法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
10
มาตรา อารัมภบท

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการประกอบกิจการวิเทศธนกิจ

ของธนาคารพาณิชย์

เพื่อให้เป็นไปตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การประกอบกิจการ

วิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๓๕ อาศัยอำนาจตามความใน

มาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย

พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒ ธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกข้อกำหนดดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไข ในการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ ลงวันที่ ๙ ธันวาคม

พ.ศ. ๒๕๔๒

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการวิเทศธนกิจ

ต้องแยกกิจการวิเทศธนกิจออกจากกิจการธนาคารพาณิชย์อื่นเสมือนหนึ่งเป็นคนละนิติบุคคล

เช่น การแยกทรัพย์สิน เอกสาร หลักฐาน และบัญชี เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ธนาคารพาณิชย์ที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการวิเทศธนกิจ

ต้องแยกกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศ และกิจการวิเทศธนกิจเพื่อ

การให้กู้ยืมในประเทศออกจากกัน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ห้ามมิให้กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศของ

ธนาคารพาณิชย์ใด ๆ โอนเงินของกิจการให้แก่กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในประเทศ

ที่เป็นกิจการของธนาคารพาณิชย์เดียวกันนั้น หรือให้กู้ยืม หรือฝากเงินกับกิจการวิเทศธนกิจ

เพื่อการให้กู้ยืมในประเทศที่เป็นกิจการของธนาคารพาณิชย์อื่น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ห้ามมิให้กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศของธนาคาร

พาณิชย์ใด ๆ ชำระหนี้ตามภาระผูกพันอันเกิดจากการอาวัล รับรอง หรือค้ำประกันหนี้ใด ๆ

แทนกิจการวิเทศธนกิจ เพื่อการให้กู้ยืมในประเทศที่เป็นกิจการของธนาคารพาณิชย์เดียวกัน

หรือของธนาคารพาณิชย์อื่น

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการประกอบกิจการวิเทศธนกิจ

(๑) เงินรับฝากและเงินกู้ยืมต้องมีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ

(๒) การชำระคืนเงินรับฝาก เงินกู้ยืม และดอกเบี้ยของกิจการวิเทศธนกิจ

ต้องกระทำในต่างประเทศ

ในกรณีของกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศ การเบิกถอน

เงินให้กู้ยืม การชำระคืนเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ย ต้องกระทำในต่างประเทศ และหากการชำระ

คืนเงินให้กู้ยืมและดอกเบี้ยดังกล่าวกระทำโดยบุคคลอื่นใดที่ไม่ใช่ผู้กู้บุคคลนั้นต้องมีถิ่นที่อยู่

นอกประเทศด้วย

ความใน (๑) และ (๒) ไม่ใช้บังคับกรณีที่เป็นกระทรวงการคลัง ธนาคาร

แห่งประเทศไทย ทุนรักษาระดับอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา หรือกิจการวิเทศธนกิจอื่น

(๓) การเบิกถอนเงินให้กู้ยืมจากกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมใน

ประเทศของผู้กู้แต่ละรายต้องมีจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

หรือเทียบเท่า เว้นแต่เป็นการเบิกถอนโดยสถาบันการเงิน หรือเป็นการเบิกถอนงวดสุดท้าย

หรือเป็นกรณีที่มียอดคงค้างที่เบิกถอนไปแล้วไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกา

หรือเทียบเท่า หรือเป็นกรณีการให้กู้ยืมอันเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์

ชองธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งนี้ ในการให้กู้ยืมดังกล่าวจะต้องเป็นผลมาจากสัญญากู้ยืมเดิม

การเบิกถอนเงินให้กู้ยืมจากกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในประเทศ

ของผู้กู้แต่ละรายที่เป็นผู้ส่งออกที่มีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้น

ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นลูกค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายหรือให้

บริการแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ

ระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือ

เทียบเท่า เว้นแต่เป็นการเบิกถอนงวดสุดท้าย หรือเป็นกรณีที่มียอดคงค้างที่เบิกถอนไปแล้ว

ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า

(๔) การทำธุรกรรมต่าง ๆ ระหว่างกิจการวิเทศธนกิจกับลูกค้า กิจการ

วิเทศธนกิจต้องดำเนินการให้ลูกค้าให้ชื่อ ที่อยู่ และข้อมูลที่แท้จริง และในการจัดทำเอกสาร

หรือหลักฐานใด ๆ ที่เกี่ยวกับลูกค้า กิจการวิเทศธนกิจต้องจัดทำเอกสารหรือหลักฐาน

ดังกล่าวให้ตรงต่อความเป็นจริง

(๕) ห้ามรับฝากเงินที่ใช้เช็คในการเบิกถอนเงิน

(๖) การรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันการชำระหนี้ให้แก่กิจการ

วิเทศธนกิจอื่น ต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นการรับรอง รับอาวัล หรือค้ำประกันให้แก่กิจการ

ส่วนใดของกิจการวิเทศธนกิจอื่นนั้น

(๗) รายรับจากการประกอบธุรกิจของกิจการวิเทศธนกิจต้องเป็น

เงินตราต่างประเทศ เว้นแต่เป็นรายรับจากกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมเงินบาท

ในต่างประเทศหรือรายรับจากธุรกิจตามข้อ ๑๕

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้กิจการวิเทศธนกิจสามารถรับโอนสินทรัพย์ หนี้สิน หรือกิจการ

ต่าง ๆ ที่เกิดจากการประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเช่นเดียวกับกิจการวิเทศธนกิจ จากกิจการ

ส่วนอื่นของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าของกิจการวิเทศธนกิจนั้น ๆ ได้ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการ

ดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน ๓ เดือน นับแต่วันเริ่มประกอบกิจการวิเทศธนกิจ เว้นแต่ได้รับ

อนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นอย่างอื่น และให้กิจการวิเทศธนกิจแจ้งการ

รับโอนตามวรรคหนึ่งให้บรรดาลูกหนี้ของธุรกิจที่รับโอนดังกล่าวทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

๑๕ วัน ก่อนวันรับโอน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กิจการวิเทศธนกิจอาจมีสินทรัพย์ซึ่งเป็นเงินบาทไว้ในประเทศไทย

ได้ดังต่อไปนี้

(๑) สินทรัพย์เพื่อการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามมาตรา ๑๑ ตรี

(๒) สินทรัพย์ที่สำรองไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจในมูลค่า

ไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ในรูปของสินทรัพย์ดังต่อไปนี้

๑) สถานที่สำหรับดำเนินธุรกิจ หรือสำหรับพนักงานและลูกจ้าง รวมทั้ง

เครื่องใช้สำนักงานต่าง ๆ โดยหักค่าเสื่อมราคาตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นชอบ

๒) หลักทรัพย์รัฐบาลไทย หรือหลักทรัพย์ที่รัฐบาลไทยค้ำประกันต้นเงิน

และดอกเบี้ยให้คำนวณตามราคาตลาดหรือราคาทุนแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า

๓) หุ้นกู้ที่ไม่อาจแปลงสภาพแห่งสิทธิเป็นหุ้นได้ บัตรเงินฝาก หรือตราสาร

แห่งหนี้ ซึ่งออกโดยนิติบุคคลหรือสถาบันการเงินที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและเสนอขาย

ในประเทศไทย ให้คำนวณตามราคาตลาดหรือราคาทุนแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า

๔) เงินสดหรือบัญชีเงินฝากที่เป็นเงินบาทกับสถาบันการเงินในประเทศไทย

๕) เงินทดรองจ่ายแก่พนักงาน ค่าใช้จ่ายล่วงหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานและ

เงินค่ามัดจำ

(๓) สินทรัพย์ที่ออกโดยสถาบันการเงินตามโครงการรับแลกเปลี่ยนตราสาร

ที่ออกโดยบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ทางการมีคำสั่งให้ระงับการดำเนิน

กิจการชั่วคราว

(๔) พันธบัตรรัฐบาลกรณีพิเศษ

(๕) เงินลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ หรือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น

ของนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย ทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม อันเนื่องมาจาก

การปรับโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กิจการวิเทศธนกิจอาจเปลี่ยนเงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศ หรือ

