法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. 2563

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
9
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

เรื่อง รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน

ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน

พ.ศ. ๒๕๖๓

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดรายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน

ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๒๐ (๘) และมาตรา ๓๕ วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๖ ประกอบกับมาตรา

๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. ๒๕๖๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในประกาศนี้

“ข้อเสนอ” หมายความว่า ข้อเสนอการร่วมลงทุนในโครงการร่วมลงทุน

“คณะกรรมการคัดเลือก” หมายความว่า คณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา

๓๖ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒ และตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชนที่ออกตามความในมาตรา

๙ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. ๒๕๖๒

“ผู้ยื่นข้อเสนอ” หมายความว่า เอกชนซึ่งเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาที่ได้ยื่นข้อเสนอและให้หมายความรวมถึงเอกชนที่ได้ยื่นข้อเสนอร่วมกันทุกรายในกรณีที่เป็นการยื่นข้อเสนอเป็นกลุ่มนิติบุคคล

รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ร่างประกาศเชิญชวน อย่างน้อยต้องแสดงรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) สรุปสาระสำคัญของโครงการร่วมลงทุนตามเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

ซึ่งประกอบด้วย

(ก) ความเป็นมาของโครงการร่วมลงทุน

(ข) วัตถุประสงค์

(ค) ขอบข่ายของงาน

(ง) ระยะเวลาที่ผู้เข้าร่วมลงทุนมีความผูกพันต้องปฏิบัติตามโครงการร่วมลงทุน

(๒) คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอโดยผู้ยื่นข้อเสนอต้องไม่เป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันจากอำนาจศาลไทยทำให้ไม่ต้องขึ้นศาลไทย

เว้นแต่รัฐบาลของผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งเป็นผู้ได้รับเอกสิทธิ์หรือความคุ้มกันดังกล่าวมีหนังสือแสดงเจตนาการสละเอกสิทธิ์และความคุ้มกันจากอำนาจศาลไทยนั้น

(๓) คุณสมบัติทางด้านเทคนิค การเงิน ประสบการณ์

และผลงานของผู้ยื่นข้อเสนอหรือรายละเอียดอื่นตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนดในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

(๔) ค่าธรรมเนียมการขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

ค่าธรรมเนียมการประเมินข้อเสนอ และค่าธรรมเนียมการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน

(๕) สถานที่ วัน เวลา

ที่เปิดและปิดการขายเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน ซึ่งจะต้องเป็นสถานที่ที่เอกชนผู้สนใจสามารถติดต่อได้สะดวก

(๖) สถานที่ วัน เวลา เปิดการรับซอง ปิดการรับซอง

และการเปิดซองเอกสารข้อเสนอ โดยให้คณะกรรมการรับซองซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกแต่งตั้งเป็นผู้รับซอง

(๗) สาระสำคัญของหลักประกันซองและหลักประกันสัญญา

โดยให้คณะกรรมการคัดเลือกพิจารณากำหนดมูลค่าของหลักประกันซองให้เหมาะสมกับความเสียหายในกรณีที่ผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถดำเนินการตามข้อเสนอและกำหนดหลักประกันสัญญาให้เหมาะสมกับความเสียหายในกรณีที่ผู้ที่ซึ่งได้รับการคัดเลือกไม่สามารถดำเนินการตามสัญญาได้

โดยให้ระบุระยะเวลาผูกพันและเงื่อนไขในการคืนหรือริบหลักประกันซองและหลักประกันสัญญาด้วย

ให้คณะกรรมการคัดเลือกกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอใช้หลักประกันอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ โดยกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหลักประกันซองให้กับหน่วยงานเจ้าของโครงการภายในวันยื่นซองข้อเสนอและกำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอส่งมอบหลักประกันสัญญาให้กับหน่วยงานเจ้าของโครงการภายในวันทำสัญญาร่วมลงทุน

(ก) หนังสือค้ำประกันของธนาคารภายในประเทศ

โดยในกรณีที่เป็นการประกาศเชิญชวนให้ผู้เข้าร่วมลงทุนซึ่งเป็นเอกชนต่างประเทศ

อาจกำหนดให้ใช้หนังสือค้ำประกันของธนาคารในต่างประเทศที่มีหลักฐานดีและหน่วยงานเจ้าของโครงการพิจารณาเห็นสมควร

