法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เรื่อง โครงสร้างและการจัดการองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงานของหน่วยงานและสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

เรื่อง

โครงสร้างและการจัดการองค์กรในการดำเนินงาน

อำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงานของ

หน่วยงานและสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐[๑]

เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๗ (๑) (๒) และ (๓)

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

ที่กำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องส่งข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกี่ยวกับโครงสร้าง

การจัดองค์กรในการดำเนินงาน

สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงานและสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงานของรัฐลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

พ.ศ. ๒๕๕๐ มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) สำรวจ ศึกษา และวิเคราะห์ทางวิชาการ

รวมตลอดทั้งวิจัยและสนับสนุนการวิจัย เพื่อประโยชน์ในการวางเป้าหมาย นโยบาย

และจัดทำแผนโครงการและมาตรการต่าง ๆ ในการดำเนินการตาม (๒)

(๒) ปรับปรุงและพัฒนากฎหมายของประเทศ

รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้

โดยให้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของประชาชนด้วย

(๓) เสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการให้มีกฎหมาย

หรือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายโดยพิจารณาภาพรวมของกฎหมายในเรื่องนั้นหรือกลุ่มกฎหมายที่เกี่ยวข้องที่มีความสัมพันธ์กันในเรื่องนั้น

(๔) เสนอความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับแผนการตรากฎหมายที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามนโยบายและแผนการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อประกอบการพิจารณา

(๕)

เสนอความเห็นและข้อสังเกตต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเกี่ยวกับร่างกฎหมายฉบับหนึ่งฉบับใดที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้

อาจจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของหน่วยงานและประชาชนที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

(๖)

ให้คำปรึกษาและสนับสนุนการดำเนินการในการร่างกฎหมายของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

(๗) ออกระเบียบหรือประกาศเกี่ยวกับการบริหารงานทั่วไป

การบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การเงินและทรัพย์สิน

การรักษาการแทนและปฏิบัติการแทน การกำหนดอัตราเงินเดือนและค่าตอบแทน

สวัสดิการหรือการสงเคราะห์อื่นแก่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงานและการดำเนินการอื่นของสำนักงาน

(๘) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรี

รัฐสภาและเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยให้คำนึงถึงประสิทธิภาพในการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

(๙)

ปฏิบัติการอื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

โดยมีหลักในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

การปฏิรูปกฎหมาย หมายถึง การดำเนินการใด ๆ

เพื่อปรับปรุงและพัฒนากฎหมายให้เกิดความเหมาะสม

และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน

รวมทั้งการปรับปรุงกฎหมายให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ไม่ว่าจะเป็นในด้านการปฏิบัติตามกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย การวินิจฉัยกฎหมาย

การร่างกฎหมาย หรือการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายทั้งระบบ

โดยให้คำนึงถึงหลักในการดำเนินการ ดังนี้

(๑) หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) หลักความเป็นอิสระ

(๓) หลักนิติธรรมและหลักธรรมาภิบาล

(๔) หลักการดำเนินการบนพื้นฐานขององค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษาและการวิจัย

(๕) หลักการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

(๖)

หลักความคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน

(๗)

หลักความสอดคล้องและทันต่อสถานการณ์รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของประเทศและอารยประเทศ

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายเป็นหน่วยงานของรัฐ

มีฐานะเป็นนิติบุคคลและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของประธานกรรมการ

โดยให้มีเลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานขึ้นตรงต่อประธานกรรมการ

และเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและลูกจ้าง โดยสำนักงานมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปและงานธุรการของคณะกรรมการ

(๒) ศึกษา วิจัย

และวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับกฎหมายและระบบกฎหมายรวมทั้งข้อมูลอื่น เพื่อประโยชน์แก่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ

(๓) จัดทำข้อเสนอหรือความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมายต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณา

(๔) ติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามเป้าหมาย นโยบาย

และแผนโครงการและมาตรการตามมาตรา ๑๙ (๑) ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วรายงานผลต่อคณะกรรมการ รวมทั้งให้ความเห็นเกี่ยวกับการเร่งรัด

ปรับปรุงหรือเลิกล้มแผนโครงการหรือมาตรการเมื่อเห็นสมควร

(๕)

ติดตามและประเมินผลการดำเนินการตามความเห็นหรือข้อเสนอแนะหรือคำปรึกษาของคณะกรรมการตามมาตรา

๑๙ (๓) (๔) (๕) และ (๖) ของพระราชบัญญัติคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๕๓

