法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ประกาศ ก

ประกาศ ก.พ.อ.

เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือน

ในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ (๓) ประกอบมาตรา ๒๐ และมาตรา ๓๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.พ.อ. จึงกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการออกข้อบังคับว่าด้วยการกำหนด ระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กรณีการกำหนดระดับตำแหน่งของตำแหน่งปฏิบัติการระดับต้น และตำแหน่งปฏิบัติการระดับกลางซึ่งเป็นตำแหน่งระดับควบต้องเป็นไปตามโครงสร้างระดับตำแหน่งที่ ก.พ.อ. กำหนด กรณีการกำหนดระดับตำแหน่งของตำแหน่งปฏิบัติการระดับต้นที่มีประสบการณ์ และตำแหน่งประเภทผู้บริหาร ในข้อบังคับสถาบันอุดมศึกษาต้องกำหนดหลักเกณฑ์ในการกำหนดระดับตำแหน่งโดยยึดหลักการวิเคราะห์และประเมินค่างานของตำแหน่งอย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้

(๑) หน้าที่และความรับผิดชอบของตำแหน่ง

(๒) ความยุ่งยากของงาน ความสามารถที่จำเป็นในการปฏิบัติงาน

(๓) การควบคุม กำกับ ตรวจสอบหรือบังคับบัญชา

(๔) ความรู้ที่ต้องการในการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๒] กรณีการกำหนดตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญพิเศษในข้อบังคับของสถาบันอุดมศึกษาต้องกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาความจำเป็นตามภารกิจของหน่วยงานที่จะให้มีตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญพิเศษซึ่งอย่างน้อยต้องมีองค์ประกอบ ดังนี้

(๑) หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สอน วิจัย ให้บริการทางวิชาการ และหลักเกณฑ์การกำหนดหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจสนับสนุนภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งรวมถึงสำนักงานอธิการบดี สำนักงานเลขานุการคณะ และหน่วยงานอื่นซึ่งมีลักษณะทำนองเดียวกัน

(๒) ภายใต้บังคับข้อ ๒/๑ หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องกำหนดตัวชี้วัดภาระงานของหน่วยงาน และลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานของตำแหน่ง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะเป็นตัวกำหนดความยุ่งยากและความซับซ้อนของงาน ความรู้ความสามารถ ความชำนาญและความเชี่ยวชาญที่ต้องการสำหรับตำแหน่ง ทั้งนี้ ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานของแต่ละระดับตำแหน่งต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(ก) ตำแหน่งระดับชำนาญการ ลักษณะงานต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ ความสามารถ ความชำนาญงาน ทักษะ หรือประสบการณ์ในการปฏิบัติงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง และต้องทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิเคราะห์ สังเคราะห์หรือวิจัย โดยใช้หรือประยุกต์หลักการ เหตุผล แนวความคิด วิธีการเพื่อการปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ หรือพัฒนางานในหน้าที่และงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง หรือแก้ไขปัญหาในงานหลักที่ปฏิบัติซึ่งมีความยุ่งยากและมีขอบเขตกว้างขวาง

(ข) ตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญและระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ในหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา ลักษณะงานต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ทฤษฎี หลักวิชา หรือหลักการเกี่ยวกับงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง และเป็นงานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน หรืองานพัฒนา ทฤษฎี หลักการ ความรู้ใหม่ ซึ่งต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง และนำมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ โดยต้องประยุกต์ทฤษฎีแนวความคิดใหม่เกี่ยวกับเนื้อหาของงาน เพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยากมากและมีขอบเขตกว้างขวางมาก หรือถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงานตลอดจนให้คำปรึกษาแนะนำ หรือปรับปรุงผสมผสานเทคนิคระดับสูงระหว่างสาขาที่เกี่ยวข้อง

(๓) การกำหนดตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญพิเศษกำหนดให้มีได้เฉพาะหน่วยงานที่ปฏิบัติภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่สอน วิจัย ให้บริการทางวิชาการ และในสำนักงานอธิการบดี

