กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ.
๒๔๙๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร
พุทธศักราช
๒๔๗๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔
แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดั่งต่อไปนี้
หมวด
๑
การแต่งตั้งนายทหารประทวน
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
(พ.ศ.
๒๔๙๖)
ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร
พุทธศักราช
๒๔๗๙[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔
แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎกระทรวงไว้ ดั่งต่อไปนี้
หมวด
๑
การแต่งตั้งนายทหารประทวน
ข้อ ๑ บุคคลที่จะเป็นนายทหารประทวนได้นั้น
นอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดังจะกล่าวต่อไปแล้ว จะต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี
รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงาม
สมควรเป็นนายทหารประทวนได้
ข้อ ๒ นักเรียนทหารและทหาร
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อ
(๑) สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก
กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ
(๒)
นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตร
ต้องออกจากความเป็นนักเรียนก่อนสำเร็จการศึกษา แต่มีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก
กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
(๓) ได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว
สมัครรับราชการต่อไปอีก และมีความรู้ตามระเบียบของกองทัพบก กองทัพเรือ
หรือกองทัพอากาศ
ข้อ ๓ ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๒
ได้และเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญาหรืออนุปริญญา ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้
เมื่อเข้ารับราชการทหารในกองประจำการ
ข้อ ๔ ยุวชนนายทหารซึ่งสอบชั้น ๑ ได้
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อ
(๑)
ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน
(๒) ถ้าเป็นผู้สำเร็จชั้นปริญญา
ได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ข้อ ๕ ยุวชนนายสิบซึ่งสอบชั้น ๒ ได้
หรือยุวชนทหารซึ่งสอบชั้น ๓ ได้
ทั้งสอบได้ตามหลักสูตรของโรงเรียนฝึกครูยุวชนทหารด้วย
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้
เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าสามเดือน
ข้อ ๖
ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการฝึกวิชาทหาร
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ตามระเบียบของกองทัพบก
ข้อ ๗
ผู้สำเร็จชั้นอุดมศึกษาของประเทศไทยหรือของต่างประเทศ
ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นอุดมศึกษา
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้ เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้ว
ไม่น้อยกว่าสามเดือน
ข้อ ๘ ผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่ ๘
หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒
หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๘
หรือเตรียมอุดมศึกษาปีที่ ๒ หรือผู้สำเร็จวิชาชีพจากโรงเรียนอาชีพซึ่งรับผู้สำเร็จชั้นมัธยมปีที่
๖ หรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่ ๖
เข้าศึกษา
และมีหลักสูตรเวลาเรียนตั้งแต่สามปีขึ้นไปโดยกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะโรงเรียนอาชีพนั้น
ๆ แล้ว หากบุคคลเหล่านี้ร้องขอเข้ากองประจำการ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้
เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
ข้อ ๙ ข้าราชการกลาโหมพลเรือนชั้นสัญญาบัตร
ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการฝ่ายตุลาการ พนักงานเทศบาล ซึ่งรับเงินเดือนประจำ
และเป็นข้าราชการหรือพนักงานตั้งแต่ชั้นตรีขึ้นไป ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้
เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการมาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน
ข้อ ๑๐[๒] ผู้มีวิทยฐานะสำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่
