法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับ Update ณ วันที่ 02/06/2560)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
58
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๗ และข้อ ๙ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๐ (พ.ศ. ๒๕๓๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ข้อ ๕ ข้อ ๖ และข้อ ๗ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๘ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ข้อ ๑๓ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ เจ้าพนักงานออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(๑) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๔

(๒) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๒) ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๓๕

(๓) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๓) ลงวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๗

(๔) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๕) ลงวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๔๐

(๕) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

(๖) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๗) ลงวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๒

(๗) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๘) ลงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๔๓

(๘) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๙) ลงวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๔๔

(๙) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๐) ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๔๕

(๑๐) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๑) ลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๔๖

(๑๑) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๒) ลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๖

(๑๒) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ ๑๓) ลงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๒] ในประกาศนี้

“นิติบุคคลรับอนุญาต” หมายความว่า นิติบุคคลรับอนุญาตตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“ธุรกิจในเครือ” หมายความว่า บรรดานิติบุคคลที่มีบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงบรรดานิติบุคคลซึ่งนิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลหลังด้วย ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

“กิจการ” หมายถึง กิจการเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชน กิจการร่วมค้า

“กิจการในเครือ” หมายถึง กิจการแม่ กิจการย่อย และกิจการร่วม ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงสาขาของกิจการแม่ กิจการย่อย หรือกิจการร่วมด้วย

“กิจการแม่” หมายถึง กิจการที่มีหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการย่อยมากกว่าร้อยละ ๕๐ ของทุนหรือหุ้นทั้งหมด หรือกิจการที่มีหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการร่วมตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ แต่ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของทุนหรือหุ้นทั้งหมด ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

“กิจการย่อย” หมายความว่า

(ก) กิจการที่มีกิจการอื่นเป็นกิจการแม่ ที่ไม่ใช่กิจการร่วม หรือ

(ข) กิจการย่อยของกิจการตาม (ก) ต่อไปทุกทอด

“กิจการร่วม” หมายความว่า

(ก) กิจการที่มีกิจการอื่นเป็นกิจการแม่ ที่ไม่ใช่กิจการย่อย

(ข) กิจการที่มีกิจการย่อยเป็นกิจการแม่ ที่ไม่ใช่กิจการย่อย หรือ

(ค) กิจการย่อยของกิจการตาม (ก) หรือ (ข) ต่อไปทุกทอด

“หลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น” หมายความรวมถึง ตราสารทุน ตราสารหนี้ หน่วยลงทุน

การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศนอกจากกรณีที่ระบุในข้อ ๒ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ผู้ส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศต้องยื่นคำขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานโดยชี้แจงรายละเอียดและความจำเป็นพร้อมเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตได้รับคำขอและเอกสารประกอบ (ถ้ามี) จากผู้ขอและตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าข้อความในคำขอและเอกสารประกอบแท้จริงและถูกต้อง ให้นิติบุคคลรับอนุญาตลงลายมือชื่อรับรองและประทับตราบนคำขอรวมทั้งเอกสารประกอบ และส่งคำขอพร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าพนักงานพิจารณา

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตคำขอแล้ว ให้ผู้ขอนำหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรในขณะที่เดินทางออกนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่ธนาคารที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยขอส่งหรือนำเงินตราที่ถอนจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศของตนเกินกว่าจำนวนที่ระบุในข้อ ๒ (๒) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ กลับไปยังประเทศดังกล่าว เจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ เมื่อปฏิบัติตามข้อ ๕ แล้ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศตามข้อ ๔ และกรณีธนาคารรับอนุญาต ส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศในจำนวนไม่เกินมูลค่าของเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารในต่างประเทศส่งหรือนำเข้ามาแลกเปลี่ยน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตหรือธนาคารรับอนุญาต แล้วแต่กรณี มีหนังสือถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดราคา และจำนวนเงินตราที่จะส่งหรือนำออกนอกประเทศ พร้อมทั้งรับรองว่าเงินตราที่ส่งหรือนำออกนอกประเทศดังกล่าวเป็นไปตามข้อ ๔ แห่งประกาศนี้ หรือตามข้อ ๒ (๑) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ แล้วแต่กรณี

การยกเว้นหรือผ่อนผันเกี่ยวกับค่าของส่งออก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกตามข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ดังต่อไปนี้

(๑) รับชำระค่าของส่งออกเป็นเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) รับชำระค่าของที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นเงินบาท

(๓) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ สำหรับการส่งของออกไปนอกประเทศเพื่อซ่อมแซม ทดสอบ แสดงเผยแพร่ ชดเชยของที่ชำรุดสูญหายหรือแลกเปลี่ยนกับของที่นำเข้ามาในประเทศ

(๔)[๓] (ยกเลิก)

(๕) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกที่เป็นการรับจ้างผลิตในส่วนที่เป็นค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้

(๖) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าเพียงรายเดียว โดยให้รวมถึงหนี้ของธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออก รับชำระค่าของส่งออกเป็นเงินบาทตาม (๑) ได้

เจ้าพนักงานยกเว้นหรือผ่อนผันตาม (๒) ถึง (๖) เมื่อผู้ขอยื่นแบบคำขออนุญาตตามที่เจ้าพนักงานกำหนดพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง และให้จัดทำสำเนาแบบคำขออนุญาตที่ได้อนุญาตแล้วมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีขอยกเว้นตามข้อ ๗ และข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ โดยขอไม่ขายเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกแก่นิติบุคคลรับอนุญาตและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต แต่ประสงค์จะดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) โอนให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