แล้วรายงานผลต่อคณะกรรมการ

(๖) ฝึกอบรมและพัฒนาพนักงานและลูกจ้างของสำนักงานในด้านการปฏิรูปกฎหมาย

รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในด้านการปฏิรูปกฎหมายแก่บุคคลทั่วไป

(๗) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

ให้สำนักงานรายงานผลการดำเนินการตาม (๔) และ (๕)

ให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละสองครั้ง

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีโครงสร้าง

การแบ่งส่วนงานภายในและการจัดการองค์กรในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) สำนักเลขาธิการ

(๒) สำนักอำนวยการ

(๓) สำนักสนับสนุนการวิจัย

(๔) สำนักบริหารการประชุมและข้อมูล

(๕) สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาเครือข่าย

(๖) กลุ่มงานกฎหมาย

(๗) ผู้ตรวจสอบภายใน

๓.๑ สำนักเลขาธิการ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) ทำหน้าที่หน่วยเลขานุการของเลขาธิการ

(๒)

ติดตามความก้าวหน้าของงานและร่วมบริหารจัดการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานของสำนักงาน

(๓) ศึกษา เตรียมการและวางแนวทางการติดต่อสื่อสารกับส่วนราชการที่เป็นเลขานุการของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา

ที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว

(๔) บริหารจัดการเพื่อสนองต่อการที่คณะกรรมการจะเสนอความเห็น

เสนอแนะเสนอข้อสังเกต

และรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดต่อรัฐบาลและรัฐสภาได้โดยสมบูรณ์

(๕) ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยใกล้ชิด

ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีและราบรื่น

ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิรูปกฎหมายโดยรวม

(๖)

บริหารจัดการเกี่ยวกับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนกรรมการและผู้บริหารสำนักงาน

(๗) รับผิดชอบในงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการต่างประเทศและการประสานความร่วมมือ

(๘) รับผิดชอบงานสื่อสารองค์กร

(๙) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๓.๒ สำนักอำนวยการ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) ควบคุมดูแลงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนักงาน

(๒) สรรหา บรรจุแต่งตั้ง งานวินัย งานทะเบียนประวัติ

ตลอดจนการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง

(๓) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาบุคคลของสำนักงาน

ตลอดจนดำเนินการพัฒนาบุคลากรของสำนักงานให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน

(๔) จัดทำ นิติกรรมสัญญา กฎ ระเบียบ และข้อบังคับ ตลอดจนดำเนินการด้านวินัยและสวัสดิการของพนักงาน

(๕) ควบคุมดูแลงานการเงิน บัญชี

การคลังและการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนักงาน

(๖) ควบคุมดูแลงานการพัสดุและครุภัณฑ์ของสำนักงาน

(๗) จัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย

รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล

และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน

(๘)

ควบคุมดูแลและบริหารจัดการงานระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน

(๙) ควบคุมดูแลงานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานพิธีการ

งานรักษาความปลอดภัย

(๑๐) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๓.๓ สำนักสนับสนุนการวิจัย ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล

และติดตามค้นคว้าองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย

เพื่อจัดระบบองค์ความรู้ด้านปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย

(๒) สนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย

(๓)

จัดให้มีห้องสมุดเพื่อให้เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย

(๔)

เผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัยให้เป็นที่แพร่หลายเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย

(๕) ประสานเชื่อมโยงกับองค์กร สถาบันทางวิชาการ

ในการแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันด้านการวิจัยในเรื่องการปฏิรูปกฎหมายที่ต้องการดำเนินการ

(๖)

รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันและผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายทุกประเภทเพื่อเป็นคลังสมองและแหล่งวิทยากรในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย

(๗) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๓.๔ สำนักบริหารการประชุมและข้อมูล ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) อำนวยการงานด้านฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ

คณะกรรมการเฉพาะเรื่องและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

(๒)

จัดการประชุมและดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมทั้งหมดของคณะกรรมการ

คณะกรรมการเฉพาะเรื่องและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง

(๓) จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประชุม การจัดสัมมนา

และกิจกรรมอื่น ๆ ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการเฉพาะเรื่องและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง รวมทั้งกิจกรรมที่คณะกรรมการดำเนินการร่วมกับองค์กรภาครัฐ

ภาคเอกชน องค์กรทางสังคม ประชาชนและองค์กรระหว่างประเทศ

(๔)

จัดระบบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและสำนักงานเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของส่วนงานภายในของสำนักงาน

(๕) ประสานงานกับส่วนงานภายใน

ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติตัวเลข

และจัดทำระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานหรือเผยแพร่

(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๓.๕ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาเครือข่าย

ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) ให้คำปรึกษา

สนับสนุนการดำเนินการในการร่างกฎหมายแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการกำหนด

(๒)

ดำเนินกิจกรรมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามสถานการณ์ในเวทีต่าง ๆ

(๓) เสริมสร้างความรู้

ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมปฏิรูปกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สื่อและกิจกรรมในรูปแบบต่าง

(๔) ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเข้าถึงประชาชน

และสร้างความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการ

(๕) ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือโดยทำ

เป็นเครือข่ายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศในด้านการปฏิรูปกฎหมาย

การเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอย่างมีปฏิสัมพันธ์โดยรวดเร็วและทั่วถึง

ตลอดจนมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

๓.๖ กลุ่มงานกฎหมาย ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) ศึกษา ติดตาม วิเคราะห์

ประเมินสภาพปัญหาและวิจัยเกี่ยวกับกฎหมายในด้านต่าง ๆ เพื่อแก้ไข ปรับปรุง

เพิ่มเติม พัฒนา และดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมาย

(๒) ศึกษาพิจารณาเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการในการทำความเห็นและข้อสังเกตเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา

(๓) ประมวล

สังเคราะห์และจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การร่างกฎหมายที่จะเสนอคณะกรรมการ

(๔)

ประสานและร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนากฎหมายทุก ๆ ขั้นตอน

(๕) ดำเนินการในรูปแบบคณะทำงานหรือภารกิจพิเศษ เพื่อปรับปรุงพัฒนากฎหมาย

โดยเชื่อมโยงกับคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาในรูปแบบอื่น ๆ ที่จัดตั้งขึ้น

(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

ทั้งนี้

กลุ่มงานกฎหมายอาจแบ่งเป็นหลายกลุ่มงานตามความเหมาะสมและความจำเป็น

ชื่อเรียกและจำนวนกลุ่มงาน จำนวนพนักงานและลูกจ้างในกลุ่มงานและงานกฎหมายที่กลุ่มงานรับผิดชอบให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

๓.๗ ผู้ตรวจสอบภายใน ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

(๑) ปฏิบัติงานในสำนักงาน

ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงินการบัญชีและการพัสดุของสำนักงาน

(๒) รายงานผลการตรวจสอบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี

และการพัสดุของสำนักงานให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง

(๓) รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการ

(๔) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การปฏิบัติงานของสำนักงานและการมอบหมายงานให้แก่หน่วยงานภายในสำนักงาน

๔.๑ ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน

ให้มีรองเลขาธิการหนึ่งคนทำหน้าที่เป็นรองหัวหน้าสำนักงาน

มีหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานตามที่เลขาธิการมอบหมาย

เลขาธิการอาจกำหนดให้มีผู้ช่วยเลขาธิการประจำสาขากฎหมายได้ไม่เกินสามคนเพื่อช่วยปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มงานกฎหมายก็ได้

ทั้งนี้ ผู้ช่วยเลขาธิการประจำสาขาจะรับผิดชอบงานกฎหมายสาขาใดให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

๔.๒ การมอบหมายงานให้แก่หน่วยงานภายในสำนักงาน

เลขาธิการอาจกำหนดให้สำนักใดสำนักหนึ่งปฏิบัติงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักอื่นจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ได้แก่

สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย อาคารซอฟต์แวร์ ปาร์ค ชั้น ๑๕/๑๖/๑๙

ตำบลคลองเกลือ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ๑๑๑๒๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๕๐๒ ๖๐๐๐ ต่อ ๘๒๘๒

โทรสาร ๐ ๒๕๐๒ ๖๐๐๐ ต่อ ๘๒๗๔ เว็บไซต์ www.lrct.go.th ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์

[email protected]

ประกาศ

ณ วันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๕

พสิษฐ์

อัศววัฒนาพร

เลขาธิการคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๗ กรกฎาคม

๒๕๕๕

ชาญ/ผู้ตรวจ

๒๔ กรกฎาคม

๒๕๕๕

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๙/ตอนพิเศษ ๑๐๙ ง/หน้า ๑๔/๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๕

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย เรื่อง โครงสร้างและการจัดการองค์กรในการดำเนินงาน อำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีดำเนินงานของหน่วยงานและสถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารของสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_939e2b4a7d072aad

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com