法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. 2556

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
11
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด

ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

พ.ศ. ๒๔๙๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๖ บัญญัติให้การขออนุญาตฟ้องให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขที่กำหนดในข้อบังคับของอัยการสูงสุด

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ และมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ. ๒๔๙๙

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗

และพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.

๒๕๕๖

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย อัยการสูงสุดจึงออกข้อบังคับ

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับของอัยการสูงสุดว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การฟ้องคดีต่อไปนี้

พนักงานอัยการจะต้องดำเนินการขออนุญาตฟ้องต่ออัยการสูงสุด

(๑) คดีที่นิติบุคคลเป็นผู้ต้องหา

(๒)

คดีที่ผู้ต้องหาเข้าพบพนักงานสอบสวนและพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหาแล้วไม่ว่าจะมีการออกหมายจับไว้หรือไม่ก็ตาม

(๓)

คดีที่ผู้ต้องหาถูกคุมขังในคดีอื่นและพนักงานสอบสวนได้มีการแจ้งข้อหาที่อยู่ในอำนาจของศาลแขวงแก่ผู้ต้องหาแล้ว

คดีที่รู้ตัวผู้กระทำความผิด แต่เรียกหรือจับตัวยังไม่ได้ (ส.๒)

ซึ่งพนักงานสอบสวนยังไม่ได้แจ้งข้อหาแก่ผู้ต้องหา

พนักงานอัยการไม่ต้องดำเนินการขออนุญาตฟ้องต่ออัยการสูงสุด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ สำนวนการสอบสวนที่ต้องขออนุญาตอัยการสูงสุดเพื่อฟ้อง

พนักงานอัยการต้องให้พนักงานสอบสวนทำเป็นรูปสำนวนการสอบสวน

โดยให้พนักงานสอบสวนระบุสาเหตุที่ไม่ได้ขอผัดฟ้องหรือเหตุที่ขาดผัดฟ้องไว้ในสำนวนการสอบสวน

และต้องส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวน เว้นแต่ผู้ต้องหา ซึ่งถูกแจ้งข้อหาได้หลบหนีไป

การรับสำนวนดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

ให้ลงสารบบรับความอาญาปรากฏตัวผู้ต้องหาที่ส่งตัวมา (ส.๑) หรือสารบบความอาญาปรากฏตัวผู้ต้องหาแต่ยังไม่ได้ตัวมาและหมายเหตุให้ชัดเจนว่าปรากฏตัวผู้ต้องหาแต่ยังไม่ได้ตัวมา

(ส.๑ รอส่งตัว) แล้วแต่กรณี

ถ้าปรากฏตัวผู้ต้องหาส่งมาพร้อมสำนวนการสอบสวน

ให้ทำบันทึกแจ้งวันนัดให้ผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการ

เพื่อฟังคำสั่งของพนักงานอัยการตามแบบพิมพ์บันทึกรับทราบวันนัดที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนดด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การทำความเห็นและคำสั่งในสำนวนที่ต้องขออนุญาตฟ้อง

ต้องปรากฏข้อเท็จจริงพอสมควรปรับบทกฎหมายและฐานความผิด

พร้อมทั้งมีคำสั่งฟ้องให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การขออนุญาตฟ้องให้ทำเป็นหนังสือระบุรายละเอียดให้ชัดแจ้งว่า

ขออนุญาตฟ้องผู้ต้องหาผู้ใดในความผิดฐานใด ทั้งนี้

โดยให้ระบุชื่อผู้ต้องหาที่มีคำสั่งฟ้องและขออนุญาตฟ้องทุกคนในความผิดฐานใดให้ตรงกับความเห็นและคำสั่งในสำนวน

แล้วให้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังอัยการสูงสุดเพื่อขออนุญาตฟ้อง

หนังสือขออนุญาตฟ้องดังกล่าวในวรรคหนึ่ง

ให้ทำเป็นรายสำนวนและระบุสาเหตุที่พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการไม่ได้ขอผัดฟ้องผู้ต้องหาหรือขาดผัดฟ้องผู้ต้องหาให้ปรากฏในหนังสือขออนุญาตฟ้องด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ก่อนส่งสำนวนเพื่อขออนุญาตฟ้อง

หากพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาบางคนหรือบางข้อหาหรือมีความเห็นแย้งกับพนักงานสอบสวน

จะต้องดำเนินการให้การสั่งคดีเป็นที่ยุติเสียก่อนเว้นแต่คดีจะขาดอายุความหรือมีเหตุจำเป็นจะต้องรีบฟ้อง

ในกรณีที่พนักงานอัยการเห็นควรสั่งฟ้องผู้ต้องหาในความผิดฐานอื่น

ต่างจากความเห็นของพนักงานสอบสวนนั้น

ก่อนสั่งคดีให้พนักงานอัยการสั่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินการในเรื่องการแจ้งข้อหาให้ครบถ้วนเสียก่อน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การยื่นฟ้องคดีที่อัยการสูงสุดอนุญาตให้ฟ้อง

ให้บรรยายคำฟ้องให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าอัยการสูงสุดได้มีคำสั่งอนุญาตให้ฟ้องแล้ว

พร้อมกับส่งหนังสือของอัยการสูงสุดที่อนุญาตให้ฟ้องไปพร้อมกับคำฟ้องด้วย

สำหรับคดีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้อง

หากเป็นกรณีที่ต้องขออนุญาตฟ้องด้วยให้พนักงานอัยการผู้รับผิดชอบดำเนินการขออนุญาตฟ้องไปในคราวเดียวกัน

และในการยื่นฟ้องคดีดังกล่าวให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ เมื่ออัยการสูงสุดอนุญาตให้ฟ้องคดี

แต่ยังไม่ได้ตัวผู้ต้องหามา หรือผู้ต้องหาได้ลงชื่อรับทราบวันนัดตามข้อ ๔

วรรคสามไว้แล้วไม่มาตามนัด ให้พนักงานอัยการมีหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวนจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาลโดยเร็ว

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนไม่อาจจัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหามาฟ้องตามวรรคหนึ่ง

ให้พนักงานอัยการมีหนังสือ (แบบ อ.ก.๒๙)

แจ้งพนักงานสอบสวนส่งหมายจับมาเพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สำนวนที่เสนอไปยังอัยการสูงสุดเพื่อขออนุญาตฟ้อง

และอัยการสูงสุดมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ฟ้อง

ให้สำนักงานอัยการที่ขออนุญาตฟ้องแจ้งให้พนักงานสอบสวนทราบโดยเร็ว

โดยให้แจ้งเหตุผลโดยย่อที่อัยการสูงสุดไม่อนุญาตให้ฟ้องตามแบบพิมพ์ที่สำนักงานอัยการสูงสุดกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้อัยการสูงสุดรักษาการตามข้อบังคับนี้

และให้มีอำนาจออกระเบียบ ประกาศ คำสั่ง หลักเกณฑ์และวิธีการเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ให้อัยการสูงสุดมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อบังคับนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖

จุลสิงห์

วสันตสิงห์

อัยการสูงสุด

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๖

ชาญ/ผู้ตรวจ

๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๐/ตอนที่ ๙๑ ก/หน้า ๔๓/๙ ตุลาคม ๒๕๕๖

11 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับของอัยการสูงสุด ว่าด้วยการขออนุญาตฟ้อง พ.ศ. 2556 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_910efbaa4b60a9b5

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com