法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 43/2552 การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ (ฉบับประมวล)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน

ที่ ทธ. 43/2552

เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์(ฉบับประมวล)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 16/6 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551และมาตรา 98(3) แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 41 มาตรา 43 มาตรา 44 และมาตรา 64 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการ ก.ล.ต. ทําหน้าที่คณะกรรมการกํากับตลาดทุนตามมาตรา 60 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551ออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 ให้ยกเลิกประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุน ที่ ทธ. 9/2551 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลงวันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2551

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3 ในประกาศนี้

(1) “ทรัพย์สิน” หมายความว่า

(ก) เงินสด

(ข) หลักทรัพย์

(ค) ทรัพย์สินอื่น

(ง) สิทธิประโยชน์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นเนื่องจากทรัพย์สินตาม (ก) ถึง (ค) เช่น สิทธิในเงินปันผลหรือดอกเบี้ย สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุน สิทธิในการเข้าประชุมและออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหลักทรัพย์ เป็นต้น

(2) “บัญชีมาร์จิ้น” หมายความว่า บัญชีที่บันทึกรายการการให้ลูกค้ากู้ยืมเงินเพื่อ

การซื้อหลักทรัพย์หรือการให้ลูกค้ายืมหลักทรัพย์เพื่อการขาย

(3) “บัญชีเงินสด” หมายความว่า บัญชีที่บันทึกรายการที่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ซึ่งมิใช่รายการที่ต้องบันทึกไว้ในบัญชีมาร์จิ้น

(4) “ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์” หมายความว่า ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ตามกฎหมาย

ว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

(5)( คําว่า “ตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ” และ “ผู้รับฝากต่างประเทศ” ให้มีความหมายเช่นเดียวกับบทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับตลาดทุนว่าด้วยการออกและเสนอขายหลักทรัพย์ที่ออกใหม่ประเภทตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ

บททั่วไป

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4 ให้บริษัทหลักทรัพย์ที่รับดูแลรักษาทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าไม่ว่าเพื่อประโยชน์ด้านการเก็บรักษา หรือเพื่อการซื้อหรือขายหรือยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ หรือเพื่อเป็นประกันการซื้อหรือขายหรือยืมหรือให้ยืมหลักทรัพย์ หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดไว้ในประกาศนี้

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับกับกองทรัพย์สินหรือบุคคลดังต่อไปนี้

(1) ทรัพย์สินของลูกค้าที่เป็นกองทุนรวม กองทุนส่วนบุคคล หรือกองทุนอื่นในทํานองเดียวกัน ซึ่งบริษัทหลักทรัพย์รับบริหารในฐานะผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการจัดการกองทุนรวมหรือการจัดการกองทุนส่วนบุคคล หรือรับดูแลรักษาในฐานะผู้ดูแลผลประโยชน์หรือผู้รับฝากทรัพย์สิน

(2) สถาบันการเงินที่มีหน่วยงานกํากับดูแลธุรกิจหลักโดยตรงอยู่แล้วและได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ในภายหลัง แต่ไม่รวมถึงสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ซึ่งรับดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าในส่วนที่เกี่ยวกับธุรกรรมการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์

(3) เงินค่าจองซื้อหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับเนื่องจากการจัดจําหน่ายหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ 4/1

ข้อ 4/1( มิให้นําความในข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 12 และข้อ 15 มาใช้บังคับกับทรัพย์สินที่บริษัทหลักทรัพย์รับดูแลรักษาไว้เพื่อประโยชน์ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เสนอขายตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5 บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าซึ่งเป็นอิสระจากหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ หรือการให้คําแนะนําด้านหลักทรัพย์ และต้องจัดให้มีระบบควบคุมภายในที่ดีในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า โดยระบบดังกล่าวอย่างน้อยต้องแยกบุคลากรที่ทําหน้าที่จัดทําบัญชีทรัพย์สินของลูกค้า และบุคลากรที่ทําหน้าที่เก็บรักษาตัวทรัพย์สินของลูกค้า ออกจากกัน และกําหนดให้การจ่ายโอนทรัพย์สินของลูกค้าทุกครั้งต้องได้รับอนุมัติจากบุคลากรที่มีอํานาจของบริษัทซึ่งต้องมิใช่บุคลากรที่ทําหน้าที่จัดทําบัญชีทรัพย์สินของลูกค้าและบุคลากรที่ทําหน้าที่เก็บรักษาตัวทรัพย์สินของลูกค้าดังกล่าว

