法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
48
มาตรา อารัมภบท

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 7 และข้อ 9 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 20 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ข้อ 16 และข้อ 20 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ 23 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 8 ข้อ 10 ข้อ 11 ข้อ 12 ข้อ 13 ข้อ 14 ข้อ 15 ข้อ 16 และข้อ 17 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 เจ้าพนักงาน ออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

(1) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 1 เมษายน 2534

(2) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 30 เมษายน 2535

(3) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2537

(4) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 5) ลงวันที่ 22 กันยายน 2540

(5) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 6) ลงวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2542

(6) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 7) ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2542

(7) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 8) ลงวันที่ 17 พฤศจิกายน 2543

(8) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 9) ลงวันที่ 11 มกราคม 2544

(9) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 10) ลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2545

(10) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 11) ลงวันที่ 22 กรกฎาคม 2546

(11) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 12) ลงวันที่ 1 ตุลาคม 2546

(12) ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (ฉบับที่ 13) ลงวันที่ 3 ธันวาคม 2546

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ในประกาศนี้

"นิติบุคคลรับอนุญาต" หมายความว่า ตัวแทนรับอนุญาตตามประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้น และได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศ

"ธุรกิจในเครือ" หมายความว่า บรรดานิติบุคคลที่มีบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ํากว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงบรรดานิติบุคคลซึ่งนิติบุคคลหนึ่งถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในอีกนิติบุคคลหนึ่งไม่ต่ํากว่าร้อยละ 50 ของทุนทั้งหมดของนิติบุคคลหลังด้วย ทั้งนี้ เฉพาะกรณีที่เป็นบุคคลสัญชาติไทยหรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย

"ลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ" หมายความถึง จัดตั้งกิจการในต่างประเทศหรือเข้าร่วมลงทุนกับบุคคลหรือนิติบุคคลในต่างประเทศ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น ทั้งนี้ สัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย

"กิจการในเครือที่ต่างประเทศ" หมายความถึง สํานักงานสาขาหรือตัวแทนที่อยู่นอกประเทศของนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ห้างหุ้นส่วนในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้เป็นหุ้นส่วนรวมกันไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของทุนทั้งหมดของห้างนั้น บริษัทจํากัดในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้ถือหุ้นรวมกันไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของหุ้นทั้งหมดของบริษัทจํากัดนั้น และให้หมายความรวมถึงกิจการในต่างประเทศที่ผู้ให้กู้มีส่วนเป็นเจ้าของไม่ต่ํากว่าร้อยละ 10 ของทุนทั้งหมดของกิจการนั้น

อื่นๆ ๑ การส่งหรือนําเงินตราออกนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การส่งหรือนําเงินตราออกนอกประเทศนอกจากกรณีที่ระบุในข้อ 2 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 ผู้ส่งหรือนําเงินตราออกนอกประเทศต้องยื่นคําขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานโดยชี้แจงรายละเอียดและความจําเป็นพร้อมเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง

ในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตได้รับคําขอและเอกสารประกอบ (ถ้ามี) จากผู้ขอและตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าข้อความในคําขอและเอกสารประกอบแท้จริงและถูกต้อง ให้นิติบุคคลรับอนุญาตลงลายมือชื่อรับรองและประทับตราบนคําขอรวมทั้งเอกสารประกอบ และส่งคําขอพร้อมเอกสารประกอบให้เจ้าพนักงานพิจารณา

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตคําขอแล้ว ให้ผู้ขอนําหนังสืออนุญาตของเจ้าพนักงานไปแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ในขณะที่เดินทางออกนอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่ธนาคารที่ตั้งอยู่ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยขอส่งหรือนําเงินตราที่ถอนจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศของตนเกินกว่าจํานวนที่ระบุในข้อ 2 (2) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 กลับไปยังประเทศดังกล่าวเจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดําเนินการ ได้ เมื่อปฏิบัติตามข้อ 5 แล้ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การส่งหรือนําเงินตราออกนอกประเทศตามข้อ 4 และกรณีธนาคารรับอนุญาตส่งหรือนําเงินตราออกนอกประเทศในจํานวนไม่เกินมูลค่าของเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศที่ธนาคารในต่างประเทศส่งหรือนําเข้ามาแลกเปลี่ยน ให้นิติบุคคลรับอนุญาตหรือธนาคารรับอนุญาตแล้วแต่กรณีมีหนังสือถึงพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากร ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดราคา และจํานวนเงินตราที่จะส่งหรือนําออกนอกประเทศ พร้อมทั้งรับรองว่าเงินตราที่ส่งหรือนําออกนอกประเทศดังกล่าวเป็นไปตามข้อ 4 แห่งประกาศนี้ หรือตามข้อ 2 (1) แห่งประกาศกระทรวง การคลัง เรื่อง การควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 แล้วแต่กรณี

อื่นๆ ๒ การยกเว้นหรือผ่อนผันเกี่ยวกับค่าของส่งออก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกตามข้อ 16 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ดังต่อไปนี้

(1) รับชําระค่าของส่งออกเป็นเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(2) รับชําระค่าของที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นเงินบาท

(3) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ สําหรับการส่งของออกไปนอกประเทศเพื่อซ่อมแซม ทดสอบ แสดงเผยแพร่ ชดเชยของที่ชํารุดสูญหายหรือแลกเปลี่ยนกับของที่นําเข้ามาในประเทศ

(4) ผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศ สําหรับการส่งของออกที่ผู้ซื้อชําระเงินเกินกว่า 120 วัน นับแต่วันส่งของออกนอกประเทศ หรือเกินกว่ากําหนดเงื่อนเวลาการชําระค่าของ ทั้งนี้ ระยะเวลาการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศต้องไม่เกิน 360 วัน นับแต่วันส่งของออกนอกประเทศ

(5) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกที่เป็นการรับจ้างผลิตในส่วนที่เป็นค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้

(6) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าเพียงรายเดียว โดยให้รวมถึงหนี้ของธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออก รับชําระค่าของส่งออกเป็นเงินบาทตาม (1) ได้

เจ้าพนักงานยกเว้นหรือผ่อนผันตาม (2) ถึง (6) เมื่อผู้ขอยื่นแบบคําขออนุญาตตามที่เจ้าพนักงานกําหนดพร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 2 และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง และ ให้จัดทําสําเนาแบบคําขออนุญาตที่ได้อนุญาตแล้วมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ 46 และข้อ 47

