法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชน พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
39
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย

ระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย

ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๙[๑]

เพื่อให้ประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลตำบลเขาน้อยได้มีส่วนร่วมในการบริหารงานพัฒนาชุมชนของตนเองและมีบทบาทในการพัฒนา ป้องกัน แก้ไขปัญหาทางโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจ สังคม และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของเทศบาลตำบลเขาน้อย รวมถึงสอดคล้องกับการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี อันเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนกับเทศบาลตำบลเขาน้อยในการจัดบริการสาธารณะตามอำนาจหน้าที่ และส่งเสริมความเข้มแข็งให้กับชุมชน โดยเป็นการสมควรออกระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย ว่าด้วยการดำเนินงานของชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๙ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๘ เตรส แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๔๓ ประกอบกับมาตรา ๕๐ (๙) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๔๒ และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ และหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท ๐๔๑๓/ว ๙๔๒ ลงวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๑ นายกเทศมนตรีตำบลเขาน้อยจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่เทศบาลประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชน พ.ศ. ๒๕๕๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้นายกเทศมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความวินิจฉัยปัญหา ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบที่กำหนด หลักเกณฑ์ และวิธีการปฏิบัติเพื่อดำเนินการให้เป็นระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ชุมชน” หมายความว่า ชุมชนที่เทศบาลประกาศจัดตั้งขึ้น โดยนายกเทศมนตรีเป็นผู้ประกาศจัดตั้ง ซึ่งประกอบด้วยสมาชิก ขอบเขตและพื้นที่ของชุมชน

“สมาชิกในชุมชน” หมายความว่า ผู้อยู่อาศัยซึ่งปรากฏชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหรือผู้อยู่อาศัยที่ไม่ปรากฏชื่อในเขตชุมชนนั้น

“คณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคลประกอบด้วย ประธานหนึ่งคน กรรมการไม่เกินเก้าคน ตามที่นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการชุมชนตามระเบียบนี้

“คณะอนุกรรมการชุมชน” หมายความว่า คณะบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี ทำหน้าที่ช่วยงานคณะกรรมการชุมชนตามที่ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอ

“ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน” หมายความว่า ผู้อาวุโส หรือชำนาญการพิเศษด้านต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการชุมชนพิจารณาเห็นสมควรเป็นที่ปรึกษา และได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

“นายกเทศมนตรี” หมายความว่า นายกเทศมนตรีตำบลเขาน้อย หรือผู้ที่ทำการแทนนายกเทศมนตรีตำบลเขาน้อย

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า ปลัดเทศบาล รองปลัดเทศบาล พนักงานเทศบาล หรือผู้ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากนายกเทศมนตรี

“เทศบาล” หมายความว่า เทศบาลตำบลเขาน้อย

“ฝ่ายการคลัง” หมายถึง ฝ่ายการคลังของกรรมการชุมชนตามที่นายกเทศมนตรีแต่งตั้ง

วัตถุประสงค์

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีการประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการชุมชนทำหน้าที่พัฒนาชุมชน และประสานงานกับเทศบาลตลอดจนหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์ดังนี้

(๑) เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) เพื่อให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างความปรองดอง ความรัก ความสามัคคี และรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรม ประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น

(๓) เพื่อให้ประชาชนในเขตเทศบาลได้มีการรวมตัวกันด้วยจิตสาธารณะ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชนของตนเอง

(๔) เพื่อส่งเสริมให้เกิดการประสานความร่วมมือ และช่วยเหลือกันระหว่างชุมชน เทศบาล ส่วนราชการ และองค์กรต่าง ๆ ในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาชุมชน

การจัดตั้ง ยุบชุมชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เทศบาลประกาศจัดตั้งชุมชนขึ้นภายในเขตเทศบาล ตามลักษณะที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชน และตามความต้องการของประชาชน ตามระเบียบนี้ โดยพิจารณาถึงความสะดวกในการปกครองดูแล การพัฒนาชุมชน ตลอดจนความเหมาะสม

