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างอาคารและสามารถเห็นได้โดยง่ายตลอดเวลา

ที่ก่อสร้าง โดยแสดงข้อความดังต่อไปนี้

การก่อสร้างอาคารชนิด ..................................

จำนวน .............. เพื่อใช้เป็น ......................

ใบอนุญาตเลขที่ ............. ลงวันที่ ....................

กำหนดแล้วเสร็จในวันที่ ..................................

เจ้าของอาคาร ........................................

ผู้ดำเนินการ ..........................................

ผู้ควบคุมงาน ................. เลขทะเบียน ก.ว. .........

ผู้ควบคุมงาน ................. เลขทะเบียน ก.ส. .........

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ในการก่อสร้างอาคารที่ติดต่อกับที่สาธารณะ ผู้ดำเนินการจะก่อสร้าง

ได้เมื่อได้จัดให้มีสิ่งป้องกันวัสดุร่วงหล่นที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ

ชีวิต

ร่างกาย หรือทรัพย์สินแล้ว

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ผู้ดำเนินการต้องตรวจสอบและบำรุงรักษาเครื่องมือเครื่องใช้ใน

การก่อสร้างให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมและปลอดภัยกับการใช้งานอยู่เสมอ

ในกรณีที่ผู้ควบคุมงานเห็นว่าเครื่องมือเครื่องใช้หรือวิธีการก่อสร้างที่ใช้

ดำเนินการอยู่ อาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต

ร่างกายหรือทรัพย์สิน

ผู้ควบคุมงานต้องแจ้งให้ผู้ดำเนินการทราบเพื่อจัดการแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลง

เครื่องมือเครื่องใช้หรือวิธีการก่อสร้างให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมและปลอดภัย

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ผู้ดำเนินการจะต้องไม่กระทำการใด ๆ อันอาจเป็นภยันตรายต่อ

สุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

ในกรณีที่ผู้ดำเนินการได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ติดตั้ง กอง

หรือเก็บ เครื่องมือเครื่องใช้ วัสดุก่อสร้าง

หรือชิ้นส่วนโครงสร้างในที่สาธารณะ

เป็นการชั่วคราว

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีการป้องกันภยันตรายที่อาจเกิดต่อสุขภาพ

ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

และติดตั้งไฟให้มีแสงสว่างเพียงพอในเวลาระหว่าง

พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้นด้วย

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

วัสดุที่ใช้ก่อสร้างอาคารที่เกี่ยวกับการรับน้ำหนัก ความต้านทาน

ความคงทน หรือความปลอดภัย

ต้องมีลักษณะหรือคุณสมบัติตามที่กำหนดในแบบแปลน

รายการประกอบแบบแปลนและรายการคำนวณที่ได้รับอนุญาต

ในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการใช้วัสดุที่ไม่ถูกต้องหรือมีลักษณะและ

คุณสมบัติต่ำกว่าที่กำหนดไว้ ให้ผู้ได้รับอนุญาต

ผู้ดำเนินการหรือผู้ควบคุมงาน

ส่งวัสดุก่อสร้างในปริมาณที่สมควรและโดยไม่คิดมูลค่าให้นายช่างตรวจสอบต่อไป

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

การทำฐานรากของอาคารโดยใช้เสาเข็มด้วยการเจาะ กดหรือ

ตอก และการขุดดิน

ผู้ดำเนินการจะกระทำได้เฉพาะในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้น

ถึงพระอาทิตย์ตก

ถ้าจะกระทำในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้น

ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายช่าง

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10

ในการก่อสร้างอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 10.00 เมตร ขึ้นไป

ที่มีระยะราบวัดจากแนวอาคารด้านนอกถึงที่สาธารณะ

หรือที่ดินต่างเจ้าของหรือ

ผู้ครอบครองน้อยกว่ากึ่งหนึ่งของความสูงของอาคารนั้น

ผู้ได้รับอนุญาตหรือ

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีรั้วชั่วคราวสูงไม่น้อยกว่า 2.00

