ข้อ ๓ สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายมีโครงสร้าง
การแบ่งส่วนงานภายในและการจัดการองค์กรในการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(๑) สำนักเลขาธิการ
(๒) สำนักอำนวยการ
(๓) สำนักสนับสนุนการวิจัย
(๔) สำนักบริหารการประชุมและข้อมูล
(๕) สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาเครือข่าย
(๖) กลุ่มงานกฎหมาย
(๗) ผู้ตรวจสอบภายใน
๓.๑ สำนักเลขาธิการ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) ทำหน้าที่หน่วยเลขานุการของเลขาธิการ
(๒)
ติดตามความก้าวหน้าของงานและร่วมบริหารจัดการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงานของสำนักงาน
(๓) ศึกษา เตรียมการและวางแนวทางการติดต่อสื่อสารกับส่วนราชการที่เป็นเลขานุการของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา
ที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็ว
(๔) บริหารจัดการเพื่อสนองต่อการที่คณะกรรมการจะเสนอความเห็น
เสนอแนะเสนอข้อสังเกต
และรายงานผลการปฏิบัติหน้าที่ประจำปีตามที่กฎหมายกำหนดต่อรัฐบาลและรัฐสภาได้โดยสมบูรณ์
(๕) ประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องโดยใกล้ชิด
ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและรัฐสภา เพื่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีและราบรื่น
ส่งผลต่อความสำเร็จในการปฏิรูปกฎหมายโดยรวม
(๖)
บริหารจัดการเกี่ยวกับบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนกรรมการและผู้บริหารสำนักงาน
(๗) รับผิดชอบในงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการต่างประเทศและการประสานความร่วมมือ
(๘) รับผิดชอบงานสื่อสารองค์กร
(๙) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
๓.๒ สำนักอำนวยการ ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) ควบคุมดูแลงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนักงาน
(๒) สรรหา บรรจุแต่งตั้ง งานวินัย งานทะเบียนประวัติ
ตลอดจนการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง
(๓) ปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารและพัฒนาบุคคลของสำนักงาน
ตลอดจนดำเนินการพัฒนาบุคลากรของสำนักงานให้มีความพร้อมในการปฏิบัติงาน
(๔) จัดทำ นิติกรรมสัญญา กฎ ระเบียบ และข้อบังคับ ตลอดจนดำเนินการด้านวินัยและสวัสดิการของพนักงาน
(๕) ควบคุมดูแลงานการเงิน บัญชี
การคลังและการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนักงาน
(๖) ควบคุมดูแลงานการพัสดุและครุภัณฑ์ของสำนักงาน
(๗) จัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย
รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล
และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน
(๘)
ควบคุมดูแลและบริหารจัดการงานระบบงานเทคโนโลยีสารสนเทศของสำนักงาน
(๙) ควบคุมดูแลงานอาคารสถานที่และยานพาหนะ งานพิธีการ
งานรักษาความปลอดภัย
(๑๐) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
๓.๓ สำนักสนับสนุนการวิจัย ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) สำรวจ ศึกษา วิเคราะห์ข้อมูล
และติดตามค้นคว้าองค์ความรู้ในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย
เพื่อจัดระบบองค์ความรู้ด้านปฏิรูปกฎหมายให้ทันสมัย
(๒) สนับสนุนการวิจัยเกี่ยวกับการปรับปรุงและพัฒนากฎหมายเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย
(๓)
จัดให้มีห้องสมุดเพื่อให้เป็นศูนย์รวมองค์ความรู้เพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย
(๔)
เผยแพร่ผลงานวิจัยและบทความที่เกี่ยวข้องกับผลงานวิจัยให้เป็นที่แพร่หลายเพื่อประโยชน์ในการปฏิรูปกฎหมาย
(๕) ประสานเชื่อมโยงกับองค์กร สถาบันทางวิชาการ
ในการแลกเปลี่ยนและร่วมมือกันด้านการวิจัยในเรื่องการปฏิรูปกฎหมายที่ต้องการดำเนินการ
(๖)
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถาบันและผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านกฎหมายทุกประเภทเพื่อเป็นคลังสมองและแหล่งวิทยากรในการปรับปรุงและพัฒนากฎหมาย
(๗) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
