法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยจรรยาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการทูต การกงสุล และการต่างประเทศ พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ

ข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ

ว่าด้วยจรรยาข้าราชการและเจ้าหน้าที่

ผู้ปฏิบัติงานการทูต

การกงสุล และการต่างประเทศ

พ.ศ. ๒๕๕๒

กระทรวงการต่างประเทศเป็นองค์กรหลักในการดำเนินงานด้านการต่างประเทศเพื่อรักษาอธิปไตยและส่งเสริมความมั่นคง

เสถียรภาพ และเกียรติภูมิของประเทศ

รวมทั้งนำการพัฒนาตามกระแสโลกาภิวัตน์ในเชิงสร้างสรรค์มาสู่ประเทศไทย

ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมืออันดีกับนานาอารยประเทศและองค์กรระหว่างประเทศในทุกมิติ

เพื่อนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า ความอยู่ดีกินดีของคนไทยทั้งประเทศและความสงบสุขของสังคมโลก

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ในด้านการต่างประเทศของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ตามภารกิจข้างต้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและสอดคล้องกับหลักสากล

จึงสมควรให้มีข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยจรรยาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการทูต

การกงสุล และการต่างประเทศขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๑ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.

๒๕๕๐ ประกอบกับมาตรา ๗๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ กระทรวงการต่างประเทศจึงได้กำหนดข้อบังคับจรรยาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการทูต

การกงสุล และการต่างประเทศ

เพื่อเป็นหลักแห่งความประพฤติและการปฏิบัติหน้าที่ราชการเป็นการเพิ่มเติมจากแนวปฏิบัติมาตรฐานกลางตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

และโดยเฉพาะเมื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการอยู่ในต่างประเทศ ทั้งนี้

เพื่อผดุงเกียรติและศักดิ์ศรีของนักการทูตหรือผู้ที่ปฏิบัติงานการต่างประเทศของไทยให้ควรแก่ความไว้วางใจ

และเชื่อมั่นของปวงชน และให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลอันเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศ

ว่าด้วยจรรยาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการทูต การกงสุล

และการต่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“จรรยา” หมายความว่า ข้อกำหนดความประพฤติ

กิริยาที่ควรประพฤติในหมู่คณะ

“ข้าราชการ” หมายความว่า

ข้าราชการกระทรวงการต่างประเทศและข้าราชการหน่วยงานอื่น ๆ ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการในต่างประเทศ

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

บุคคลอื่นนอกเหนือจากข้าราชการที่ปฏิบัติงานทางการทูต การกงสุล และการต่างประเทศ

ซึ่งรวมถึงลูกจ้างทุกประเภทและพนักงานราชการที่ปฏิบัติงานอยู่ในประเทศและต่างประเทศ

“การทูต” หมายความว่า

ภารกิจที่เกี่ยวกับการเป็นผู้แทนรัฐ การเจรจา การสนทนา ติดต่อ สื่อสาร

“การกงสุล” หมายความว่า

ภารกิจที่เกี่ยวกับการออกหนังสือเดินทาง การออกเอกสารเดินทาง

การคุ้มครองดูแลผลประโยชน์ของชาวไทยในต่างประเทศ

และการดำเนินการในเรื่องสัญชาติและนิติกรณ์

“การต่างประเทศ” หมายความว่า

ภารกิจในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประเทศต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ปลัดกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามข้อบังคับนี้

และมีอำนาจปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

รวมทั้งให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาอันเกี่ยวเนื่องกับข้อบังคับ

ค่านิยมหลัก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ค่านิยมหลักในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการทูต

การกงสุล และการต่างประเทศ พึงยึดค่านิยมหลัก ดังต่อไปนี้

๕.๑

ยึดมั่นและกล้ายืนหยัดกระทำในสิ่งที่ถูกต้องและเป็นธรรม

ปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความซื่อสัตย์

สุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่โอนอ่อนตามอิทธิพลใด ๆ มั่นคงในเหตุผล

ในหลักวิชา ยึดมั่นในจริยธรรมและจรรยาข้าราชการ อีกทั้งรักษาชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์

แห่งสถาบันอย่างเคร่งครัด

๕.๒

มุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน

ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ

เสียสละ อดทน เพื่อให้งานแล้วเสร็จตามวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

โดยยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติและประชาชนเป็นสำคัญ และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน

๕.๓

เคารพต่อคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

ให้ความสำคัญต่อคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในงานวิชาชีพที่จะต้องปฏิบัติต่อกันอย่างเสมอภาคและมีเมตตาธรรม

จรรยา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การเป็นผู้แทน

พึงตระหนักในหน้าที่

ความรับผิดชอบ และสถานภาพ “การเป็นผู้แทน”

ในการปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายทั้งขณะที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศ

ให้ได้ผลสำเร็จสมบูรณ์ตรงตามวัตถุประสงค์

และดำรงตนอย่างเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่และการเป็นผู้แทนของประเทศด้วยเกียรติและศักดิ์ศรี

สำหรับบุคคลที่ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตนั้น

พึงสำนึกในสถานภาพที่สำคัญที่สุดคือการเป็นผู้แทนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ในการส่งเสริมและเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศที่ไปประจำการนอกเหนือจากการเป็นผู้แทนของรัฐบาล

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย

ระเบียบและมารยาทที่เกี่ยวข้อง

พึงเคารพและปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ

ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องกับข้าราชการกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับทางการทูตและการกงสุล

กฎหมายและระเบียบของรัฐผู้รับแบบธรรมเนียมมารยาททางการทูต ทางการกงสุล โดยคำนึงถึงประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นของรัฐผู้รับ

และหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การดำรงตน

๘.๑

การวางตน

พึงดำรงตนให้เหมาะสมกับฐานะและตำแหน่งหน้าที่

และพึงละเว้นการใดที่กระทบกระเทือนหรือทำให้เสื่อมเสียต่อการปฏิบัติราชการ

๘.๒

การรักษาชื่อเสียง

พึงรักษามารยาทและประพฤติตนให้ถูกต้องตามศีลธรรมอย่างเคร่งครัดและ

พึงหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจนำไปสู่ความเสื่อมเสียต่อตนเอง ครอบครัว

และชื่อเสียงขององค์กร รวมทั้งละเว้นกระทำการอันไม่เหมาะสมทางเพศ

๘.๓

การให้ข้อมูลและแสดงความคิดเห็น

พึงดำเนินการให้ข้อมูลหรือเสนอความคิดเห็นอย่างเป็นทางการเมื่อได้รับมอบหมายอย่างเป็นทางการแล้วเท่านั้น

การแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลต่อสาธารณะ

ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใด ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้นั้น

พึงสำนึกถึงสถานะของการเป็นผู้แทนประเทศอยู่เสมอ

๘.๔

การทำงานอื่นนอกเหนืองานราชการ

พึงเว้นปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาชีพหรือการพาณิชย์เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนเมื่อไปปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ

๘.๕

การใช้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูต

พึงเว้นจากการใช้เอกสิทธิ์และความคุ้มกันทางการทูตเพื่อประโยชน์แก่ตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปฏิบัติงานในองค์กร

๙.๑

ความสัมพันธ์ต่อผู้บังคับบัญชา

การรายงานและการให้ข้อแนะนำ

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่พึงรายงานและให้ข้อแนะนำที่มีเนื้อหาสาระครบถ้วน

ตรงไปตรงมา ไม่ลำเอียงหรือมีอคติ

พร้อมทั้งพึงแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาทราบถึงผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการดำเนินนโยบายใด

ๆ ไม่ว่ารายงานและข้อแนะนำนั้นจะสอดคล้องกับความคิดเห็นของผู้บังคับบัญชาหรือไม่

๙.๒

ความสัมพันธ์ต่อผู้ใต้บังคับบัญชา

๙.๒.๑

การเป็นต้นแบบที่ดี

ผู้บังคับบัญชาพึงปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งในการปฏิบัติหน้าที่ราชการและความประพฤติส่วนตัว

ใช้ความรอบรู้ กล้าหาญ

และเที่ยงธรรมในการปฏิบัติต่อผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามหลักคุณธรรม ยกย่อง

เชิดชู และสนับสนุนผู้ที่มีความรู้ ความสามารถคู่คุณธรรม

หมั่นส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

และสร้างจิตสำนึกในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างชีวิตกับการทำงาน