๖ ขึ้นไปหรือซึ่งกระทรวงศึกษาธิการรับรองวิทยฐานะเทียบได้ไม่ต่ำกว่าชั้นมัธยมปีที่
๖ และได้เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑ หรือเป็นผู้ได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร
มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร
ข้อ ๑๑
ผู้มีความรู้ความสามารถในวิชาการพิเศษตามระเบียบของกระทรวงกลาโหม
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนได้
หมวด
๒
การแต่งตั้งนายทหารสัญญาบัตร
ข้อ ๑๒ บุคคลที่จะเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้น
นอกจากจะต้องมีวิทยฐานะดังจะกล่าวต่อไปแล้ว จะต้องมีความขยันหมั่นเพียรดี
รู้จักรักษาเกียรติของชาติและกองทัพไทย มีความประพฤติดีงาม
สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ และบิดามารดาต้องมีสัญชาติไทยด้วย
ข้อ ๑๓
นักเรียนทหารและทหารที่จะแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้นั้น จะต้องมีคุณลักษณะและวิทยฐานะอย่างใดอย่างหนึ่ง
ดังต่อไปนี้ คือ
(๑)
นักเรียนทหารซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสอบได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก
กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ หรือสอบชั้นปีที่ ๔ ตามหลักสูตรห้าปีได้
แต่สอบตกชั้นสูงสุด
(๒) นายทหารประทวนซึ่งสอบวิชาการสัสดีได้
มียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
และได้รับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยสัสดีจังหวัดมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี ได้ผลดี
(๓)
นายทหารประทวนซึ่งสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรวิชาทันตนามัยของทางราชการทหาร
หรือสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนทันตแพทย์ชั้น ๒
หรือโรงเรียนทันตนามัยของมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก
หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๔) นายทหารประทวนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตร
ซึ่งมีหลักสูตรการศึกษาไม่น้อยกว่าสองปีและสอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น
(๕)
นายทหารประทวนที่ได้เข้าศึกษาในโรงเรียนนายทหารชั้นสัญญาบัตรซึ่งมีหลักสูตรการศึกษาน้อยกว่าสองปี
แต่ไม่น้อยกว่าหกเดือน สอบได้ตามหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียนนั้น และ
(ก) สำหรับผู้มียศนายดาบ หรือมียศชั้นจ่านายสิบ
พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ
ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
(ข) สำหรับผู้มียศสิบเอก จ่าเอก หรือจ่าอากาศเอก
ได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
ให้แต่งตั้งเป็นจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก
แล้วต่อมาให้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรอีกหนึ่งปี ได้ผลดี
(๖) นายทหารประทวนประจำการซึ่งมียศชั้นจ่านายสิบ
พันจ่า หรือพันจ่าอากาศ รับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบปี สอบความรู้ได้ตามหลักสูตรของกองทัพบก
กองทัพเรือ หรือกองทัพอากาศ
และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
(๗) จ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก
ประจำการ รับราชการเป็นทหารไม่น้อยกว่าสิบห้าปี โดยมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก
หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าสี่ปี
และได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี ได้ผลดี
ทั้งส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมรับรองว่ามีความรู้สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้
(๘) จ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก
ประจำการ เดิมเป็นนักเรียนทหาร
ซึ่งเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะได้เป็นนายทหารชั้นสัญญาบัตรสอบชั้นปีที่ ๓ ได้
แต่สอบชั้นปีที่ ๔ ตก และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(๙)[๓]
ข้าราชการกลาโหมพลเรือนที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายทหารประทวนมีเวลารับราชการรวมกันไม่น้อยกว่าสิบห้าปี