๓.๔ สำนักบริหารการประชุมและข้อมูล ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) อำนวยการงานด้านฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการ
คณะกรรมการเฉพาะเรื่องและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง
(๒)
จัดการประชุมและดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการประชุมทั้งหมดของคณะกรรมการ
คณะกรรมการเฉพาะเรื่องและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง
(๓) จัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประชุม การจัดสัมมนา
และกิจกรรมอื่น ๆ ของคณะกรรมการ
คณะกรรมการเฉพาะเรื่องและคณะอนุกรรมการที่คณะกรรมการแต่งตั้ง รวมทั้งกิจกรรมที่คณะกรรมการดำเนินการร่วมกับองค์กรภาครัฐ
ภาคเอกชน องค์กรทางสังคม ประชาชนและองค์กรระหว่างประเทศ
(๔)
จัดระบบข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการและสำนักงานเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานของส่วนงานภายในของสำนักงาน
(๕) ประสานงานกับส่วนงานภายใน
ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติตัวเลข
และจัดทำระบบข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานหรือเผยแพร่
(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
๓.๕ สำนักส่งเสริมการมีส่วนร่วมและพัฒนาเครือข่าย
ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) ให้คำปรึกษา
สนับสนุนการดำเนินการในการร่างกฎหมายแก่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามที่คณะกรรมการกำหนด
(๒)
ดำเนินกิจกรรมเพื่อรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามสถานการณ์ในเวทีต่าง ๆ
(๓) เสริมสร้างความรู้
ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมปฏิรูปกฎหมายอย่างต่อเนื่อง โดยใช้สื่อและกิจกรรมในรูปแบบต่าง
ๆ
(๔) ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการเข้าถึงประชาชน
และสร้างความเข้าใจที่ดีเกี่ยวกับบทบาทของคณะกรรมการ
(๕) ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาความร่วมมือโดยทำ
เป็นเครือข่ายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศในด้านการปฏิรูปกฎหมาย
การเชื่อมโยงทุกภาคส่วนอย่างมีปฏิสัมพันธ์โดยรวดเร็วและทั่วถึง
ตลอดจนมีความพร้อมในการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย
(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
๓.๖ กลุ่มงานกฎหมาย ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) ศึกษา ติดตาม วิเคราะห์
ประเมินสภาพปัญหาและวิจัยเกี่ยวกับกฎหมายในด้านต่าง ๆ เพื่อแก้ไข ปรับปรุง
เพิ่มเติม พัฒนา และดำเนินการเกี่ยวกับการปฏิรูปกฎหมาย
(๒) ศึกษาพิจารณาเกี่ยวกับร่างกฎหมายที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ศาล องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
หรือประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการในการทำความเห็นและข้อสังเกตเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา
(๓) ประมวล
สังเคราะห์และจัดประชุมระดมความคิดเห็นเพื่อนำไปสู่การร่างกฎหมายที่จะเสนอคณะกรรมการ
(๔)
ประสานและร่วมมือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการพัฒนากฎหมายทุก ๆ ขั้นตอน
(๕) ดำเนินการในรูปแบบคณะทำงานหรือภารกิจพิเศษ เพื่อปรับปรุงพัฒนากฎหมาย
โดยเชื่อมโยงกับคณะกรรมการหรือที่ปรึกษาในรูปแบบอื่น ๆ ที่จัดตั้งขึ้น
(๖) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
ทั้งนี้
กลุ่มงานกฎหมายอาจแบ่งเป็นหลายกลุ่มงานตามความเหมาะสมและความจำเป็น
ชื่อเรียกและจำนวนกลุ่มงาน จำนวนพนักงานและลูกจ้างในกลุ่มงานและงานกฎหมายที่กลุ่มงานรับผิดชอบให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด
๓.๗ ผู้ตรวจสอบภายใน ให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้
(๑) ปฏิบัติงานในสำนักงาน
ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบภายในเกี่ยวกับการเงินการบัญชีและการพัสดุของสำนักงาน
(๒) รายงานผลการตรวจสอบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี
และการพัสดุของสำนักงานให้คณะกรรมการทราบอย่างน้อยปีละครั้ง
(๓) รับผิดชอบการปฏิบัติหน้าที่ขึ้นตรงต่อคณะกรรมการ
(๔) ปฏิบัติงานอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการมอบหมาย