法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบหมายให้เลขาธิการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
32
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบหมายให้

เลขาธิการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

พ.ศ. ๒๕๕๙

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดให้มีหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบหมายให้เลขาธิการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เพื่อให้การดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นของเลขาธิการและพนักงาน ป.ป.ท. ที่ได้รับมอบหมาย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็วยิ่งขึ้น และสอดคล้องกับบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคสอง มาตรา ๑๘ มาตรา ๒๓ มาตรา ๓๖ และมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ และมาตรา ๒๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๙ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ จึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบหมายให้เลขาธิการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ประธานกรรมการ” หมายความว่า ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“คณะกรรมการ ป.ป.ท.” หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“เลขาธิการ” หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

“พนักงาน ป.ป.ท.” หมายความว่า เลขาธิการ รองเลขาธิการ และผู้ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐแต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือน ซึ่งดำรงตำแหน่งในระดับไม่ต่ำกว่าหัวหน้างานหรือเทียบเท่าให้ปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้

“ไต่สวนข้อเท็จจริง” หมายความว่า แสวงหา รวบรวม และการดำเนินการอื่นใด เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ในการที่จะทราบรายละเอียดและพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

“ไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น” หมายความว่า การไต่สวนข้อเท็จจริงที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มอบหมายให้เลขาธิการดำเนินการ หรือซึ่งเลขาธิการได้มอบหมายให้พนักงาน ป.ป.ท. ดำเนินการ

“ผู้กล่าวหา” หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับความเสียหายจากการกระทำการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือได้พบเห็นการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และได้กล่าวหาตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

“ผู้ถูกกล่าวหา” หมายความว่า ผู้ซึ่งถูกกล่าวหาหรือมีพฤติการณ์ปรากฏแก่คณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่าได้กระทำการทุจริตในภาครัฐ อันเป็นมูลที่จะนำไปสู่การไต่สวนข้อเท็จจริงตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และให้หมายความรวมถึงตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ประธานกรรมการเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ให้คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีอำนาจตีความและวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ระเบียบนี้

การมอบหมายพนักงาน ป.ป.ท.

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หากคณะกรรมการ ป.ป.ท. มิได้มีมติเป็นประการอื่น ในการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงตามมาตรา ๒๓ ให้เลขาธิการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการ ป.ป.ท. แล้วนำเสนอสำนวนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาตามมาตรา ๓๙ ต่อไป

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง เลขาธิการอาจมอบหมายให้พนักงาน ป.ป.ท. เป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้

ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีเหตุอันสมควร อาจมีมติให้เปลี่ยนพนักงาน ป.ป.ท. ผู้รับผิดชอบสำนวน หรือเรียกคืนสำนวนมาดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การมอบหมายพนักงาน ป.ป.ท. ตามข้อ ๕ วรรคสอง ให้เลขาธิการทำเป็นคำสั่งมอบหมายเป็นลายลักษณ์อักษรให้พนักงาน ป.ป.ท. ทำหน้าที่ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นโดยเร็วแล้วเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. เพื่อทราบ

คำสั่งมอบหมายตามวรรคหนึ่งให้ระบุชื่อและตำแหน่งของผู้ถูกกล่าวหา เรื่องที่กล่าวหา ชื่อและตำแหน่งของพนักงาน ป.ป.ท. ผู้ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ ให้มีสาระสำคัญตามแบบที่เลขาธิการกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้อำนวยการสำนักที่รับผิดชอบมีหน้าที่ควบคุม กำกับ ดูแล และเร่งรัดในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ป.ป.ท. เพื่อให้การไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น การรวบรวมพยานหลักฐาน และการสรุปสำนวนเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. ดำเนินการโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภายหลังจากการมอบหมายพนักงาน ป.ป.ท. ตามข้อ ๕ วรรคสอง ถ้าเลขาธิการเห็นว่ามีเหตุอันสมควรนอกจากเหตุคัดค้านตามข้อ ๙ จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน เพิ่ม หรือลดจำนวนพนักงาน ป.ป.ท. ให้ดำเนินการได้โดยให้แสดงเหตุแห่งการสั่งนั้นไว้ด้วย ในกรณีจำนวนพนักงาน ป.ป.ท. ลดลง ให้พนักงาน ป.ป.ท. ที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้

ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับกรณีที่พนักงาน ป.ป.ท. คนใดคนหนึ่งพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นด้วยเหตุใด ๆ หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในระหว่างที่ได้รับมอบหมายโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ พนักงาน ป.ป.ท. ที่ได้รับการมอบหมาย จะต้องไม่เป็นบุคคลซึ่งมีเหตุ ดังต่อไปนี้

(๑) รู้เห็นเหตุการณ์หรือเคยสอบสวนหรือพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องที่กล่าวหาในฐานะอื่นที่มิใช่ในฐานะพนักงาน ป.ป.ท. หรือเจ้าหน้าที่ ป.ป.ท. มาก่อน

(๒) มีส่วนได้เสียในเรื่องที่กล่าวหา

(๓) มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

(๔) เป็นผู้กล่าวหา หรือผู้ถูกกล่าวหา หรือเป็นคู่สมรส บุพการี ผู้สืบสันดานหรือพี่น้องร่วมบิดามารดาหรือร่วมบิดาหรือมารดากับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

(๕) มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดในฐานะญาติ หรือเป็นหุ้นส่วน หรือมีผลประโยชน์ร่วมกันหรือขัดแย้งกันทางธุรกิจกับผู้กล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวหา

ในกรณีที่พนักงาน ป.ป.ท. ผู้ใดเห็นว่าตนมีเหตุตามวรรคหนึ่ง ให้แจ้งต่อเลขาธิการโดยเร็วและระหว่างนั้นห้ามผู้นั้นยุ่งเกี่ยวกับการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

การคัดค้าน

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ให้พนักงาน ป.ป.ท. ผู้รับผิดชอบสำนวนแจ้งคำสั่งมอบหมายดังกล่าวให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยเร็ว

ในการแจ้งคำสั่งให้แจ้งเป็นหนังสือตามแบบที่เลขาธิการกำหนด โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อและวันที่รับทราบไว้เป็นหลักฐาน แล้วมอบสำเนาคำสั่งให้ผู้ถูกกล่าวหาหนึ่งฉบับ หรือจะส่งสำเนาคำสั่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปให้ผู้ถูกกล่าวหา ณ ภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการหรือที่อยู่ตามหลักฐานที่ปรากฏจากการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ เมื่อเลยกำหนดเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ส่งสำเนาคำสั่งดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาได้รับทราบคำสั่งแล้ว

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ยอมรับทราบคำสั่ง หรือไม่อาจแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบได้ ให้พนักงาน ป.ป.ท. ผู้รับผิดชอบสำนวนบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การคัดค้านพนักงาน ป.ป.ท. ซึ่งมีเหตุตามข้อ ๙ ให้ยื่นหนังสือคัดค้านด้วยตนเองหรือส่งหนังสือคัดค้านทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับภายในสิบห้าวันนับแต่วันรับทราบคำสั่งมอบหมายพนักงาน ป.ป.ท. หรือนับแต่วันทราบเหตุแห่งการคัดค้าน เว้นแต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมเลขาธิการอาจพิจารณา คำคัดค้านที่ยื่นไม่เป็นไปตามวิธีการหรือระยะเวลาที่กำหนดก็ได้

หนังสือคัดค้านต้องแสดงเหตุแห่งการคัดค้านไว้ด้วยว่า จะทำให้การไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นไม่ได้ความจริงและความยุติธรรมอย่างใด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้เลขาธิการพิจารณาวินิจฉัยคำคัดค้าน ในการพิจารณาคำคัดค้าน ให้เลขาธิการแจ้งผู้ถูกคัดค้านทราบเพื่อให้โอกาสผู้ถูกคัดค้านชี้แจงข้อเท็จจริง และเลขาธิการอาจตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในเรื่องนั้น ๆ ว่ามีเหตุตามคำคัดค้าน หรือมีเหตุอื่นหรือไม่ ได้ตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เมื่อเลขาธิการเห็นว่าคำคัดค้านมิได้เป็นไปตามเหตุแห่งการคัดค้าน ให้มีคำสั่งยกคำคัดค้านนั้น ทั้งนี้ ผู้คัดค้านมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการ ป.ป.ท. ภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับทราบคำสั่ง

ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าคำคัดค้านนั้นมีเหตุผล ให้มีคำสั่งให้ผู้ถูกคัดค้านพ้นจากการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

ในการแจ้งคำสั่งตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้มีหนังสือแจ้งผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่เลขาธิการมีคำสั่ง