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6 บริษัทหลักทรัพย์ต้องกําหนดระเบียบหรือวิธีปฏิบัติในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าให้สอดคล้องกับข้อกําหนดในประกาศนี้ โดยให้จัดทําไว้เป็นลายลักษณ์อักษร แสดงถึงขั้นตอนการจัดการและบุคลากรที่มีอํานาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดูแลการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบหรือวิธีปฏิบัติดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

ระเบียบหรือวิธีปฏิบัติตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องครอบคลุมถึงเรื่องดังต่อไปนี้

(1) การรับหรือส่งมอบทรัพย์สินของลูกค้า

(2) การบันทึกรายการทรัพย์สินของลูกค้า

(3) การจัดการข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินของลูกค้า

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7 ในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า บริษัทหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) แจ้งให้ลูกค้าเข้าใจและลงนามรับทราบถึงวิธีปฏิบัติของลูกค้าในการฝากหรือถอนทรัพย์สินกับหรือจากบริษัทหลักทรัพย์ วิธีการของบริษัทหลักทรัพย์ในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า ตลอดจนค่าธรรมเนียมในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า (ถ้ามี)

ในกรณีที่ข้อมูลตามวรรคหนึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสําคัญ บริษัทหลักทรัพย์ต้องแจ้งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวให้ลูกค้าทราบโดยไม่ชักช้า

(2) เปิดเผยให้ลูกค้าทราบว่าในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ประสบปัญหาทางการเงิน

เงินของลูกค้าที่เก็บรักษาไว้กับบริษัทหลักทรัพย์จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันคุ้มครองเงินฝาก

(3)( จัดให้มีสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้เป็น

ลายลักษณ์อักษร ซึ่งระบุถึงสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดชอบของคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย ทั้งนี้ สัญญาหรือข้อตกลงดังกล่าวต้องไม่มีข้อกําหนดในลักษณะที่เป็นการปฏิเสธหรือจํากัดความรับผิดชอบต่อทรัพย์สินของลูกค้า และกรณีทรัพย์สินของลูกค้าสูญหายหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ของบริษัทหลักทรัพย์ ต้องมีข้อกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์รับผิดชอบในทรัพย์สินของลูกค้าอย่างเต็มจํานวน

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์ตั้งให้บุคคลใดเป็นตัวแทนของตนในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า เว้นแต่การตั้งตัวแทนดังกล่าวจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) บุคคลที่บริษัทหลักทรัพย์จะตั้งให้เป็นตัวแทนในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าต้องเป็นบุคคลดังต่อไปนี้

(ก) ธนาคารพาณิชย์

(ข) บริษัทเงินทุน

(ค) บริษัทหลักทรัพย์

(ง) ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์

(จ) สถาบันการเงินอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น

(2) จัดให้มีสัญญาตั้งตัวแทนในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรโดยสัญญาดังกล่าวต้องมีข้อห้ามมิให้ตัวแทนตั้งตัวแทนช่วง และมีข้อกําหนดเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบของตัวแทน ข้อกําหนดเกี่ยวกับผู้รับผิดชอบในกรณีที่ทรัพย์สินของลูกค้าเกิดความเสียหาย และข้อกําหนดให้ตัวแทนต้องปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามที่ประกาศนี้กําหนด

ให้บริษัทหลักทรัพย์แจ้งให้ลูกค้าทราบถึงการตั้งตัวแทนในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าโดยไม่ชักช้า และในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์ตั้งบุคคลที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะที่เป็นบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม เป็นตัวแทน บริษัทหลักทรัพย์ต้องแจ้งความสัมพันธ์ดังกล่าวให้ลูกค้าทราบด้วย

คําว่า “บริษัทใหญ่” “บริษัทย่อย” และ “บริษัทร่วม” ตามวรรคสอง ให้อนุโลมตามบทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์

