法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการการตรวจสถานประกอบการหรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พ.ศ. 2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการ

หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบ

ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

พ.ศ. ๒๕๖๑

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไข ในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในข้อ

๒ ข้อ ๔ (๑) และข้อ ๔ วรรคสาม ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่

๗๗/๒๕๕๙ เรื่อง การเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ

ลงวันที่ ๒๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการวัตถุอันตรายตามพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย

พ.ศ. ๒๕๓๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ในการประชุมครั้งที่ ๒๖-๔/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๕

มิถุนายน ๒๕๖๐ จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

“วัตถุอันตราย”

หมายความว่า วัตถุอันตรายที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยารับผิดชอบตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม

เรื่อง บัญชีรายชื่อวัตถุอันตราย ออกตามความในมาตรา ๑๘

วรรคสองแห่งพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ. ๒๕๓๕

“ผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า บุคคลธรรมดาที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการหรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

“องค์กรผู้เชี่ยวชาญ”

หมายความว่า นิติบุคคล หรือองค์กร หรือสภาวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น

และให้รวมถึงหน่วยงานหรือองค์กรที่จัดตั้งโดยสภาวิชาชีพด้วย ที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการการตรวจสถานประกอบการ

หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

“หน่วยงานของรัฐ”

หมายความว่า ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน มหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

และหน่วยงานอื่นของรัฐ

รวมทั้งสถาบันภายใต้มูลนิธิที่จัดตั้งโดยส่วนราชการที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการการตรวจสถานประกอบการ

หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

“องค์กรเอกชน”

หมายความว่า นิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ ที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

สถาบันการศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน ที่ได้รับการขึ้นบัญชีจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการการตรวจสถานประกอบการ

หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

“ผู้ขอขึ้นบัญชี”

หมายความว่า บุคคลธรรมดา นิติบุคคล หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ประสงค์จะขอขึ้นบัญชีกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเพื่อทาหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

“คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์”

หมายความว่า คณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาให้ทำหน้าที่พิจารณาและวินิจฉัยคาอุทธรณ์

“เลขาธิการ”

หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา

“สำนักงาน”

หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กำหนดให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย เพื่อนำผลการประเมินมาประกอบการพิจารณาในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

ดังต่อไปนี้

(๑)

การประเมินเอกสารทางวิชาการตามคำขอขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย คำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการการขึ้นทะเบียนวัตถุอันตราย

หรือการขอหารือทางวิชาการเฉพาะด้านเกี่ยวกับวัตถุอันตราย

(๒)

การตรวจประเมินสถานประกอบการตามคำขออนุญาตและคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต

(๓)

การตรวจประเมินสถานประกอบการผลิตตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย (Good

Manufacturing

Practice:

GMP)

ทั้งนี้

ไม่รวมถึงการตรวจประเมินโดยหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการได้มาซึ่งองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบหรือตรวจสถานประกอบการผลิตวัตถุอันตราย

ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตรายที่สำนักงานรับผิดชอบ

(๔)

การประเมินเอกสารทางวิชาการ การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบอื่นที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ

ส่วนที่

คุณสมบัติของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑) สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรีมาแล้วมากกว่าสิบปี

ปริญญาโทมากกว่าห้าปีหรือปริญญาเอกมากกว่าสามปี

ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องตามที่ขอขึ้นบัญชี จากสถาบันการศึกษาที่สำนักงาน ก.พ.