มาตรา ข้อ ๒/๑

ข้อ ๒/๑[๓] ข้อบังคับของสถาบันอุดมศึกษาที่จะใช้ในการกำหนดตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญพิเศษในสำนักงานอธิการบดีอย่างน้อยต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ดังนี้

(๑) การกำหนดกรอบตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญพิเศษในสำนักงานอธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษา ต้องเป็นตำแหน่งที่ปฏิบัติภารกิจหลักในด้านต่าง ๆ ของสำนักงานอธิการบดีซึ่งภารกิจดังกล่าวจะต้องได้เกณฑ์มาตรฐานตามองค์ประกอบคุณภาพไม่น้อยกว่าหนึ่งองค์ประกอบตามตัวบ่งชี้ และเกณฑ์การประเมินในแต่ละองค์ประกอบดังกล่าว ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา ที่คณะกรรมการการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษาระดับอุดมศึกษากำหนด ดังต่อไปนี้

ก) องค์ประกอบคุณภาพด้านปรัชญา ปณิธาน วัตถุประสงค์ และแผนการดำเนินการ

ข) องค์ประกอบคุณภาพด้านกิจกรรมการพัฒนานิสิตนักศึกษา

ค) องค์ประกอบคุณภาพด้านการบริการวิชาการแก่สังคม

ง) องค์ประกอบคุณภาพด้านการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม

จ) องค์ประกอบคุณภาพด้านการบริหารและการจัดการ

ฉ) องค์ประกอบคุณภาพด้านการเงินและงบประมาณ

ช) องค์ประกอบคุณภาพด้านระบบและกลไกการประกันคุณภาพ

(๒) ลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานของตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญพิเศษ หมายถึง ลักษณะงานต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ทฤษฎี หลักวิชา หรือหลักการเกี่ยวกับงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง โดยมีลักษณะงานและวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

(ก) ลักษณะงาน

ก ๑) งานเชิงพัฒนาระบบหรือมาตรฐานของงาน หรือ

ก ๒) งานพัฒนาทฤษฎี หลักการ ความรู้ใหม่ ซึ่งต้องมีการวิเคราะห์เกี่ยวกับงานเฉพาะด้านหรือเฉพาะทาง และนำมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ โดยต้องประยุกต์ทฤษฎี แนวความคิดใหม่เกี่ยวกับเนื้อหาของงาน

(ข) วัตถุประสงค์

ลักษณะงานตาม ก ๑) และ ก ๒) ต้องมีวัตถุประสงค์ในด้านหนึ่งด้านใดหรือหลายด้านดังต่อไปนี้

ข ๑) เพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยากมากและมีขอบเขตกว้างขวางมากหรือ

ข ๒) เพื่อถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงาน ตลอดจนให้คำปรึกษาแนะนำแก่บุคคล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือ

ข ๓) เพื่อปรับปรุงผสมผสานเทคนิคระดับสูงระหว่างงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

(๓) การประเมินภารกิจหลักของสำนักงานอธิการบดีตาม (๑) และการประเมินลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานของตำแหน่งตาม (๒) ให้แต่งตั้งคณะกรรมการประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสถาบันอุดมศึกษาตามบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. กำหนด จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน เพื่อทำหน้าที่พิจารณา วิเคราะห์ เหตุผลความจำเป็นของกรอบตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญพิเศษและประเมินภารกิจและลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานเพื่อนำเสนอสภาสถาบันอุดมศึกษา

การพิจารณาประเมินภารกิจหลักและหน้าที่ความรับผิดชอบและคุณภาพงานตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการพิจารณาหน้าที่ความรับผิดชอบของตำแหน่งพร้อมปริมาณงานย้อนหลังไม่น้อยกว่าห้าปี และแผนการปฏิบัติงานของตำแหน่งดังกล่าวต่อไปอีกห้าปี ตลอดจนเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องมีระดับตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การกำหนดระดับตำแหน่งต้องสอดคล้องกับกรอบของตำแหน่งและแผนพัฒนากำลังคนที่สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การกำหนดระดับตำแหน่งดังกล่าว ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ตามโครงสร้างระดับตำแหน่งที่ ก.พ.อ. กำหนด

(๒) ไม่มีผลให้มีการเพิ่มงบประมาณหมวดเงินเดือนและค่าจ้างประจำ

(๓) ไม่มีผลทำให้อัตรากำลังเพิ่มขึ้น

(๔) การกำหนดระดับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานให้เป็นระดับสูงขึ้น ต้องมีระดับตำแหน่งไม่สูงเท่าระดับตำแหน่งบริหารของหน่วยงานนั้น

(๕) ต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความไม่ซ้ำซ้อน และความประหยัด

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หลักเกณฑ์วิธีการประเมินเพื่อแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่ง ต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน จำแนกตามประเภทตำแหน่ง ดังนี้

(๑) ตำแหน่งระดับปฏิบัติการระดับต้นและระดับกลาง ต้องประเมินจากการปฏิบัติงานและคุณลักษณะของบุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง การปฏิบัติงานต้องประเมินอย่างน้อยตามองค์ประกอบ ดังนี้

(ก) ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานและคุณภาพของงาน

(ข) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่

(ค) ความประพฤติ

(๒) ตำแหน่งระดับปฏิบัติการระดับต้นที่มีประสบการณ์ ต้องประเมินจากผลงานและคุณลักษณะของบุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ผลงานต้องประเมินอย่างน้อยตามองค์ประกอบ ดังนี้

(ก) ขอบเขตของผลงาน

(ข) คุณภาพของผลงาน

(ค) ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงาน

(ง) ประโยชน์ของผลงาน

(จ) ความรู้ความชำนาญงานและประสบการณ์

(๓) ตำแหน่งผู้บริหารต้องประเมินจากการปฏิบัติงาน คุณลักษณะและสมรรถนะของบุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งผู้บริหาร การปฏิบัติงานต้องประเมินอย่างน้อยตามองค์ประกอบ ดังนี้

(ก) ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน

(ข) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่

(ค) การวางแผน ควบคุม ติดตามผลการปฏิบัติงานและพัฒนางาน

(ง) การแนะนำ สอนงานและพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชา

ทั้งนี้ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งผู้บริหารต้องผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารที่ ก.พ.อ. รับรอง

(๔) ตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญพิเศษต้องประเมินจากการปฏิบัติงาน ผลงานและคุณลักษณะของบุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง การปฏิบัติงานและผลงานต้องประเมินอย่างน้อยตามองค์ประกอบ ดังนี้

(ก) ปริมาณงานในหน้าที่

(ข) คุณภาพของงานในหน้าที่

(ค) ผลงานที่แสดงความเป็นผู้ชำนาญการ หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษ

กรณีตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ ต้องประเมินองค์ประกอบด้านการใช้ความรู้ความสามารถในงานสนับสนุน งานบริการวิชาการหรืองานวิชาชีพบริการต่อสังคมเพิ่มด้วย

กรณีตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องประเมินองค์ประกอบด้านการใช้ความรู้ความสามารถในงานสนับสนุน งานบริการวิชาการหรืองานวิชาชีพบริการต่อสังคม และองค์ประกอบด้านความเป็นที่ยอมรับนับถือในงานด้านนั้นๆ หรือในวงวิชาการหรือวิชาชีพนั้น ๆ เพิ่มด้วย

ทั้งนี้ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ต้องมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งตามบัญชีแนบท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นต้องเป็นไปตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง และการแต่งตั้งบุคคลให้ดำรงตำแหน่งระดับ ๘ สำหรับตำแหน่งที่ ก.พ.อ. ได้กำหนดโครงสร้างระดับตำแหน่งเป็นระดับ ๗ - ๘ ต้องดำเนินการเมื่อบุคคลดังกล่าวได้รับเงินเดือนไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำของระดับ ๘ แล้ว