สมาชิกในชุมชนไม่น้อยกว่า ๑๐๐ คน ร้องขอให้มีการจัดตั้งชุมชนขึ้น โดยนายกเทศมนตรีประกาศจัดตั้ง โดยพิจารณาตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในการกำหนดขอบเขตพื้นที่ของชุมชนต่าง ๆ ให้พิจารณาแบ่งเขตชุมชนตามสภาพพื้นที่ หรือแนวถนน หรือแม่น้ำลำคลอง หรืออาคารเรือนแถวเดียวกัน หรือมีลักษณะเป็นเขตพื้นที่เดียวกัน หรือตามความเหมาะสม โดยได้รับความเห็นชอบจากนายกเทศมนตรี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การยุบชุมชน เมื่อชุมชนไม่มีลักษณะความเป็นชุมชน ให้นายกเทศมนตรีประกาศยุบชุมชนนั้น

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในชุมชนหนึ่ง ให้มีคณะกรรมการชุมชน ประกอบด้วย ประธานคณะกรรมการชุมชน จำนวน ๑ คน และกรรมการชุมชนอีกไม่เกิน ๙ คน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนมาจากการประชาคมคัดเลือกในชุมชนนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีที่เทศบาลกำหนดให้มีการคัดเลือกประธานคณะกรรมการชุมชน ให้ประกาศกำหนดวันประชาคมคัดเลือกและประชาสัมพันธ์ให้ชุมชนทราบ ก่อนวันประชาคมคัดเลือกไม่น้อยกว่า ๗ วัน สำหรับสถานที่ วิธีการประชาคมคัดเลือกให้เป็นไปตามที่เทศบาลตำบลกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ วิธีการคัดเลือกประธานคณะกรรมการชุมชนกระทำได้โดยวิธีเปิดเผยหรือลับก็ได้ หากมีผู้สมัครรับการคัดเลือกเพียงคนเดียว ให้ถือว่าผู้นั้นได้รับการคัดเลือกโดยไม่จำเป็นต้องลงคะแนน กรณีผู้สมัครรับการคัดเลือกมีคะแนนเสียงเท่ากันให้จับสลาก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอชื่อกรรมการชุมชนได้ไม่เกิน ๙ คน ให้นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้ง โดยต้องเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๖

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี นับแต่วันประกาศแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ คุณสมบัติของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นประธานคณะกรรมการชุมชน มีดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) อายุไม่ต่ำกว่า ๒๕ ปีบริบูรณ์ในวันสมัคร

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในชุมชนนั้น (ไม่น้อยกว่า ๑ ปี นับถึงวันสมัคร)

(๔) เป็นผู้มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์

(๕) เป็นผู้ที่ประกอบอาชีพสุจริต ไม่ประพฤติตนเป็นภัยต่อสังคม

(๖) เป็นผู้เสียสละ ตั้งใจจริง มีความรับผิดชอบ ไม่หวังหรือแสวงหาผลประโยชน์ตอบแทนใด ๆ เพื่อตนเองหรือหมู่คณะโดยมิชอบ

(๗) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช

(๘) ไม่เป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ

(๙) ไม่เป็นผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือติดยาเสพติด

(๑๐) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

(๑๑) ไม่เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในทางราชการ

(๑๒) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

(๑๓) ไม่เคยต้องโทษตามคำพิพากษาให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดลหุโทษ หรือกระทำโดยประมาท กรณีได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกตั้งแต่ ๒ ปี ขึ้นไป ต้องได้พ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒ ปี นับถึงวันสมัครคัดเลือก

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ผู้มีสิทธิออกเสียงคัดเลือกประธานคณะกรรมการชุมชน มีคุณสมบัติดังนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุไม่ต่ำกว่า ๑๘ บริบูรณ์ นับถึงวันคัดเลือก

(๓) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตชุมชนนั้น

(๔) ไม่เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช

(๕) ไม่เป็นผู้วิกลจริต หรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ประธานคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ครบวาระ

(๒) ตาย

(๓) ลาออก และได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรี

(๔) ขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ ๑๖

(๕) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง หรือเมื่อประชาชนผู้มีสิทธิคัดเลือกในชุมชนนั้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามทำหนังสือร้องเรียนพฤติกรรม กล่าวโทษว่าปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมต่อการเป็นประธานคณะกรรมการชุมชน เสนอต่อนายกเทศมนตรี และนายกเทศมนตรีได้ดำเนินการสอบสวนแล้วน่าเชื่อว่ามีพฤติกรรมตามข้อกล่าวหา