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ กรณีขอยกเว้นตามข้อ 7 และข้อ 16 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 โดยขอไม่ขายเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกแก่นิติบุคคลรับอนุญาตและไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตแต่ประสงค์จะดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) โอนให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547

(2) โอนให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อชําระคืนหนี้เงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชําระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นให้ไม่ขายเงินตราต่างประเทศ และไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต เมื่อผู้ขอยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 8 และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง รวมทั้งปฏิบัติตามข้อ 44 ข้อ 46 และข้อ 47

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ 6 และ ข้อ 7 ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานในแต่ละกรณีดังนี้

(1) รับชําระค่าของที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามหรือประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยเป็นเงินบาทตามข้อ 6 (2) ให้เรียกใบสําแดงการนําเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

(2) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศตามข้อ 6 (3) ให้เรียกหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(3) ผ่อนผันการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศตามข้อ 6 (4) ให้เรียกหนังสือชี้แจงความจําเป็นของผู้ขอ พร้อมทั้งเอกสารประกอบที่เกี่ยวข้อง เช่น เอกสารของผู้ซื้อในต่างประเทศที่แจ้งถึงความจําเป็นในการชําระหนี้เกินกว่า 120 วัน หรือขอเลื่อนกําหนดการชําระเงิน

(4) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกที่เป็นการรับจ้างผลิตในส่วนที่เป็นค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้ตามข้อ 6 (5) ให้เรียกเอกสารที่แสดงว่าเป็นการรับจ้างผลิต ซึ่งแสดงมูลค่าวัตถุดิบที่ผู้ว่าจ้างส่งเข้ามาให้

(5) ยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าเพียงรายเดียวตามข้อ 6 (6) ให้เรียกเอกสารที่เกี่ยวข้องอันแสดงการหักกลบลบหนี้ และเอกสารหลักฐานประกอบตามแต่กรณีตามที่กําหนดในข้อ 15

(6) ยกเว้นไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต และมีวัตถุประสงค์เพื่อ โอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ 7 (1) ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่กําหนดในข้อ 15 หรือมีวัตถุประสงค์เพื่อโอนเงินตราต่างประเทศตามข้อ 7 (2) ให้เรียกสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

(7) การขอยกเว้นตามข้อ 6 (6) กรณีหักกลบลบหนี้ของธุรกิจในเครือ และตามข้อ 7 กรณีชําระเงินแทนธุรกิจในเครือ ให้เรียกหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีขอยกเว้นหรือผ่อนผันตามข้อ 16 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2487) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 นอกเหนือจากที่กล่าวในข้อ 6 และข้อ 3 ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้ผู้ขอยื่นคําขอต่อเจ้าพนักงานผ่านนิติบุคคลรับอนุญาต โดยเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(1) การขอยกเว้นการจัดให้ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศค่าของส่งออกในกรณีที่มีการหักกลบลบหนี้กับคู่ค้าหลายราย ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็น โดยละเอียด รายละเอียดเกี่ยวกับรายรับและรายจ่ายที่จะนํามาหักกลบลบหนี้ ชื่อศูนย์หักกลบลบหนี้ ขั้นตอนในการหักกลบลบหนี้สกุลเงินที่จะใช้ในการชําระผลของการหักกลบลบหนี้ และรายชื่อนิติบุคคลรับอนุญาตที่จะใช้บริการโอนเงินที่เกี่ยวกับการหักกลบลบหนี้

(ข) เอกสารหลักฐานการจัดตั้งนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(2) การขอยกเว้นหรือผ่อนผันกรณีอื่นๆ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์ สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จําเป็น

อื่นๆ ๓ การยกเว้นการขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศที่ไม่ใช่ค่าของส่งออก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ บุคคลที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของส่งออกต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ 20 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 ยกเว้นบุคคลดังต่อไปนี้

(1) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 3 เดือน

(2) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(3) ทบวงการชํานัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ รวมตลอดถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชํานัญพิเศษองค์การหรือสถาบันนั้นๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ กรณีขอยกเว้นตามข้อ 7 และข้อ 20 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2497) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช 2485 โดยขอไม่ขายเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของส่งออกแก่นิติบุคคลรับอนุญาต และไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต แต่ประสงค์จะดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) โอนให้แก่บุคคลในต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547

(2) โอนให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อชําระคืนหนี้เงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้รวมถึงกรณีการชําระเงินตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวแทนธุรกิจในเครือด้วย

เจ้าพนักงานยกเว้นให้ไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต เมื่อผู้ขอยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 พร้อมเอกสารหลักฐานตามข้อ 15 หรือสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อตามแต่ละกรณี และหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือกรณีชําระเงินแทนธุรกิจในเครือ และนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและพอใจว่าเป็นเอกสารที่แท้จริงและถูกต้อง ให้นิติบุคคลรับอนุญาตดําเนินการโอนเงินตราต่างประเทศตามความประสงค์ของผู้นั้นได้ และปฏิบัติตามข้อ 44 ข้อ 46 และข้อ 47 ด้วย

อื่นๆ ๔ การซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือ โอนเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลทั่วไป ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน หรือโอนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออกที่ได้รับเงินตราต่างประเทศค่าของที่ส่งออก และผู้ที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่นๆ โอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวให้แก่นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่บุคคลในประเทศขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ เจ้าพนักงานอนุญาตและให้นิติบุคคลรับอนุญาตดําเนินการได้ เมื่อผู้ขอและนิติบุคคลรับอนุญาตได้ปฏิบัติตามข้อ 15 แล้ว

(1) เพื่อลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นจํานวนเกินกว่าปีละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด แต่ไม่เกินปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(2) เพื่อเป็นค่าใช้ง่ายเดินทางไปต่างประเทศในรูปอื่นนอกจากธนบัตร ธนาคารบัตร หรือเหรียญกษาปณ์ เป็นจํานวนเกินกว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(3) เพื่อซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงานในวงเงินไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี

(4) เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นที่พักอาศัยในวงเงินรวมไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(5) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์ในวงเงินไม่เกิน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อรายต่อปี โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการบริจาคและพิจารณาเห็นว่าเป็นการบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์จริง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการขอซื้อหรือแลกเปลี่ยน ดังนี้

