ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
การกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๓[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ตามมติเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๐ และเมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๐
และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ ประกอบมาตรา ๒๐ (๔) และมาตรา ๒๕
แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อ
โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
๑. กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อให้กู้ต่อแก่การรถไฟแห่งประเทศไทย
วงเงินกู้รวม ๗,๘๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (เจ็ดพันแปดร้อยล้านบาทถ้วน) ดังนี้
๑.๑
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางจิระ วงเงิน ๑,๘๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(หนึ่งพันแปดร้อยล้านบาทถ้วน) โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กับธนาคารออมสิน
๑.๒
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี - ปากน้ำโพ วงเงิน ๑,๖๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(หนึ่งพันหกร้อยล้านบาทถ้วน) โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กับธนาคารออมสิน
๑.๓
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร วงเงิน ๔,๔๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(สี่พันสี่ร้อยล้านบาทถ้วน) โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) กับธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
๒. อายุเงินกู้ ๒ ปี นับตั้งแต่วันที่ ๑๕
มกราคม ๒๕๖๑ ครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ ทั้งจำนวน ในวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓
๓. อัตราดอกเบี้ย
๓.๑
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางจิระ
อัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ลบส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ ๐.๑๔๑๒
(ศูนย์จุดหนึ่งสี่หนึ่งสอง) ต่อปี
๓.๒
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี - ปากน้ำโพ
อัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ลบส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ ๐.๑๔๑๒
(ศูนย์จุดหนึ่งสี่หนึ่งสอง) ต่อปี
๓.๓
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - ชุมพร
อัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ลบส่วนต่างเฉลี่ยร้อยละ ๐.๑๔๔๑๒
(ศูนย์จุดหนึ่งสี่สี่หนึ่งสอง) ต่อปี
๓.๔
อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง หมายความว่า อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ (BIBOR) ระยะ ๖
(หก) เดือน ตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
๔. การเบิกเงินกู้
กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๑ จนถึงวันที่ ๑๕
มกราคม ๒๕๖๒ โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ
๕. การชำระดอกเบี้ย
กำหนดชำระดอกเบี้ยแบ่งเป็นปีละสองงวด คือวันที่ ๑๕ มกราคม และ ๑๕ กรกฎาคม ของทุกปี
โดยจะชำระดอกเบี้ยงวดแรก ในวันที่ ๑๕ กรกฎาคม ๒๕๖๑ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ในวันที่
๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ พร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป
โดยไม่นับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าว
เข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ
ยกเว้นการชำระหนี้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้ ทั้งนี้ ในการคำนวณดอกเบี้ย
ให้ถือว่าหนึ่งปีมี ๓๖๕ (สามร้อยหกสิบห้า) วัน
นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
๖. การชำระต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังสามารถชำระหนี้คืนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ได้ ทั้งนี้
กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงิน (ผู้ให้กู้) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า
๒ วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของต้นเงินกู้ที่ค้างชำระ
พร้อมกับการชำระต้นเงินกู้ก่อนกำหนดนั้น ทั้งนี้
ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนต้นเงินกู้ก่อนกำหนด
โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้ตรงกับวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนชำระคืนในวันทำการถัดไป
๗. ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ
ประกาศ ณ วันที่ ๑๒
มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๑
จุมพล ริมสาคร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
ปวันวิทย์/จัดทำ
๒๗ เมษายน ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๖๑ ง/หน้า ๕/๑๕ มีนาคม ๒๕๖๑