(๖) ไม่ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการชุมชนเป็นระยะเวลาติดต่อกันเกินกว่า ๓ เดือน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เมื่อประธานคณะกรรมการชุมชนสิ้นสุดลงตามข้อ ๑๘ ให้เทศบาลดำเนินการคัดเลือกประธานคณะกรรมการชุมชนภายใน ๙๐ วัน ทั้งนี้ ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งผู้ปฏิบัติงานแทนประธานคณะกรรมการชุมชนในระหว่างที่ยังไม่มีการคัดเลือกประธานคณะกรรมการชุมชนใหม่ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ กรณีที่ประธานคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่งตามข้อ ๑๘ (๒) ถึง (๖) ให้นายกเทศมนตรีพิจารณาแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๕ ปฏิบัติหน้าที่ประธานคณะกรรมการชุมชนจนกว่าจะมีการคัดเลือกและประกาศแต่งตั้งประธานคณะกรรมการชุมชนใหม่ โดยให้ดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ กรรมการชุมชน พ้นจากตำแหน่งเมื่อ

(๑) ประธานคณะกรรมการชุมชนพ้นจากตำแหน่ง

(๒) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

(๓) ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอนายกเทศมนตรีให้มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง

(๔) ลาออกและได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรี

(๕) ขาดคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งตามข้อ ๑๖

กรณีกรรมการชุมชนว่างลงให้ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติตามข้อ ๑๖ ให้นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้ง โดยให้มีวาระอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของประธานคณะกรรมการชุมชน ในกรณีที่วาระเหลือเวลาไม่เกิน ๑๒๐ วัน ที่คณะกรรมการชุมชนจะครบวาระ จะไม่แต่งตั้งกรรมการชุมชนแทนตำแหน่งที่ว่างก็ได้

คณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ คณะกรรมการชุมชน ประกอบด้วย ตำแหน่งต่าง ๆ ดังนี้

(๑) ประธานคณะกรรมการชุมชน

(๒) รองประธานคณะกรรมการชุมชน

(๓) เลขานุการคณะกรรมการชุมชน

(๔) กรรมการฝ่ายต่าง ๆ ได้แก่ ฝ่ายปกครอง ฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายการคลัง ฝ่ายการศึกษา ฝ่ายสวัสดิการสังคม ฝ่ายสาธารณสุข ฝ่ายพัฒนาชุมชน และฝ่ายอื่น ๆ ตามที่เทศบาลเห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้คณะกรรมการชุมชนมีหน้าที่ดังนี้

ประธานคณะกรรมการชุมชน มีหน้าที่ดังนี้

(๑) เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการชุมชน

(๒) เป็นผู้ประสานการดำเนินงานของกรรมการฝ่ายต่าง ๆ ในชุมชน

(๓) เรียกประชุมกรรมการชุมชนตามกำหนด หรือในกรณีที่ประธานเห็นสมควร

(๔) เป็นผู้ชี้ขาดในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน

(๕) เป็นผู้แทนของชุมชนเข้าร่วมประชุมกับเทศบาลหรือหน่วยงานอื่น

(๖) มอบหมายภารกิจให้กรรมการฝ่ายต่าง ๆ

รองประธานคณะกรรมการชุมชน มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ช่วยเหลือประธานในกิจการทั่วไปตามที่ประธานมอบหมาย

(๒) ทำหน้าที่แทนประธานในกรณีที่ประธานไม่อยู่ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

เลขานุการ มีหน้าที่ดังนี้

(๑) จัดทำหนังสือเชิญประชุมคณะกรรมการชุมชน

(๒) จัดระเบียบวาระการประชุม บันทึกการประชุม และดำเนินการเกี่ยวกับการประชุม เช่น การจัดเตรียมเอกสาร การจัดสถานที่ เป็นต้น

(๓) ปฏิบัติงานสารบรรณของชุมชน

(๔) ประสานงานกับทุกฝ่าย

(๕) ดำเนินงานโดยทั่วไปที่ไม่อยู่ในหน้าที่ของฝ่ายใด

(๖) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายปกครอง มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ส่งเสริมให้ชุมชนสนใจในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

(๒) ควบคุม ดูแลเผยแพร่งานประชาสัมพันธ์ข่าวสารในชุมชน ทางสื่อหรือประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ

(๓) งานรับเรื่องราวร้องทุกข์

(๔) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายป้องกันและรักษาความสงบเรียบร้อย มีหน้าที่ดังนี้

(๑) ดูแลบรรเทาสาธารณภัยและจัดให้มีอาสาสมัครในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในชุมชน

(๒) ประสานงานรักษาความสงบในชุมชน งานป้องกัน บรรเทาปัญหายาเสพติด งานจัดระเบียบทางสังคม

