ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒.๑
ของประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ ๑/๒๕๓๙
เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม
ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๓๙
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ ๑/๒๕๔๑ เรื่อง
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม (แก้ไขเพิ่มเติม) ลงวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๔๑ และ
ประกาศคณะกรรมการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่ ๑/๒๕๔๔
เรื่อง
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการร่วมดำเนินงานกับบุคคลอื่นในการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ ๒) ลงวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน
๒๕๔๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
๑๒.๑ จัดให้มีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกในนิคมอุตสาหกรรม
โดยผู้ร่วมดำเนินงานต้องชำระเงินเพื่อนำเงินเข้าบัญชีกองทุนในอัตราดังนี้
พื้นที่โครงการไม่เกิน
๕๐๐ ไร่ ต้องชำระ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อไร่
พื้นที่โครงการส่วนที่เกิน
๕๐๐ ไร่ แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ไร่ ต้องชำระ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อไร่
พื้นที่โครงการส่วนที่เกิน
๑,๐๐๐
ไร่ แต่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ไร่ ต้องชำระ ๑๕,๐๐๐
บาทต่อไร่
พื้นที่โครงการส่วนที่เกิน
๒,๐๐๐
ไร่ แต่ไม่เกิน ๓,๐๐๐ ไร่ ต้องชำระ ๑๐,๐๐๐
บาทต่อไร่
พื้นที่โครงการส่วนที่เกิน
๓,๐๐๐
ไร่ ขึ้นไป ต้องชำระ ๕,๐๐๐ บาทต่อไร่
และให้กำหนดเงินกองทุนไว้สูงสุดที่จำนวน
๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หกสิบล้านบาท) โดยกำหนดสัดส่วนการชำระเงินกองทุนเป็น
๒ ระดับ คือ ในส่วนร้อยละ ๘๐ แรกของเงินกองทุนให้ชำระเป็นเงินสด และในส่วนร้อยละ
๒๐ ที่เหลือของเงินกองทุนให้ชำระเป็นเงินสด หรือวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันตามสัดส่วนดังกล่าว
ผู้ร่วมดำเนินงานต้องนำเงินเข้าบัญชีกองทุนหรือวางหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันตามวรรคแรก
ตามสัดส่วนของพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดินจาก กนอ. ภายในวันสิ้นเดือนของเดือนถัดไป
นับแต่เดือนที่ผู้ใช้ที่ดินได้รับอนุญาตให้ใช้ที่ดิน
ดอกเบี้ยอันเกิดจากเงินในบัญชีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกให้สมทบเข้าในกองทุน
เมื่อได้มีการชำระเงินครบถ้วนตามจำนวนที่คำนวณตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๒.๑
วรรคหนึ่งแล้วเงินอันเกิดจากดอกเบี้ยในบัญชีกองทุนที่มีส่วนเกินวงเงินกองทุน
ผู้ร่วมดำเนินงานอาจขอนำไปใช้เพื่อการบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกตามหลักเกณฑ์
เงื่อนไขที่ กนอ. กำหนด
การเปิดบัญชีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวกกับธนาคารหรือสถาบันการเงิน
ให้เงินในบัญชีดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ กนอ. ในฐานะผู้บริหารจัดการกองทุน และให้
กนอ. เป็นผู้มีสิทธิใช้และสั่งจ่ายเงินจากบัญชีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก
ในกรณีผู้ร่วมดำเนินงานไม่สามารถดำเนินงานตามวัตถุประสงค์หรือสัญญาร่วมดำเนินงาน
ให้เงินในบัญชีดังกล่าวเป็นกรรมสิทธิ์ของ กนอ. ในฐานะผู้ดูแลกองทุนเพื่อดำเนินการตามวัตถุประสงค์ในการจัดให้มีกองทุน
และให้ กนอ. เป็นผู้มีสิทธิใช้และสั่งจ่ายเงินจากบัญชีกองทุนเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก
ในกรณีที่ผู้ร่วมดำเนินงานขอใช้เงินในบัญชีกองทุนไปดำเนินการเพื่อบำรุงรักษาและสร้างทดแทนระบบสาธารณูปโภคและสิ่งอำนวยความสะดวก
ตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่ กนอ. กำหนด
ซึ่งทำให้ยอดเงินในบัญชีกองทุนของนิคมอุตสาหกรรมร่วมดำเนินงานนั้นต่ำกว่าวงเงินกองทุนที่คำนวณตามอัตราที่กำหนดไว้ตามข้อ
๑๒.๑ วรรคหนึ่ง
ผู้ร่วมดำเนินงานต้องนำเงินมาทดแทนให้ครบถ้วนตามวงเงินกองทุนที่กำหนดไว้นั้นภายใน
๑ ปี นับแต่วันที่ กนอ. สั่งจ่ายเงินออกจากบัญชีกองทุน ทั้งนี้
ผู้ร่วมดำเนินงานต้องนำหลักประกันเป็นหนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือสถาบันการเงินที่
กนอ. เห็นชอบในวงเงินเท่ากับจำนวนเงินที่ กนอ. สั่งจ่ายมาวางเป็นหลักประกันให้แก่ กนอ. ในวันที่
กนอ. สั่งจ่ายเงินยอดนั้นออกจากบัญชีกองทุน
ทั้งนี้
ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗
พลเอก
เลิศรัตน์ รัตนวานิช
ประธานกรรมการการนิคมอุตสาหกรรม
แห่งประเทศไทย
มยุรี/พิมพ์
๓ กันยายน ๒๕๔๗
ศุภสรณ์/ธัญกมล/ตรวจ
๒๒ กันยายน ๒๕๔๗
ปิยะธิดา/ปรับปรุง
๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๑
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ
๗๓ ง/หน้า
๓๘/๒
กรกฎาคม ๒๕๔๗