ข้อ ๑๕ นอกจากการประกอบธุรกิจตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวง
การคลัง ว่าด้วยการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์แล้ว กิจการวิเทศธนกิจ
อาจประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากกิจการวิเทศธนกิจ ดังต่อไปนี้ได้ด้วย
(๑) การให้บริการข่าวสาร ข้อมูลทางการเงินและเศรษฐกิจทั่วไป
(๒) การให้บริการจัดทำหรือวิเคราะห์โครงการเพื่อการลงทุน
(๓) การเป็นที่ปรึกษาในการซื้อกิจการ รวมกิจการ หรือควบกิจการ
(๔) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน
(๕) การจัดการออก (Arranging) หรือการจัดจำหน่าย (Underwriting)
ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ออกจำหน่ายในต่างประเทศ แต่ใน
กรณีที่ผู้ออกตราสารอยู่ในประเทศ กิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้น
ตามกฎหมายต่างประเทศ ต้องประกอบธุรกิจนี้ร่วมกับกิจการวิเทศธนกิจของธนาคาร
พาณิชย์ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย
(๖) การรับซื้อหรือโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็นเงินตราต่างประเทศภายใต้
ข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑) กิจการวิเทศธนกิจสามารถรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็น
เงินตราต่างประเทศจากสถาบันการเงินในประเทศ สถาบันการเงินที่จดทะเบียนในต่าง
ประเทศ หรือบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน โดยการเบิกถอนเงินให้กู้ยืมที่เป็น
เงินให้กู้ยืมในประเทศที่รับซื้อหรือรับโอนของผู้กู้แต่ละราย ต้องมีจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า
๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่เป็นการเบิกถอนโดยสถาบัน
การเงิน หรือเป็นการเบิกถอนงวดสุดท้าย หรือเป็นกรณีมียอดคงค้างที่เบิกถอนไปแล้ว
ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า
การเบิกถอนเงินให้กู้ยืมที่เป็นเงินให้กู้ยืมในประเทศที่รับซื้อหรือรับโอน
ของผู้กู้แต่ละรายที่เป็นผู้ส่งออกที่มีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้น
ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นลูกค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายหรือให้
บริหารแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ
ระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือ
เทียบเท่า เว้นแต่เป็นการเบิกถอนงวดสุดท้าย หรือเป็นกรณีที่มียอดคงค้างที่เบิกถอนไปแล้ว
ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า
๒) การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ต้องเป็นการรับซื้อโดยเด็ดขาด
ตามสภาพของลูกหนี้ที่เป็นอยู่ทั้งการจัดชั้นและระยะเวลาที่ค้างชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้น
๓) ในการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม กิจการวิเทศธนกิจต้องถือ
ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้ยืมโดยเคร่งครัด
(๗) การค้ำประกันการกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ไทยหรือจากต่างประเทศ
ที่เป็นเงินตราต่างประเทศแก่ลูกค้างในประเทศ ต้องมีวงเงินขั้นต่ำในการค้ำประกันไม่น้อยกว่า
๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่ลูกค้าในประเทศที่เป็นผู้ส่งออกที่มี
รายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็น
ลูกค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายหรือให้บริการแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออก
เกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีวงเงินขั้นต่ำในการ
ค้ำประกันไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า
(๘) การรับซื้อลดตราสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
เฉพาะกรณีที่ผู้ขายสินค้าเป็นผู้ส่งออกที่มีภูมิลำเนาหรือจดทะเบียนในประเทศไทยตาม
ข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑) รับซื้อลดตั๋วแลกเงินที่เกี่ยวกับการส่งออกทั้งกรณีมีเลตเตอร์ออฟเครดิต
(Export Bill under L/C) และไม่มีเลตเตอร์ออฟเครดิต (Export) Bill under D/A or D/P)
๒) รับซื้อลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการส่งสินค้าออก และได้ออกตาม
เอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้
๒.๑) เลตเตอร์ออกฟเครดิตที่เป็นเงินตราต่างประเทศ
๒.๒) สัญญาซื้อขายหรือคำสั่งซื้อสินค้า
๒.๓) ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้า หรือใบรับจำนำสินค้าของ
ธนาคารพาณิชย์อันเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ส่งออกมีสินค้าพร้อมจะส่งออกเก็บรักษาไว้
ในคลังสินค้าหรือสถานที่เก็บสินค้าที่ธนาคารพาณิชย์ให้ความเชื่อถือ
๒.๔) ตั๋วแลกเงินอันเกิดจากการที่ผู้ส่งออกได้ส่งสินค้าออกแล้ว