(๓) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายการคลัง มีหน้าที่ดังนี้

(๑) จัดทำและเก็บรักษาบัญชีรายรับ - รายจ่ายของชุมชน

(๒) เก็บรักษาเงินสด และเอกสารการเงินของชุมชน

(๓) ควบคุมและจัดทำบัญชีทรัพย์สินของชุมชน

(๔) สำรวจการใช้ทรัพย์สินและจัดทำรายงานเพื่อซ่อมบำรุง

(๕) รายงานบัญชีรายรับ รายจ่ายต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุมชน

(๖) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายการศึกษา มีหน้าที่ดังนี้

(๑) เป็นแกนนำในการสำรวจข้อมูลเด็ก เยาวชนในชุมชน

(๒) ร่วมสนับสนุนกิจกรรมวัฒนธรรม ประเพณี กีฬาในชุมชน และกิจกรรมเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ

(๓) ดูและประสาน พัฒนาและส่งเสริมกิจกรรมของสถานศึกษา ศาสนสถานในชุมชน กิจกรรมเกี่ยวกับเด็กและเยาวชน

(๔) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายสวัสดิการสังคม มีหน้าที่ดังนี้

(๑) เป็นแกนนำในการสำรวจข้อมูลชุมชน เช่น ข้อมูลจปฐ. ข้อมูลพื้นฐานของเทศบาล ผู้มีรายได้น้อย คนชรา คนพิการ และผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน

(๒) ประสานงานกลุ่มอาชีพ และประสานการจัดอบรมอาชีพ

(๓) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายสาธารณสุข มีหน้าที่ดังนี้

(๑) เป็นแกนนำในการสำรวจข้อมูลด้านสาธารณสุขมูลฐานในชุมชน

(๒) สำรวจและดูแลด้านการรักษาความสะอาดและสภาพแวดล้อมในชุมชน

(๓) ประสานด้านการบริการสาธารณสุขในชุมชน เช่น การฉีดพ่นยุง การอนามัย การควบคุมโรค การส่งเสริมสุขภาพ ฯลฯ

(๔) ประสานการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

(๕) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

กรรมการฝ่ายพัฒนาชุมชน มีหน้าที่ดังนี้

(๑) รวบรวมข้อมูลเพื่อจัดทำแผนชุมชน

(๒) สำรวจ ดูแล ซ่อมแซมสาธารณูปโภค สาธารณูปการ ไฟฟ้าสาธารณะ หรือแจ้งขอความช่วยเหลือให้ปรับปรุงซ่อมแซม

(๓) สำรวจข้อมูลสภาพแวดล้อมชุมชนในเรื่องระบบระบายน้ำ คู คลองสาธารณะ สภาวะน้ำท่วม

(๔) งานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนจัดประชุมคณะกรรมการชุมชนอย่างน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนและแจ้งเทศบาลทราบทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ กรรมการชุมชนฝ่ายต่าง ๆ สามารถเสนอชื่อบุคคลให้เป็นคณะอนุกรรมการ เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการฝ่ายต่าง ๆ โดยให้ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอนายกเทศมนตรีเห็นชอบและประกาศแต่งตั้ง สำหรับวาระการดำรงตำแหน่งของคณะอนุกรรมการ ให้มีวาระเช่นเดียวกับคณะกรรมการชุมชน

คณะอนุกรรมการอาจพ้นจากตำแหน่งเมื่อคณะกรรมการชุมชนที่เสนอแต่งตั้งมีความเห็นให้พ้นจากตำแหน่งและนายกเทศมนตรีอนุมัติ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ คณะอนุกรรมการ มีสิทธิเข้าร่วมประชุม แถลงข้อเท็จจริง หรือแสดงความคิดเห็น ในการประชุมคณะกรรมการชุมชน โดยไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อสิ้นสุดวาระการเป็นคณะกรรมการชุมชนด้วยกรณีใดก็ตาม ให้คณะกรรมการชุมชนส่งมอบงานและทรัพย์สินให้กับเทศบาลภายใน ๓๐ วัน โดยถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การดำเนินงานโครงการของชุมชนให้ถือปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ประธานคณะกรรมการชุมชนต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินประจำปีของชุมชน รายงานให้เทศบาลทราบภายในเดือนตุลาคมของทุกปี

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้คณะกรรมการชุมชนมีบทบาทในชุมชนดังนี้