(ข) พันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรรัฐวิสาหกิจไทย

ในการคืนหลักประกันซอง

ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการคืนหลักประกันซองให้แก่ผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งไม่ได้รับการคัดเลือก ภายในสิบวันนับแต่วันที่ผู้มีอำนาจเห็นชอบผลการคัดเลือก

หรือเมื่อครบหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่คณะกรรมการคัดเลือกมีมติพิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอซึ่งได้รับการคัดเลือก

แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นก่อน และให้หน่วยงานเจ้าของโครงการดำเนินการคืนหลักประกันซองให้แก่ผู้ซึ่งได้รับการคัดเลือกเมื่อมีการลงนามในสัญญาร่วมลงทุนและส่งมอบหลักประกันแล้ว

ในการคืนหลักประกันสัญญา ให้หน่วยงานเจ้าของโครงการคืนหลักประกันสัญญาให้แก่คู่สัญญาฝ่ายเอกชนตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนโดยคำนึงถึงผลงานที่คู่สัญญาฝ่ายรัฐได้รับการประกันความรับผิดและการปฏิบัติตามสัญญาร่วมลงทุน

(๘) หลักเกณฑ์ในการพิจารณาคัดเลือก

โดยให้ระบุหลักเกณฑ์และวิธีการในการตัดสินให้ชัดเจนเป็นคะแนนในด้าน

ดังต่อไปนี้

(ก) ความสอดคล้องครบถ้วนของข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอเมื่อเปรียบเทียบกับประกาศเชิญชวนและเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

(ข) ความน่าเชื่อถือของรายละเอียดที่ปรากฏในรายการตามข้อ

๔ (๓)

(ค) ข้อเสนอการดำเนินงานตามโครงการร่วมลงทุนในภาพรวมซึ่งรวมถึงศักยภาพและความสามารถของผู้ยื่นข้อเสนอในการดำเนินงานตามโครงการร่วมลงทุนให้ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ของโครงการร่วมลงทุน

(ง) ข้อเสนอผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับ

และการขอรับมาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนทั้งทางการเงินและ/หรือไม่ใช่ทางการเงิน

(ถ้ามี)

(จ) หลักเกณฑ์อื่น ๆ

ตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการและคณะกรรมการคัดเลือกกำหนด

(๙) การสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง แก้ไข เพิ่มเติม

ยกเลิก ประกาศเชิญชวน หรือเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

หรือยกเลิกการคัดเลือกเอกชนโดยไม่พิจารณาคัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอรายใดเลย หรือจะไม่คัดเลือกผู้ยื่นข้อเสนอที่เสนอให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดก็ได้

โดยผู้ยื่นข้อเสนอไม่สามารถเรียกร้องค่าใช้จ่ายหรือค่าเสียหายใด ๆ ได้

รายละเอียดของร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน อย่างน้อยต้องแสดงรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) สรุปสาระสำคัญของโครงการร่วมลงทุนตามข้อ

๔ (๑) ซึ่งรวมถึงผลผลิตที่เอกชนจะต้องส่งมอบ (Output Specification) และระดับในการบริการ (Level of Service) ที่เอกชนจะต้องส่งมอบโดยคำนึงถึงสิทธิและประโยชน์ของผู้รับบริการโครงการ

(๒) คุณสมบัติของผู้ยื่นข้อเสนอ

(๓) รายละเอียดที่กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอแสดงเอกสารหลักฐานที่สำคัญเกี่ยวกับฐานะการเงิน

บุคลากร บุคลากรหลักที่จะดำเนินงานตามโครงการซึ่งต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ในงานตามโครงการ ทั้งนี้ ในเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชนต้องกำหนดรายละเอียดคุณสมบัติของผู้มีประสบการณ์จากจำนวนปีทำงานและจำนวนโครงการขั้นต่ำ

พร้อมทั้งกำหนดให้แสดงรายละเอียดของประสบการณ์ดังกล่าวข้างต้น ซึ่งรวมถึงวงเงินของโครงการที่เคยดำเนินการมาแล้ว

(๔) ในกรณีที่โครงการร่วมลงทุนใดมีการจัดตั้งบริษัทขึ้นใหม่เพื่อดำเนินงานหลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เข้าร่วมลงทุนแล้ว ให้ระบุให้ชัดเจนว่าผู้ยื่นข้อเสนอต้องให้คำรับรองว่าจะค้ำประกันและ/หรือประกันการดำเนินงานของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ด้วย