(๒)[๔] โอนให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อชำระเงินที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาท

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นให้ไม่ขายเงินตราต่างประเทศ และไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต เมื่อผู้ขอยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๘ และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ ๔๔ ข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานในแต่ละกรณีดังนี้

(๑) รับชำระค่าของที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นเงินบาทตามข้อ ๖ (๒) ให้เรียกใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

(๒) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๖ (๓) ให้เรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(๓)[๕] (ยกเลิก)

(๔) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกที่เป็นการรับจ้างผลิตในส่วนที่เป็นค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้ตามข้อ ๖ (๕) ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่าเป็นการรับจ้างผลิต ซึ่งแสดงมูลค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้

(๕) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าเพียงรายเดียวตามข้อ ๖ (๖) ให้เรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องอันแสดงการหักกลบลบหนี้ และเอกสารหลักฐานประกอบตามแต่กรณีตามที่กำหนดในข้อ ๑๕

(๖)[๖] ยกเว้นไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต และมีวัตถุประสงค์เพื่อโอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๗ (๑) ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่กำหนดในข้อ ๑๕ หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อโอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๗ (๒) ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่กำหนดในข้อ ๑๖

(๗) การขอยกเว้นตามข้อ ๖ (๖) กรณีหักกลบลบหนี้ของธุรกิจในเครือและตามข้อ ๗ กรณีชำระเงินแทนธุรกิจในเครือ ให้เรียกหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ ๑๖ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ นอกเหนือจากที่กล่าวในข้อ ๖ และข้อ ๗ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้ผู้ขอยื่นคำขอต่อเจ้าพนักงานผ่านนิติบุคคลรับอนุญาต โดยเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) การขอยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าหลายราย ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยละเอียด รายละเอียดเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายที่จะนำมาหักกลบลบหนี้ ชื่อศูนย์หักกลบลบหนี้ ขั้นตอนในการหักกลบลบหนี้สกุลเงินที่จะใช้ในการชำระผลของการหักกลบลบหนี้ และรายชื่อนิติบุคคลรับอนุญาตที่จะใช้บริการโอนเงินที่เกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้

(ข) เอกสารหลักฐานการจัดตั้งนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรอง ทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๒) การขอยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีอื่น ๆ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

การยกเว้นการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่ค่าของส่งออก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บุคคลที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของส่งออกต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ยกเว้นบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๓ เดือน

(๒) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(๓) ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมตลอดถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้น ๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

(๔)[๗] คนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร หรือทำงานในต่างประเทศ

(๕)[๘] ผู้ลงทุนหรือบุคคลรายย่อยตามที่กำหนดในประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนในตราสารในต่างประเทศ และอนุพันธ์ของผู้ลงทุนหรือบุคคลรายย่อย แล้วแต่กรณี เฉพาะในกรณีที่บุคคลดังกล่าวประสงค์จะนำเงินตราต่างประเทศที่ได้รับจากการลงทุนหรือการทำธุรกรรมตามที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวไปลงทุนหรือทำธุรกรรมตามที่กำหนดไว้ในประกาศดังกล่าวต่อ

มาตรา ข้อ ๑๐/๑

ข้อ ๑๐/๑[๙] กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ดังต่อไปนี้

(๑)[๑๐] เงินตราต่างประเทศมีมูลค่าต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(๒) รับชำระเป็นเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๓) รับชำระเงินบาทจากบุคคลในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย โดยมีใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

(๔) ผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศเกิน ๓๖๐ วันในกรณีที่มีเหตุที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติได้ภายในระยะเวลาดังกล่าว โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(๕) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีที่นำเงินตราต่างประเทศนั้นไปชำระให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ โดยมีเอกสารหลักฐานประกอบตามแต่กรณีตามที่กำหนดในข้อ ๑๕ ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือโดยมีหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือประกอบด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นตาม (๑) และอนุญาตให้รับชำระเงินบาทตาม (๒) ได้

เจ้าพนักงานยกเว้นหรือผ่อนผันตาม (๓) ถึง (๕) เมื่อผู้ขอยื่นแบบคำขออนุญาตตามที่เจ้าพนักงานกำหนดพร้อมเอกสารหลักฐานที่กำหนดตามแต่ละกรณี และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง และให้จัดทำสำเนาแบบคำขออนุญาตที่ได้อนุญาตแล้วมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ ๔๖ และ ๔๗

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑[๑๑] กรณีขอยกเว้นตามข้อ ๗ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ โดยขอไม่ขายเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของส่งออกแก่นิติบุคคลรับอนุญาตและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต แต่ประสงค์จะดำเนินการ ดังต่อไปนี้

(๑) โอนให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๒) โอนให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องหรือเพื่อชำระเงินที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาท

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชำระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นให้ไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นำเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต เมื่อผู้ขอยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑๕ หรือข้อ ๑๖ ตามแต่ละกรณี และหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือกรณีชำระเงินแทนธุรกิจในเครือและนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง ให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการโอนเงินตราต่างประเทศตามความประสงค์ของผู้นั้นได้ และปฏิบัติตามข้อ ๔๔ ข้อ ๔๖ และข้อ ๔๗ ด้วย

การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลทั่วไป ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออกที่ได้รับเงินตราต่างประเทศค่าของที่ส่งออก และผู้ที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่น ๆ โอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๑๒] ในกรณีที่บุคคลในประเทศขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ เจ้าพนักงานอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการได้ตามวงเงินที่กำหนดในแต่ละกรณีเมื่อผู้ขอและนิติบุคคลรับอนุญาตได้ปฏิบัติตามข้อ ๑๕ แล้ว

(๑) เพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ โดยกิจการที่ต่างประเทศนั้นต้องประกอบธุรกิจจริงตามวัตถุประสงค์ของกิจการนั้นหรือตามที่แจ้งไว้กับหน่วยงานที่กำกับดูแล ดังนี้

(ก) การส่งเงินโดยนิติบุคคลเพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศซึ่งให้รวมถึงสาขาที่ต่างประเทศ โดยจัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุน โดยให้มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป โดยสัดส่วนในกรณีการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย หรือเพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่อยู่ในเครือเดียวกันกับผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยน ไม่จำกัดจำนวน

(ข) การส่งเงินโดยนิติบุคคลเพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่นอกเหนือจาก (ก) เป็นจำนวนรวมทั้งสิ้นไม่เกินปีละ ๕๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ค) การส่งเงินโดยบุคคลธรรมดาเพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศโดยจัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุน โดยให้มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป โดยสัดส่วนในกรณีการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย หรือเพื่อให้กู้ยืมแก่กิจการที่ได้จัดตั้งหรือเข้าร่วมลงทุนดังกล่าว หรือเพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศของกิจการดังกล่าว ไม่จำกัดจำนวน

(๒) เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๓) เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๔) เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๕)[๑๓]

เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ซื้อสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศหรือชำระค่าใช้จ่ายในการตกแต่งอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๕๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๖) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์เป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคและพิจารณาเห็นว่าเป็นการบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์จริง

(๗) เพื่อซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานเป็นจำนวนไม่เกินปีละ ๑ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๑๔] นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ยื่นแบบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนดังนี้

(๑) ชำระค่าทองคำที่นำเข้า ต้องเรียกหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงการซื้อทองคำ เช่น สัญญาซื้อขาย เอกสารเรียกเก็บเงินจากผู้ขาย

(ข) ในกรณีผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นนิติบุคคล สามารถเรียกใบสรุปรายการการซื้อทองคำ ที่ระบุชื่อผู้ขาย เลขที่เอกสาร ราคาทองคำ และกำหนดการชำระเงิน ซึ่งลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม โดยให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้มีหลักฐานแสดงการซื้อทองคำตาม (ก) เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ

(๒) ชำระค่าสินค้าที่ไม่ใช่ทองคำ หรือชำระค่าบริการ ซึ่งเป็นการซื้อสินค้าหรือรับบริการจากบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ต้องเรียกหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงการซื้อสินค้าหรือรับบริการ เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้างบริการ เอกสารเรียกเก็บเงินจากผู้ขายหรือผู้ให้บริการ

(ข) ในกรณีผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นนิติบุคคล สามารถเรียกใบสรุปรายการการซื้อขายสินค้าหรือรับบริการ ที่ระบุชื่อผู้ขายหรือผู้ให้บริการ เลขที่เอกสาร ราคาสินค้าหรือค่าบริการ และกำหนดการชำระเงิน ซึ่งลงนามรับรองโดยผู้มีอำนาจลงนามหรือผู้ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีอำนาจลงนาม โดยให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้มีหลักฐานแสดงการซื้อสินค้าหรือรับบริการตาม (ก) เพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ

(๓) ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ซื้อสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศหรือชำระค่าใช้จ่ายในการตกแต่งอสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงว่าจะมีการซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เช่น สัญญาจะซื้อจะขาย สัญญาซื้อขาย ในกรณีซื้ออสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์

(ข) หลักฐานตาม (ก) หรือหลักฐานแสดงการถือกรรมสิทธิ์หรือสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ และหลักฐานแสดงค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง เช่น เอกสารเรียกเก็บเงินที่ออกโดยผู้ขายเฟอร์นิเจอร์หรือผู้รับตกแต่ง ในกรณีชำระค่าใช้จ่ายในการตกแต่ง

(๔) ซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) เอกสารโครงการซื้อหุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้น หรือสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทในเครือเดียวกัน และ

(ข) หลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์การเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน

(๕) ลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของ เช่น สัญญาร่วมทุนหรือสัญญาซื้อขายหุ้น

(ข) หลักฐานเกี่ยวกับกิจการที่ได้รับการลงทุน เช่น ใบอนุญาตให้จดทะเบียนของกิจการที่ลงทุน หนังสือบริคณห์สนธิ

(ค) คำรับรองตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด และ

(ง) ในกรณีเงินลงทุนที่มีจำนวนตั้งแต่ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน

หลักฐานตาม (ก) และ (ข) นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยื่นภายหลังจากที่ได้มีการลงทุนแล้วได้

(๖) ให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศ ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการกู้ยืมที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืม

(ข) หลักฐานแสดงสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของ (ถ้ามี)

(ค) หลักฐานเกี่ยวกับกิจการที่กู้ยืม เช่น ใบอนุญาตให้จดทะเบียนของกิจการที่กู้ยืมหนังสือบริคณห์สนธิ