(๑) ดำเนินการพัฒนาชุมชนทั้งทางด้านกายภาพ เศรษฐกิจและสังคม โดยการมีส่วนร่วมของประชาชน และระดมทรัพยากรในชุมชนมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

(๒) บำรุงรักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

(๓) เสริมสร้างความสามัคคีของผู้ที่อาศัยในชุมชน เพื่อร่วมกันรับผิดชอบในหน้าที่ของตนและชุมชน

(๔) ส่งเสริมขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามให้คงไว้

(๕) ดูแลทรัพย์สินสาธารณะของชุมชนและของแผ่นดิน

(๖) คุ้มครอง ดูแล และบำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

(๗) เป็นผู้นำและแกนกลางในการพัฒนาชุมชน และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน

(๘) เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในชุมชน ตลอดจนชี้แนวทางในการพัฒนาชุมชนของตน

(๙) ให้ความร่วมมือกับเทศบาล หน่วยงานราชการ กรณีที่ขอความช่วยเหลือทุก ๆ ด้าน

(๑๐) รับเรื่องราวร้องทุกข์ของคนในชุมชน กรณีที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาหากไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ให้รายงานนายกเทศมนตรีเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไป

(๑๑) ดำเนินการอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร ทั้งนี้ ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม

(๑๒) ดำเนินการตามที่นายกเทศมนตรีมอบหมาย

ที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้นายกเทศมนตรีประกาศแต่งตั้งคณะที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชนแต่ละชุมชนตามที่ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอจำนวนไม่เกิน ๕ คน และให้อยู่ในตำแหน่งเช่นเดียวกับวาระของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ให้คณะที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชน มีหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ สนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ให้คณะที่ปรึกษาของคณะกรรมการชุมชน พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(๑) ตาย

(๒) ลาออก และได้รับอนุมัติจากนายกเทศมนตรี

(๓) ออกตามวาระของคณะกรรมการชุมชน

(๔) คณะกรรมการชุมชนมีมติเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งให้ออก

(๕) นายกเทศมนตรีมีคำสั่งให้ออกเพราะประพฤติตนไม่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อตำแหน่งที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนว่างลง ให้นายกเทศมนตรีแต่งตั้งที่ปรึกษาคณะกรรมการชุมชนตามที่ประธานคณะกรรมการชุมชนเสนอ และให้อยู่ในวาระเช่นเดียวกับวาระของคณะกรรมการชุมชนที่เหลืออยู่

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ รายได้ของชุมชนจาก

(๑) เงินและทรัพย์สินอื่นที่มีผู้อุทิศให้

(๒) ได้รับเงินอุดหนุนจากเทศบาลหรือหน่วยงานอื่นอุดหนุนให้

(๓) การจัดกิจกรรมต่าง ๆ

(๔) รายได้อื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การเก็บรักษาเงิน ให้ประธานคณะกรรมการชุมชนแต่งตั้งกรรมการอย่างน้อย ๓ คน เป็นผู้เก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้ประธานคณะกรรมการชุมชน ฝ่ายการคลัง และกรรมการชุมชนอีกจำนวน ๑ คน ที่ได้รับคัดเลือกจากคณะกรรมการชุมชน รวมจำนวน ๓ คน เป็นผู้มีอำนาจลงนามในการเบิกจ่ายและถอนเงินของชุมชน โดยกรรมการไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ คน เป็นผู้มีอำนาจลงนาม ทั้งนี้ ประธานคณะกรรมการชุมชนเป็นผู้ลงนามในการเบิกจ่ายด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ให้ชุมชนจัดทำแผนชุมชนเพื่อประโยชน์ในการพัฒนาชุมชนและการจัดทำโครงการขอรับเงินอุดหนุนจากรัฐ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ บรรดารูปแบบและเอกสารใด ๆ ตลอดจนระเบียบการดำเนินงานของชุมชนที่อยู่ระหว่างดำเนินการและยังไม่เสร็จในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปตามระเบียบ หรือหลักเกณฑ์เดิมไปก่อนโดยอนุโลมจนกว่าจะแล้วเสร็จ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

สรกฤต ปราณปรีชากุล

นายกเทศมนตรีตำบลเขาน้อย

ชวัลพร/ปริยานุช/จัดทำ

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนที่ ๕๔ ง/หน้า ๑/๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๙

39 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบเทศบาลตำบลเขาน้อย ว่าด้วยการดำเนินงานชุมชน พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_958630ea2c38e68f

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com