法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
44
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

พ.ศ.

๒๕๕๔

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๘ และมาตรา ๕๑

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕

(๒) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

(๓) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๔) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๕) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๘

(๖) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๙

(๗) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๙

(๘) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๕๐

(๙) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๕๐

(๑๐) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๑

(๑๑) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

(ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

(๑๒) ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ

ประกาศ

แนวทางหรือหลักเกณฑ์ตามมติคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ก.ต.” หมายความว่า

คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“เลขานุการ ก.ต.” หมายความว่า

เลขานุการคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

“อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล”

หมายความว่า คณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาล

“เลขานุการ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล”

หมายความว่า เลขานุการคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประจำชั้นศาล

“จังหวัด” หมายความว่า

พื้นที่ในเขตอำนาจศาล

“ภูมิลำเนา” หมายความว่า บ้านที่เกิดหรือเป็นพื้นเพเดิม

ซึ่งอาจจะเป็นจังหวัดอื่นที่มิใช่บ้านเกิดก็ได้

“ปริมณฑล” หมายความว่า

จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ

“ศาลชำนัญพิเศษ” หมายความว่า

ศาลภาษีอากรกลาง ศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง

และศาลล้มละลายกลาง

“ศาลเยาวชนและครอบครัว”

หมายความว่า ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด

และแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลจังหวัด

“ศาลชั้นอุทธรณ์” หมายความว่า

ศาลอุทธรณ์ และศาลอุทธรณ์ภาค

“ตำแหน่งในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์” หมายความว่า

ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

และผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค

“ตำแหน่งในกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา” หมายความว่า ตำแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

และผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ประธานศาลฎีการักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้เลขานุการ

ก.ต. เสนอเรื่องการแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง

และการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ อ.ก.ต.

ประจำชั้นศาลพิจารณาจัดทำความเห็นโดยเร็ว

ในกรณีการเลื่อนตำแหน่ง หากมีการเสนอชื่อข้ามลำดับอาวุโสให้ระบุเหตุผลของการดำเนินการเช่นว่านั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การพิจารณาของ

อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลในเรื่องการแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่งและการโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ อ.ก.ต.

ประจำชั้นศาลดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

ว่าด้วยองค์ประกอบ หลักเกณฑ์ วิธีการแต่งตั้ง

และวิธีดำเนินงานของคณะอนุกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

หมวด

การแต่งตั้งและการเลื่อนตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ

ให้คำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความเหมาะสมกับตำแหน่ง ความรับผิดชอบ

ประวัติและผลงานการปฏิบัติราชการ การอุทิศตนแก่ทางราชการ

และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลนั้นเป็นสำคัญ

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้พิจารณาถึงความรู้ ความสามารถพื้นฐาน

เช่น การพิจารณาพิพากษาคดี การเรียงคำพิพากษา การบริหารงานคดี ความรับผิดชอบ

ความซื่อสัตย์สุจริต ความไว้วางใจได้ ความวิริยะอุตสาหะ ความเสียสละ

ชื่อเสียงเกียรติคุณ ประวัติการศึกษาอบรม และการรับราชการ

การดำรงตนของตนเองและคู่ครอง มารยาทสังคมและทัศนคติ

ประกอบกับแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการผู้นั้นว่ามีคุณสมบัติตรงตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งที่จะแต่งตั้งตามที่ระบุไว้ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารงานศาล

นอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ แล้ว

ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถในการบริหารงานศาลไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าหลักอาวุโส

ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้พิจารณาถึงความเป็นผู้นำ

การแก้ปัญหา การตัดสินใจ มนุษยสัมพันธ์ ความเอาใจใส่

ความรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์เพื่อรักษาประโยชน์ของทางราชการและประชาชน

และประสบการณ์ในการทำงานของผู้นั้นด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งในศาลชำนัญพิเศษ กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลชั้นอุทธรณ์ และกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

นอกจากพิจารณาตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๙ แล้ว

ต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถเกี่ยวกับงานของศาลนั้น

และความเหมาะสมกับตำแหน่งยิ่งไปกว่าหลักอาวุโส

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

ให้เสนอแต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี

และผ่านการประเมินความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง

ตลอดระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาล

เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุผลความจำเป็นในทางราชการ ก.ต.