(1) ชําระค่าของที่นําเข้าหรือของที่สั่งจากประเทศหนึ่งไปยังอีกประเทศหนึ่งโดยไม่นําของเข้ามาในประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(ก) สัญญาซื้อขาย

(ข) บัญชีราคาสินค้า

(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินจากผู้ขาย

(2) ซื้ออสังหาริมทรัพย์ในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลความจําเป็น และ

(ข) รายละเอียดของอสังหาริมทรัพย์

(3) ซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกันที่ต่างประเทศในลักษณะที่เป็นการให้สวัสดิการแก่พนักงาน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับสวัสดิการที่พนักงานจะได้รับ

(ข) เอกสารโครงการซื้อหุ้นบริษัทในเครือเดียวกัน และ

(ค) เอกสารที่แสดงความสัมพันธ์การเป็นบริษัทในเครือเดียวกัน

(4) ลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หนังสือชี้แจงเหตุผลการลงทุน

(ข) รายละเอียดของการลงทุน

(ค) เอกสารหลักฐานเกี่ยวกับผู้ลงทุน อันได้แก่ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง และ

(ง) หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น

เอกสารตาม (ง) นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกให้ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศยื่นภายหลังจากที่ได้มีการลงทุนแล้วได้

(5) ให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงความเป็นเจ้าของหรือการถือหุ้น และ

(ข) หลักฐานการ กู้ยืมที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืม

(6) ส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพํานักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวรต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพํานักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของผู้รับ เช่น หนังสือรับรองเงินฝากจากธนาคาร

(7) ส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกที่มีถิ่นพํานักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพํานักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเป็นผู้รับมรดก เช่น สําเนาพินัยกรรมหรือหนังสือของผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้ง ที่แสดงการจัดสรรเงินมรดกให้แก่ผู้รับ

(8) ส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพํานักถาวรในต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานของทางการที่แสดงว่ายินยอมให้ผู้รับพํานักอยู่ในประเทศนั้นเป็นการถาวร และ

(ข) หลักฐานที่แสดงความสัมพันธ์ทางเครือญาติ เช่น บัญชีเครือญาติ

(9) เป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หนังสือเดินทาง

(ข) ตั๋วเครื่องบินหรือตั๋วยานพาหนะเดินทาง

(10) ชําระคืนต้นเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ และ

(ข) หลักฐานการนําเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสําเนาแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินกู้บาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินกู้ที่นําเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. 3 หรือแบบ ธ.ต. 40

(11) ชําระดอกเบี้ยเงินกู้จากต่างประเทศไม่ว่าเงินกู้บาทหรือเงินกู้เงินตราต่างประเทศต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานที่แสดงรายละเอียดของการกู้ยืมเงินจากต่างประเทศ เช่น สัญญากู้ ทั้งนี้เฉพาะในการส่งเงินค่าดอกเบี้ยครั้งแรก

(ข) หลักฐานการนําเงินกู้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสําเนาแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินกู้เงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินกู้บาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินกู้ที่นําเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. 3 หรือแบบ ธ.ต. 40 และ

(ค) เอกสารเรียกเก็บเงินค่าดอกเบี้ย หรือเอกสารแสดงการคํานวณดอกเบี้ย กรณีไม่มีเอกสารเรียกเก็บเงิน

(12) ส่งคืนเงินลงทุนในหุ้น ใบสําคัญแสดงสิทธิ หรือหน่วยลงทุน ต้องเรียกหลักฐานที่แสดงการขาย การโอนกรรมสิทธิ์ หรือการถือกรรมสิทธิ์

(13) ส่งคืนเงินลงทุนในตราสารทางการเงิน เช่น พันธบัตร หุ้นกู้ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงิน ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานแสดงการถือกรรมสิทธิ์ สําหรับการถือตราสารทางการเงินจนครบกําหนดหรือไถ่ถอนก่อนกําหนด

(ข) หลักฐานแสดงการโอนกรรมสิทธิ์ สําหรับการขายตราสารทางการเงินต่อให้บุคคลอื่น

(14) ส่งคืนเงินทุนของสาขาหรือสํานักงานผู้แทนในประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการจัดตั้งสาขาหรือสํานักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น ใบอนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์

(ข) หลักฐานการนําเงินเข้า ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสําเนาแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นําเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. 3 หรือแบบ ธ.ต. 40 และ

(ค) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งเป็นของสาขาหรือสํานักงานผู้แทนในประเทศไทย เช่น สําเนาบัญชีเงินฝาก

(15) ส่งคืนเงินประกันหรือเงินกําไร จากการซื้อขายในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย ต้องเรียกหนังสือรับรองจากนายหน้าซื้อขายล่วงหน้า

(16) ส่งคืนเงินลงทุนของกองทุนรวมเนื่องจากการลดทุนของกองทุนรวม ทั้งนี้การลดทุนดังกล่าวต้องมิได้เกิดจากการ ระดมทุนหรือกู้ยืมจากในประเทศ หรือรายได้ทางอ้อมที่เกิดจากการระดมทุนหรือกู้ยืมจากในประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(ก) หลักฐานการนําเงินเข้ามาซื้อหน่วยลงทุน ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสําเนาแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นําเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. 3 หรือแบบ ธ.ต. 40

(ข) มติที่ประชุมของกองทุนรวมในการลดทุนให้แก่ผู้ถือหน่วยลงทุน

(ค) งบการเงินที่กองทุนรวมรับรองความถูกต้อง

(ง) รายละเอียดแสดงทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมในขณะที่ลดทุน และ

(จ) หลักฐานแสดงแหล่งที่มาของเงินในการลดทุน

เอกสารตาม (ง) และ (จ) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งให้เจ้าพนักงานภายใน 5 วันทําการนับจากวันที่ส่งคืนเงินลงทุน

(17) ส่งคืนเงินลงทุนกรณีเลิกกิจการ ลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งดังนี้

(ก) หนังสือรับรองเสร็จสิ้นการชําระบัญชีของผู้ชําระบัญชี ในกรณีที่เลิกกิจการ

(ข) หนังสือรับรองทุนจดทะเบียนที่ออกโดยกระทรวงพาณิชย์ ในกรณีลดทุนหรือลดมูลค่าหุ้น

(18) ส่งเงินคืนค่าขายอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) สัญญาซื้อขาย และ