ในระหว่างที่รอการวินิจฉัยของเลขาธิการหรือคณะกรรมการ ป.ป.ท. แล้วแต่กรณี ให้ผู้ถูกคัดค้านระงับการปฏิบัติหน้าที่ไว้พลางก่อน

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่เลขาธิการสั่งให้พนักงาน ป.ป.ท. ผู้ใดพ้นจากการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามข้อ ๑๓ ย่อมไม่กระทบต่อการดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่ผู้นั้นได้ดำเนินการไปแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีมีการมอบหมายพนักงาน ป.ป.ท. ตามข้อ ๕ วรรคสอง หรือมีการเปลี่ยนแปลงตามข้อ ๘ ให้แจ้งคำสั่งมอบหมาย หรือคำสั่งเปลี่ยนแปลงบุคคลนั้น ๆ ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยเร็ว

การไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้พนักงาน ป.ป.ท. ซึ่งได้รับมอบหมายไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีหน้าที่ดังนี้

(๑) แสวงหา รวบรวม และดำเนินการอื่นใดเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานในการที่จะทราบรายละเอียดและพิสูจน์เกี่ยวกับการทุจริตในภาครัฐของเจ้าหน้าที่ของรัฐ

(๒) จัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นพร้อมทำความเห็นเสนอต่อเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้พนักงาน ป.ป.ท. ผู้รับผิดชอบสำนวนพิจารณากำหนดแนวทางและระยะเวลาในการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงาน ป.ป.ท. ผู้รับผิดชอบสำนวนพิจารณาจากรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน คำกล่าวหา คำร้องทุกข์ คำกล่าวโทษ หรือคำร้องเรียน รวมทั้งเอกสารหลักฐานต้นเรื่อง ข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดแนวทางและระยะเวลาในการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นให้ดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ให้พนักงาน ป.ป.ท. ที่เลขาธิการมอบหมายมีอำนาจดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกให้สถาบันการเงิน ส่วนราชการ องค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ ส่งเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งบัญชีเอกสาร หรือหลักฐานใด ๆ มาเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงหรือเพื่อประกอบการพิจารณา

(๒) มีหนังสือสอบถามหรือเรียกบุคคลใด ๆ มาเพื่อให้ถ้อยคำ ส่งคำชี้แจงเป็นหนังสือ หรือส่งบัญชีเอกสารหรือหลักฐานใด ๆ มาเพื่อไต่สวนข้อเท็จจริงหรือเพื่อประกอบการพิจารณา

(๓) ดำเนินการขอให้ศาลที่มีเขตอำนาจออกหมายเพื่อเข้าไปในเคหสถาน สถานที่ทำการหรือสถานที่อื่นใด รวมทั้งยานพาหนะของบุคคลใด ๆ ในเวลาระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก หรือ ในระหว่างเวลาที่มีการประกอบกิจการเพื่อตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัด เอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานอื่นใดซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ไต่สวนข้อเท็จจริง และหากยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จในเวลาดังกล่าวให้สามารถดำเนินการต่อไปได้จนกว่าจะแล้วเสร็จ

(๔) ขอให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐให้ความช่วยเหลือสนับสนุนหรือเข้าร่วมปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความเหมาะสม โดยให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐปฏิบัติการตามที่ขอได้ตามสมควรแก่กรณี

การดำเนินการตาม (๑) (๓) และ (๔) ให้พนักงาน ป.ป.ท. ที่ได้รับมอบหมายเสนอให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนดำเนินการ

บรรดาข้อมูล พยานหลักฐานที่ได้มาตามวรรคหนึ่ง ให้จัดเก็บรวมเข้าไว้ในสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ก่อนที่คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีมติว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการทุจริตในภาครัฐ หากพนักงาน ป.ป.ท. เห็นว่า ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหายังอยู่ในตำแหน่งหน้าที่ต่อไปจะเป็นอุปสรรคต่อการไต่สวนข้อเท็จจริง สมควรสั่งพักราชการ พักงาน หรือให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ถูกกล่าวหานั้นไว้ก่อน ให้เสนอเรื่องต่อเลขาธิการเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาตามมาตรา ๓๗ วรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การขอเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาหรือบุคคลอื่นที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะเกี่ยวข้องในเรื่องที่กล่าวหา ให้พนักงาน ป.ป.ท. ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเข้าถึงข้อมูลตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงาน ป.ป.ท. ให้นำหมวด ๓ ว่าด้วยการไต่สวนข้อเท็จจริงของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การแจ้งข้อกล่าวหา และการชี้แจงข้อกล่าวหา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ เมื่อพนักงาน ป.ป.ท. เห็นว่า การไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะสนับสนุนข้อกล่าวหา ให้เรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ และให้โอกาสผู้ถูกกล่าวหาที่จะชี้แจงข้อกล่าวหา ทั้งนี้ การแจ้งข้อกล่าวหาและการชี้แจงข้อกล่าวหาให้นำหมวด ๒ ว่าด้วยการแจ้งข้อกล่าวหาและชี้แจงข้อกล่าวหา ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีที่พนักงาน ป.ป.ท. เห็นสมควรอาจทำการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติมโดยสอบปากคำพยานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงมีคำสั่งเรียกเอกสารหรือหลักฐานจากหน่วยงานหรือบุคคลใด เพื่อประกอบการพิจารณาในการวินิจฉัยคดีหลังจากที่มีการแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบและได้รับฟังคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาโดยได้ไต่สวนพยานหลักฐานของผู้ถูกกล่าวหาแล้วก็ได้

การจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในการจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ให้นำหมวด ๔ ว่าด้วยการจัดทำสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ เมื่อพนักงาน ป.ป.ท. ได้ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นเสร็จสิ้นแล้ว ให้พนักงาน ป.ป.ท. พิจารณาพยานหลักฐานและวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมเหตุผล แล้วสรุปสำนวนพร้อมทั้งความเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดทางอาญาหรือทางวินัย หรือมีมูลความผิดทั้งทางอาญาและทางวินัย หรือจะต้องดำเนินการตามมาตรา ๔๙ หรือไม่ เสนอต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาทำความเห็นเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาตามมาตรา ๓๙ ต่อไป

กรณีตามวรรคหนึ่ง หากพนักงาน ป.ป.ท. มีความเห็นต่างกันในปัญหาข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายให้บันทึกความเห็นนั้นไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ เพื่อประโยชน์แห่งการไต่สวนข้อเท็จจริง เลขาธิการจะสั่งให้พนักงาน ป.ป.ท. ไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นเพิ่มเติมก็ได้

การพิจารณาชี้มูล

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์แห่งความเป็นธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ท. มีอำนาจให้พนักงาน ป.ป.ท. ไต่สวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม

ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ท. เห็นสมควร อาจดำเนินการตามมาตรา ๓๙ วรรคสอง ก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ท. ว่าข้อกล่าวหานั้นมีมูลหรือไม่ ให้นำหมวด ๕ ว่าด้วยการพิจารณาชี้มูล ของระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการไต่สวนข้อเท็จจริง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การเก็บรักษาเอกสาร ทรัพย์สิน หรือพยานหลักฐานอื่นใดซึ่งได้จากการตรวจสอบ ค้น ยึด หรืออายัด ในการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ให้เป็นไปตามระเบียบที่สำนักงานกำหนด

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ในกรณีผู้ถูกกล่าวหาถึงแก่ความตายในระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้น ให้พนักงาน ป.ป.ท. เสนอเลขาธิการเพื่อเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ท. พิจารณาสั่งยุติการไต่สวนข้อเท็จจริง หรือสั่งให้ไต่สวนข้อเท็จจริงต่อไปหากปรากฏพฤติการณ์เชื่อได้ว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำผิดในฐานะเป็นตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ในกรณีที่มีการร้องขอให้คุ้มครองช่วยเหลือพยาน หรือขอให้กันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยานในระหว่างการแสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐาน หรือการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้นำประกาศคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการกันบุคคลหรือผู้ถูกกล่าวหาไว้เป็นพยาน และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในภาครัฐเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองเบื้องต้นตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต มาใช้บังคับกับกรณีดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เลขาธิการ หรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายอาจมีคำสั่งให้ขยายหรือย่นระยะเวลาตามข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๓ และข้อ ๒๒ ที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ได้ตามที่เห็นสมควร

การนับระยะเวลาตามระเบียบนี้ ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ประกาศ ณ วันที่ ๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

กิตติ ลิ้มชัยกิจ

ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ

ปริยานุช/จัดทำ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

ชวัลพร/ตรวจ

๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๒๔๕ ง/หน้า ๑/๒๗ ตุลาคม ๒๕๕๙

32 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการมอบหมายให้เลขาธิการไต่สวนข้อเท็จจริงเบื้องต้นแทนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_990314758fda99db

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com