ข้อ ๒
ในการรับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาทในกรณีดังต่อไปนี้
(๑) เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินลงทุนโดยตรง
เงินกู้ของหน่วยงานราชการ และเงินเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์
(๒)
เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินกู้ที่ได้ทำสัญญาเงินกู้ก่อนวันที่ ๑๙ ธันวาคม พ.ศ.
๒๕๔๙
(๓) การขายเงินตราต่างประเทศที่ต้องปฏิบัติตามสัญญาการซื้อขายเงินตราต่างประเทศ
ทำไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตก่อนวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๔๙
(๔)
การรับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาทจากนิติบุคคลรับอนุญาต Interbank)
เพื่อธุรกรรมของตนเอง
(๕) เงินตราต่างประเทศที่นำมาขายหรือแลกเปลี่ยนโดย
(ก) สถานทูตไทย สถานกงสุลไทย
หรือหน่วยงานรัฐบาลไทยที่ตั้งอยู่นอกประเทศไทย
(ข) สถานทูตต่างประเทศ สถานกงสุล
ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ
ที่ประจำการในประเทศไทย
(๖) การต่ออายุสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนโดยการทำธุรกรรม
Swap กับนิติบุคคลรับอนุญาตเดิม
(๗)
เงินลงทุนในตราสารทุนและเงินลงทุนในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินสำรองที่แนบท้ายประกาศนี้
(๘) เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินกู้หรือเงินจากการออกตราสารหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเงินสำรองที่แนบท้ายประกาศนี้
(๙)
เงินตราต่างประเทศที่เป็นเงินค่าซื้อหนี้ที่ผ่านกระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ตามคำสั่งศาล
หรือจากหน่วยงานทางการหรือเงินภาระค้ำประกันตามคำสั่งศาลหรือหน่วยงานทางการ
(๑๐) เช็คเดินทางและธนบัตรเงินตราต่างประเทศ
ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขายหรือผู้แลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแสดงเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
และเมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าเอกสารหลักฐานนั้น แท้จริงและถูกต้อง
และเงินตราต่างประเทศดังกล่าวเป็นเงินตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดจริง
ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้โดยไม่ต้องกันเงินสำรองร้อยละ
๓๐ ตามประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง
การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่
๑๘ ธันวาคม ๒๕๔๙