เมตร ปิดกั้นตาม

แนวเขตที่ติดต่อกับที่สาธารณะหรือที่ดินต่างเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

และมี

สิ่งป้องกันวัสดุร่วงหล่นที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต

ร่างกาย หรือ

ทรัพย์สินด้วย

ในกรณีที่ก่อสร้างอาคารตามวรรคหนึ่งชิดที่ดินต่างเจ้าของหรือผู้ครอบครอง

หากได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินนั้นว่าไม่ต้อง

จัดให้มีรั้วชั่วคราว

ผู้รับใบอนุญาตหรือผู้ดำเนินการไม่ต้องจัดให้มีรั้วชั่วคราว

ดังกล่าว

เมื่อก่อสร้างอาคารแล้วเสร็จ ผู้ได้รับอนุญาตหรือผู้ดำเนินการต้อง

รื้อถอนรั้วชั่วคราวและสิ่งป้องกันวัสดุร่วงหล่นนั้นโดยพลัน

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 ในระหว่างการก่อสร้างอาคาร

ผู้ดำเนินการต้องตรวจสอบ

ความแข็งแรงและความปลอดภัยของนั่งร้านที่สร้างขึ้นเป็นประจำ

โดยบันทึก

ผลการตรวจสอบและลงลายมือชื่อไว้ทุกเดือน เก็บไว้ ณ

สถานที่ที่ก่อสร้าง

เพื่อให้นายช่างหรือนายตรวจตรวจดูได้

การสร้างนั่งร้านต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(ก) นั่งร้านที่ใช้สำหรับการก่อสร้างอาคารที่สูงเกินห้าชั้นหรือมี

ความสูงเกิน 21.00 เมตร ผู้ดำเนินการต้องยื่นแผนผัง บริเวณ

แบบแปลน

และรายการประกอบแบบแปลนของนั่งร้านซึ่งออกแบบคำนวณโดยผู้ได้รับใบอนุญาต

ให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

ต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่น เพื่อเป็นหลักฐานก่อน

จึงจะสร้างนั่งร้านดังกล่าวได้

(ข) นั่งร้านที่สร้างด้วยโลหะรวมทั้งฐานรองรับนั่งร้านต้องรับน้ำหนักได้

ไม่น้อยกว่าสองเท่าของน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่บรรทุกบนนั่งร้านนั้น

และไม่น้อยกว่า

สี่เท่าสำหรับนั่งร้านที่สร้างด้วยไม้

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12

ก่อนเริ่มลงมือก่อสร้างอาคาร ผู้ดำเนินการต้องสำรวจรายละเอียด

ตำแหน่ง ความลึกและขนาดของโครงสร้างใต้ดิน

ฐานรากอาคารข้างเคียง หรือ

สิ่งก่อสร้างอื่น ๆ เช่น ท่อประปา สายเคเบิล เป็นต้น

และวางมาตรการอย่างหนึ่ง

อย่างใดเพื่อป้องกันมิให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต

ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13

เมื่อมีการขุดดินในบริเวณที่ติดต่อกับที่สาธารณะหรือในที่สาธารณะ

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีสิ่งกันตกหรือราวกั้นรอบบริเวณนั้นและติดตั้งป้ายเตือน