(ข) หลักฐานแสดงการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์

(19) ส่งเงินค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ให้แก่บุคคลต่างประเทศ ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) สัญญาเช่า และ

(ข) หลักฐานการถือกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ของบุคคลต่างประเทศ

(20) ส่งคืนเงินที่บุคคลต่างประเทศเคยนําเข้ามาในประเทศไทย ต้องเรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) หลักฐานการนําเงินเข้า ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้เรียกสําเนาแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ ในกรณีเงินตราต่างประเทศที่มีจํานวนต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดและกรณีเงินบาท ให้เรียกใบแจ้งเงินโอนเข้า หรือในกรณีเงินที่นําเข้าก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ให้เรียกแบบ ธ.ต. 3 หรือแบบ ธ.ต. 40 และ

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าเงินที่จะส่งออกเป็นเงินของบุคคลต่างประเทศนั้น เช่น สําเนาบัญชีเงินฝาก

(21) ส่งเงินปันผล ต้องเรียกหลักฐานการจ่ายเงินปันผล เช่น ใบแจ้งการจ่ายเงินปันผลของบริษัทผู้จ่าย

(22) ส่งเงินกําไรออกไปให้สํานักงานใหญ่ ต้องเรียกงบการเงินสําหรับรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบันที่มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตรับรองแล้ว หรืองบการเงินระหว่างกาลที่บริษัทได้รับรองความถูกต้องแล้ว หากเป็นการส่งกําไรระหว่างกาล

(23) เป็นค่าใช้จ่ายในการศึกษา ต้องเรียกหลักฐานการศึกษา เช่น หนังสือรับรองของสถานศึกษาหรือหนังสือรับรองของ ก.พ.

(24) ส่งเงินออมของชาวต่างประเทศที่ทํางานในประเทศไทย ต้องเรียกหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้าง

(25) วัตถุประสงค์อื่นนอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ต้องเรียกเอกสารหลักฐานอันแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชําระเงินให้แก่บุคคลในต่างประเทศ เช่น สัญญา เอกสารเรียกเก็บเงิน

การซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาตที่มีจํานวนเงินต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด นอกจากกรณีตามข้อ 18 (3) ถึง (4) ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม

การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศต้องกระทําโดยบุคคลที่มีภาระการชําระเงินตามที่ปรากฎในเอกสารหลักฐาน หรือที่สอดคล้องกับหลักฐานเท่านั้น การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนโดยบุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีภาระโดยกระทําในนามของผู้มีภาระ นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกเอกสารการมอบอํานาจให้กระทําการแทนด้วย

ในกรณีการชําระเงินให้แก่บุคคลอื่นที่มิใช่ผู้มีสิทธิรับเงินตามที่ปรากฏในหลักฐานหรือที่สอดคล้องกับหลักฐาน นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกคําสั่งของบุคคลในต่างประเทศซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับเงินดังกล่าวที่ให้บุคคลอื่นรับเงินแทน หรือเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องด้วย

ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จําเป็น และเมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบและ พอใจว่าเป็นเอกสารหลักฐานที่แท้จริงและถูกต้องแล้ว ให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ตามความจําเป็นและเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ บุคคลใดขอซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อชําระหนี้เงินตราต่างประเทศให้กับนิติบุคคลรับอนุญาต นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นชื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 พร้อมสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อมาประกอบการขอซื้อ และ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ในกรณีที่ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทยขอซื้อเงินตราต่างประเทศเพื่อฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต นิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 พร้อมหนังสือรับรองรายได้จากนายจ้างมาประกอบการขอซื้อ และให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ที่กล่าวได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ บุคคลใดขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศในกรณีดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้บุคคลนั้นยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(1) การส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศเป็นจํานวนเกินกว่าปีละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด รวมทั้งการส่งเงินไปลงทุนในกิจการที่ต่างประเทศหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือที่ต่างประเทศที่ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็น รายละเอียดการลงทุนหรือให้กู้แหล่งที่มาของเงินทุน และประโยชน์ที่จะได้รับจากการลงทุนหรือให้กู้

(ข) งบการเงินล่าสุดของผู้ลงทุนหรือผู้ให้กู้ที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว

(ค) หลักฐานแสดงการลงทุน เช่น สัญญาร่วมทุน หรือสัญญาซื้อขายหุ้น (เฉพาะกรณีการส่งเงินไปลงทุน)

(ง) หลักฐานแสดงโครงสร้างการถือหุ้นระหว่างผู้ลงทุนหรือให้กู้และผู้รับการลงทุนหรือผู้กู้ และ

(จ) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(2) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 12 (2) ถึง (4) แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และข้อ 14 (3) ถึง (5) แห่งประกาศนี้ แต่เกินวงเงินที่กําหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐาน ดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็น

(ข) หลักฐานสําหรับแต่ละกรณีตามที่ระบุในข้อ 15 และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(3) การส่งเงินไปซื้อหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็น โดยระบุรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของหลักทรัพย์ที่จะซื้อ และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(4) การ โอนเงินกรณีการทําสัญญาคุ้มครองความเสี่ยงกับสถาบันการเงินในต่างประเทศให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็น โดยระบุรายละเอียดของสัญญา

(ข) หลักฐานแสดงรายละเอียดของสัญญาและธุรกรรมที่รองรับการทําสัญญา และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

(5) การขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศกรณีตามข้อ 15 (1) ถึง (25) แต่เอกสารหลักฐานไม่ครบถ้วนตามที่กําหนดไว้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานดังนี้

(ก) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(ข) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี และ

(ค) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชน กรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จําเป็น

เมื่อเจ้าพนักงานอนุญาตแล้ว ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศได้ไม่เกินจํานวนที่เจ้าพนักงานอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ในกรณีที่ผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้ขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศตามที่กําหนดในข้อ 44 ถึง ข้อ 47

อื่นๆ ๕ บัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ เจ้าพนักงานอนุญาตให้ผู้ส่งออกที่ได้รับเงินตราต่างประเทศค่าของที่ส่งออก และผู้ที่ได้มาซึ่งเงินตราต่างประเทศในกรณีอื่น ๆ ฝากเงินตราต่างประเทศดังกล่าวไว้กับนิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาตได้ทุกกรณีโดยไม่จํากัดจํานวน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ บุคคลใดขอฝากเงินตราต่างประเทศกับนิติบุคคลรับอนุญาต ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้บุคคลนั้นยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 และปฏิบัติให้ถูกต้องครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และวงเงิน ดังต่อไปนี้