(ง) คำรับรองตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด และ

(จ) ในกรณีเงินให้กู้ยืมที่มีจำนวนตั้งแต่ ๑๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกแบบรับทราบการแจ้งความประสงค์การให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ออกให้โดยเจ้าพนักงาน

(๗) ส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของผู้รับ เช่น หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร

(๘) ส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้รับมรดก เช่น พินัยกรรมหรือหนังสือของผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง ที่แสดงการจัดสรรเงินมรดกให้แก่ผู้รับ

(๙) ส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพำนักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวรและ

(ข) หลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ เช่น บัญชีเครือญาติ

(๑๐) เป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงว่าจะเดินทางไปต่างประเทศ เช่น หนังสือเดินทาง ตั๋วเครื่องบิน

(๑๑) ชำระคืนต้นเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ และ

(ข) หลักฐานการนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ เช่น ใบแจ้งเงินโอนเข้า

(๑๒) ชำระดอกเบี้ยเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ ทั้งนี้ เฉพาะในการส่งเงินค่าดอกเบี้ยครั้งแรก

(ข) หลักฐานการนำเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ เช่น ใบแจ้งเงินโอนเข้า และ

(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินค่าดอกเบี้ย หรือเอกสารแสดงการคำนวณดอกเบี้ย กรณีไม่มีเอกสารเรียกเก็บเงิน

(๑๓) ส่งคืนเงินลงทุนในตราสารทางการเงิน เช่น หุ้น ใบสำคัญแสดงสิทธิ หน่วยลงทุน พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงการขาย การโอนกรรมสิทธิ์หรือการถือกรรมสิทธิ์

(๑๔) ส่งคืนเงินทุนของสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการจัดตั้งสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น ใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์

(ข) หลักฐานการนำเงินเข้ามาในประเทศ เช่น ใบแจ้งเงินโอนเข้า และ

(ค) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของสาขาหรือสำนักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น สำเนาบัญชีเงินฝาก

(๑๕) ส่งคืนเงินประกันหรือเงินกำไร จากการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าต้องเรียกหนังสือรับรองจากนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า

(๑๖) ส่งคืนเงินลงทุนกรณีเลิกกิจการ ลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น ต้องเรียกหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงการเสร็จสิ้นการชำระบัญชี เช่น หนังสือรับรองเสร็จสิ้นการชำระบัญชีที่ออกโดยผู้ชำระบัญชี ในกรณีที่เลิกกิจการ

(ข) หลักฐานที่แสดงการลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น เช่น หนังสือรับรองทุนจดทะเบียนที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ สำเนาบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น ในกรณีลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น

(๑๗) ส่งคืนเงินค่าขายอสังหาริมทรัพย์หรือสิทธิที่เกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ เช่น ค่าขายสิทธิการซื้อหรือเช่าอสังหาริมทรัพย์ หรือส่งเงินค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ ให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศต้องเรียกหลักฐานที่แสดงการขายหรือให้เช่า เช่น สัญญาซื้อขาย สัญญาเช่า หลักฐานแสดงการโอนหรือการถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๑๘) ส่งคืนเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเคยนำเข้ามาในประเทศไทย ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการนำเงินเข้า เช่น ใบแจ้งเงินโอนเข้า และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งออกเป็นเงินของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนั้นเช่น บัญชีเงินฝาก

(๑๙) ส่งเงินปันผล ต้องเรียกหลักฐานการจ่ายเงินปันผล เช่น ใบแจ้งการจ่ายเงินปันผลของบริษัทผู้จ่าย

(๒๐) ส่งเงินกำไรออกไปให้สำนักงานใหญ่ ต้องเรียกงบการเงินสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันที่มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองแล้ว หรืองบการเงินระหว่างกาลที่บริษัทได้รับรองความถูกต้องแล้ว หากเป็นการส่งกำไรระหว่างกาล

(๒๑) เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา ต้องเรียกหลักฐานการศึกษา เช่น หนังสือรับรองของสถานศึกษาหรือหนังสือรับรองของ ก.พ.

(๒๒) ส่งเงินออมของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศที่ทำงานในประเทศไทย ต้องเรียกหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง

(๒๓) ส่งเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเฉพาะนิติบุคคลได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ของตนซึ่งจดหรือจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องเรียกหลักฐานจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่แสดงจำนวนเงินที่เสนอขายได้จริง

(๒๔) เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนโดยมีภาระผูกพัน ต้องเรียกหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต

(๒๕) เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนโดยไม่มีภาระผูกพัน ต้องเรียกหนังสือรับรองยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศที่ซื้อเพื่อฝากโดยไม่มีภาระผูกพันรวมทุกสกุลและทุกบัญชี

(๒๖) เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศ หรือชำระภาระผูกพันของสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ต้องเรียกหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการจัดตั้ง และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกรณีค่าใช้จ่ายในการจัดตั้งสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศ

(ข) หลักฐานแสดงภาระผูกพันที่สำนักงานผู้แทนในต่างประเทศจะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ เช่น สัญญา เอกสารเรียกเก็บเงิน กรณีชำระภาระผูกพันของสำนักงานผู้แทนในต่างประเทศให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒๗) ชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่เกิดจากการชำระเงินเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ ๑๑ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงรายการใช้จ่ายบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต เช่น เอกสารเรียกเก็บเงิน