จะมีมติไม่ให้นำระยะเวลาที่ต้องดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลดังกล่าวมาใช้บังคับแก่การพิจารณาแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นก็ได้

แต่ทั้งนี้

ในการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นต้องเสนอแต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาประจำศาลมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

และต้องผ่านการประเมินผลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น

ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล

ผู้พิพากษาในศาลชั้นอุทธรณ์ในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์หรือศาลอุทธรณ์ภาค

ผู้พิพากษาในศาลฎีกาในตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา

และตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่ากับทุกตำแหน่งข้างต้น ให้เลขานุการ ก.ต.

จัดทำรายงานสรุปผลงานการทำสำนวนคดีและผลการประเมินการปฏิบัติราชการย้อนหลังไม่น้อยกว่าสามปี

ของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

ในกรณีที่ อ.ก.ต.

ประจำชั้นศาลมีข้อสังเกตเกี่ยวกับผลการปฏิบัติราชการของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้ง

อ.ก.ต.

ประจำชั้นศาลอาจสุ่มตัวอย่างผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีหรืองานอื่นในหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้เลขานุการ

ก.ต. จัดให้มีการประเมินบุคคลตามแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการท้ายระเบียบนี้เป็นประจำทุกปี

โดยให้ผู้ที่รับผิดชอบการประเมินส่งผลการประเมินไปถึงสำนักงานศาลยุติธรรมภายในเดือนเมษายนของแต่ละปี

ผู้รับการประเมินมีสิทธิขอตรวจดูการประเมินและผลการประเมินได้ตามวิธีการที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด

หมวด

การโยกย้ายแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

การโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการประจำปีมีสองวาระดังนี้

วาระปกติ

พิจารณาดำเนินการประมาณเดือนสิงหาคมของแต่ละปีสำหรับข้าราชการตุลาการทุกตำแหน่ง

ทั้งในกรณีที่มีผลตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคมของปีนั้น และ ๑ เมษายน ของปีถัดไป

วาระพิเศษ

พิจารณาดำเนินการประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไปสำหรับการโยกย้ายแต่งตั้งเพิ่มเติมตามความจำเป็น ทั้งนี้

เพื่อแก้ไขข้อขัดข้องในการโยกย้ายแต่งตั้งตามวาระปกติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๒) (ก) ได้แก่ ประธานศาลอุทธรณ์

ให้ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งจากข้าราชการตุลาการซึ่งมีลำดับอาวุโสถัดจากประธานศาลฎีกา

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ตำแหน่งข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๑) (ข) มาตรา ๑๓ (๒) (ก) และ (ข) และมาตรา ๑๓ (๓) (ก)

หรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่าดังต่อไปนี้ สามารถสับเปลี่ยนกันได้ โดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

(๑) ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

และผู้พิพากษาศาลฎีกา กับตำแหน่งประธานศาลอุทธรณ์ภาค

(๒) ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกากับตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

และอธิบดีผู้พิพากษาภาค

(๓) ตำแหน่งรองประธานศาลอุทธรณ์และรองประธานศาลอุทธรณ์ภาค

กับตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์

และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค

(๔) ตำแหน่งรองประธานศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ภาค ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์

และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค กับตำแหน่งอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้นและอธิบดีผู้พิพากษาภาค

(๕) ตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์และผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค

กับตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

(๖) ตำแหน่งรองอธิบดีผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

กับตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล และผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น

(๗) ตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล กับตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้ข้าราชการตุลาการมีวาระการดำรงตำแหน่งตามที่ระบุไว้ในตารางแนบท้ายระเบียบนี้