(1) เงินตราต่างประเทศที่ฝากต้องเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

(2) ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศต้องยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชําระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาตภายใน 3 เดือน นับแต่วันที่ฝากเงินตราต่างประเทศนั้น ทั้งนี้ เจ้าพนักงานยกเว้นให้ผู้ฝากเงินตราต่างประเทศยื่นเอกสารแสดงภาระผูกพันที่จะต้องชําระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศ หรือนิติบุคคลรับอนุญาตเกิน 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือน นับแต่วันที่ฝากเงินตราต่างประเทศนั้น และให้ฝากได้ไม่เกินจํานวนตามภาระผูกพันที่ต้องชําระเป็นเงินตราต่างประเทศภายในกําหนด เวลาดังกล่าว โดยภาระผูกพันที่กล่าวให้หมายรวมถึงภาระผูกพันของตนและของธุรกิจในเครือ และยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วยในกรณีที่เป็นภาระผูกพันของธุรกิจในเครือ

(3) เงินฝากเงินตราต่างประเทศรวมทุกสกุลและทุกบัญชี ต้องมียอดคงเหลือไม่เกิน 500,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด สําหรับบุคคลธรรมดา หรือ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด สําหรับนิติบุคคล ทั้งนี้ เจ้าพนักงานยกเว้นให้นิติบุคคลมียอดคงเหลือในบัญชีรวมทุกสกุลและทุกบัญชีเกิน 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด แต่ไม่เกิน 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดได้

(4) ให้ผู้ฝากแต่ละรายฝากเงินสดได้ไม่เกินวันละ 5,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด เว้นแต่ผู้ฝากนั้นจะได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับเงินตราต่างประเทศ

ทั้งนี้ ให้องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย รวมทั้งข้าราชการที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขใน (2) ถึง (4)

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การฝากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศนอกจากค่าของที่ส่งออกของบุคคลต่อไปนี้ ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 23 และให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 14 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547

(1) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ และชาวต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวไม่เกิน 3 เดือน

(2) สถานทูตต่างประเทศ และผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต

(3) ทบวงการชํานัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศรวมตลอดถึงพนักงาน ผู้เชี่ยวชาญหรือบุคคลอื่นที่ปฏิบัติภารกิจเพื่อทบวงการชํานัญพิเศษ องค์การหรือสถาบันนั้นๆ ซึ่งได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันในประเทศไทยด้วย

(4) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของสถานทูตต่างประเทศซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(5) เจ้าหน้าที่หรือพนักงานของทบวงการชํานัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นชาวต่างประเทศ

(6) ชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานชั่วคราวในประเทศไทย

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ นอกจากเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศตามข้อ 23 (1) แล้ว เจ้าพนักงานอนุญาตให้ฝากเงินตราต่างประเทศและยกเว้นให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลในประเทศกู้ยืมจากกิจการวิเทศธนกิจและขอนําเข้าฝากในบัญชีของตน

(2) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(3) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศรับโอนมาจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน หรือบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศอื่น

(4) เงินตราต่างประเทศที่บุคคลในประเทศชําระให้แก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 โดยมีเอกสารประกอบตามข้อ 15

(5) เงินตราต่างประเทศซึ่งบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(6) เงินตราต่างประเทศที่นําเงินบาทจากบัญชีของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศไปซื้อเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศนั้น

(7) เงินตราต่างประเทศซึ่งชาวต่างประเทศที่เข้ามาปฏิบัติงานในประเทศไทยขอซื้อจากนิติบุคคลรับอนุญาต เพื่อฝากตามข้อ 17

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตถือปฏิบัติเช่นเดียวกับเงินตราต่างประเทศอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การฝากเงินตราต่างประเทศนอกจากที่กําหนดในข้อ 23 และข้อ 25 นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(1) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(2) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจําเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(3) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนกรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาต ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารก่อนส่งให้เจ้าพนักงานพิจารณา และเจ้าพนักงานอาจเรียกเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมได้ในกรณีที่จําเป็น

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การฝากเงินตราต่างประเทศไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต หากผู้ฝากประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก่อนฝาก ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ฝากดําเนินการแลกเปลี่ยนได้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในการจ่ายดอกเบี้ยสําหรับเงินฝากที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้นิติบุคคลรับอนุญาตจ่ายเป็นเงินตราหรือเงินตราต่างประเทศสกุลที่ฝาก

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ โดยผู้ถอนต้องปฏิบัติตามข้อ 30 ด้วย

(1) ชําระให้แก่บุคคลในต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวในข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 ทั้งนี้ รวมถึงการชําระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(2) ชําระหนี้เงินตราต่างประเทศให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ รวมถึงการชําระแทนธุรกิจในเครือด้วย

(3) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีของตนฝากเข้าบัญชีเงินฝากของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศ

(4) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศบัญชีอื่นของตน

(5) ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของธุรกิจในเครือเพื่อชําระตาม (1) หรือ (2) ซึ่งธุรกิจในเครือมีภาระต้องชําระให้แก่บุคคลดังกล่าวภายใน 6 เดือน นับแต่วันที่ฝากเข้าบัญชี

(6) กรณีที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย ถอนเงินจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของตนเพื่อ

ก. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล และรัฐวิสาหกิจของประเทศไทย

ข. ฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของข้าราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการองค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาลของประเทศไทยที่ปฏิบัติงานในต่างประเทศ

(7) ขายให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับฝากเงินตราต่างประเทศตาม (5) หรือ (6) ได้ โดยนิติบุคคลรับอนุญาต ต้องจัดให้ผู้ฝากยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้ผู้ถอนเงินตราต่างประเทศยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 พร้อมเอกสารหลักฐานประกอบการถอนดังนี้

(1) การถอนเงินตามข้อ 28 (1 ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ 15 และหากเป็นการถอนเงินเพื่อชําระแทนธุรกิจในเครือ ให้ยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วย

(2) การถอนเงินตามข้อ 29 (2) ให้ยื่นสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ และหากเป็นการถอนเงินเพื่อชําระหนี้แทนธุรกิจในเครือ ให้ยื่นหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือด้วย