(๕) หน้าที่และความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐและเอกชนในการดำเนินโครงการร่วมลงทุน และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของโครงการร่วมลงทุนในช่วงระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน

(๖) รายละเอียดที่กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอแสดงแผนทางธุรกิจ

เป็นข้อเสนอทางการเงินของโครงการซึ่งรวมถึงเรื่อง ดังต่อไปนี้

(ก) การคาดคะเนทางการเงิน

โดยแสดงงบกำไรขาดทุน งบกระแสเงินสด และงบดุล

(ข) อัตราส่วนทางการเงิน

ตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการกำหนด เช่น อัตราส่วนสภาพคล่อง อัตราส่วนหนี้สิน อัตราส่วนแสดงสมรรถภาพในการดำเนินการ อัตราส่วนความสามารถทำกำไร

(ค) ผลตอบแทนทางการเงินจากการลงทุน

(ง) การจัดหาเงินทุน

(๗) รายละเอียดที่กำหนดให้ผู้ยื่นข้อเสนอต้องระบุแผนการดำเนินงานและผลประโยชน์ที่จะเสนอให้แก่รัฐทั้งในรูปตัวเงินและผลประโยชน์อื่น

ๆ โดยชัดเจน

(๘) เงื่อนไขสำคัญในการเข้าร่วมลงทุน อย่างน้อยต้องครอบคลุมถึงเรื่อง

ดังต่อไปนี้

(ก) ผลประโยชน์ที่จะให้แก่รัฐ การแบ่งผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างรัฐและเอกชน

มาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนทั้งทางการเงินและ/หรือไม่ใช่ทางการเงิน (ถ้ามี) รวมทั้งกรอบวงเงินในการสนับสนุน

(ถ้ามี)

(ข) ระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน

(ค) ภาษี

(ง) การจัดสรรและโอนความเสี่ยงในงานตามขอบเขตของโครงการระหว่างรัฐและเอกชน

(จ) หลักประกันสัญญาโดยให้ระบุเงื่อนไขในการคืนหรือริบหลักประกันสัญญาด้วย

(ฉ) ค่าธรรมเนียมการลงนามในสัญญาร่วมลงทุน

(ช) เหตุสุดวิสัย

(ซ) สกุลเงินโดยในกรณีที่มีการใช้สกุลเงินต่างประเทศ

จะต้องกำหนดให้มีการเสนอมาตรการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน

(ฌ) กฎหมายที่จะใช้บังคับ

(ญ) การระงับข้อพิพาท

(ฎ) ภาษาที่จะใช้ในสัญญาร่วมลงทุน

(ฏ) ร่างสัญญาร่วมลงทุนซึ่งอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ในหมวด

(๙) เรื่องอื่นตามที่หน่วยงานเจ้าของโครงการหรือคณะกรรมการคัดเลือกกำหนดในการให้จัดทำเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน

สาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน

การจัดทำร่างสัญญาร่วมลงทุนตามหมวดนี้ จะต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย

กฎ ระเบียบ และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ร่างสัญญาร่วมลงทุนอย่างน้อยต้องประกอบด้วยสาระสำคัญ

ดังต่อไปนี้

(๑) ความเป็นมา วัตถุประสงค์ ขอบเขตของโครงการ

(๒) คำนิยามและการตีความ

(๓) ลำดับความสำคัญและการบังคับใช้ของเอกสารทั้งหมดภายใต้สัญญาร่วมลงทุนของโครงการซึ่งอย่างน้อยต้องระบุว่าสัญญาร่วมลงทุนมีผลบังคับใช้เหนือกว่าเอกสารอื่นภายใต้สัญญาร่วมลงทุนของโครงการ

(๔) ระยะเวลาของสัญญาร่วมลงทุน

โดยระบุระยะเวลาในแต่ละช่วงและระยะเวลารวม

(๕) การให้บริการและการดำเนินการของโครงการ

ซึ่งรวมถึงการดำเนินโครงการ (Operation) ผลผลิตที่เอกชนจะต้องส่งมอบ (Output Specification) และระดับของการให้บริการ (Level of Service)

