法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) เรื่อง กำหนดข้อความอื่นในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4(8) แห่งประมวลรัษฎากร

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร

เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39)

เรื่อง กําหนดข้อความอื่นในใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4(8) แห่งประมวลรัษฎากร

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 86/4(8) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 30) พ.ศ. 2534 อธิบดี กรมสรรพากรกําหนดข้อความอื่นในใบกํากับภาษี ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนประสงค์จะจัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร รวมกับเอกสารทางการค้าอื่น เช่น ใบเสร็จรับเงิน ใบส่งของ ใบแจ้งหนี้ ซึ่งมีจํานวนหลายฉบับอยู่ในชุดเดียวกัน และใบกํากับภาษีมิใช่เอกสารฉบับแรกของเอกสารดังกล่าว ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) ในใบกํากับภาษีและสําเนาใบกํากับภาษีของเอกสารชุดดังกล่าว จะต้องมีข้อความว่า “เอกสารออกเป็นชุด” ไว้ด้วย

(2) ในสําเนาของใบกํากับภาษี จะต้องมีข้อความว่า “สําเนาใบกํากับภาษี” ไว้ด้วย

ข้อความว่า “เอกสารออกเป็นชุด” และ “สําเนาใบกํากับภาษี” ตามวรรคหนึ่ง จะต้องตีพิมพ์ขึ้นหรือจัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ในกรณีจัดทําใบกํากับภาษีขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งฉบับ จะประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือกระทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นในลักษณะทํานองเดียวกันไม่ได้

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 182) ใช้บังคับ วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากรรวมกับเอกสารทางการค้าอื่นตามข้อ 1 แต่ไม่มีข้อความว่า “เอกสารออกเป็นชุด” ก็ให้ยังคงใช้เป็นใบกํากับภาษีได้ต่อไปจนกว่าเอกสารทางการค้าซึ่งได้มีอยู่เดิมก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้ใช้บังคับจะหมดไป แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ.2535

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนมีสถานประกอบการหลายแห่ง และสถานประกอบการที่มิใช่สํานักงานใหญ่ได้นําใบกํากับภาษีของสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ไปส่งมอบให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทุกครั้งที่มีการขายสินค้าหรือการให้บริการ จะต้องมีข้อความว่า "สาขาที่ออกใบกํากับภาษีคือ" ไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าวโดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งประกอบกิจการสถานบริการน้ํามันได้ขายน้ํามันเชื้อเพลิงหรือได้ขายสินค้าหรือให้บริการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับรถยนต์ ที่ต้องจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ จะต้องระบุ เลขทะเบียนรถยนต์ ไว้ในใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 52) ใช้บังคับ 1 ตุลาคม 2537 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับอนุมัติจากอธิบดีกรมสรรพากรให้ออกใบกํากับภาษีเป็นหน่วยเงินตราต่างประเทศ ตามมาตรา 86/4 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุดอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยไว้ในใบกํากับภาษีด้วย โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้

“อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามวรรคหนึ่ง ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามหลักเกณฑ์ตามมาตรา 79/4 แห่งประมวลรัษฎากร ในกรณีที่ไม่สามารถคํานวณอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นเงินตราไทยตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ ให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราตามมาตรา 9 แห่งประมวลรัษฎากร”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 186) ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2555 เป็นต้นไป)

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนํามูลค่าของทองรูปพรรณที่ขายเป็นจํานวนเท่ากับราคาทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคําประกาศรับซื้อคืนในวันที่ขายทองรูปพรรณ มารวมคํานวณมูลค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุขอ้ความดังต่อไปนี้ไว้ในใบกํากับภาษีด้วย

(1) ราคาขายทองรูปพรรณซึ่งรวมค่ากําเหน็จแต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม

(2) ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคําประกาศ

(3) ผลต่างระหว่างราคาขายทองรูปพรรณซึ่งรวมค่ากําเหน็จแต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตาม (1) กับราคาซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคําประกาศตาม (2)

(4) จํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คํานวณจาก (3)

(5) หมายเลขลําดับของใบรับที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน แต่หากผู้ประกอบการจดทะเบียนใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินออกใบกํากับภาษีด้วย ไม่ต้องระบุหมายเลขลําดับของใบรับ

(6) เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด

ข้อความตามวรรคหนึ่ง จะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้”