(3) การถอนเงินเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศตามข้อ 29 (3) หรือข้อ 29 (4) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ 23 (2)

(4) การถอนเงินเพื่อฝากเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของธุรกิจในเครือตามข้อ 29 (5) ให้ยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุใน ข้อ 15 หรือสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ พร้อมหลักฐานการเป็นธุรกิจในเครือ

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การขอผ่อนผันเกี่ยวกับการถอนเงินตราต่างประเทศตามที่กําหนดในข้อ 29 นิติบุคคลรับอนุญาตต้องส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานพิจารณาอนุญาตก่อน โดยนิติบุคคลรับอนุญาตต้องเรียกให้ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานเบื้องต้นดังนี้

(1) คําขออนุญาตพร้อมชี้แจงเหตุผลความจําเป็นและรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง

(2) หลักฐานที่เกี่ยวข้องตามแต่กรณี เช่น รายละเอียดและหลักฐานเอกสารแสดงภาระผูกพันหรือความจําเป็นที่ต้องใช้เงินในอนาคต

(3) หลักฐานแสดงตัวของผู้ขอ กรณีเป็นบุคคลธรรมดา เช่น สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนกรณีเป็นนิติบุคคล เช่น หนังสือบริคณห์สนธิ หนังสือรับรองทุนจดทะเบียน บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วน ที่กระทรวงพาณิชย์รับรอง

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 29 (1) ถึง (6) หากผู้ถอนประสงค์จะแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่น ให้นิติบุคคลรับอนุญาตและผู้ถอนแลกเปลี่ยนได้ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ผู้ถอนจะใช้เงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นตามวัตถุประสงค์ข้างต้นในทันที

(2) เมื่อปรากฏว่าผู้ถอนขอแลกเปลี่ยนและฝากเงินตราต่างประเทศสกุลที่ขอแลกเปลี่ยนนั้นไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาต โดยผู้ถอนมีภาระต้องใช้เงินตราต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ข้างต้นภายใน 6 เดือนนับแต่วันที่ขอแลกเปลี่ยน

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในกรณีบุคคลตามที่กล่าวในข้อ 24 ถอนเงินตราต่างประเทศจากบัญชีเงินฝากให้บุคคลดังกล่าวได้รับยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 28 และข้อ 30 และเจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลรับอนุญาตดําเนินการถอนได้ทุกกรณี

ในกรณีที่ผู้ขอฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้รับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณี โดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 ด้วย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงานการรับฝากหรือถอนเงินตราต่างประเทศตามที่กําหนดในข้อ 44 ถึง ข้อ 47

อื่นๆ ๖ บัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเพิ่มเติมจากกรณี ที่ระบุไว้ในข้อ 16 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 ได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(1) เงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ

(2) เงินบาทที่กู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต

(3) เงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 14 แห่งประกาศนี้

(4) เงินบาทที่ธนาคาร ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีได้รับจากการทําธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(5) เงินบาทที่ธนาคารในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีส่งหรือนําเข้าจากประเทศดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเรียกให้ผู้ฝากยื่นเอกสารหลักฐานในแต่ละกรณีที่ระบุในข้อ 16 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และข้อ 35 แห่งประกาศนี้ดังนี้

(1) กรณีเงินบาทค่าของเงินตราต่างประเทศที่ส่งเข้ามาจากต่างประเทศหรือที่ถอนจากบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ให้เรียกเอกสารหลักฐานที่แสดงการขายเงินตราต่างประเทศ

(2) กรณีเงินบาทที่กู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาตให้เรียกสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

(3) กรณีเงินบาทที่จ่ายเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 หรือข้อ 14 แห่งประกาศนี้ ให้เรียกเอกสารหลักฐานตามที่กําหนดไว้ในข้อ 15

(4) กรณีเงินบาทตามข้อ 35 (4) ให้เรียกเอกสารหลักฐานการทําธุรกรรมทางการเงินกับนิติบุคคลรับอนุญาต

(5) กรณีเงินบาทตามข้อ 35 (5) ให้เรียกเอกสารใบสําแดงการนําเงินบาทเข้ามาในประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรประทับตราและลงชื่อแล้ว

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตรับเงินบาทของบุคคลที่ระบุต่อไปนี้เข้าบัญชีเงินฝากได้โดยไม่ต้องปฏิบัติตามข้อ 35 ข้อ 36 และข้อ 47

(1) สถานทูตต่างประเทศ ทบวงการชํานัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศ ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย

(2) คนสัญชาติไทยที่ไปอยู่ต่างประเทศไม่ต่ํากว่า 1 ปี

(3) บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย และมิได้ประกอบธุรกิจการธนาคาร

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การรับเงินบาทเข้าบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในกรณีอื่นนอกจากที่ระบุในข้อ 16 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และข้อ 35 แห่งประกาศนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดให้ผู้ฝากยื่นคําขอพร้อมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องต่อเจ้าพนักงานผ่านนิติบุคคลรับอนุญาตก่อน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การโอนเงินบาทผ่านบัญชีของธนาคารที่เปิดไว้ระหว่างสํานักงานใหญ่กับสาขาในต่างประเทศในลักษณะบัญชีหักกลบลบหนี้ จะต้องกระทําเฉพาะการโอนเงินที่เป็นการชําระระหว่างสาขาธนาคารในต่างประเทศกับสํานักงานใหญ่เท่านั้น ส่วนการโอนเงินบาทผ่านบัญชีของธนาคารที่เป็นการชําระเงินของลูกค้าในการทําธุรกรรมระหว่างประเทศจะต้องกระทําผ่านบัญชีที่เปิดไว้ในรูปบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศเท่านั้น และการรับเงินเข้าและการถอนเงินจากบัญชีจะต้องเป็นไปตามข้อ 16 แห่งประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 และ ข้อ 35 ถึง ข้อ 38 แห่งประกาศนี้

อื่นๆ ๗ การกู้ยืมเงินตราต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ เจ้าพนักงานอนุญาตให้นิติบุคคลที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศได้

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ บุคคลใดนอกจากบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศขอกู้ยืมหรือขอรับสินเชื่อรูปแบบอื่นเป็นเงินตราต่างประเทศจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้กระทําได้เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