การที่บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินของลูกค้าตามวิธีที่กําหนดในข้อ 18(1) (ก) หรือ(2) (ก) มิให้ถือว่าเป็นการตั้งตัวแทนในการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์กระทําการใดอันมีผลเป็นการก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับสิทธิของลูกค้าในทรัพย์สิน โดยปราศจากหรือไม่เป็นไปตามคําสั่งหรือความยินยอมของลูกค้าหรือบุคคลที่มีอํานาจสั่งการแทนลูกค้า

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์นําทรัพย์สินของลูกค้ารายหนึ่งไปใช้เพื่อประโยชน์ของลูกค้าอีกรายหนึ่งหรือเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นหรือของบริษัทหลักทรัพย์เอง เว้นแต่จะได้รับคําสั่งหรือความยินยอมจากลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษรเป็นรายกรณี

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11 บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการตามที่จําเป็นเพื่อให้ลูกค้าสามารถได้รับ

สิทธิประโยชน์ที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากการเป็นเจ้าของหลักทรัพย์หรือตราสารใดที่อยู่ในการดูแลรักษาของบริษัทหลักทรัพย์จากผู้ออกหลักทรัพย์หรือผู้ออกตราสารนั้นได้ภายในเวลาอันสมควร

ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์แสดงเจตนาใช้สิทธิประโยชน์ของลูกค้าโดยปราศจากคําสั่งหรือความยินยอมของลูกค้าเป็นลายลักษณ์อักษร

การบันทึกรายการทรัพย์สินของลูกค้า

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12 บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดทําบัญชีแสดงทรัพย์สินทุกรายการของลูกค้าแต่ละรายที่อยู่ในการดูแลรักษา โดยต้องแยกเป็นบัญชีต่างหากจากบัญชีทรัพย์สินอื่นใดของบริษัทหลักทรัพย์และให้แยกไว้เป็นบัญชีมาร์จิ้นหรือบัญชีเงินสด แล้วแต่กรณี

บัญชีทรัพย์สินของลูกค้าตามวรรคหนึ่งอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดดังต่อไปนี้

(1) วันที่รับหรือจ่ายทรัพย์สิน

(2) จํานวนและประเภททรัพย์สิน

(3) เหตุที่รับหรือจ่ายทรัพย์สิน

ในกรณีที่ทรัพย์สินที่ถูกบันทึกไว้ในบัญชีทรัพย์สินของลูกค้ารายใดเป็นทรัพย์สินของบุคคลที่สามซึ่งถูกวางไว้เป็นหลักประกันเพื่อประโยชน์ของลูกค้ารายนั้น บริษัทหลักทรัพย์ต้องบันทึกชื่อบุคคลที่สามซึ่งเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าวไว้ในบัญชีทรัพย์สินของลูกค้ารายนั้นด้วย

มาตรา ข้อ 13

ข้อ 13 บริษัทหลักทรัพย์ต้องบันทึกรายการในบัญชีทรัพย์สินของลูกค้าให้ถูกต้องครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน และในกรณีที่เป็นการบันทึกเพื่อแก้ไขรายการ บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันทําการที่พบเหตุแห่งการแก้ไขรายการ และต้องบันทึกเหตุผลประกอบการแก้ไขรายการทุกครั้ง

มาตรา ข้อ 14

ข้อ 14 บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีการตรวจนับทรัพย์สินของลูกค้าในส่วนที่

บริษัทหลักทรัพย์เก็บรักษาไว้เองอย่างน้อยเดือนละครั้ง เพื่อสอบทานความถูกต้องกับรายการที่ปรากฏในบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้จัดทํา

สําหรับทรัพย์สินของลูกค้าส่วนที่บริษัทหลักทรัพย์มิได้เก็บรักษาไว้เอง บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดให้มีระบบที่สามารถเรียกดูข้อมูลที่เป็นปัจจุบันเพื่อสอบทานความถูกต้องของรายการทรัพย์สินที่ปรากฏในรายงานของบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้รับฝากทรัพย์สินของลูกค้า กับรายการที่ปรากฏในบัญชีที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้จัดทํา

มาตรา ข้อ 15

ข้อ 15( บริษัทหลักทรัพย์ต้องจัดส่งรายงานแสดงทรัพย์สินของลูกค้า ณ วันทําการ

สุดท้ายของแต่ละเดือนให้แก่ลูกค้า ภายในวันทําการที่ห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่ในเดือนนั้นลูกค้า