(๒๘) วัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ต้องเรียกหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ เช่น สัญญา เอกสารเรียกเก็บเงิน

การซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่มีจำนวนเงินต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดเพื่อวัตถุประสงค์ต่าง ๆ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศแจ้งวัตถุประสงค์ในการทำธุรกรรม ยกเว้นกรณีตามวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยื่นเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนในแต่ละกรณีเพื่อประกอบการพิจารณาอนุญาตของเจ้าพนักงานในทุกจำนวนเงิน

(๑) วัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อ ๑๘ (๓) และ (๔)

(๒) วัตถุประสงค์ที่กำหนดในข้อ ๑๘ (๕) เฉพาะกรณีการส่งเงินไปฝากในต่างประเทศการส่งเงินไปซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชำระค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตที่เกิดจากการชำระเงินเพื่อวัตถุประสงค์ที่นอกเหนือจากที่ระบุในข้อ ๑๑ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศต้องกระทำโดยบุคคลที่มีภาระการชำระเงินตามที่ปรากฏในหลักฐาน หรือที่สอดคล้องกับหลักฐานเท่านั้น การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีภาระโดยกระทำในนามของผู้มีภาระ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกหลักฐานการมอบอำนาจให้กระทำการแทนด้วย

ในกรณีการชำระเงินให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศหรือบุคคลไทยที่มีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศที่มิใช่ผู้มีสิทธิรับเงินตามที่ปรากฏในหลักฐานหรือที่สอดคล้องกับหลักฐาน นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกคำสั่งของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าวที่ให้บุคคลนั้นรับเงินแทน หรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย

ในการเรียกเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ นอกเหนือจากคำรับรองตามแบบที่เจ้าพนักงานกำหนด นิติบุคคลรับอนุญาตสามารถเรียกเอกสารหลักฐานที่เป็นต้นฉบับหรือสำเนาก็ได้ ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น และเมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารหลักฐานที่แท้จริงและถูกต้องแล้วให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖[๑๕] บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อชำระเงินที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาท ให้กับนิติบุคคลรับอนุญาต นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมสำเนาสัญญาเงินกู้ เอกสารการรับสินเชื่อเอกสารการทำธุรกรรมอนุพันธ์ หรือเอกสารเรียกเก็บเงิน มาประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยน และให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗[๑๖] นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทยผู้ขอซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต ยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมต้นฉบับหรือสำเนาหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้างมาประกอบการขอซื้อ และให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘[๑๗] บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้น ดังนี้

(๑) การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศเป็นจำนวนเกินกว่าวงเงินที่กำหนดตามข้อ ๑๔ (๑) รวมทั้งการส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดหรือกิจการที่ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น รายละเอียดการลงทุนหรือให้กู้ แหล่งที่มาของเงินทุน และประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนหรือให้กู้

(ข) งบการเงินล่าสุดของบุคคลที่ลงทุน หรือผู้ให้กู้ที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว

(ค) หลักฐานแสดงการลงทุนในกรณีการส่งเงินไปลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น

(ง) หลักฐานแสดงโครงสร้างการถือหุ้นระหว่างบุคคลที่ลงทุน หรือผู้ให้กู้และผู้รับการลงทุนหรือผู้กู้ และ

(จ) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๒) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๔ (๒) ถึง (๗) หรือเพื่อฝากตามข้อ ๒๓ แต่เกินวงเงินที่กำหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น

(ข) หลักฐานสำหรับแต่ละกรณีตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๓)[๑๘] การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศที่นอกเหนือจากข้อ ๑๓ ทวิ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๔) การส่งเงินกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ หรือการวางเงินเป็นประกันที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน เช่น การกู้ยืมเงิน การยืมและให้ยืมหลักทรัพย์ (Securities Borrowing and Lending) กับคู่สัญญาในต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็น โดยระบุรายละเอียดของธุรกรรม

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของธุรกรรมอนุพันธ์หรือธุรกรรมทางการเงินและธุรกรรมที่รองรับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ (ถ้ามี) และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(๕) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกรณีตามข้อ ๑๕ แต่เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ หรือกรณีอื่นนอกจากข้อ ๑๕ และข้อ ๑๘ (๑) ถึง (๔) ให้เรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(ก) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตแล้ว ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจำนวนที่เจ้าพนักงานอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ถึง ข้อ ๔๗

บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออกที่ได้รับเงินตราต่างประเทศค่าของที่ส่งออก และผู้ที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่น ๆ ฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไว้กับนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒[๑๙] ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณี โดยไม่จำกัดจำนวน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓[๒๐] บุคคลใดขอฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ และปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวงเงิน ดังต่อไปนี้

(๑) เงินตราต่างประเทศที่ฝากต้องเป็นเงินดังต่อไปนี้

(ก) เงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(ข) เงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(ค) เงินสดไม่เกินวันละ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ต่อผู้ฝากแต่ละราย เว้นแต่ผู้ฝากนั้นจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ

(๒) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ให้ฝากได้ตามจำนวนที่ขอนำฝาก

(๓)[๒๑]

กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาตรวมถึงเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศที่ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศประสงค์จะฝากรวมกับเงินที่ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศต้องยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต และให้ฝากได้ไม่เกินจำนวนตามภาระผูกพันที่ต้องชำระเป็นเงินตราต่างประเทศ

ภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้หมายรวมถึงภาระผูกพันของตนและของธุรกิจในเครือ และให้ผู้ฝากยื่นเอกสารหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วยในกรณีที่เป็นภาระผูกพันของธุรกิจในเครือ

(ข) ในกรณีที่ผู้ฝากไม่สามารถยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศ ให้ฝากเงินตราต่างประเทศได้โดยต้องจัดให้แยกเปิดเป็นบัญชีเฉพาะและยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศในบัญชีดังกล่าว ณ สิ้นวัน รวมทุกสกุลและทุกบัญชีของผู้ฝากรายนั้นต้องมีจำนวนไม่เกิน ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

ทั้งนี้ ให้องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย รวมทั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใน (๑) (ค)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔[๒๒] การฝากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของที่ส่งออกของบุคคลต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๓ และให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๑๔ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม

(๑) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน ๓ เดือน

(๒) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(๓) ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมตลอดถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชำนัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้น ๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

(๔) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของสถานทูตต่างประเทศซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(๕) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(๖) ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕[๒๓] นอกจากเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๒๓ (๑) แล้ว เจ้าพนักงานอนุญาตให้ฝากเงินตราต่างประเทศและยกเว้นให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทแหล่งต่างประเทศตามข้อ ๒๓ (๒) บัญชีอื่นของตน หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศอื่น

(๓) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศชำระให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยมีเอกสารประกอบตามข้อ ๑๕

(๔) เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศได้รับจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๕) เงินตราต่างประเทศที่นำเงินบาทจากบัญชีของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไปซื้อเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนั้น

(๖) เงินตราต่างประเทศซึ่งชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยขอซื้อจากนิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อฝากตามข้อ ๑๗

(๗) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทแหล่งในประเทศตามข้อ ๒๓ (๓) บัญชีอื่นของตน

(๘) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศได้รับเนื่องจากการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาทจากนิติบุคคลรับอนุญาต

ทั้งนี้ กรณีตาม (๑) ถึง (๖) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ กรณีตาม (๗) และ (๘) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินตราต่างประเทศที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๕/๑

ข้อ ๒๕/๑[๒๔] นอกจากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ตามข้อ ๒๓ (๑) แล้ว เจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลในประเทศฝากเงินตราต่างประเทศที่รับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทแหล่งต่างประเทศตามข้อ ๒๓ (๒) ของนิติบุคคลในประเทศบุคคลอื่นที่มีแหล่งเงินได้ค่าสินค้าหรือบริการจากต่างประเทศ เพื่อรับชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกัน และยกเว้นให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ โดยให้ถือปฏิบัติตามข้อ ๒๓ (๒) หรือ (๓) โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖[๒๕] การฝากเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดในข้อ ๒๓ ข้อ ๒๕ และข้อ ๒๕/๑ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(๒) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(๓) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาต ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จำเป็น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗[๒๖] การฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต หากผู้ฝากประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝาก ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ฝากดำเนินการแลกเปลี่ยนได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘[๒๗] ในการจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้นิติบุคคลรับอนุญาตจ่ายเป็นเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศสกุลที่ฝาก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙[๒๘] ให้ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ โดยผู้ถอนต้องปฏิบัติตามข้อ ๓๐ ด้วย

(๑) ชำระให้แก่บุคคลในต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวในข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ รวมถึงการชำระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(๒) ชำระหนี้เงินตราต่างประเทศและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อชำระเงินที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาท ให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ รวมถึงการชำระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(๓) ชำระค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีนั้นให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตผู้รักษาบัญชี

(๔) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีของตนฝากเข้าบัญชีเงินฝากของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

(๕) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน

(๖) กรณีที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทยถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อ

ก. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย

ข. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาลของประเทศไทยที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ

(๗) ขายให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศตาม (๖) ได้ โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องจัดให้ผู้ฝากยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๙/๑

ข้อ ๒๙/๑[๒๙] ให้ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศประเภทแหล่งต่างประเทศตามข้อ ๒๓ (๒) ของนิติบุคคลในประเทศที่มีแหล่งเงินได้ค่าสินค้าหรือบริการจากต่างประเทศ เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของนิติบุคคลในประเทศบุคคลอื่นตามข้อ ๒๓ (๒) หรือ (๓) เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกันได้ โดยผู้ถอนต้องปฏิบัติตามข้อ ๓๐ ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ถอนเงินตราต่างประเทศยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการถอนดังนี้

(๑) การถอนเงินตามข้อ ๒๙ (๑) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๑๕ และหากเป็นการถอนเงินเพื่อชำระแทนธุรกิจในเครือ ให้ยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วย

(๒)[๓๐] การถอนเงินตามข้อ ๒๙ (๒) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๑๖ และหากเป็นการถอนเงินเพื่อชำระหนี้แทนธุรกิจในเครือ ให้ยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วย

(๓)[๓๑] (ยกเลิก)

(๔)[๓๒] การถอนเงินเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลในประเทศบุคคลอื่น เพื่อชำระค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกันตามข้อ ๒๙/๑ ให้ยื่นเอกสารหลักฐานที่แสดงค่าสินค้าหรือบริการระหว่างกัน เช่น สัญญาซื้อขาย เอกสารเรียกเก็บเงิน