(1) เพื่อวัตถุประสงค์ตามข้อ 11 แห่งประกาศกระทรวงการคลังเรื่อง คําสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ 31 มีนาคม 2547 โดยยื่นเอกสารหลักฐานตามที่ระบุในข้อ 15 แห่งประกาศนี้

(2) เพื่อขายให้นิติบุคคลรับอนุญาตนั้น

(3) เพื่อชําระหนี้เงินตราต่างประเทศให้แก่นิติบุคคลรับอนุญาตโดยยื่นสําเนาสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อ

เมื่อนิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าเอกสารหลักฐานตามวรรคหนึ่งแท้จริงและถูกต้องและเป็นการ กู้ยืมเงินเพื่อวัตถุประสงค์ตามที่แจ้งไว้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศได้ โดยต้องเรียกให้บุคคลดังกล่าวทําสัญญาเงินกู้หรือเอกสารการรับสินเชื่อไว้เป็นหลักฐาน

ในกรณีที่ผู้ขอกู้เงินตราต่างประเทศเป็นส่วนราชการ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตไม่ต้องเรียกเอกสารหลักฐาน และให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศดังกล่าวได้ทุกกรณีโดยเรียกให้ส่วนราชการยื่นแบบตามที่กําหนดในข้อ 44 ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศแก่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศในขณะใดขณะหนึ่งรวมทั้งสิ้นเกินกว่า 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดได้

อื่นๆ ๘ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับเอกสารหลักฐานและการรายงาน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้นําของเข้าและผู้ส่งของออกต้องแจ้งรายการของที่นําเข้าหรือส่งออก และราคาของต่อเจ้าพนักงานผ่านพนักงานเจ้าหน้าที่สุลกากรในขณะยื่นใบขนสินค้าตามแบบที่เจ้าพนักงานกําหนด

ผู้นําของเข้าและผู้ส่งของออกไม่ต้องแจ้งรายการต่อเจ้าพนักงานสําหรับของตามเงื่อนไขต่อไปนี้

(1) ตัวอย่างสินค้า

(2) ของใช้ส่วนตัวของผู้เดินทางเข้ามาในประเทศหรือไปต่างประเทศแล้วแต่กรณี

(3) ภาชนะหรือสิ่งอื่นใดสําหรับใช้บรรจุของทุกชนิดที่ว่างเปล่านําเข้ามาเพื่อบรรจุสิ่งของส่งออก หรือที่ได้ใช้บรรจุของส่งออกไปแล้วนํากลับเข้ามา หรือที่ได้ใช้บรรจุของเข้ามาแล้วจะส่งกลับออกไปภายหลัง รวมตลอดทั้งแกนเปล่าด้วย หรือภาชนะหรือสิ่งอื่นใดสําหรับใช้บรรจุของทุกชนิดที่ว่างเปล่าส่งออกไปเพื่อบรรจุสิ่งของ นํากลับเข้ามา หรือที่ได้ใช้บรรจุของเข้ามาแล้วส่งกลับคืนออกไป หรือที่ได้ใช้บรรจุของส่งออกแล้ว จะนํากลับเข้ามาภายหลัง รวมตลอดทั้งแกนเปล่าด้วยแล้วแต่กรณี

(4) ฟิล์มที่ถ่ายบันทึกภาพแล้ว เพื่อทําการล้างแล้วจะนํากลับเข้ามาในภายหลัง หรือฟิล์มภาพยนตร์ตลอดจนภาพโฆษณาที่นําเข้ามาฉายตามโรงมหรสพหรือสถานีโทรทัศน์ชั่วระยะเวลาหนึ่งแล้วส่งกลับคืนออกไป

(5) ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์เครื่องบินซึ่งทางการกรมตํารวจนําเข้า หรือที่ไม่มีการซื้อเงินตราต่างประเทศส่งออกไปชําระ ซึ่งสํานักงานสาขาของบริษัทการบินต่างประเทศจัดส่งออกไปยังสํานักงานใหญ่แล้วแต่กรณี

(6) ของที่นําเข้ามาโดยไม่มีการชําระเงิน แล้วส่งกลับออกไปภายในระยะเวลาที่ได้ทําสัญญาไว้กับกรมศุลกากร

(7) ของที่ส่งกลับคืนออกไปในกรณีที่ของนั้นถูกส่งออกไปจําหน่ายยังต่างประเทศแล้วนํากลับเข้ามาเพื่อซ่อมแซมโดยไม่มีค่าตอบแทนการซ่อมแซม

(8) เครื่องอุปโภคบริโภคที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การ ของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจส่งหรือนําออกไปใช้ในราชการหรือกิจการระหว่างปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานนอกประเทศ แล้วแต่กรณี

(9) ของที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล หรือรัฐวิสาหกิจส่งหรือนําออกไปแสดงหรือซ่อมแซมและจะนํากลับเข้ามาภายหลัง

(10) ของที่นําเข้ามาเพื่อบริจาคหรือช่วยเหลือในรูปให้เปล่าแก่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ สภากาชาดไทย โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา สถาบันการศาสนาหรือมูลนิธิ หรือของที่ส่วนราชการ องค์การของรัฐ องค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจหรือสภากาชาดไทยบริจาคเพื่อการกุศลแก่ผู้รับในต่างประเทศ

(11) ของที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรพอใจว่านําเข้ามาเป็นการชั่วคราวเพื่อแสดงในงานสาธารณะที่เปิดให้ประชาชนดูได้ทั่วไป หรือนําเข้ามาเพื่อใช้ในการประชุมระหว่างประเทศ

(12) ของที่ใช้ในการเจาะสํารวจทรัพยากรธรณีที่บริษัทต่างประเทศ ซึ่งได้รับสัมปทานจากรัฐบาลไทยนําเข้ามาใช้ในประเทศ

(13) น้ํามันที่เติมอากาศยานบินไปต่างประเทศ

(14) ของที่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ทูต ทบวงการชํานัญพิเศษแห่งองค์การสหประชาชาติ องค์การหรือสถาบันระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิกนําเข้าหรือส่งออกแล้วแต่กรณี

(15) ชิ้นส่วนอะไหล่และอุปกรณ์เรือขนส่งระหว่างประเทศที่พนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรพอใจว่าเป็นของที่ผู้ประกอบการเดินเรือระหว่างประเทศหรือสาขาหรือตัวแทนของผู้ประกอบการดังกล่าว ส่งหรือนําออกเพื่อใช้ซ่อมแซมเรือที่ใช้ในกิจการขนส่งระหว่างประเทศของตน