ไม่มีธุรกรรมซึ่งก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงในทรัพย์สินที่มอบให้บริษัทหลักทรัพย์

เป็นผู้ดูแลรักษา หรือเป็นกรณีตามวรรคสอง

ในกรณีที่ปรากฏว่าลูกค้ารายใดไม่มีธุรกรรมซึ่งก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลง

ในทรัพย์สินของลูกค้าติดต่อกันตั้งแต่หนึ่งปีขึ้นไป ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดส่งรายงานแสดงทรัพย์สิน

ของลูกค้า ณ วันทําการสุดท้ายของเดือนที่ครบกําหนดระยะเวลาหนึ่งปีสําหรับลูกค้ารายนั้นให้แก่ลูกค้า

อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ภายในวันทําการที่ห้าของเดือนถัดไป เว้นแต่ลูกค้ารายดังกล่าวจะไม่มีทรัพย์สิน

เหลืออยู่ในการดูแลของบริษัทหลักทรัพย์และบัญชีของลูกค้ามีสถานะถูกระงับบัญชีไม่ให้ทําธุรกรรม

ตามระเบียบปฏิบัติของบริษัทหลักทรัพย์

เพื่อประโยชน์ในการจัดส่งรายงานแสดงทรัพย์สินของลูกค้า มิให้ถือว่าการจ่ายดอกเบี้ยเป็นธุรกรรมซึ่งก่อให้เกิดการเคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงในทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ 16

ข้อ 16 บริษัทหลักทรัพย์ต้องเก็บรักษาข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าไว้ไม่น้อยกว่าห้าปี โดยการจัดเก็บข้อมูลและเอกสารดังกล่าวในระยะเวลาสองปีแรกต้องกระทําในลักษณะที่พร้อมให้สํานักงานเรียกดูหรือตรวจสอบได้ในทันที

การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้า

มาตรา ข้อ 17

ข้อ 17 บริษัทหลักทรัพย์ต้องแยกทรัพย์สินที่อยู่ในการดูแลรักษาจํานวนไม่น้อยกว่าที่กําหนดไว้ดังต่อไปนี้เป็นทรัพย์สินของลูกค้า

(1) ทรัพย์สินประเภทเงิน จํานวนเงินที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องแยกไว้ในแต่ละวันต้อง

ไม่น้อยกว่าผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิซึ่งคํานวณได้ ณ สิ้นวันทําการก่อนหรือ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบันจากบัญชีเงินสดและบัญชีมาร์จิ้นของลูกค้าทุกราย หลังจากหักเงินประกันการยืมหลักทรัพย์เพื่อขายชอร์ตของลูกค้าแต่ละรายนั้นในอัตราตามที่บริษัทหลักทรัพย์ได้ตกลงกับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ยืมหลักทรัพย์แล้ว ทั้งนี้ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์เลือกใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบันเป็นฐานในการคํานวณแล้ว บริษัทหลักทรัพย์จะต้องใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบันเป็นฐานในการคํานวณตลอดไป เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจําเป็นทําให้บริษัทหลักทรัพย์ไม่สามารถใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการปัจจุบันเป็นฐานในการคํานวณต่อไปให้บริษัทหลักทรัพย์ใช้ผลรวมของยอดเงินคงเหลือสุทธิ ณ สิ้นวันทําการก่อนเป็นฐานในการคํานวณในระหว่างที่มีเหตุจําเป็นได้ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์ต้องแจ้งเหตุจําเป็นดังกล่าวให้สํานักงานทราบโดยทันที

บริษัทหลักทรัพย์อาจหักเงินดังต่อไปนี้ออกจากจํานวนทรัพย์สินที่ต้องแยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าตามวรรคหนึ่งได้

(ก) เงินที่ลูกค้านํามาชําระหนี้ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ก่อนวันครบกําหนดชําระราคาตามธุรกรรมการซื้อหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นแล้ว

(ข) เงินที่ลูกค้านํามาชําระหนี้ให้แก่บริษัทหลักทรัพย์เกินกว่าจํานวนที่ต้องชําระหนี้ตามธุรกรรมการซื้อหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นแล้ว และบริษัทหลักทรัพย์ได้ส่งเงินส่วนเกินดังกล่าวคืนให้แก่ลูกค้าภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่ได้รับเงินจํานวนนั้น