รับรอง

(๒)

มีความรู้ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญในสาขาที่ขอขึ้นบัญชี โดยต้องมีประสบการณ์ในการทำงานในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของระยะเวลาที่สำเร็จการศึกษามาแล้วในแต่ละระดับการศึกษาข้างต้น

หรือมีผลงานการศึกษาวิจัยหรือผลงานทางวิชาการในสาขาที่เกี่ยวข้องที่เป็นที่ยอมรับ

(๓)

ต้องไม่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในระยะเวลาสองปีก่อนหน้านี้กับผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตราย

รวมถึงต้องไม่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำหรือที่ปรึกษาให้แก่ผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตรายภายในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา

เว้นแต่เป็นการให้คำแนะนำตามอำนาจหน้าที่โดยตำแหน่งในราชการหรือตามที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติราชการ

(๔)

ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีของสำนักงาน เว้นแต่เวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนนั้น

(๕)

ไม่เป็นผู้ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการยื่นขอขึ้นบัญชีเว้นแต่คดีจะยุติว่าผู้ขอขึ้นบัญชีไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น

หรือในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด ผู้ขอขึ้นบัญชีสามารถยื่นคำขอได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว

(๖)

ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพื่อรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งอันเนื่องมาจากมีพฤติการณ์หรือมีมูลเหตุอันควรเชื่อถือได้ว่ากระทำการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง

หรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดดังกล่าวหรือมีความผิดในเหตุอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ สำนักงานจะขึ้นบัญชีความเชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่ง

หรือหลายสาขา ดังต่อไปนี้

(๑) สาขาพิษวิทยา

(๒)

สาขาการประเมินความเสี่ยงจากการใช้ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

(๓)

สาขาการประเมินประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

(๔)

สาขาการประเมินผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่

(๕)

สาขาการตรวจประเมินสถานที่ด้านสิ่งแวดล้อม

(๖)

สาขาการตรวจประเมินห้องปฏิบัติการ

(๗)

สาขาการตรวจประเมินสถานประกอบการวัตถุอันตราย

(๘)

สาขาการตรวจประเมินสถานประกอบการผลิตตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย

(๙)

สาขาการตรวจรับรองระบบงานของหน่วยตรวจหรือหน่วยรับรองสถานที่ผลิตตามหลักเกณฑ์วิธีการที่ดีในการผลิตวัตถุอันตราย

(๑๐) สาขาการประเมินด้านอื่น

ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานของผู้เชี่ยวชาญ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ผู้เชี่ยวชาญต้องมีมาตรฐาน หน้าที่

ความรับผิดชอบ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินงานดังนี้

(๑)

ประเมินเอกสารทางวิชาการ ตรวจสถานประกอบการ หรือตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายตามแต่กรณี

ตามหลักวิชาการบนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์

(๒)

ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการตรวจประเมินตามที่สำนักงานกำหนด

(๓)

จัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการ รายงานผลการตรวจประเมินสถานประกอบการ

หรือรายงานผลการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ตามแต่กรณี และส่งมอบให้สำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนด

(๔)

มีความเป็นกลาง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งไม่มีความสัมพันธ์กับองค์กร

หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการในเรื่องที่พิจารณา

(๕)

แสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารทางวิชาการ

ตรวจสถานประกอบการ หรือตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ตามแต่กรณี ทุกครั้งก่อนที่จะทำการตรวจประเมิน

ทั้งนี้ หากเคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาหรือให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตรายรายใด

ต้องไม่ดำเนินการตรวจประเมินคำขอที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายนั้นและต้องแจ้งให้สำนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมทั้งส่งคืนเอกสารประกอบคำขอ

เอกสารวิชาการและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทั้งหมดให้สำนักงาน

(๖)

รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับและลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการรักษาความลับและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใด

ๆ ที่เกี่ยวกับการประเมินเอกสารทางวิชาการ การตรวจสถานประกอบการหรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

ตามที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานให้แก่บุคคลที่สาม

(๗)

ต้องไม่นำการขึ้นบัญชีกับสำนักงานไปใช้หรืออ้างถึงในทางที่ทำให้เกิดความเสียหายหรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการได้รับการขึ้นบัญชี

หมวด

คุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

ส่วนที่

คุณสมบัติขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

(๑)

มีการจัดตั้งองค์กรหรือหน่วยงานอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยมีภารกิจหรือวัตถุประสงค์การจัดตั้งและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสอดคล้องตามสาขาที่ขอขึ้นบัญชี