เพื่อประโยชน์ในการนับระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง

ให้ถือเอาระยะเวลาในการช่วยทำงานชั่วคราวเป็นระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งของข้าราชการตุลาการด้วย ทั้งนี้ ให้นับระยะเวลาถึงวันที่ ๑ ตุลาคม

หรือ ๑ เมษายน ของปีที่จะได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย แล้วแต่กรณี

สำหรับข้าราชการตุลาการใดที่ดำรงตำแหน่งในศาลอุทธรณ์ภาคซึ่งมีที่ตั้งนอกเขตกรุงเทพมหานครครบระยะเวลาห้าปีแล้ว

หากประสงค์จะรับราชการในศาลเดิมต่อไป ให้เลขานุการ ก.ต. เสนอประวัติและผลงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการผู้นั้นเพื่อประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

การแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษาศาลชั้นต้นไปดำรงตำแหน่งในศาลชั้นต้นในภูมิภาครอบแรก

ให้ทาบบัญชีลำดับศาลตามลำดับอาวุโสของข้าราชการตุลาการโดยให้มีการแลกเปลี่ยนศาลกันได้

สำหรับการแต่งตั้งผู้ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลกลุ่มพิเศษ

ให้พิจารณาถึงความรู้ความสามารถและความเหมาะสมเป็นเกณฑ์ยิ่งไปกว่าลำดับอาวุโส

บัญชีลำดับศาลและบัญชีศาลกลุ่มพิเศษให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่ ก.ต.

เห็นสมควร การแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลกลุ่มพิเศษศาลใดศาลหนึ่งหรือหลายศาล

อาจแต่งตั้งจากผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลซึ่งพ้นวาระการดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลไปแล้วก็ได้

การแต่งตั้งตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลตามวรรคก่อน

ให้แต่งตั้งได้ตั้งแต่ข้าราชการตุลาการซึ่งมีอาวุโสต่ำกว่าผู้พิพากษาหัวหน้าศาลในศาลดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้นและแต่งตั้งข้าราชการตุลาการในศาลจังหวัดชายแดนภาคใต้

ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่ ก.ต. กำหนด

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การพิจารณาโยกย้ายแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัด

ศาลแขวง ศาลเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดใด

ให้คำนึงถึงลำดับอาวุโสและความเหมาะสมในจังหวัดนั้น

ข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัด

เว้นแต่จังหวัดที่มิได้มีเขตอำนาจเหนืออำเภอซึ่งเป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัด

ต้องเป็นผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลแขวง

และผู้พิพากษาหัวหน้าศาลเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดนั้น

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ข้าราชการตุลาการซึ่งรับราชการในศาลแขวง

หรือศาลเยาวชนและครอบครัวในจังหวัดใดครบสองปี หากมีตำแหน่งในศาลจังหวัดนั้นว่างลงอาจได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้ไปดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ห้ามมิให้ข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งในศาลจังหวัดย้ายไปรับราชการในศาลแขวงหรือศาลเยาวชนและครอบครัว

ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดเดียวกัน เว้นแต่ศาลในกรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ข้าราชการตุลาการจะรับราชการในศาลเดียวกันกับคู่สมรส บุพการี

หรือผู้สืบสันดานซึ่งเป็นผู้บริหารศาลมิได้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ข้าราชการตุลาการซึ่งรับราชการในตำแหน่งเลขานุการศาลชั้นอุทธรณ์ รองเลขานุการศาลชั้นอุทธรณ์ และเลขานุการศาลชั้นต้นในกรุงเทพมหานคร

อาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในศาลที่ตนดำรงตำแหน่งอยู่ ทั้งนี้ โดยไม่ต้องคำนึงถึงหลักอาวุโส