และมียศจ่าสิบเอก พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก ไม่น้อยกว่าสี่ปี
หรือได้รับเงินเดือนในอัตราสูงสุดของข้าราชการต่ำกว่าชั้นสัญญาบัตรและอัตราจ่าสิบเอก
พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก รวมกันไม่น้อยกว่าสี่ปี ทั้งได้ทำหน้าที่ในตำแหน่งนายทหารสัญญาบัตรมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปีได้ผลดี
และส่วนราชการขึ้นตรงต่อกระทรวงกลาโหมรับรองว่ามีความรู้สมควรเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้
ข้อ ๑๔ นักเรียนที่ศึกษาวิชาอยู่ในต่างประเทศ
ซึ่งทางราชการทหารได้รับสมัครให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ เมื่อเรียนสำเร็จวิชาตามที่กระทรวงกลาโหมกำหนดแล้ว
ข้อ ๑๕ ยุวชนนายทหารซึ่งมียศนายทหารประทวนตามข้อ
๓ ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้
เมื่อได้รับราชการทหารในกองประจำการครบกำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารแล้ว
ข้อ ๑๖[๔] ผู้สำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษาได้รับปริญญา
อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไปจากสำนักอุดมศึกษาของรัฐบาล
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย หรือสำนักศึกษาในต่างประเทศ
ซึ่งเทียบได้ไม่ต่ำกว่ามหาวิทยาลัยในประเทศไทย ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เมื่อรับราชการในตำแหน่งสัญญาบัตรอัตราทหาร
ข้อ ๑๗
ผู้สำเร็จการฝึกวิชาทหารตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมการฝึกวิชาทหารและสำเร็จวิชาชีพชั้นอุดมศึกษา
ได้รับปริญญา อนุปริญญา หรือประกาศนียบัตรซึ่งเทียบเท่าขึ้นไป
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้ตามระเบียบของกองทัพบก
หมวด
๓
บทเฉพาะกาล
ข้อ ๑๘ ข้าราชการกลาโหมพลเรือน
ซึ่งรับราชการอยู่ก่อนวันใช้บังคับกฎกระทรวงนี้ และได้รับการฝึกอบรมวิชาทหาร
มีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้ว
ให้แต่งตั้งเป็นนายทหารโดยอนุโลมตามชั้นเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในขณะนั้นได้
เมื่อรับราชการในตำแหน่งอัตราทหาร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๙๖
จอมพล ป.
พิบูลสงคราม
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
หมายเหตุ :-
เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรา ๖ และมาตรา ๙
แห่งพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙[๕]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
๑.
เนื่องจากกฎกระทรวงเดิมกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่ ๖
ขึ้นไป หรือเทียบเท่า เป็นนายทหารประทวนได้เฉพาะผู้ที่เป็นทหารกองหนุนประเภทที่ ๑
ทำให้ขัดข้องแก่การบรรจุเสมียนและโครงการแต่งตั้งข้าราชการให้เป็นทหาร และ
๒.
มิได้กำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับแต่งตั้งยศเป็นนายทหารประทวนแล้ว
จึงเป็นการสมควรที่จะกำหนดให้แต่งตั้งผู้สำเร็จตั้งแต่ชั้นมัธยมปีที่
๖ ขึ้นไป หรือเทียบเท่า
ซึ่งได้รับการฝึกวิชาทหารมีความรู้ตามหลักสูตรของกระทรวงกลาโหมแล้วเป็นนายทหารประทวนได้ด้วย
และกำหนดให้นับเวลาราชการสำหรับข้าราชการพลเรือนรวมเข้ากับเวลาราชการที่ได้รับการแต่งตั้งยศนายทหารประทวนแล้ว
เพื่อแต่งตั้งเป็นนายทหารสัญญาบัตรได้เช่นเดียวกับการแต่งตั้งนายทหารประทวนยศจ่าสิบเอก
พันจ่าเอก หรือพันจ่าอากาศเอก เป็นนายทหารสัญญาบัตรโดยทั่วไป
สุกัญญา/ผู้จัดทำ
๑๗
พฤศจิกายน ๒๕๕๒
พัสสน/ตรวจ
๕
พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๐/ตอนที่ ๔๖/หน้า ๘๑๕/๑๔ กรกฎาคม ๒๔๙๖
[๒] ข้อ
๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๓] ข้อ
๑๓ (๙) เพิ่มโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๔] ข้อ
๑๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร
พุทธศักราช ๒๔๗๙
[๕] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๖๓/หน้า ๑๓๘๘/๕ ตุลาคม ๒๔๙๗
กฎกระทรวง (พ.ศ. 2496) ออกตามความในพระราชบัญญัติยศทหาร พุทธศักราช 2479 (ฉบับ Update ณ วันที่ 05/10/2497) (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_99be128668fb28b2
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com