หากเป็นองค์กรเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยต้องมีวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งสอดคล้องกับสาขาที่จะขอขึ้นบัญชี

(๒)

มีการกำหนดนโยบาย ระบบบริหารจัดการคุณภาพ และการบริหารการจัดการองค์กรหรือหน่วยงานตามหลักธรรมาภิบาล

(๓)

มีฝ่ายบริหารจัดการเพื่ออำนวยความสะดวกในการประสานงานระหว่างสำนักงานกับผู้เชี่ยวชาญในองค์กรหรือหน่วยงาน

เพื่อรวบรวมข้อคิดเห็นและจัดทำเป็นรายงานผลการตรวจประเมินรวมถึงการประสานงานระหว่างสำนักงานกับองค์กรหรือหน่วยงาน

(๔)

ต้องมีบุคลากรในสังกัดหรือมีเครือข่ายนักวิชาการในสังกัดที่มีความรู้ ความชำนาญความเชี่ยวชาญ

และประสบการณ์ตามความเชี่ยวชาญในสาขาที่ขอขึ้นบัญชีอย่างน้อยหนึ่งคนโดยต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติตามข้อ

๔ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้ประเมินเอกสารทางวิชาการ ตรวจสถานประกอบการ

หรือตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

(๕)

ไม่เป็นผู้ถูกเพิกถอนการขึ้นบัญชีของสำนักงาน เว้นแต่เวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนนั้น

(๖)

ต้องไม่มีความเกี่ยวข้องทั้งทางตรงและทางอ้อมในระยะเวลาสองปีก่อนหน้านี้กับผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตราย

รวมถึงต้องไม่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้คำแนะนำหรือที่ปรึกษาให้แก่ผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตรายภายในระยะเวลาสองปีที่ผ่านมา

เว้นแต่เป็นการให้คำแนะนำตามอำนาจหน้าที่โดยตำแหน่งในราชการหรือตามที่ได้รับมอบหมายในการปฏิบัติราชการ

(๗)

ไม่เป็นผู้ถูกดำเนินคดี หรือเป็นผู้ที่มีตัวแทนที่อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารที่จะนำมาใช้ประกอบการยื่นขอขึ้นบัญชี

เว้นแต่คดีจะยุติว่าผู้ยื่นคำขอหรือตัวแทนไม่มีความผิดตามข้อกล่าวหานั้น

หรือในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ามีความผิด ผู้ขอขึ้นบัญชีสามารถยื่นคำขอได้เมื่อพ้นกำหนดสองปีนับแต่วันที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดในคดีดังกล่าว

(๘)

ไม่เป็นผู้อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบเพื่อรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารฉบับใดฉบับหนึ่งอันเนื่องมาจากมีพฤติการณ์หรือมีมูลเหตุอันควรเชื่อถือได้ว่าเป็นผู้กระทำการหรือมีตัวแทนกระทาการปลอมแปลงเอกสารของทางราชการที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง

หรือมีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิดดังกล่าว

หรือมีความผิดในเหตุอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขึ้นบัญชีความเชี่ยวชาญขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนให้เป็นไปตามสาขาความเชี่ยวชาญตามที่กาหนดไว้ในข้อ

ส่วนที่

มาตรฐาน

หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงาน

ขององค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ต้องมีมาตรฐาน หน้าที่ความรับผิดชอบ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินงานดังนี้

(๑)

จัดทำบัญชีรายชื่อและสาขาความเชี่ยวชาญของบุคลากรในสังกัดหรือเครือข่ายนักวิชาการในสังกัดที่ทำหน้าที่ประเมินเอกสารทางวิชาการ

ตรวจสถานประกอบการ หรือตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

(๒)

ประสานและกำหนดบุคคลหรือคณะบุคคลในสังกัดหรือเครือข่ายนักวิชาการในสังกัดที่มีคุณสมบัติตามข้อ

๔ เพื่อประเมินเอกสารทางวิชาการ ตรวจสถานประกอบการ หรือตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย

ตามหลักวิชาการบนพื้นฐานข้อมูลและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และรวบรวมข้อคิดเห็นและจัดทำรายงานผลการตรวจประเมินเพื่อส่งมอบให้สำนักงานภายในระยะเวลาที่กำหนดรวมทั้งประสานกับสำนักงานในกรณีที่มีข้อสงสัยหรือปัญหาเกี่ยวกับการตรวจประเมิน

(๓)

ให้ถือว่าความเห็นในรายงานผลการตรวจประเมินตามข้อ ๙ (๒) ของบุคลากรในสังกัดหรือของเครือข่ายนักวิชาการในสังกัดเป็นความเห็นขององค์กรหรือหน่วยงานนั้น

และให้บุคลากรดังกล่าวรวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานต้องรับผิดชอบต่อความเห็นนั้น

(๔) ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ หรือเงื่อนไขการตรวจประเมินตามที่สำนักงานกำหนด

(๕)

มีความเป็นกลาง และไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งโดยทางตรงหรือทางอ้อม รวมทั้งไม่มีความสัมพันธ์กับองค์กร

หน่วยงาน หรือผู้ประกอบการในเรื่องที่พิจารณา

(๖)

แสดงความไม่มีส่วนได้ส่วนเสียหรือความเกี่ยวข้องกับผู้ยื่นคำขอประเมินเอกสารทางวิชาการ

ตรวจสถานประกอบการ หรือตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ตามแต่กรณี ทุกครั้งก่อนที่จะทำการตรวจประเมิน

ทั้งนี้ หากองค์กรหรือหน่วยงาน

หรือบุคลากรในสังกัดหรือเครือข่ายนักวิชาการในสังกัดผู้ได้รับมอบหมายให้ตรวจประเมิน

เคยทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาหรือให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้านวัตถุอันตรายรายใด

ต้องไม่ดำเนินการตรวจประเมินคำขอที่เกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการรายนั้น

และต้องแจ้งให้สำนักงานทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมทั้งส่งคืนเอกสารประกอบคำขอ

เอกสารวิชาการ และเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทั้งหมดให้สำนักงาน

(๗)

รักษาความลับของข้อมูลที่ได้รับและลงนามเพื่อแสดงเจตจำนงในการรักษาความลับและต้องไม่เปิดเผยข้อมูลใด

ๆ ที่เกี่ยวกับการประเมินเอกสารทางวิชาการและการตรวจสถานประกอบการวัตถุอันตรายตามที่ได้รับมอบหมายจากสำนักงานให้แก่บุคคลที่สาม

(๘)

ต้องไม่นำการขึ้นบัญชีกับสำนักงานไปใช้หรืออ้างถึงในทางที่ทำให้เกิดความเสียหายหรืออาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในการได้รับการขึ้นบัญชี

หมวด

การขึ้นบัญชี

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การยกเลิก และการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การขึ้นบัญชี

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

การยื่นคำขอขึ้นบัญชี

ให้ผู้ขอขึ้นบัญชียื่นคำขอต่อสำนักงานหรือผ่านระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสำนักงาน

พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด ทั้งนี้

ผู้ขอขึ้นบัญชีต้องส่งมอบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การขึ้นบัญชี

ให้เลขาธิการประกาศการขึ้นบัญชีเป็นผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน เพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ การตรวจสถานประกอบการ

หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายเมื่อปรากฏว่าผู้ขอขึ้นบัญชีมีคุณสมบัติ

มาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบ และเงื่อนไขการดำเนินงานตามหมวด ๑ หรือหมวด ๒

แล้วแต่กรณี

บัญชีผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ตามวรรคหนึ่งให้มีอายุสามปีนับแต่วันที่ได้ขึ้นบัญชี

หากประสงค์จะขึ้นบัญชีดังกล่าวใหม่ ให้ยื่นคำขอขึ้นบัญชีภายในเก้าสิบวันก่อนวันสิ้นอายุ