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

การแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้น

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

หรือผู้พิพากษาอาวุโสไปดำรงตำแหน่งในจังหวัดที่เป็นภูมิลำเนาของผู้นั้นหรือของคู่สมรสจะกระทำมิได้

เว้นแต่ในเขตกรุงเทพมหานคร

ปริมณฑลและจังหวัดซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

การแต่งตั้งให้ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลไปดำรงตำแหน่งในศาลชั้นต้นในจังหวัด

ที่ผู้นั้นเคยดำรงตำแหน่งหรือเคยช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลชั้นต้นหรือผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมาก่อน

จะกระทำมิได้ เว้นแต่ศาลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

ผู้พิพากษาประจำศาลซึ่งได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลชั้นต้นต้องออกไปรับราชการในศาลภูมิภาคตามวาระ

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐

ให้ผู้พิพากษาประจำศาลรับราชการที่ศาลฎีกา ศาลชั้นอุทธรณ์ หรือศาลชั้นต้น

ยกเว้นศาลแขวง ตามระยะเวลาที่ ก.ต. เห็นสมควรกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑

ในกรณีที่มีความเหมาะสมและเพื่อประโยชน์อย่างยิ่งแก่ราชการศาลยุติธรรม ก.ต.

อาจมีมติด้วยคะแนนเสียงสองในสามของจำนวนกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ยกเว้นหลักเกณฑ์ในการโยกย้ายแต่งตั้งตามระเบียบนี้ได้

หมวด

การเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือตำแหน่งอื่นที่เทียบเท่า เมื่ออยู่ในชั้น ๒

มาครบห้าปีนับแต่วันที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง

ให้เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นต่ำ

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓

ในการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการตุลาการตามมาตรา ๑๓ (๓) (ข) และ (ค) และ

(๔) ในแต่ละคราว ให้เลขานุการ ก.ต.

เสนอรายงานการประเมินบุคคลและการปฏิบัติราชการประจำปีของข้าราชการตุลาการผู้นั้นต่อ

อ.ก.ต. ประจำชั้นศาล เพื่อจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ก.ต. ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔

ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นหรือตำแหน่งอื่นที่ไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลชั้นต้นเมื่ออยู่ในชั้น ๓

ขั้นต่ำมาครบสามปีนับแต่วันที่ได้รับการเลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น

๓ ขั้นต่ำ ตามข้อ ๓๒ แล้ว ให้เลขานุการ ก.ต.

เสนอให้เลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓ ขั้นสูงสุดต่อ อ.ก.ต.

ประจำชั้นศาล เพื่อจัดทำความเห็นประกอบการพิจารณาของ ก.ต. โดยเร็ว

การพิจารณาของ ก.ต. ตามวรรคหนึ่ง

ให้พิจารณารายงานการประเมินบุคคลและการปฏิบัติราชการประจำปีของข้าราชการตุลาการผู้นั้นประกอบด้วย

หากจะพิจารณาไม่ให้ผู้ใดเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งเป็นชั้น ๓

ขั้นสูงสุด ให้เลขานุการ ก.ต.

ดำเนินการให้มีการสุ่มตัวอย่างผลงานการพิจารณาพิพากษาคดีของผู้นั้นย้อนหลังไปไม่น้อยกว่าสามปีมาเพื่อประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔/๑

ข้อ ๓๔/๑[๒] ในการดำเนินการตามข้อ ๓๒ ข้อ ๓๓ และข้อ ๓๔

ให้ข้าราชการตุลาการได้รับการพิจารณาปรับอัตราเงินเดือน

เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งหรือเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ได้ปฏิบัติงานตามหน้าที่ด้วยความสามารถและความอุตสาหะจนเกิดผลดี

หรือความก้าวหน้าแก่ราชการ

ซึ่งผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาแล้วเห็นว่าอยู่ในหลักเกณฑ์สมควรได้เลื่อนชั้นเงินเดือนปรับเงินเดือนหรือเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

หรือมีผลการศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัย

ตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานศาลยุติธรรมกำหนด ในกรณีอยู่ระหว่างศึกษา ฝึกอบรม ดูงานหรือปฏิบัติการวิจัยในประเทศหรือต่างประเทศ

(๒) ไม่ถูกพักราชการเกินสี่เดือน

(๓) มีวันลาไม่เกินสี่สิบห้าวัน เว้นแต่

(ก) ลาอุปสมบท หรือลาไปประกอบพิธีฮัจญ์ ณ

เมืองเมกกะ ประเทศซาอุดีอาระเบีย โดยได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมายว่าด้วยการจ่ายเงินเดือน

(ข) ลาคลอดบุตรไม่เกินเก้าสิบวัน

(ค)

ลาป่วยซึ่งจำเป็นต้องรักษาตัวเป็นเวลานานไม่ว่าคราวเดียวหรือหลายคราวรวมกันไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน

(ง)

ลาป่วยเพราะประสบอันตรายในขณะปฏิบัติราชการตามหน้าที่

หรือในขณะเดินทางไปหรือกลับจากปฏิบัติราชการตามหน้าที่

(จ) ลาพักผ่อน

(ฉ)

ลาเข้ารับการตรวจเลือกหรือเข้ารับการเตรียมพล

(ช) ลาไปปฏิบัติงานในองค์การระหว่างประเทศ

(ซ) ลาไปศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัยในประเทศหรือต่างประเทศ หรือ

(ฌ) ลาไปช่วยเหลือภริยาที่คลอดบุตร

เฉพาะวันลาที่มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่างลาตามกฎหมาย

(๔)

มาทำงานสายกว่าเวลาที่ทางราชการกำหนดเป็นประจำ ทั้งนี้ โดยผู้บังคับบัญชาได้ตักเตือนแล้ว

แต่ยังไม่ปรับปรุงตนให้ดีขึ้น

มาตรา ข้อ ๓๔/๒

ข้อ ๓๔/๒[๓] ในกรณีลาศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน

หรือปฏิบัติการวิจัยในประเทศหรือต่างประเทศให้ อ.ก.ต. ประจำชั้นศาลนำผลการศึกษา

ฝึกอบรม ดูงาน หรือปฏิบัติการวิจัยมาประกอบการพิจารณาด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔/๓

ข้อ ๓๔/๓[๔]

ข้าราชการตุลาการผู้ใดอยู่ระหว่างถูกดำเนินการทางวินัย

โดยการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง หรือคณะกรรมการสอบสวน

ให้รอการปรับอัตราเงินเดือน เลื่อนชั้นเงินเดือนหรือเลื่อนขั้นเงินเดือนไว้ก่อนจนกว่าการดำเนินการทางวินัยจะแล้วเสร็จ

มาตรา ข้อ ๓๔/๔

ข้อ ๓๔/๔[๕] ให้ข้าราชการตุลาการที่ไม่ได้รับการพิจารณาปรับอัตราเงินเดือน

เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

หรือเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง แล้วแต่กรณี ตามข้อ ๓๔/๑ (๒) และ (๓) และข้อ ๓๔/๓ มีสิทธิได้รับการพิจารณาเมื่อเหตุแห่งการที่ไม่ต้องด้วยหลักเกณฑ์ตามข้อดังกล่าวได้ล่วงพ้นไปแล้ว ทั้งนี้ โดยไม่มีผลกระทบต่อลำดับอาวุโส

มาตรา ข้อ ๓๔/๕

ข้อ ๓๔/๕[๖] ภายใต้บังคับข้อ ๓๔/๔

ให้ข้าราชการตุลาการที่ไม่ได้รับการพิจารณาปรับอัตราเงินเดือน

เลื่อนชั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

หรือเลื่อนขั้นเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งได้รับการพิจารณาอีกครั้งในเวลาที่

ก.ต. กำหนด ทั้งนี้ โดย ก.ต.