อันตรายเพื่อความปลอดภัยของประชาชน รวมทั้งติดตั้งไฟให้มีแสงสว่างเพียงพอ

หรือไฟสัญญาณสีแดงกระพริบเตือนอันตรายจำนวนพอสมควรในเวลาระหว่าง

พระอาทิตย์ตกถึงพระอาทิตย์ขึ้นด้วย

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14

เมื่อมีการขุดดินในบริเวณที่ใกล้หรือติดต่อกับสาธารณะห้าม

ผู้ดำเนินการกองดินบนที่สาธารณะและขุดเซาะดินล้ำเขตที่สาธารณะนั้น

เว้นแต่

จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15

เมื่อมีการขุดดินในบริเวณที่ใกล้หรือชิดอาคาร ถนน หรือกำแพง

ลึกจนอาจเป็นอันตรายแก่อาคาร ถนน หรือกำแพงนั้น

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มี

ค้ำยัน หรือฐานรากเสริมตามความจำเป็นเพื่อความปลอดภัย และต้องตรวจสอบ

แก้ไขค้ำยัน เข็มพืด

และฐานรากดังกล่าวให้มีสภาพมั่นคงและปลอดภัยอยู่เสมอ

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 การกองวัสดุ เช่น หิน

ทราย หรือดิน เป็นต้น ในบริเวณที่ใกล้

หรือชิดขอบบ่อที่ขุด

ผู้ดำเนินการต้องกองห่างจากขอบบ่อพอสมควร เพื่อป้องกัน

มิให้ผนังบ่อเสียหายและมิให้วัสดุร่วงหล่นที่จะเป็นอันตรายต่อผู้ขุดได้

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีหมวกแข้ง ภายในหมวกต้องมีรองใน

หมวกที่ทำด้วยหนัง พลาสติก ผ้า หรือวัสดุอื่น

เพื่อป้องกันภยันตรายต่อศรีษะ

ให้แก่ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในบริเวณที่ก่อสร้างอาคาร

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18 ห้ามผู้ดำเนินการนำเครื่องมือที่เป็นสื่อไฟฟ้าไปใช้ปฏิบัติงานใกล้

สายไฟฟ้าแรงสูงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง

เว้นแต่จะได้รับกระทำการอย่างหนึ่ง

อย่างใด ดังต่อไปนี้

(ก) มีแผงฉนวนกั้นระหว่างส่วนที่มีกระแสไฟฟ้าแรงสูงกับเครื่องมือนั้น

(ข) เครื่องมือนั้นได้ต่อสายดินไว้เรียบร้อยแล้ว

(ค) สายไฟฟ้าแรงสูงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูงนั้นได้หุ้มฉนวนอย่างดีแล้ว

(ง) ได้ตัดกระแสไฟฟ้าออกจากสายไฟฟ้าแรงสูงหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง

นั้นแล้ว

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19

ผู้ดำเนินการต้องใช้โซ่ เชือก ลวดสะลิง รอกที่ใช้งานปั้นจั่น

หรือลิฟต์ส่งของ

ที่มีสภาพแข็งแรงและมีขนาดพอที่จะใช้ในการยกการวาง และ

ยกน้ำหนักสิ่งของให้ลอยตัวอยู่ที่จุดหนึ่งจุดใดได้โดยปลอดภัย

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20

เมื่อหยุดการใช้ปั้นจั่นหรือลิฟต์ส่งของประจำวัน ผู้ดำเนินการ

ต้องจัดให้มีการป้องกันมิให้ปั้นจั่น

หรือลิฟต์ส่งของนั้นเลื่อน ล้มหรือหมุน อันอาจ

เป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีผู้ควบคุมที่มีความชำนาญควบคุมการใช้

เครื่องมือกล เครื่องกลจักร หรือเครื่องจักรกล

และต้องตรวจสอบและบำรุง

รักษาให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมและปลอดภัยกับการใช้งานอยู่เสมอ

การดัดแปลงอาคาร

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ให้นำหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้างอาคาร

ตามหมวด 1 มาใช้บังคับแก่การดัดแปลงอาคารโดยอนุโลม

การรื้อถอนอาคาร

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23

ผู้ควบคุมงานต้องศึกษารายละเอียดโครงสร้างของอาคารที่จะ

รื้อถอน รวมทั้งสภาพแวดล้อมด้วยความรอบคอบ

และต้องควบคุมการปฏิบัติงาน

ของผู้ดำเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน วิธีการ

และมีความปลอดภัยในการรื้อถอน

อาคารตามที่ได้รับอนุญาต

ถ้าผู้ดำเนินการปฏิบัติไม่ถูกต้องตามขั้นตอน วิธีการ

หรืออาจก่อให้เกิดภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย

หรือทรัพย์สิน ผู้ควบคุมงาน

ต้องให้ผู้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องหรือให้มีความปลอดภัย