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑[๓๓] การถอนเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กำหนดในข้อ ๒๙ และข้อ ๒๙/๑ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(๑) คำขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(๒) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจำเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(๓) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒[๓๔] การถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๒๙ (๑) ถึง (๖) และข้อ ๒๙/๑ หากผู้ถอนประสงค์จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่น ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ถอนแลกเปลี่ยนได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ถอนจะใช้เงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นตามวัตถุประสงค์ข้างต้นในทันที

(๒) เมื่อปรากฏว่าผู้ถอนขอแลกเปลี่ยนและฝากเงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ การฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามข้อ ๒๓

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓[๓๕] ในกรณีบุคคลตามที่กล่าวในข้อ ๒๔ ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝาก ให้บุคคลดังกล่าวได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๒๙ และข้อ ๓๐ และเจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการถอนได้ทุกกรณี

ในกรณีที่ผู้ขอฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้รับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔[๓๖] ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการรับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ถึง ข้อ ๔๗

บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕[๓๗] ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเปิดบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศได้เฉพาะเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น เพื่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน และเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป

มาตรา ข้อ ๓๕/๑

ข้อ ๓๕/๑[๓๘] การรับฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น (Non-resident Baht Account for Securities : NRBS) ให้รับฝากได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศหรือที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) เงินบาทที่โอนมาจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารทางการเงินอื่นบัญชีอื่น

(๓) เงินบาทที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ดังต่อไปนี้

(ก) เงินบาทจ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ ๑๑ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่เป็นเงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือเงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น

(ข) เงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยหรือดัชนีอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับเงินบาท ที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาต

การถอนเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น ให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการให้ได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) ชำระการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น และชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนดังกล่าว

(๒) โอนเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์การลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่นบัญชีอื่น

(๓) ชำระเงินที่เกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน

(๔) ซื้อเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต

มาตรา ข้อ ๓๕/๒

ข้อ ๓๕/๒[๓๙] การรับฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน (Special Non-resident Baht Account : SNRBA) ให้รับฝากได้เฉพาะกรณีสาขาธนาคารพาณิชย์ไทยที่ตั้งอยู่ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน (เฉพาะมณฑลยูนนาน) และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย โดยให้สาขาธนาคารพาณิชย์ไทยมีบัญชีดังกล่าวกับสำนักงานใหญ่หรือสาขาของธนาคารพาณิชย์นั้นที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเพียง ๑ บัญชี ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศหรือที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) เงินบาทที่โอนมาจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านบัญชีอื่น

(๓) เงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ ๑๑ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗

(๔) เงินบาทที่กู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๕) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้รับจากการทำธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๖) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีส่งหรือนำเข้าจากประเทศดังกล่าว

การถอนเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการค้า การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการให้ได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ชำระธุรกรรมการค้าการลงทุนในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม สาธารณรัฐประชาชนจีน (เฉพาะมณฑลยูนนาน) และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย

(๒) ชำระค่าสินค้าและบริการจากประเทศไทย

(๓) โอนเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้านบัญชีอื่น

(๔) แลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศผ่านธุรกรรม Swap กับนิติบุคคลรับอนุญาต ในกรณีที่ถอนเพื่อวัตถุประสงค์นอกเหนือจาก (๑) ถึง (๓)

มาตรา ข้อ ๓๕/๓

ข้อ ๓๕/๓[๔๐] การรับฝากเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไป (Non-resident Baht Account : NRBA) ให้รับฝากได้ในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศหรือที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(๒) เงินบาทที่โอนมาจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปบัญชีอื่น

(๓) เงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ ๑๑ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมที่ไม่ใช่เงิน ดังต่อไปนี้

(ก) เงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือเงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินที่ชำระคืนเงินลงทุนในหุ้นที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศลงทุนในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป รวมทั้งผลตอบแทนและเงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับเงินลงทุนดังกล่าวได้

(ข) เงินลงทุนหรือเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศตามข้อ ๑๔ (๑) เงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเฉพาะที่เป็นนิติบุคคลได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์หรือใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ของตนซึ่งจดหรือจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตามวรรคหนึ่ง เข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยได้ โดยเงินที่รับฝากจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

๑. เป็นเงินลงทุนหรือเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ซึ่งกิจการที่ได้รับการลงทุนหรือกิจการที่กู้ยืมดังกล่าวจะต้องนำเงินไปใช้เพื่อการค้าหรือการลงทุนในประเทศไทยหรือในประเทศดังกล่าว หรือ

๒. เป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยได้รับจากการเสนอขายหลักทรัพย์ ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ ซึ่งเงินดังกล่าวจะต้องนำไปใช้เพื่อการค้าหรือการลงทุนในประเทศไทยหรือในประเทศดังกล่าว

(๔) เงินที่ได้รับชำระที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยหรือดัชนีอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับเงินบาท ที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๕) เงินบาทที่เป็นสินเชื่อที่ได้รับจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(๖) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้รับจากการทำธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๗) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีส่งหรือนำเข้าจากประเทศดังกล่าว

การถอนเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปให้นิติบุคคลรับอนุญาตดำเนินการให้ได้ทุกกรณี ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ชำระการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถอนเพื่อชำระเงินลงทุนในหุ้นที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศลงทุนในสัดส่วนตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป และชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนดังกล่าวได้