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ไว้ในใบกํากับภาษีนั้น โดยข้อความดังกล่าวจะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้ ทั้งนี้ สําหรับการจัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทํา ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุข้อความรายการเกี่ยวกับสถานประกอบการของผู้ประกอบการ จดทะเบียนตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ซึ่งเป็นสถานที่ที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้ออกใบกํากับภาษี ไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าว สําหรับการจัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทําตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป ดังนี้

(1) กรณีสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ประกอบการจดทะเบียน เป็นสถานที่ที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้ออกใบกํากับภาษี ให้ระบุข้อความ คําว่า “สํานักงานใหญ่” หรือระบุคําย่อที่แสดงได้ว่าเป็นสํานักงานใหญ่ เช่น “สนญ” “HO” “HQ” เป็นต้น หรือระบุเป็นตัวเลขศูนย์จํานวนห้าหลัก (00000) เพื่อแสดงว่าตัวเลขศูนย์จํานวนห้าหลัก (00000) เป็นรหัสของสํานักงานใหญ่ ไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าวด้วย

(2) กรณีสถานประกอบการที่เป็นสาขาของผู้ประกอบการจดทะเบียนเป็นสถานที่ที่ได้ขายสินค้าหรือให้บริการที่ได้ออกใบกํากับภาษี ให้ระบุข้อความคําว่า “สาขาที่ ..” โดยเลขที่ของสาขาให้ระบุเลขที่สาขาตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น สาขาที่ 1 สาขาที่ 01 เป็นต้น หรือระบุคําย่อที่แสดงได้ว่าเป็น “สาขาที่ ..” เช่น “Branch No. ..” “br. no. ..” เป็นต้น หรือระบุเป็นตัวเลขจํานวนห้าหลักตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อแสดงว่าเป็นรหัสของ “สาขาที่ ..” เช่น 00001 ไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าวด้วย

(3) ข้อความรายการเกี่ยวกับสถานประกอบการตาม (1) และ (2) จะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนได้จัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ให้แก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการซึ่งเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องระบุข้อความรายการเกี่ยวกับสถานประกอบการตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้นไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าว สําหรับการจัดทําใบกํากับภาษีตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร ที่ได้จัดทําตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นไป ดังนี้

(1) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนระบุที่อยู่ของสถานประกอบการที่เป็นสํานักงานใหญ่ตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เป็นที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในใบกํากับภาษี ให้ระบุข้อความคําว่า “สํานักงานใหญ่” หรือระบุคําย่อที่แสดงได้ว่าเป็นสํานักงานใหญ่ เช่น “สนญ” “HO” “HQ” เป็นต้น หรือระบุเป็นตัวเลขศูนย์จํานวนห้าหลัก (00000) เพื่อแสดงว่าตัวเลขศูนย์จํานวนห้าหลัก (00000) เป็นรหัสของสํานักงานใหญ่ ไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าวด้วย

(2) กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนระบุที่อยู่ของสถานประกอบการที่เป็นสาขาตามที่ปรากฏ ในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ เป็นที่อยู่ของผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการใน ใบกํากับภาษี ให้ระบุข้อความคําว่า “สาขาที่ ..” โดยเลขที่ของสาขาให้ระบุเลขที่สาขาตามที่ปรากฏใน ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น สาขาที่ 1 สาขาที่ 01 เป็นต้น หรือระบุคําย่อที่แสดงได้ว่าเป็น “สาขาที่ ..” เช่น “Branch No. ..” “br. no. ..” เป็นต้น หรือระบุเป็นตัวเลขจํานวนห้าหลักตามที่ปรากฏในใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเพื่อแสดงว่าเป็นรหัสของ “สาขาที่ ..” เช่น 00001 ไว้ในใบกํากับภาษีดังกล่าวด้วย

(3) ข้อความรายการเกี่ยวกับสถานประกอบการตาม (1) และ (2) จะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฏขึ้นด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้”

(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 199) ใช้บังคับ วันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป)

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2535 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2535

โกวิทย์ โปษยานนท์

อธิบดีกรมสรรพากร

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 39) เรื่อง กำหนดข้อความอื่นในใบกำกับภาษีตามมาตรา 86/4(8) แห่งประมวลรัษฎากร (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_9db38be81044f496

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com