มาตรา ๑๕
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ประมวล
สภาวสุ
รองนายกรัฐมนตรี
หมายเหต
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงการแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี
และสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหมเสียใหม่ โดยกำหนดให้สำนักนโยบายและแผนกลาโหม
และศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร
เป็นส่วนราชการในสำนักงานปลัดกระทรวงกระทรวงกลาโหม
และกำหนดหน้าที่ของสำนักนโยบายและแผนกลาโหม
และศูนย์การอุตสาหกรรมป้องกันประเทศและพลังงานทหาร รวมทั้ง สมควรแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่ของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมเสียใหม่ให้สอดคล้องกัน
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกาน
พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี
และสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๖[๖]
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้
คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการ กระทรวงกลาโหม พ.ศ. ๒๕๐๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๕)
พ.ศ. ๒๕๓๖
กำหนดให้กรมราชองครักษ์ซึ่งเดิมเป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม
เป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหม จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการและกำหนดหน้าที่ของส่วนราชการสำนักงานเลขานุการรัฐมนตรี
และสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงกลาโหม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕[๗]
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งสำนักบัญชีกลาโหมเป็นส่วนราชการขึ้นตรงต่อสำนักงานปลัดกระทรวง
กระทรวงกลาโหม และกำหนดหน้าที่ของตรวจบัญชีกลาโหมให้เหมาะสมกับภารกิจ
พร้อมทั้งแก้ไขหน้าที่ของสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมเสียใหม่หน้าที่เกี่ยวกับการตรวจสอบภายในออก
เนื่องจากได้กำหนดให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานตรวจบัญชีกลาโหม
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปฐมพร/จัดทำ
๒๕
มกราคม ๒๕๕๐
ปฐมพร/อัปเดท
๒๒
ตุลาคม ๒๕๕๐
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๒๕๙/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๒๘ ธันวาคม ๒๕๓๓
[๒]