เงินตราต่างประเทศเป็นเงินบาทได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เปลี่ยนเงินบาท ซึ่งเป็นผลกำไรหลังหักภาษี ณ สิ้นงวดบัญชี เพื่อส่ง

ผลกำไรนั้นกลับไปยังกิจการส่วนอื่นของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายต่าง

ประเทศที่เป็นเจ้าของกิจการวิเทศธนกิจ ทั้งนี้ กิจการส่วนอื่นนั้นต้องอยู่ในต่างประเทศด้วย

(๒) เปลี่ยนเงินบาทที่เกิดจากการจำหน่ายสินทรัพย์ตามข้อ ๘ หรือที่เกิด

จากการจำหน่ายสินทรัพย์ที่ได้มากจากการชำระหนี้ เพื่อนำกลับไปประกอบธุรกรรมตาม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

(๓) เปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อสำรองไว้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนิน

ธุรกิจตามข้อ ๘ หรือเพื่อการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องตามมาตรา ๑๑ ตรี และเปลี่ยนเงินบาท

จากการลดยอดของสินทรัพย์สภาพคล่องที่ต้องดำรงตามมาตรา ๑๑ ตรี เพื่อนำกลับไป

ประกอบธุรกรรมตามข้อ ๑๑ รวมทั้งการทำสัญญาประกันความเสี่ยงสำหรับจำนวนเงินที่ดำรง

สินทรัพย์สภาพคล่องดังกล่าว

(๔) เปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เพื่อปฏิบัติตามโครงการรับแลกเปลี่ยน

ตราสารที่ออกโดยบริษัทเงินทุน หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ที่ทางการมีคำสั่งให้ระงับการ

ดำเนินกิจการชั่วคราว และเปลี่ยนเงินบาทเพื่อนำกลับไปประกอบธุรกรรมตามข้อ ๑๑

การเปลี่ยนเงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำได้กับ

ธนาคารรับอนุญาตตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินในส่วนที่ไม่ใช่กิจการวิเทศธนกิจ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ สินทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้ของกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้

กู้ยืมในต่างประเทศ หรือกิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในประเทศถือว่าเป็นสินทรัพย์ของ

กิจการวิเทศธนกิจนั้น ๆ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ในกรณีที่สินทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้เป็น

เงินบาท สินทรัพย์นั้นไม่ให้นับรวมเป็นส่วนหนึ่งของสินทรัพย์ที่เป็นเงินบาทที่กิจการวิเทศธนกิจ

พึงมีได้ตามข้อ ๘

สินทรัพย์ตามวรรคหนึ่งที่เป็นเงินบาท ต้องเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศ

เพื่อนำกลับไปประกอบธุรกรรมทุกประเภทตามที่กิจการวิเทศธนกิจส่วนนั้นจะพึงกระทำได้

ตามข้อ ๑๑

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ผลกำไรหลังหักภาษี ณ สิ้นงวดบัญชี หรือเงินตราต่างประเทศ

ซึ่งได้มาจากการเปลี่ยนเงินบาทตามข้อ ๙ ให้ถือว่ามีแหล่งที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งกิจการ

วิเทศธนกิจสามารถนำกลับไปประกอบธุรกรรมทุกประเภทตามที่กิจการวิเทศธนกิจจะพึง

กระทำได้ตามประกาศกระทรวงการคลัง ว่าด้วยการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคาร

พาณิชย์ และตามประกาศฉบับนี้แต่ไม่รวมถึงการให้กู้ยืมเงินบาทของกิจการวิเทศธนกิจ

เพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การโอนผลกำไรหรือผลขาดทุนหลังหักภาษี ณ สิ้นงวดบัญชี

ไปให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าของกิจการวิเทศธนกิจนั้น กิจการวิเทศธนกิจต้องแจ้งการ

โอนดังกล่าวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่โอน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ กิจการวิเทศธนกิจเพื่อการให้กู้ยืมในต่างประเทศ อาจเปิดบัญชี

เงินฝากแบบไม่มีดอกเบี้ยไว้กับกิจการส่วนอื่นของธนาคารพาณิชย์เจ้าของกิจการวิเทศธนกิจ

นั้นซึ่งอยู่ในประเทศไทยเพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจได้ แทน