(16) ฟิล์มภาพยนตร์ข่าวและเหตุการณ์ต่าง ๆ หรือแถบบันทึกภาพและเสียงที่ได้บันทึกแล้วซึ่งนําเข้าหรือส่งออกทางอากาศยานแล้วแต่กรณี

(17) ของที่จําหน่ายในร้านค้าปลอดอากร ซึ่งผู้เดินทางไปต่างประเทศ ผู้เดินทางผ่าน หรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กําหนดในตั๋วเดินทางไปกลับหรือตั๋วเดินทางผ่าน แล้วแต่กรณี นําติดตัวออกไป

(18) ของ รวมตลอดถึง เพชรพลอย เครื่องรูปพรรณทองคําและเครื่องรูปพรรณทองคําขาวซึ่งผู้เดินทางผ่าน หรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กําหนดในตั๋วเดินทางไปกลับหรือตั๋วเดินทางผ่าน แล้วแต่กรณี นําติดตัวออกไป

(19) ยุทธภัณฑ์ซึ่งทางกระทรวงกลาโหมนําเข้า

(20) ของที่นําเข้ามาเพื่อบริการคนโดยสารบนเครื่องบิน ซึ่งบริษัทการบินเป็นผู้นําเข้าทางอากาศยาน

(21) หนังสือพิมพ์รายวัน รายคาบ รายปักษ์ และหนังสือพิมพ์ภาพข่าว ซึ่งนําเข้าทางอากาศยาน

(22) อุปกรณ์เหมืองแร่ ซึ่งผู้ประกอบการเหมืองแร่นําเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการเหมืองแร่ของตน

(23) ถุงสําหรับบรรจุแร่เพื่อส่งออก ป้ายติดถุงแร่หรือเชือกสําหรับเย็บถุงแร่ ซึ่งผู้ประกอบการเหมืองแร่นําเข้า

(24) ของนอกจากที่มีประกาศหรือคําสั่งกําหนดไว้โดยเฉพาะ ซึ่งผู้เดินทางผ่านหรือผู้ที่เข้ามาในราชอาณาจักรชั่วระยะเวลาที่กําหนดในตั๋วเดินทางไปกลับ หรือตั๋วเดินทางผ่าน แล้วแต่กรณี นําติดตัวเข้ามา

(25) ของนอกจากที่กําหนดใน (1) ถึง (24) ซึ่งนําเข้าหรือส่งออกแต่ละครั้งมีมูลค่าต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(26) ของที่ไม่ต้องยื่นใบขนสินค้าตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร

เมื่อผู้นําของเข้าและผู้ส่งของออกได้ยื่นใบขนสินค้าต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรแล้วให้ถือว่าแบบใบขนสินค้าที่แจ้งดังกล่าวเป็นแบบที่เจ้าพนักงานกําหนด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ บุคคลใดประสงค์จะขอซื้อ ขาย ฝาก ถอน เงินตราต่างประเทศ หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจํานวนตั้งแต่ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้บุคคลนั้นยื่นแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศตามที่เจ้าพนักงานกําหนด และให้นิติบุคคลรับอนุญาตจัดทําสําเนาเพื่อมอบให้แก่บุคคลนั้นไว้เป็นหลักฐาน และในกรณีที่นิติบุคคลรับอนุญาตรับซื้อหรือขายเงินตราต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตสําแดงจํานวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน วันเดือนปีที่รับทําธุรกรรมในแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศด้วย

ในกรณีไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจํานวนตั้งแต่ 20,000 คอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดนิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องจัดให้ผู้ขอทําแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศเป็น 2 ฉบับ เพื่อแยกรายละเอียดของการรับและการจ่ายเงินตราต่างประเทศให้ชัดเจน

ในกรณีที่บุคคลใดขอซื้อ ขาย ฝาก ถอนเงินตราต่างประเทศ หรือไม่ขายเงินตราต่างประเทศและไม่นําเงินตราต่างประเทศดังกล่าวฝากไว้กับนิติบุคคลรับอนุญาตจํานวนต่ํากว่า 20,000 ดอลลาร์สหรัฐอเมริกาหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด ให้นิติบุคคลรับอนุญาตออกหลักฐานประกอบการทําธุรกรรมดังกล่าวโดยต้องสําแดง จํานวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน วันเดือนปีที่รับทําธุรกรรมและวัตถุประสงค์ และให้จัดทําสําเนาเพื่อมอบให้แก่บุคคลนั้นเป็นหลักฐานด้วย

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ เจ้าพนักงานอนุญาตให้บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ ส่งคําสั่งหรือข้อความผ่าน Authenticated SWIFT ที่มีข้อมูลครบถ้วนเช่นเดียวกับแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศที่กําหนดในข้อ 44 แทนการกรอกข้อมูลในแบบดังกล่าว ทั้งนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตลงนามรับรองและประทับตรา และสําแดงจํานวนเงิน อัตราแลกเปลี่ยน และวันเดือนปีที่รับทําธุรกรรมในเอกสารดังกล่าวด้วย

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตเก็บรักษาแบบการทําธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ เอกสารคําสั่งหรือข้อความผ่าน Authenticated SWIFT แบบคําขออนุญาต และเอกสารที่นิติบุคคลรับอนุญาตออกให้ รวมทั้งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปีเพื่อให้เจ้าพนักงานตรวจสอบเมื่อต้องการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ นิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องรายงานการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน โอน ฝาก ถอน ให้กู้ยืมเงินตราต่างประเทศ การฝากถอนเงินบาทจากบัญชีเงินบาทของบุคคลที่มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศรวมทั้งการรายงานด้านอื่นๆ ภายใต้การประกอบธุรกิจเกี่ยวกับปัจจัยชําระเงินต่างประเทศต่อเจ้าพนักงานผ่านธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เจ้าพนักงานกําหนด ทั้งนี้ นิติบุคคลรับอนุญาตมีหน้าที่ต้องตรวจสอบและดูแลให้การรายงานข้อมูลดังกล่าวเป็นไปโดยถูกต้องครบถ้วน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2547

(นางทัศนา รัชตโพธิ์)

เจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน

48 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน เรื่อง การกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a0c328089a2ef2df

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com