๙.๒.๒

การแสดงภาวะผู้นำ

ผู้บังคับบัญชาพึงแสดงวิสัยทัศน์และกำหนดทิศทางการพัฒนาขององค์กรอย่างมีระบบและชัดเจน

และเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเข้ามามีส่วนร่วมในทุกระดับ

และพึงแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำไม่ว่าจะเป็นของตนเองหรือผู้ใต้บังคับบัญชา

๙.๒.๓

การเลือกใช้คนให้ถูกกับงาน

ผู้บังคับบัญชาพึงสร้างโอกาสและการมีส่วนร่วมของผู้ร่วมงานในองค์กรโดยนำความถนัดหรือชำนาญที่แตกต่างของผู้ร่วมงานในหน่วยงานของตนมาใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพในองค์กร

๙.๓

ความสัมพันธ์ต่อผู้ร่วมงาน

๙.๓.๑

ความสามัคคี

พึงยกย่องนับถือให้เกียรติกัน

สมัครสมานสามัคคีและเกื้อกูลกัน มีความเสียสละอดทน รู้จักเกรงใจ และให้อภัย

๙.๓.๒

การเคารพสิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค

พึงหลีกเลี่ยงพฤติกรรมอันอาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อผู้ร่วมงานในสำนักงานหรือต่างสำนักงานกัน

ระมัดระวังมิให้ความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ร่วมงานส่งผลร้ายต่อการปฏิบัติงาน

และไม่เลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อผู้ร่วมงานทุกระดับ

รวมทั้งเจ้าหน้าที่และลูกจ้างท้องถิ่นเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกำเนิด

เชื้อชาติ ภาษา เพศ สถานะของบุคคล ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม

ความเห็นทางการเมือง หรือสถานะอื่นใด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ความสัมพันธ์ต่อประชาชน สังคม และองค์กร

พึงตระหนักและให้ความสำคัญกับงาน

“การทูตเพื่อประชาชน”

ที่มุ่งหวังให้การต่างประเทศเป็นเรื่องใกล้ตัวประชาชน

รวมทั้งเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือ คุ้มครองและดูแลผลประโยชน์ของคนไทยในต่างประเทศ

อีกทั้งพึงให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพ มีน้ำใจโดยเสมอภาค

เป็นธรรมและคำนึงถึงความถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และประหยัด

พึงมี

“จิตสำนึกสาธารณะ”

และยืนหยัดในการประพฤติตนและปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องและเป็นธรรม

เพื่อส่งเสริมและเป็นภูมิคุ้มกันสำหรับการพัฒนาจริยธรรมที่เข้มแข็งและยั่งยืนในองค์กรและสังคม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ แนวปฏิบัติทั่วไป

ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนพึงมีหน้าที่รายงานโดยสุจริตถึงการปฏิบัติที่ขัดหรือสงสัยว่าจะขัดต่อหลักการต่าง

ๆ ในข้อบังคับฉบับนี้ ต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรง หรือในกรณีที่ไม่อาจรายงานต่อผู้บังคับบัญชาได้

อาจขอคำปรึกษาจากผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไป

ผู้บังคับบัญชาพึงมีหน้าที่สอดส่องดูแลและให้คำแนะนำผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติสอดคล้องกับแนวทางในข้อบังคับฉบับนี้

การบังคับใช้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ข้อบังคับฉบับนี้ เป็นข้อบังคับที่ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ทุกระดับพึงทำความเข้าใจและยึดมั่นในการปฏิบัติงานควบคู่ไปกับแนวทางในประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน

การไม่ปฏิบัติตามจรรยาข้าราชการตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับนี้อันมิใช่ความผิดวินัยให้ผู้บังคับบัญชาตักเตือน

รวมทั้งนำไปประกอบการพิจารณาแต่งตั้งเลื่อนเงินเดือนหรือสั่งให้ได้รับการพัฒนา

และหากมีปัญหาในการปฏิบัติงานเกิดขึ้น

ให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ปรึกษาผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑

มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

วีระศักดิ์ ฟูตระกูล

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๘๙ ง/หน้า ๕๑/๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๒

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยจรรยาข้าราชการและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานการทูต การกงสุล และการต่างประเทศ พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_98cb35ae95c33f05

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com