การเปิดบัญชีเงินฝากธนาคารในต่างประเทศ (Nostro Account) โดยตรง ทั้งนี้ ณ สิ้นวัน

บัญชีเงินฝากดังกล่าวจะต้องไม่มียอดคงค้างใด ๆ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้กิจการวิเทศธนกิจสามารถลงทุนในหุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ

หรือใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้น ของนิติบุคคลที่จดทะเบียนในต่างประเทศ ทั้งโดยทางตรง

และทางอ้อม อันเนื่องมาจากการปรับโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่ง

ประเทศไทยได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ นอกจากการประกอบธุรกิจตามที่กำหนดไว้ในประกาศกระทรวง

การคลัง ว่าด้วยการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์แล้ว กิจการวิเทศธนกิจ

อาจประกอบธุรกิจอื่นที่เกี่ยวกับหรือเนื่องจากกิจการวิเทศธนกิจ ดังต่อไปนี้ได้ด้วย

(๑) การให้บริการข่าวสาร ข้อมูลทางการเงินและเศรษฐกิจทั่วไป

(๒) การให้บริการจัดทำหรือวิเคราะห์โครงการเพื่อการลงทุน

(๓) การเป็นที่ปรึกษาในการซื้อกิจการ รวมกิจการ หรือควบกิจการ

(๔) การเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

(๕) การจัดการออก (Arranging) หรือการจัดจำหน่าย (Underwriting)

ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่เป็นเงินตราต่างประเทศที่ออกจำหน่ายในต่างประเทศ แต่ใน

กรณีที่ผู้ออกตราสารอยู่ในประเทศ กิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งจัดตั้งขึ้น

ตามกฎหมายต่างประเทศ ต้องประกอบธุรกิจนี้ร่วมกับกิจการวิเทศธนกิจของธนาคาร

พาณิชย์ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย

(๖) การรับซื้อหรือโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็นเงินตราต่างประเทศภายใต้

ข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑) กิจการวิเทศธนกิจสามารถรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืมที่เป็น

เงินตราต่างประเทศจากสถาบันการเงินในประเทศ สถาบันการเงินที่จดทะเบียนในต่าง

ประเทศ หรือบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน โดยการเบิกถอนเงินให้กู้ยืมที่เป็น

เงินให้กู้ยืมในประเทศที่รับซื้อหรือรับโอนของผู้กู้แต่ละราย ต้องมีจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า

๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่เป็นการเบิกถอนโดยสถาบัน

การเงิน หรือเป็นการเบิกถอนงวดสุดท้าย หรือเป็นกรณีมียอดคงค้างที่เบิกถอนไปแล้ว

ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า

การเบิกถอนเงินให้กู้ยืมที่เป็นเงินให้กู้ยืมในประเทศที่รับซื้อหรือรับโอน

ของผู้กู้แต่ละรายที่เป็นผู้ส่งออกที่มีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้น

ในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นลูกค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายหรือให้

บริหารแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ

ระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีจำนวนครั้งละไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือ

เทียบเท่า เว้นแต่เป็นการเบิกถอนงวดสุดท้าย หรือเป็นกรณีที่มียอดคงค้างที่เบิกถอนไปแล้ว

ไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า

๒) การรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม ต้องเป็นการรับซื้อโดยเด็ดขาด

ตามสภาพของลูกหนี้ที่เป็นอยู่ทั้งการจัดชั้นและระยะเวลาที่ค้างชำระดอกเบี้ยหรือเงินต้น

๓) ในการรับซื้อหรือรับโอนลูกหนี้เงินให้กู้ยืม กิจการวิเทศธนกิจต้องถือ

ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้ยืมโดยเคร่งครัด

(๗) การค้ำประกันการกู้ยืมจากธนาคารพาณิชย์ไทยหรือจากต่างประเทศ

ที่เป็นเงินตราต่างประเทศแก่ลูกค้างในประเทศ ต้องมีวงเงินขั้นต่ำในการค้ำประกันไม่น้อยกว่า

๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่ลูกค้าในประเทศที่เป็นผู้ส่งออกที่มี

รายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็น

ลูกค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายหรือให้บริการแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออก

เกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีวงเงินขั้นต่ำในการ

ค้ำประกันไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า

(๘) การรับซื้อลดตราสารที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

เฉพาะกรณีที่ผู้ขายสินค้าเป็นผู้ส่งออกที่มีภูมิลำเนาหรือจดทะเบียนในประเทศไทยตาม

ข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑) รับซื้อลดตั๋วแลกเงินที่เกี่ยวกับการส่งออกทั้งกรณีมีเลตเตอร์ออฟเครดิต

(Export Bill under L/C) และไม่มีเลตเตอร์ออฟเครดิต (Export) Bill under D/A or D/P)

๒) รับซื้อลดตั๋วสัญญาใช้เงินที่เกิดจากการส่งสินค้าออก และได้ออกตาม

เอกสารอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้

๒.๑) เลตเตอร์ออกฟเครดิตที่เป็นเงินตราต่างประเทศ

๒.๒) สัญญาซื้อขายหรือคำสั่งซื้อสินค้า

๒.๓) ใบรับของคลังสินค้าและประทวนสินค้า หรือใบรับจำนำสินค้าของ

ธนาคารพาณิชย์อันเป็นหลักฐานแสดงว่าผู้ส่งออกมีสินค้าพร้อมจะส่งออกเก็บรักษาไว้

ในคลังสินค้าหรือสถานที่เก็บสินค้าที่ธนาคารพาณิชย์ให้ความเชื่อถือ

๒.๔) ตั๋วแลกเงินอันเกิดจากการที่ผู้ส่งออกได้ส่งสินค้าออกแล้ว

(๙) การเปิดเลตเตอร์ออฟเครดิตที่เป็นเงินตราต่างประเทศเฉพาะกรณีที่

ผู้ซื้อสินค้าตามข้อตกลงแห่งเลตเตอร์ออฟเครดิตนั้นมีภูมิลำเนาหรือจดทะเบียนในประเทศไทย

และต้องมีวงเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่

ผู้ซื้อสินค้าดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าสินค้าเพื่อผลิตสำหรับการส่งออกโดยมีรายได้จากการส่งออก

เกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่มีรายได้

เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายสินค้าหรือบริการแก่ผู้ส่งออก ซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่า

ครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบระยะเวลาบัญชีก่อนต้องมีวงเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐

ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า

(๑๐) การให้กู้ยืมโดยทำสัญญาทรัสต์รีซีท (Trust Receipt) ที่เป็นเงินตรา

ต่างประเทศแก่ผู้ซื้อสินค้าที่มีภูมิลำเนาหรือจดทะเบียนในประเทศไทย ทั้งที่มีหรือไม่มี

เลตเตอร์ออฟเครดิตประกอบ และต้องมีวงเงินการให้กู้ยืมขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐

ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่า เว้นแต่ผู้ซื้อสินค้าดังกล่าวเป็นผู้นำเข้าสินค้าเพื่อผลิต

สำหรับการส่งออก โดยมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ

ระยะเวลาบัญชีก่อน หรือเป็นผู้นำเข้าสินค้าที่มีรายได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งจากการขายสินค้าหรือ

บริการแก่ผู้ส่งออกซึ่งมีรายได้จากการส่งออกเกินกว่าครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งสิ้นในรอบ

ระยะเวลาบัญชีก่อน ต้องมีวงเงินขั้นต่ำไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือ

เทียบเท่า

(๑๑) การให้เช่าซื้อหรือการให้เช่าแบบลีสซิ่ง ภายใต้ข้อกำหนดดังต่อไปนี้

๑) ในข้อกำหนดนี้

"ผู้เช่า" หมายความว่า ผู้เช่าซื้อหรือผู้เช่าแบบลีสซิ่ง

"เงินรายงวด" หมายความว่า เงินที่ผู้เช่าซื้อจะต้องชำระแก่กิจการวิเทศธนกิจ

ในแต่ละงวด ซึ่งประกอบด้วยส่วนที่เป็นดอกผลเช่าซื้อและราคาเงินสดประจำงวดตามเงื่อนไข