(ค) เงินที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับแทนลูกค้าหรือในนามของลูกค้าตามธุรกรรม

การขายหลักทรัพย์ที่เกิดขึ้น และบริษัทหลักทรัพย์ได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่ลูกค้าหรือส่งมอบเงิน

ให้แก่ลูกค้าภายในวันครบกําหนดชําระราคาแล้ว

(ง) เงินที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับแทนลูกค้าหรือในนามของลูกค้า เนื่องจากเป็นเงินปันผลหรือดอกเบี้ยของหลักทรัพย์หรือตราสารที่ลูกค้าเป็นเจ้าของ และบริษัทหลักทรัพย์ได้ส่งเงินทั้งหมดนั้นให้แก่ลูกค้าภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่บริษัทหลักทรัพย์ได้รับเงินนั้น

แต่ในกรณีที่ลูกค้าแจ้งความประสงค์ให้บริษัทหลักทรัพย์เก็บรักษาเงินตาม (ข)(ค) หรือ (ง) ไว้เพื่อประโยชน์ในการทําธุรกรรมของลูกค้าในอนาคต บริษัทหลักทรัพย์ต้องนําเงินจํานวนดังกล่าวมารวมในยอดเงินของวันทําการที่ได้รับทราบความประสงค์ของลูกค้า เพื่อการคํานวณจํานวนทรัพย์สินที่ต้องแยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าตามวรรคหนึ่งต่อไป

(ในกรณีที่ทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งเป็นเงินที่เป็นสิทธิประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์ต่างประเทศที่บริษัทหลักทรัพย์รับดูแลรักษาไว้เพื่อประโยชน์ในฐานะที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เสนอขายตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ ให้บริษัทหลักทรัพย์แยกทรัพย์สินดังกล่าวในแต่ละวันไม่น้อยกว่าผลรวมของเงินที่เป็นสิทธิประโยชน์ที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องส่งให้แก่ลูกค้า

(2) ทรัพย์สินประเภทหลักทรัพย์ จํานวนทรัพย์สินประเภทหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องแยกไว้ในแต่ละวันต้องไม่น้อยกว่าผลรวมของรายการหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์บันทึกไว้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกค้าแต่ละราย ณ สิ้นวันทําการนั้น

(3) ทรัพย์สินประเภทอื่น จํานวนทรัพย์สินประเภทอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์ต้องแยกไว้ในแต่ละวันต้องไม่น้อยกว่าผลรวมของรายการทรัพย์สินประเภทอื่นที่บริษัทหลักทรัพย์บันทึกไว้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกค้าแต่ละราย ณ สิ้นวันทําการนั้น

มาตรา ข้อ 18

ข้อ 18( การดําเนินการดังต่อไปนี้ให้ถือว่าเป็นการแยกทรัพย์สินของลูกค้าตามข้อ 17 แล้ว

(1) ทรัพย์สินประเภทเงิน

(ก) แยกโดยดําเนินการดังนี้

1. ฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์หรือธนาคารอื่นที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือลงทุนในบัตรเงินฝากของธนาคารดังกล่าวที่มีอายุคงเหลือไม่เกินหนึ่งปี ภายใต้หลักเกณฑ์ดังนี้

1.1 ผู้รับฝากเงินหรือผู้ออกบัตรเงินฝากมีอันดับความน่าเชื่อถือตามข้อ 18/2 วรรคสอง หรือมีรัฐบาลหรือกระทรวงการคลังค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวน

1.2 กรณีที่เป็นเงินฝากหรือบัตรเงินฝากประเภทชําระคืนเมื่อครบกําหนดระยะเวลา เงินฝากหรือบัตรเงินฝากดังกล่าวต้องไม่มีข้อห้ามการไถ่ถอนคืนก่อนครบกําหนด

2. ลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาลไทย พันธบัตรรัฐวิสาหกิจที่กระทรวง

การคลังเป็นผู้ค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนอย่างไม่มีเงื่อนไข หรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย โดยตราสารดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกินหนึ่งปีและต้องไม่มีเงื่อนไขการห้ามขายหรือโอนก่อนครบกําหนดอายุของตราสารด้วย

3. ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้รับอาวัลทั้งจํานวนหรือเป็นผู้ค้ําประกันต้นเงินและดอกเบี้ยเต็มจํานวนอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยตราสารดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกินหนึ่งปีและต้องไม่มีเงื่อนไขการห้ามขายหรือโอนก่อนครบกําหนดอายุของตราสารด้วย

4. ลงทุนในตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่สั่งจ่ายหรือออกโดยธนาคารพาณิชย์ ธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น หรือบริษัทหลักทรัพย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการให้สินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ โดยตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวต้องมีอายุคงเหลือไม่เกินเก้าสิบวัน ไม่มีเงื่อนไขการห้ามขาย โอน หรือไถ่ถอนคืนก่อนครบกําหนดอายุของตราสาร และมีอันดับความน่าเชื่อถือตามข้อ 18/2

5. ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมตลาดเงิน (Money Market Fund)ที่มีนโยบายการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนทุกสิ้นวันทําการ

6. ลงทุนในธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนซึ่งหลักทรัพย์ตาม 2. หรือ 3.ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

6.1 มีคู่สัญญาเป็นผู้ลงทุนสถาบันตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติสัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 และประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการกําหนดประเภทนิติบุคคลที่เป็นผู้ลงทุนสถาบันเพิ่มเติม

6.2 ใช้สัญญามาตรฐานตามที่สํานักงานยอมรับ

6.3 ระยะเวลาการรับชําระหนี้ของธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนไม่เกินเก้าสิบวัน

6.4 มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ได้รับจากธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนณ วันเริ่มต้นสัญญาสูงกว่าราคาซื้อหลักทรัพย์ในจํานวนที่สมเหตุสมผล โดยส่วนต่างดังกล่าวต้องคํานวณจากอัตราส่วนลดของหลักทรัพย์ที่ซื้อ (initial margin) ซึ่งกําหนดขึ้นโดยคํานึงถึงปัจจัยความเสี่ยงของคู่สัญญาและหลักทรัพย์ที่ซื้อนั้น

6.5 มีการเรียกเงินหรือหลักทรัพย์เพิ่มเติมจากคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อมูลค่าของหลักทรัพย์ที่ได้รับจากธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนลดลงต่ํากว่าราคาซื้อ x (1 +อัตราส่วนลดของหลักทรัพย์ที่ซื้อ)

6.6 ไม่มีการนําหลักทรัพย์ที่ได้รับจากธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนไปขายหรือโอนต่อ เว้นแต่เป็นการขายหรือโอนตามข้อกําหนดในธุรกรรมการซื้อโดยมีสัญญาขายคืนนั้น

(ข) แยกโดยการเก็บรักษาไว้เอง ซึ่งต้องกระทําในลักษณะที่สามารถชี้เฉพาะได้ว่าเงินจํานวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย

(2) ทรัพย์สินประเภทหลักทรัพย์

(ก) แยกโดยการฝากไว้กับศูนย์รับฝากหลักทรัพย์หรือธนาคารแห่งประเทศไทยโดยต้องระบุอย่างชัดเจนว่าหลักทรัพย์จํานวนดังกล่าวเป็นการฝากโดยบริษัทหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ของลูกค้า

(ข) แยกโดยการเก็บรักษาไว้เอง ซึ่งต้องกระทําในลักษณะที่สามารถชี้เฉพาะได้ว่าหลักทรัพย์ดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย

(ค)( แยกโดยการฝากไว้กับผู้รับฝากต่างประเทศ ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์รับดูแลรักษาทรัพย์สินให้แก่ลูกค้าในฐานะที่เป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เสนอขายตราสารแสดงสิทธิการฝากหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยให้แยกไว้ในลักษณะที่สามารถชี้เฉพาะได้ว่าหลักทรัพย์จํานวนดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย

(3) ทรัพย์สินอื่น ให้แยกไว้ในลักษณะที่สามารถชี้เฉพาะได้ว่าทรัพย์สินอื่นนั้นเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย

ในการดําเนินการตามวรรคหนึ่ง (1) (ก) บริษัทหลักทรัพย์ต้องระบุอย่างชัดเจนในบัญชีเงินฝากหรือการลงทุนนั้นว่าเป็นการดําเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ของลูกค้า

ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์มีการฝากเงินหรือลงทุนในทรัพย์สินตามวรรคหนึ่ง (1) (ก)