(๖) สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย

(๗) การลงทุนของหน่วยงานเจ้าของโครงการและเอกชน

รวมทั้งแหล่งเงินทุนของเอกชน

(๘) การจ้างและการจ้างช่วง (ถ้ามี)

(๙) สินทรัพย์ของโครงการ ซึ่งรวมถึงกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายและการคำนวณมูลค่าสินทรัพย์ของโครงการหากมีการใช้ทรัพย์สินของรัฐในการดำเนินโครงการ

โดยจะต้องระบุสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์และการบำรุงรักษาทรัพย์สินดังกล่าวด้วย

รวมทั้งหากมีการกำหนดให้โอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นแก่หน่วยงานเจ้าของโครงการ ไม่ว่าในช่วงเวลาระยะเวลาใดเวลาหนึ่งหรือสิ้นสุดระยะเวลาดำเนินโครงการร่วมลงทุน

ให้กำหนดแนวทางการคำนวณมูลค่าของทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อใช้ในการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นให้ชัดเจน โดยคำนึงถึงต้นทุนที่ได้มาซึ่งทรัพย์สินนั้นและมูลค่าของทรัพย์สินนั้นในเวลาที่มีการโอนกรรมสิทธิ์

(๑๐) การบูรณะพัฒนาสินทรัพย์ของโครงการร่วมลงทุน

(๑๑) การถ่ายทอดความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญไปยังหน่วยงานและบุคลากรของภาครัฐ

(๑๒) อัตราค่าบริการและการปรับเปลี่ยนอัตราค่าบริการ

วิธีการชำระเงินของเอกชนหรือหน่วยงานเจ้าของโครงการ ผลประโยชน์ตอบแทนระหว่างเอกชนและหน่วยงานเจ้าของโครงการ

ซึ่งให้รวมถึงผลประโยชน์ตอบแทนในส่วนที่ผันแปรตามผลประกอบการ และสิทธิในการหักค่าใช้จ่ายหรือภาษีและค่าธรรมเนียมจากรายได้ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ให้ระบุถึงการตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนในรายได้ที่เกิดขึ้นด้วย

(๑๓) การให้การสนับสนุนของภาครัฐเพื่อการดำเนินการตามสัญญาของฝ่ายผู้ร่วมลงทุนเอกชน

และมาตรการสนับสนุนโครงการร่วมลงทุนตามมาตรา ๒๓ แห่งพระราชบัญญัติการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

พ.ศ. ๒๕๖๒ (ถ้ามี)

(๑๔) การกำกับดูแลและการตรวจสอบการดำเนินโครงการของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย

(๑๕) การเปลี่ยนตัวคู่สัญญา ผู้รับเหมา ผู้รับเหมาช่วง

และการโอนสิทธิเรียกร้อง และการโอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาร่วมลงทุน สำหรับกรณีมีนิติบุคคลเข้าแทนที่

(๑๖) เหตุสุดวิสัยและการดำเนินการกรณีเกิดเหตุสุดวิสัย

รวมทั้งการชำระค่าตอบแทน เหตุผ่อนผันและผลของเหตุผ่อนผัน

(๑๗) เหตุแห่งการเลิกสัญญา วิธีการบอกเลิกสัญญา

ผลของการเลิกสัญญานอกเหนือจากกรณีการสิ้นสุดของสัญญาตามระยะเวลา

โดยรวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการดำเนินการเพื่อให้บริการต่อไป หากมีการระงับของโครงการ

และการชำระค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการเลิกสัญญา

(๑๘) หลักประกันสัญญา การค้ำประกัน ทั้งนี้ ให้ระบุเงื่อนไขในการคืนหรือริบหลักประกันสัญญาด้วย

(๑๙) การประกันภัย และการชดใช้ค่าเสียหาย

(๒๐) การระงับข้อพิพาท

ซึ่งต้องไม่เป็นการผูกพันให้หน่วยงานเจ้าของโครงการใช้วิธีการระงับข้อพิพาทด้วยวิธีการอนุญาโตตุลาการ เว้นแต่หน่วยงานเจ้าของโครงการจะได้แสดงถึงเหตุผลและความจำเป็นเนื่องจากทางปฏิบัติโดยปกติทั่วไปของสัญญาร่วมลงทุนประเภทนั้น

ๆ หรือเหตุอื่นใดอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

(๒๑) กฎหมายที่ใช้บังคับซึ่งจะต้องกำหนดให้สัญญาร่วมลงทุนและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ซึ่งรวมถึงการดำเนินโครงการอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายไทย

(๒๒) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย

และผลของการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางกฎหมาย

(๒๓) สิทธิของหน่วยงานเจ้าของโครงการในการเข้าดำเนินโครงการ

ซึ่งรวมถึงการใช้อำนาจเพื่อประโยชน์สาธารณะ

(๒๔) ทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งรวมถึงนวัตกรรมของเอกชนในการให้บริการสาธารณะของโครงการร่วมลงทุน

(๒๕) ดอกเบี้ยและค่าปรับ

(๒๖) ภาษีอากรและค่าธรรมเนียม

(๒๗) การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญา

รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงข้อกำหนดเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ

(๒๘) เรื่องอื่น ๆ ตามที่กำหนดไว้ในแนวทางปฏิบัติของสำนักงาน

คู่สัญญาอาจกำหนดรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวกับสาระสำคัญของสัญญาร่วมลงทุนข้อใดข้อหนึ่งไว้ในสัญญาร่วมลงทุนหรือเอกสารแนบท้ายของสัญญาร่วมลงทุนก็ได้

โดยในกรณีที่มีการกำหนดไว้ในเอกสารแนบท้ายของสัญญาร่วมลงทุน ให้คู่สัญญากำหนดไว้ในสัญญาร่วมลงทุนว่าเอกสารแนบท้ายดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาร่วมลงทุน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สัญญาร่วมลงทุนต้องไม่มีข้อกำหนดหรือเนื้อหาในลักษณะ

ดังต่อไปนี้

(๑) ให้มีการต่อหรือขยายอายุของโครงการร่วมลงทุนในสัญญาร่วมลงทุนทันที

โดยไม่มีการเจรจาระหว่างคู่สัญญา

(๒) ให้สิทธิคู่สัญญาฝ่ายเอกชนปรับหรือเปลี่ยนเงื่อนไขการดำเนินงานตามโครงการฝ่ายเดียว

ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการให้บริการสาธารณะหรือผลประโยชน์ของรัฐ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ สัญญาร่วมลงทุนและเอกสารอื่นที่เป็นส่วนหนึ่งของสัญญาร่วมลงทุนนั้นจะต้องจัดทำขึ้นเป็นภาษาไทย

แต่อาจจัดทำเป็นภาษาอังกฤษได้เฉพาะในส่วนที่จำเป็นซึ่งหน่วยงานเจ้าของโครงการได้แสดงถึงเหตุผลและความจำเป็นอันเนื่องมาจากทางปฏิบัติโดยปกติทั่วไปของสัญญาประเภทนั้น

ๆ หรือเหตุอื่นใดอันไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

ในกรณีที่มีการจัดทำเนื้อหาส่วนใดของสัญญาร่วมลงทุนเป็นภาษาอังกฤษตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุในสัญญาร่วมลงทุนว่า ในกรณีที่ปรากฏว่าข้อความภาษาอังกฤษมีเนื้อหาขัดหรือแย้งกันกับข้อความภาษาไทย

ให้คู่สัญญาถือปฏิบัติตามข้อความภาษาไทย

ในกรณีที่มีการจัดทำคำแปลของสัญญาร่วมลงทุนเป็นภาษาต่างประเทศ

ให้ระบุในสัญญาร่วมลงทุนว่าไม่ให้มีการนำเนื้อหาในคำแปลของสัญญาร่วมลงทุนมาปรับใช้และตีความกับสัญญาร่วมลงทุนฉบับดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้สำนักงานมีอำนาจวางแนวทางปฏิบัติเพื่อดำเนินการตามประกาศนี้

ประกาศ ณ

วันที่ ๒๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๓

สมคิด จาตุศรีพิทักษ์

รองนายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน

ชญานิศ/ธนบดี/จัดทำ

๑๔ สิงหาคม

๒๕๖๓

สุภาทิพย์/ตรวจ

๒๔

สิงหาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๗/ตอนพิเศษ ๑๓๘ ง/หน้า ๓๒/๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓

9 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน เรื่อง รายละเอียดของร่างประกาศเชิญชวน ร่างเอกสารสำหรับการคัดเลือกเอกชน และสาระสำคัญของร่างสัญญาร่วมลงทุน พ.ศ. 2563 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a237f2f3df7f3712

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com