เมื่อได้ยื่นคำขอดังกล่าวแล้วให้ถือว่าบัญชีดังกล่าวยังใช้ต่อไปได้จนกว่าเลขาธิการจะไม่ขึ้นบัญชี

ส่วนที่

การแก้ไขเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่มีความประสงค์ขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายละเอียดข้อมูลตามที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ในเอกสารหลักฐานประกอบคาขอขึ้นบัญชี

เช่น ข้อมูลทั่วไป บุคลากรที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ ประวัติการศึกษา ประวัติการทางาน

และประสบการณ์การทางาน เป็นต้น ให้ยื่นคำขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่เลขาธิการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

หากการขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงเป็นการขยายสาขาความเชี่ยวชาญ

หรือการแก้ไขเปลี่ยนแปลงมีผลให้สาขาความเชี่ยวชาญที่ขึ้นบัญชีไว้เปลี่ยนแปลงไป สำนักงานจะพิจารณาตรวจสอบเอกสารหลักฐานโดยนำหลักเกณฑ์การพิจารณารับขึ้นบัญชีมาใช้บังคับโดยอนุโลม

และเลขาธิการจะประกาศแก้ไขบัญชีให้สอดคล้องตามสาขาความเชี่ยวชาญที่เปลี่ยนแปลงไป

ส่วนที่

การยกเลิก

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่มีความประสงค์ขอยกเลิกการขึ้นบัญชี

ให้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสี่สิบห้าวัน และเลขาธิการจะประกาศยกเลิกการขึ้นบัญชีนั้น

ทั้งนี้

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ต้องจัดทำรายงานผลการประเมินเอกสารทางวิชาการให้แล้วเสร็จ

และส่งมอบให้สำนักงานก่อนวันที่มีผลเป็นการยกเลิกการขึ้นบัญชีตามวรรคหนึ่ง

เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

หากต่อมามีประกาศเปลี่ยนแปลงสาขาความเชี่ยวชาญที่รับขึ้นบัญชี

และการเปลี่ยนแปลงนั้นมีผลยกเลิกสาขาความเชี่ยวชาญที่ได้ประกาศไว้

เลขาธิการจะประกาศยกเลิกการขึ้นบัญชีสาขาที่มีการประกาศยกเลิกนั้น

และจะมีหนังสือแจ้งให้ผู้ที่ได้ขึ้นบัญชีไว้ในสาขาที่มีการประกาศยกเลิกทราบ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ผลของการยกเลิกการขึ้นบัญชีไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด

ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของสำนักงาน

ส่วนที่

การเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

เมื่อปรากฏกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้ สำนักงานจะดำเนินการเพิกถอนการขึ้นบัญชี

(๑)

จงใจยื่นเอกสารอันเป็นเท็จ ซึ่งเอกสารอันเป็นเท็จนั้นมีส่วนสำคัญในการที่สำนักงานใช้ในการพิจารณารับขึ้นบัญชีหรือกำหนดสาขาความเชี่ยวชาญ

(๒)

ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๔ หรือข้อ ๗ หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน หน้าที่ ความรับผิดชอบมาตรฐาน

และเงื่อนไขการดำเนินงานตามข้อ ๖ หรือข้อ ๙

(๓)

องค์กรผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานของรัฐที่เลิก ถูกยกเลิก หรือถูกยุบองค์กรหรือหน่วยงานหรือองค์การเอกชนที่เป็นนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนเลิกกิจการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ผลของการเพิกถอนการขึ้นบัญชีไม่มีผลกระทบต่อการกระทำใด

ๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ได้ดำเนินการไปแล้วอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ ทั้งนี้ ให้อยู่ในการพิจารณาของสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนที่ถูกเพิกถอนออกจากการขึ้นบัญชี

จะขอขึ้นบัญชีใหม่อีกไม่ได้ เว้นแต่เวลาได้ผ่านพ้นไปแล้วไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันที่ถูกเพิกถอนนั้น