1. หรือ 4. แต่ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงอันดับความน่าเชื่อถือจนไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดใน

มาตรา ข้อ 18/2

ข้อ 18/2 บริษัทหลักทรัพย์ต้องดําเนินการแก้ไขให้แล้วเสร็จภายในโอกาสแรกที่ทําได้ โดยต้องคํานึงถึงประโยชน์ของลูกค้าเป็นสําคัญ แต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลงอันดับ

ความน่าเชื่อถือดังกล่าว

ในกรณีที่ทรัพย์สินของลูกค้าตามวรรคหนึ่ง (1) (2) และ (3) เป็นทรัพย์สินเพื่อการซื้อ

หรือขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์ต้องแยกทรัพย์สินดังกล่าวในลักษณะที่สามารถ

ชี้เฉพาะได้ว่าทรัพย์สินนั้นเป็นทรัพย์สินของลูกค้าโดยปราศจากเหตุสงสัย หรือระบุอย่างชัดเจนว่า

การดําเนินการเกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าวเป็นการดําเนินการโดยบริษัทหลักทรัพย์เพื่อประโยชน์ของลูกค้า

มาตรา ข้อ 18/1

ข้อ 18/1( ให้บริษัทหลักทรัพย์คํานวณมูลค่าของตราสารหรือหลักทรัพย์ที่บริษัทหลักทรัพย์นําเงินของลูกค้าไปลงทุนตามข้อ 18(1) (ก) อย่างน้อยทุกวันทําการ โดยให้ใช้ราคาที่สามารถสะท้อนมูลค่าตลาดในปัจจุบันของตราสารหรือหลักทรัพย์แต่ละประเภท

มาตรา ข้อ 18/2

ข้อ 18/2( ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทหลักทรัพย์จะลงทุนตามข้อ 18วรรคหนึ่ง (1) (ก) 4. ต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือ (issue rating) อยู่ในอันดับแรกสําหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะสั้น หรืออยู่ในสามอันดับแรกสําหรับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาว

ในกรณีที่ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงินตามวรรคหนึ่งไม่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ หรือในกรณีการฝากเงินหรือลงทุนในบัตรเงินฝากตามข้อ 18 วรรคหนึ่ง (1) (ก) 1. ให้บริษัทหลักทรัพย์ใช้อันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือผู้รับฝากเงิน (issuer rating) แล้วแต่กรณี โดยต้องมีอันดับความน่าเชื่อถือตามหลักเกณฑ์ที่กําหนดในวรรคหนึ่งด้วย

ในกรณีที่ผู้ออก ผู้สั่งจ่าย หรือผู้รับฝากเงินตามวรรคสอง เป็นธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น ให้อันดับความน่าเชื่อถือตามวรรคสองหมายความรวมถึงอันดับความน่าเชื่อถือสนับสนุน (support credit rating) ซึ่งสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเมินจากแนวโน้มที่ธนาคารดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากรัฐบาลเมื่อมีกรณีจําเป็นด้วย

มาตรา ข้อ 18/3

ข้อ 18/3( ในการพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือตามข้อ 18/2ให้บริษัทหลักทรัพย์ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(1) ต้องพิจารณาเลือกใช้ข้อมูลโดยยึดหลักความรับผิดชอบและความระมัดระวัง (fiduciary duties) และไม่เลือกใช้ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่จะส่งผลให้ทรัพย์สินของลูกค้ามีสภาพคล่องต่ําและมีความเสี่ยงสูง (cherry picking)

(2) ต้องใช้ข้อมูลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งล่าสุดที่จัดทําโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานตามประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับความเห็นชอบให้จัดอันดับความน่าเชื่อถือสําหรับตราสารที่อยู่ภายใต้บังคับเกี่ยวกับการออกและเสนอขาย และเกี่ยวกับการลงทุนของกองทุน รวมทั้งต้องใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่สอดคล้องเหมาะสมกับระยะเวลาการลงทุนด้วย

(3) ต้องมีการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต (credit risk) ของผู้รับฝากเงิน ผู้ออกบัตรเงินฝาก ผู้สั่งจ่ายตั๋วแลกเงิน หรือผู้ออกตั๋วสัญญาใช้เงิน แล้วแต่กรณี เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการใช้อันดับความน่าเชื่อถือที่ประเมินโดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือด้วย