ในสัญญาเช่าซื้อ

"ค่าเช่า" หมายความว่า ค่าเช่าตามสัญญาแบบลีสซิ่ง

"การปรับโครงสร้างหนี้" หมายความว่า การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่เป็นไป

ตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

"เช่าซื้อ" หมายความว่า เช่าซื้อตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

"การให้เช่าแบบลีสซิ่ง" หมายความว่า การให้เช่าทรัพย์สิน เพื่อให้

ผู้เช่าได้ใช้ประโยชน์ในกิจการอุตสาหกรรม เกษตรกรรม พาณิชยกรรม หรือกิจการบริการ

อย่างอื่นเป็นทางค้าปกติ โดยผู้เช่ามีหน้าที่ต้องบำรุงรักษาและซ่อมแซมทรัพย์สินที่เช่า

ทั้งนี้ ผู้เช่าจะบอกเลิกสัญญาก่อนครบกำหนดเพียงฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ผู้เช่ามีสิทธิที่จะซื้อ

หรือเช่าทรัพย์สินนั้นต่อไปในราคาหรือค่าเช่าที่ได้ตกลงกัน

๒) ให้กิจการวิเทศธนกิจให้เช่าซื้อ หรือให้เช่าแบบลีสซิ่ง ซึ่งทรัพย์สิน

ที่ได้รับโอนมาเพื่อชำระหนี้จากลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน ตามสัญญาการปรับโครงสร้างหนี้

๓) การบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเช่าแบบลีสซิ่ง เมื่อผู้เช่าผิดนัด

ไม่ชำระเงินรายงวดที่ค่าเช่าสองงวดติด ๆ กัน หรือเมื่อผู้เช่ากระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็น

ส่วนสำคัญกิจการวิเทศธนกิจต้องแจ้งการบอกเลิกสัญญาพร้อมด้วยเหตุผลเป็นหนังสือให้

ผู้เช่าทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๓๐ วันนับแต่วันที่ผู้เช่าได้รับหนังสือดังกล่าว ในหนังสือ

บอกเลิกสัญญานั้นให้ระบุด้วยว่าหากผู้เช่าชำระค่าเช่างวดที่ค้างชำระหรือแก้ไขการผิดสัญญา

ในข้อที่เป็นส่วนสำคัญดังกล่าวแล้วแต่กรณีภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือบอกเลิก

สัญญา การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป

ในกรณีที่ผิดนัดไม่ชำระเงินรายงวดหรือค่าเช่าสองงวดติดต่อกันหรือ

กระทำผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ หากผู้เช่าชำระค่าเช่างวดที่ค้างชำระเงินรายงวดที่

ค้างชำระหรือแก้ไขการผิดสัญญาในข้อที่เป็นส่วนสำคัญ ภายใน ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ

หนังสือบอกเลิกสัญญา ให้การบอกเลิกสัญญานั้นเป็นอันระงับไป

๔) เมื่อสิ้นวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๔๔ กิจการวิเทศธนกิจจะประกอบธุรกิจ

การให้เช่าซื้อ หรือการให้เช่าแบบลีสซิ่งเพิ่มขึ้นอีกไม่ได้

กิจการวิเทศธนกิจต้องแยกบัญชีในการประกอบธุรกิจตามข้อ ๑๕ นี้ต่างหาก

จากบัญชีอื่น ๆ ของกิจการวิเทศธนกิจอย่างชัดเจน

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ สถานที่ทำการของกิจการวิเทศธนกิจต้องมีเพียงแห่งเดียว และต้อง

อยู่ในสถานที่เดียวกับที่ทำการของธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าของกิจการวิเทศธนกิจนั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ กิจการวิเทศธนกิจต้องนำส่งค่าธรรมเนียมรายปี ปีละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท

การชำระค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง ให้ชำระที่ธนาคารแห่งประเทศไทย

ภายใน ๗ วันทำการแรกของทุกปี เว้นแต่ปีแรกให้ชำระเมื่อรับใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล

ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

[รก.๒๕๔๓/พ.๕๕ง/๕๐/๑๔ มิถุนายน ๒๕๔๓]

10 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข ในการประกอบกิจการวิเทศธนกิจของธนาคารพาณิชย์ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9bac7e59548dddfe

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com