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24

ก่อนรื้อถอนอาคารส่วนใด ผู้ดำเนินการต้องตรวจสอบและหา

วิธีการป้องกันสิ่งบริการสาธารณะ เช่น ไฟฟ้า โทรศัพท์ ประปา

หรือท่อก๊าซ

เป็นต้น และส่วนต่าง ๆ ของอาคารที่อาจตกหล่น

เพื่อมิให้เกิดภยันตรายต่อ

สุขภาพ ชีวิต ร่างกาย

หรือทรัพย์สินในขณะที่รื้อถอนอาคารส่วนนั้น

มาตรา ข้อ 25

ข้อ 25 ในระหว่างการรื้อถอนอาคาร

ผู้ดำเนินการต้องติดตั้งป้ายเตือน

อันตราย

และต้องแสดงขอบเขตการรื้อถอนอาคารพร้อมด้วยไฟสัญญาณสีแดงกระพริบ

เตือนอันตรายจำนวนพอสมควรไว้รอบบริเวณที่จะรื้อถอน

เพื่อเตือนไม่ให้บุคคล

ซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณนั้น

และต้องจัดให้มีพนักงานสำหรับห้าม

บุคคลซึ่งไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าไปในบริเวณดังกล่าว

รวมทั้งดูแลความเรียบร้อย

ของป้ายเตือนอันตรายและไฟสัญญาณด้วย

การรื้อถอนอาคาร ผู้ดำเนินการจะกระทำได้เฉพาะในเวลาระหว่าง

พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก

ถ้าจะกระทำในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกถึง

พระอาทิตย์ขึ้นต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น

และต้องจัด

ให้มีแสงสว่างเพียงพอด้วย

มาตรา ข้อ 26

ข้อ 26

การรื้อถอนอาคารที่ใกล้หรือติดต่อกับที่สาธารณะ อาคารอื่น

หรือที่ดินต่างเจ้าของหรือผู้ครอบครองน้อยกว่า 2.00 เมตร

ผู้ดำเนินการต้อง

จัดให้มีการป้องกันฝุ่นละอองและเศษวัสดุร่วงหล่นที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ

ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 27

ข้อ 27

การรื้อถอนอาคารที่มีความสูงเกิน 15.00 เมตร และอยู่ห่าง

จากทางหรือที่สาธารณะตามแนวราบน้อยกว่า 4.50 เมตร

ผู้ดำเนินการต้องจัด

ให้มีสิ่งป้องกันวัสดุที่อาจร่วงหล่นคลุมทางหรือที่สาธารณะนั้น

ถ้ามีทางเดินเท้า

ตามแนวทางหรือที่สาธารณะ

ผู้ดำเนินการต้องสร้างหลังคาที่มั่นคงแข็งแรงและ

ขนาดใหญ่เพียงพอที่จะป้องกันเศษวัสดุที่อาจร่วงหล่นเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ

ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน

ตลอดแนวของอาคารที่จะรื้อถอนนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 28

ข้อ 28

การรื้อถอนผนังอาคารด้านนอกที่สูงจากพื้นดินเกิน 8.00 เมตร

และอยู่ห่างจากอาคารอื่น ทาง

หรือที่สาธารณะตามแนวราบน้อยกว่าความสูง

ของอาคาร

ผู้ดำเนินการต้องจัดให้มีแผงรับวัสดุที่อาจร่วงหล่นจากการรื้อถอน

ตลอดแนวด้านนอกของผนังของอาคารด้านนั้น แนวรับวัสดุดังกล่าวต้องมีความ

มั่นคงแข็งแรงและขนาดใหญ่เพียงพอที่จะสามารถรองรับวัสดุที่ร่วงหล่นได้

และ

ต้องติดตั้งให้เอียงลาดเพื่อป้องกันวัสดุที่ร่วงหล่นกระเด็นออกมานอกแผงหรือ

กองค้างอยู่ในแผงรับนั้น

36 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 (Update ณ วันที่ 16/12/2526) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_90da06c99b198076

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com