(๙) การเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตที่เป็นเงินตราต่างประเทศเฉพาะกรณีที่
ผู้ซื้อสินค้าตามข้อตกลงแห่งเลตเตอร์ออฟเครดิตนั้นมีภูมิลำเนาหรือจดทะเบียนในประเทศไทย
และต้องมีวงเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่
ผู้ซื้อสินค้าดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าสินค้าเพื่อผลิตสำหรับการส่งออกโดยมีรายได้จากการส่งออก
เกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่มีรายได้
เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้ส่งออก ซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่า
ครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนต้องมีวงเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐
ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า
(๑๐) การให้กู้ยืมโดยทำสัญญาทรัสต์รีซีท (Trust Receipt) ที่เป็นเงินตรา
ต่างประเทศแก่ผู้ซื้อสินค้าที่มีภูมิลำเนาหรือจดทะเบียนในประเทศไทย ทั้งที่มีหรือไม่มี
เลตเตอร์ออฟเครดิตประกอบ และต้องมีวงเงินการให้กู้ยืมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐
ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าสินค้าเพื่อผลิต
สำหรับการส่งออก โดยมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ
ระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายสินค้าหรือ
บริการแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ
ระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีวงเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือ
เทียบเท่า
(๑๑) การให้เช่าซื้อหรือการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ภายใต้ข้อกำหนดดังต่อไปนี้
๑) ในข้อกำหนดนี้
"ผู้เช่า" หมายความว่า ผู้เช่าซื้อหรือผู้เช่าแบบลีสซิ่ง
"เงินรายงวด" หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระแก่กิจการวิเทศธนกิจ
ในแต่ละงวด ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นดอกผลเช่าซื้อและราคาเงินสดประจำงวดตามเงื่อนไข
ในสัญญาเช่าซื้อ
"ค่าเช่า" หมายความว่า ค่าเช่าตามสัญญาแบบลีสซิ่ง
"การปรับโครงสร้างหนี้" หมายความว่า การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เป็นไป
ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย
"เช่าซื้อ" หมายความว่า เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
"การให้เช่าแบบลีสซิ่ง" หมายความว่า การให้เช่าทรัพย์สิน เพื่อให้
ผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ในกิจการอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการบริการ
อย่างอื่นเป็นทางค้าปกติ โดยผู้เช่ามีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่า
ทั้งนี้ ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ผู้เช่ามีสิทธิที่จะซื้อ
หรือเช่าทรัพย์สินนั้นต่อไปในราคาหรือค่าเช่าที่ได้ตกลงกัน
๒) ให้กิจการวิเทศธนกิจให้เช่าซื้อ หรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง ซึ่งทรัพย์สิน
ที่ได้รับโอนมาเพื่อชำระหนี้จากลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน ตามสัญญาการปรับโครงสร้างหนี้
๓) การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง เมื่อผู้เช่าผิดนัด
ไม่ชำระเงินรายงวดที่ค่าเช่าสองงวดติด ๆ กัน หรือเมื่อผู้เช่ากระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็น
ส่วนสำคัญกิจการวิเทศธนกิจต้องแจ้งการบอกเลิกสัญญาพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือให้
ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วันนับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือดังกล่าว ในหนังสือ
บอกเลิกสัญญานั้นให้ระบุด้วยว่าหากผู้เช่าชำระค่าเช่างวดที่ค้างชำระหรือแก้ไขการผิดสัญญา
ในข้อที่เป็นส่วนสำคัญดังกล่าวแล้วแต่กรณีภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิก
สัญญา การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป
ในกรณีที่ผิดนัดไม่ชำระเงินรายงวดหรือค่าเช่าสองงวดติดต่อกันหรือ
กระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ หากผู้เช่าชำระค่าเช่างวดที่ค้างชำระเงินรายงวดที่
ค้างชำระหรือแก้ไขการผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ
หนังสือบอกเลิกสัญญา ให้การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป
๔) เมื่อสิ้นวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๔ กิจการวิเทศธนกิจจะประกอบธุรกิจ
การให้เช่าซื้อ หรือการให้เช่าแบบลีสซิ่งเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้
กิจการวิเทศธนกิจต้องแยกบัญชีในการประกอบธุรกิจตามข้อ ๑๕ นี้ต่างหาก
จากบัญชีอื่น ๆ ของกิจการวิเทศธนกิจอย่างชัดเจน