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามประกาศนี้ ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๒๘ ต้องแต่งตั้ง โดยความเห็นชอบของสภาสถาบันอุดมศึกษา หรือคณะกรรมการตามที่สภาสถาบันอุดมศึกษามอบหมาย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๔] การประเมินต้องดำเนินการโดยองค์คณะบุคคลและมีระดับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่เสนอขอหรือเทียบเท่า ในกรณีการประเมินเข้าสู่ตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับเชี่ยวชาญพิเศษต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการและกรรมการต้องมีระดับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับตำแหน่งที่เสนอขอหรือเทียบเท่า มีความรู้ความสามารถตรงกับวิชาชีพความชำนาญหรือความเชี่ยวชาญที่เสนอขอ และเป็นบุคคลภายนอกสถาบันอุดมศึกษานั้นทั้งหมด ทั้งนี้ ในกรณีการประเมินเข้าสู่ตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญพิเศษต้องแต่งตั้งกรรมการประเมินจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่ ก.พ.อ. กำหนด

การประเมินเข้าสู่ตำแหน่งตามวรรคหนึ่งต้องมีจำนวนกรรมการ ดังนี้

(๑) วิธีปกติ ต้องแต่งตั้งกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่าสามคน

(๒) วิธีพิเศษเฉพาะกรณีการประเมินบุคคลเข้าสู่ตำแหน่งระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญและระดับเชี่ยวชาญพิเศษ ใช้ในกรณีการแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติต่างไปจากหลักเกณฑ์การขอกรณีตามปกติในเรื่องระยะเวลาในการดำรงตำแหน่ง หรือกรณีการขอที่มิได้เป็นไปตามลำดับตำแหน่งต้องแต่งตั้งกรรมการ จำนวนไม่น้อยกว่าห้าคน

การประเมินผลงานในตำแหน่งระดับชำนาญการโดยคณะกรรมการ อาจให้กรรมการส่งผลการประเมินให้ผู้ซึ่งคณะกรรมการมอบหมาย แทนการประชุมได้ แต่การประเมินผลงานตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญและระดับเชี่ยวชาญพิเศษต้องจัดให้มีการประชุมพิจารณาผลงานร่วมกัน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การกำหนดเงื่อนไขของผลงานที่นำเสนอเพื่อพิจารณา อย่างน้อยต้องมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ต้องมิใช่ผลงานที่เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาและการฝึกอบรม

(๒) ต้องมิใช่ผลงานเดิมที่เคยใช้ในการประเมินแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นมาแล้ว

(๓) กรณีที่เป็นผลงานร่วมต้องระบุการมีส่วนร่วมและมีคำรับรองจากผู้มีส่วนร่วม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เกณฑ์การตัดสิน ต้องใช้คะแนนเสียงข้างมาก เว้นแต่โดยวิธีพิเศษ ต้องใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๔ ใน ๕ ของกรรมการประเมิน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีอื่นนอกจากที่ได้กำหนดไว้ในประกาศ ก.พ.อ.นี้ ต้องเสนอ ก.พ.อ. พิจารณาเป็นกรณีไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๐

วิจิตร ศรีสอ้าน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ประธาน ก.พ.อ.

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีแนบท้ายประกาศ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (ฉบับที่ ๒)[๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ การใด ๆ ที่ดำเนินการไปโดยชอบด้วยประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ แล้ว ให้ถือว่าการนั้นชอบด้วยประกาศนี้ แต่การดำเนินการต่อไปให้ดำเนินการตามประกาศนี้

ปริญสินีย์/ผู้จัดทำ

๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

คุณากร/ผู้ตรวจ

๑๘ สิงหาคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๔/ตอนพิเศษ ๑๘ ง/หน้า ๔๒/๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐

[๒] ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (ฉบับที่ ๒)

[๓] ข้อ ๒/๑ เพิ่มโดยประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (ฉบับที่ ๒)

[๔] ข้อ ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ ก.พ.อ.เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (ฉบับที่ ๒)

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๑๕๒ ง/หน้า ๔๒/วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๕๑

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศ ก.พ.อ. เรื่อง มาตรฐานการกำหนดระดับตำแหน่งและการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_96c7ccdbc94c61ca

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com