โดยต้องผ่านการตรวจประเมินคุณสมบัติ ความโปร่งใส ความเป็นกลางและการรักษาความลับ

ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับเฉพาะกรณีการเพิกถอนตามข้อ

๑๗ (๒) และ (๓) เท่านั้นส่วนกรณีการเพิกถอนตามข้อ ๑๗ (๑)

จะขึ้นบัญชีผู้ที่ถูกเพิกถอนนั้นอีกไม่ได้

หมวด

การอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่สำนักงานไม่รับขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๑

หรือถูกเพิกถอนออกจากการขึ้นบัญชีตามข้อ ๑๗ มีสิทธิอุทธรณ์ต่อสำนักงาน โดยยื่นคำอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อเลขาธิการภายในกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว

ให้เลขาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคำอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่ง

ให้เลขาธิการรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังปลัดกระทรวงผู้มีอำนาจพิจารณาอุทธรณ์ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์

ให้ปลัดกระทรวงพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ตนได้รับรายงาน

ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาดังกล่าว

ให้ปลัดกระทรวงมีหนังสือแจ้งให้ผู้อุทธรณ์ทราบก่อนครบกำหนดเวลาดังกล่าวในการนี้

ให้ขยายเวลาพิจารณาอุทธรณ์ออกไปได้ไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่ครบกำหนดเวลาดังกล่าว

ในระหว่างการอุทธรณ์

เลขาธิการอาจพิจารณาให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชน ดำเนินการต่อไปได้

หมวด

ค่าใช้จ่าย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามประกาศนี้

ให้เป็นไปตามบัญชีแนบท้ายประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยเรื่อง

ค่าขึ้นบัญชีที่จะจัดเก็บจากผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ที่ทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงาน

หมวด

ความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีมีความจำเป็นและเพื่อประโยชน์ในการเร่งรัดกระบวนการพิจารณาอนุญาตที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ที่มีหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับการประเมินเอกสารทางวิชาการ

การตรวจสถานประกอบการ หรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตราย ประกอบกับหากการพิจารณาเพื่อขึ้นบัญชีตามประกาศนี้จะมีผลให้กระบวนการพิจารณาอนุญาตไม่เป็นไปตามระยะเวลาที่ระบุไว้ในคู่มือสำหรับประชาชนด้วยแล้ว

ให้เลขาธิการมีอำนาจประกาศการขึ้นบัญชีให้ผู้เชี่ยวชาญ

องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ตามวรรคหนึ่ง เป็นผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐ

หรือองค์กรเอกชนตามประกาศนี้ โดยให้ยกเว้นการพิจารณาหรือดำเนินการตามประกาศนี้ได้

ไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน

ทั้งนี้

ในการประกาศการขึ้นบัญชีตามวรรคสอง ให้แจ้งเหตุผลความจำเป็น ประโยชน์ในการเร่งรัดหรือผลกระทบต่อกระบวนการพิจารณาอนุญาต

รวมถึงหน้าที่หรือความเชี่ยวชาญโดยเฉพาะของผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน

หรือองค์กรที่ขึ้นบัญชีไว้ด้วย

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ

หน่วยงานของรัฐ หรือองค์กรเอกชน ที่ได้รับการขึ้นบัญชีไว้กับสำนักงานก่อนวันที่ประกาศนี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงใช้ได้ต่อไปไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ประกาศนี้บังคับใช้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๑

ปิยะสกล

สกลสัตยาทร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ปวันวิทย์/จัดทำ

๑๙

มีนาคม ๒๕๖๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๙๑ ง/หน้า ๗๗/๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๑

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการได้มาซึ่งผู้เชี่ยวชาญองค์กรผู้เชี่ยวชาญหน่วยงานของรัฐหรือองค์กรเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อทำหน้าที่ในการประเมินเอกสารทางวิชาการการตรวจสถานประกอบการหรือการตรวจสอบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายในความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา พ.ศ. 2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_993d25dce44463cf

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com