(4) ต้องพิจารณาทบทวนความเหมาะสมของอันดับความน่าเชื่อถือที่เลือกใช้อย่างสม่ําเสมอโดยเฉพาะในกรณีที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายอื่นมีการปรับเปลี่ยนอันดับความน่าเชื่อถือ

ให้บริษัทหลักทรัพย์จัดทําและจัดเก็บคําอธิบายเหตุผลในการเลือกใช้อันดับความน่าเชื่อถือเพื่อให้สํานักงานสามารถตรวจสอบได้

มาตรา ข้อ 19

ข้อ 19 บริษัทหลักทรัพย์อาจตกลงกับลูกค้าเพื่อกําหนดอัตราดอกผลที่บริษัทหลักทรัพย์จะคํานวณให้แก่ลูกค้าสําหรับยอดเงินจํานวนที่บริษัทหลักทรัพย์มีหน้าที่ต้องแยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าตามประกาศนี้ไว้ด้วยก็ได้ แต่ทั้งนี้ อัตราดอกผลดังกล่าวต้องไม่เกินอัตราที่บริษัทหลักทรัพย์

จะได้รับจริงจากการฝากเงินหรือลงทุนในตั๋วสัญญาใช้เงินหรือการลงทุนในลักษณะอื่น

มาตรา ข้อ 20

ข้อ 20 ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์นําเงินของลูกค้าที่ได้แยกไว้ตามข้อ 18 ไปเป็นหลักประกันหนี้เพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นหรือของบริษัทหลักทรัพย์เอง

มาตรา ข้อ 21

ข้อ 21 ภายใต้บังคับข้อ 18(1) (ก) ห้ามมิให้บริษัทหลักทรัพย์นําเงินจํานวนที่ต้องแยกไว้เป็นทรัพย์สินของลูกค้าไปฝากหรือลงทุนกับสถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์ในลักษณะบริษัทใหญ่ บริษัทย่อย หรือบริษัทร่วม เว้นแต่ลูกค้าจะแสดงความยินยอมโดยชัดแจ้ง

คําว่า “บริษัทใหญ่” “บริษัทย่อย” และ “บริษัทร่วม” ตามวรรคหนึ่ง ให้อนุโลมตาม

บทนิยามของคําดังกล่าวที่กําหนดไว้ในประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ว่าด้วยการกําหนดบทนิยามในประกาศเกี่ยวกับการออกและเสนอขายหลักทรัพย์

มาตรา ข้อ 22

ข้อ 22 ในกรณีที่บริษัทหลักทรัพย์เป็นผู้เก็บรักษาตัวทรัพย์สินของลูกค้าไว้เองไม่ว่าการจัดเก็บจะกระทําในสถานที่ของบริษัทหลักทรัพย์เองหรือใช้สถานที่ของบุคคลอื่น สถานที่นั้นต้องมีความมั่นคงและปลอดภัย และในกรณีที่เป็นการใช้สถานที่ของบุคคลอื่น บริษัทหลักทรัพย์ต้องแจ้งให้บุคคลอื่นนั้นทราบอย่างชัดเจนด้วยว่าทรัพย์สินที่นํามาเก็บรักษาเป็นทรัพย์สินของลูกค้า

หมวด4

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ 23

ข้อ 23 ให้บรรดาคําสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 4/2543 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2543 ซึ่งใช้บังคับอยู่ในวันก่อนวันที่ประกาศนี้

ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับข้อกําหนดแห่งประกาศนี้ จนกว่าจะได้มีคําสั่งและหนังสือเวียนที่ออกหรือวางแนวปฏิบัติตามประกาศนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ 24

ข้อ 24 ในกรณีที่มีประกาศฉบับอื่นใดอ้างอิงประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กธ. 4/2543 เรื่อง การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์

ลงวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2543 ให้การอ้างอิงดังกล่าวหมายถึงการอ้างอิงประกาศฉบับนี้

ประกาศ ณ วันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2552

(นายวิจิตร สุพินิจ)

ประธานกรรมการ

คณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทธ. 43/2552 การดูแลรักษาทรัพย์สินของลูกค้าของบริษัทหลักทรัพย์ (ฉบับประมวล) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_995fd21f9ceedc7d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com