(๒) โอนเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น หรือบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน

(๓) ชำระเงินที่เกี่ยวกับการลงทุนในธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินที่ซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้า

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖[๔๑] การรับฝากเงินในแต่ละกรณีที่ระบุในข้อ ๓๕/๑ และ ๓๕/๓ แห่งประกาศนี้ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(๑) กรณีเงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศหรือที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงการขายเงินตราต่างประเทศ

(๒) กรณีเงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุในข้อ ๑๑ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้เรียกเอกสารหลักฐานตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๕ ของประกาศฉบับนี้

(๓) กรณีเงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงินที่อ้างอิงอัตราดอกเบี้ยหรือดัชนีอัตราดอกเบี้ยที่เกี่ยวข้องกับเงินบาท ที่ทำกับนิติบุคคลรับอนุญาต ให้เรียกเอกสารแสดงการทำธุรกรรมอนุพันธ์ดังกล่าว ตามแต่กรณี

(๔) กรณีเงินบาทที่เป็นสินเชื่อที่ได้รับจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้เรียกสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

(๕) กรณีเงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้รับจากการทำธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาตให้เรียกเอกสารหลักฐานการทำธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(๖) กรณีเงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีส่งหรือนำเข้าจากประเทศดังกล่าว ให้เรียกเอกสารใบสำแดงการนำเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว[๔๒]

การถอนเงินในแต่ละกรณีที่ระบุในข้อ ๓๕/๑ และ ๓๕/๓ แห่งประกาศนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ถอนยื่นเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(๑) กรณีชำระการลงทุนในหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น และชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนดังกล่าว ให้เรียกหลักฐานการซื้อหลักทรัพย์และตราสารทางการเงินอื่น หรือเอกสารเรียกเก็บเงินที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนดังกล่าว

(๒) กรณีชำระเงินที่เกี่ยวกับธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ทางการเงิน เช่น สัญญาอนุพันธ์ทางการเงิน หรือหนังสือรับรองจากนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า

(๓) กรณีชำระคืนเงินกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้เรียกสำเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

(๔) กรณีเงินบาทตามข้อ ๓๕/๓ วรรคสอง ยกเว้นกรณีถอนเพื่อโอนไปยังบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปบัญชีอื่น ให้เรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๖/๑

ข้อ ๓๖/๑[๔๓] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗[๔๔] ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับเงินบาทของบุคคลที่ระบุต่อไปนี้เข้าบัญชีเงินฝากได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ ๓๕ ข้อ ๓๕/๑ ข้อ ๓๕/๓ ข้อ ๓๖ และข้อ ๔๗

(๑) สถานทูตต่างประเทศ ทบวงการชำนัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

(๒) คนสัญชาติไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศไม่ต่ำกว่า ๑ ปี

(๓) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย และมิได้ประกอบธุรกิจการธนาคาร

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การรับเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในกรณีอื่นนอกจากที่ระบุในข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และข้อ ๓๕ แห่งประกาศนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้ผู้ฝากยื่นคำขอพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงานผ่านนิติบุคคลรับอนุญาตก่อน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การโอนเงินบาทผ่านบัญชีของธนาคารที่เปิดไว้ระหว่างสำนักงานใหญ่กับสาขาในต่างประเทศในลักษณะบัญชีหักกลบลบหนี้ จะต้องกระทำเฉพาะการโอนเงินที่เป็นการชำระระหว่างสาขาธนาคารในต่างประเทศกับสำนักงานใหญ่เท่านั้น ส่วนการโอนเงินบาทผ่านบัญชีของธนาคารที่เป็นการชำระเงินของลูกค้าในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศจะต้องกระทำผ่านบัญชีที่เปิดไว้ในรูปบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเท่านั้น และการรับเงินเข้าและการถอนเงินจากบัญชีจะต้องเป็นไปตามข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ และ ข้อ ๓๕ ถึง ข้อ ๓๘ แห่งประกาศนี้

การกู้ยืมเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชำระเงินต่างประเทศให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ บุคคลใดนอกจากบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศขอกู้ยืมหรือขอรับสินเชื่อรูปแบบอื่นเป็นเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้กระทำได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ ๑๑ แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ โดยยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๑๕ แห่งประกาศนี้

(๒)[๔๕] เพื่อขายให้นิติบุคคลรับอนุญาต

(๓)[๔๖] เพื่อชำระหนี้เงินตราต่างประเทศและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง หรือเพื่อชำระเงินที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรมอนุพันธ์ที่อ้างอิงตัวแปรต่างประเทศที่ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนที่เกี่ยวกับเงินบาทให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต โดยยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ ๑๖

(๔)[๔๗] เพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ ๒๓

เมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าเอกสารหลักฐานวรรคหนึ่งแท้จริงและถูกต้องและเป็นการกู้ยืมเงินเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่แจ้งไว้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศได้ โดยต้องเรียกให้บุคคลดังกล่าวทำสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อไว้เป็นหลักฐาน

ในกรณีที่ผู้ขอกู้เงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กำหนดในข้อ ๔๔ ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศแก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในขณะใดขณะหนึ่งรวมทั้งสิ้นเกินกว่า ๕ ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดได้

วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงาน

58 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับ Update ณ วันที่ 02/06/2560) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9d910cb908a6dfef

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com