ข้อ ๖ ร่างสัญญาร่วมลงทุนอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสาระสำคัญ
ดังต่อไปนี้
(๑) ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตของโครงการ
(๒) คำนิยามและการตีความ
(๓) ลำดับความสำคัญและการบังคับใช้ของเอกสารทั้งหมดภายใต้สัญญาร่วมลงทุนของโครงการซึ่งอย่างน้อยต้องระบุว่าสัญญาร่วมลงทุนมีผลบังคับใช้เหนือกว่าเอกสารอื่นภายใต้สัญญาร่วมลงทุนของโครงการ
(๔) ระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน
โดยระบุระยะเวลาในแต่ละช่วงและระยะเวลารวม
(๕) การให้บริการและการดำเนินการของโครงการ
ซึ่งรวมถึงการดำเนินโครงการ (Operation) ผลผลิตที่เอกชนจะต้องส่งมอบ (Output Specification) และระดับของการให้บริการ (Level of Service)
(๖) สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย
(๗) การลงทุนของหน่วยงานเจ้าของโครงการและเอกชน
รวมทั้งแหล่งเงินทุนของเอกชน
(๘) การจ้างและการจ้างช่วง (ถ้ามี)
(๙) สินทรัพย์ของโครงการ ซึ่งรวมถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายและการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ของโครงการหากมีการใช้ทรัพย์สินของรัฐในการดำเนินโครงการ
โดยจะต้องระบุสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์และการบำรุงรักษาทรัพย์สินดังกล่าวด้วย
รวมทั้งหากมีการกำหนดให้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นแก่หน่วยงานเจ้าของโครงการ ไม่ว่าในช่วงเวลาระยะเวลาใดเวลาหนึ่งหรือสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการร่วมลงทุน
ให้กำหนดแนวทางการคำนวณมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงต้นทุนที่ได้มาซึ่งทรัพย์สินนั้นและมูลค่าของทรัพย์สินนั้นในเวลาที่มีการโอนกรรมสิทธิ์
(๑๐) การบูรณะพัฒนาสินทรัพย์ของโครงการร่วมลงทุน
(๑๑) การถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญไปยังหน่วยงานและบุคลากรของภาครัฐ
(๑๒) อัตราค่าบริการและการปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการ
วิธีการชำระเงินของเอกชนหรือหน่วยงานเจ้าของโครงการ ผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างเอกชนและหน่วยงานเจ้าของโครงการ
ซึ่งให้รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนที่ผันแปรตามผลประกอบการ และสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายหรือภาษีและค่าธรรมเนียมจากรายได้ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ให้ระบุถึงการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนในรายได้ที่เกิดขึ้นด้วย
(๑๓) การให้การสนับสนุนของภาครัฐเพื่อการดำเนินการตามสัญญาของฝ่ายผู้ร่วมลงทุนเอกชน
และมาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน
พ.ศ. ๒๕๖๒ (ถ้ามี)
(๑๔) การกำกับดูแลและการตรวจสอบการดำเนินโครงการของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย
(๑๕) การเปลี่ยนตัวคู่สัญญา ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง
และการโอนสิทธิเรียกร้อง และการโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาร่วมลงทุน สำหรับกรณีมีนิติบุคคลเข้าแทนที่
(๑๖) เหตุสุดวิสัยและการดำเนินการกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย
รวมทั้งการชำระค่าตอบแทน เหตุผ่อนผันและผลของเหตุผ่อนผัน
(๑๗) เหตุแห่งการเลิกสัญญา วิธีการบอกเลิกสัญญา
ผลของการเลิกสัญญานอกเหนือจากกรณีการสิ้นสุดของสัญญาตามระยะเวลา
โดยรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการเพื่อให้บริการต่อไป หากมีการระงับของโครงการ
และการชำระค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการเลิกสัญญา
(๑๘) หลักประกันสัญญา การค้ำประกัน ทั้งนี้ ให้ระบุเงื่อนไขในการคืนหรือริบหลักประกันสัญญาด้วย
(๑๙) การประกันภัย และการชดใช้ค่าเสียหาย
(๒๐) การระงับข้อพิพาท
ซึ่งต้องไม่เป็นการผูกพันให้หน่วยงานเจ้าของโครงการใช้วิธีการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่หน่วยงานเจ้าของโครงการจะได้แสดงถึงเหตุผลและความจำเป็นเนื่องจากทางปฏิบัติโดยปกติทั่วไปของสัญญาร่วมลงทุนประเภทนั้น
ๆ หรือเหตุอื่นใดอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
(๒๑) กฎหมายที่ใช้บังคับซึ่งจะต้องกำหนดให้สัญญาร่วมลงทุนและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ซึ่งรวมถึงการดำเนินโครงการอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย
(๒๒) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย
และผลของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย
(๒๓) สิทธิของหน่วยงานเจ้าของโครงการในการเข้าดำเนินโครงการ
ซึ่งรวมถึงการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ
(๒๔) ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งรวมถึงนวัตกรรมของเอกชนในการให้บริการสาธารณะของโครงการร่วมลงทุน
(๒๕) ดอกเบี้ยและค่าปรับ
(๒๖) ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม
(๒๗) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา
รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ
(๒๘) เรื่องอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในแนวทางปฏิบัติของสำนักงาน
คู่สัญญาอาจกำหนดรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวกับสาระสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนข้อใดข้อหนึ่งไว้ในสัญญาร่วมลงทุนหรือเอกสารแนบท้ายของสัญญาร่วมลงทุนก็ได้
โดยในกรณีที่มีการกำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายของสัญญาร่วมลงทุน ให้คู่สัญญากำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนว่าเอกสารแนบท้ายดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาร่วมลงทุน