เป็นผู้จัดลำดับอาวุโสของข้าราชการตุลาการดังกล่าว

หมวด

การประเมินสมรรถภาพของผู้พิพากษาอาวุโส

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้เลขานุการ

ก.ต. จัดให้มีการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายและจิตใจของข้าราชการตุลาการที่จะขอไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโส

เพื่อประกอบการพิจารณาของที่ประชุมร่วมระหว่าง อ.ก.ต.

ประจำชั้นศาลทุกชั้นศาลว่ามีความเหมาะสมจะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสหรือไม่

ให้นำหลักเกณฑ์การเลื่อนตำแหน่งข้าราชการตุลาการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งตามข้อ

๑๓ มาใช้แก่การแต่งตั้งข้าราชการตุลาการให้ดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖

ในการโยกย้ายแต่งตั้งผู้พิพากษาอาวุโส

ให้มีการประเมินบุคคลและผลการปฏิบัติราชการของผู้พิพากษาอาวุโสซึ่งรับราชการในศาลใดศาลหนึ่งครบสองปี

และประเมินทุกปีหลังจากนั้น ทั้งนี้

โดยให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินบุคคลตามแบบการประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการตามข้อ

๑๔ มาใช้แก่การประเมินบุคคลของผู้พิพากษาอาวุโสด้วยเพื่อประกอบการพิจารณา

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗

ให้นับระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งใดก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

เป็นระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘

ข้าราชการตุลาการผู้ใดดำรงตำแหน่งในลำดับที่ ๑ และที่ ๓ ตามวาระการดำรงตำแหน่งท้ายระเบียบมาแล้วสองปีแต่ไม่เกินสามปีในศาลเดียวกันก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ถือว่าผู้ที่ดำรงตำแหน่งนั้นดำรงตำแหน่งมาแล้วหนึ่งวาระ

กรณีข้าราชการตุลาการซึ่งดำรงตำแหน่งในลำดับที่ ๑๓ และ ๑๔

ตามวาระการดำรงตำแหน่งท้ายระเบียบมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปีก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้ผู้ที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าวสามารถดำรงตำแหน่งต่อไปได้อีกสองปี

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙

มิให้นำความในข้อ ๑๖ มาใช้บังคับภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้ระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔

สบโชค สุขารมณ์

ประธานศาลฎีกา

ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

[เอกสารแนบท้าย]

๑.[๗]

มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง (เพิ่มมาตรฐานกำหนดตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์

ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค

และตำแหน่งอื่นที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกัน)[๘]

๒.[๙]

การประเมินบุคคลและรายงานการปฏิบัติราชการของข้าราชการตุลาการ

ประจำปี ..........

๓. ตารางวาระการดำรงตำแหน่ง (เพิ่มวาระการดำรงตำแหน่งเลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและรองเลขาธิการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม)[๑๐](เพิ่มตารางวาระการดำรงตำแหน่ง ลำดับที่ ๑๔ การดำรงตำแหน่งเลขานุการศาลชั้นอุทธรณ์

เลขานุการศาลชั้นต้น และเลขานุการศาลยุติธรรมประจำภาคที่ดำรงตำแหน่งติดต่อกันครบ ๔ ปี สามารถขอยกเว้นหลักเกณฑ์เพื่อดำรงตำแหน่งต่อตามระเบียบฯ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ได้อีก ๑ ปี แต่ไม่เกิน ๑ ครั้ง)[๑๑]

๔.[๑๒]

บัญชีลำดับศาลสำหรับแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลและผู้พิพากษา

และบัญชีศาลกลุ่มพิเศษ

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๕[๑๓]

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๕[๑๔]

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘[๑๕]

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นต้นไป

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง

การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง

และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๕๘[๑๖]

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

44 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง การเลื่อนตำแหน่ง การโยกย้ายแต่งตั้ง และการเลื่อนเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการตุลาการ พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_986da900aaa48dc6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com