คำสั่งนายกรัฐมนตรี
คำสั่งนายกรัฐมนตรี
ที่ พิเศษ ๙๓/๒๕๕๓
เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไข
สถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง (เพิ่มเติม)[๑]
ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ และนายกรัฐมนตรีได้มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ ๒/๒๕๕๓ เรื่อง แต่งตั้งผู้กำกับการปฏิบัติงาน หัวหน้าผู้รับผิดชอบ และพนักงานเจ้าหน้าที่ในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง ลงวันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ แล้วนั้น
โดยที่ปรากฏข้อเท็จจริงจากการขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุมในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง เมื่อวันที่ ๑๐ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓ ว่า ได้มีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการใดก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตหรืออันตรายอย่างร้ายแรงต่อร่างกายหรือเสรีภาพของพนักงานเจ้าหน้าที่และบุคคลใด ๆ โดยมีความมุ่งหมายเพื่อขู่เข็ญหรือบังคับรัฐบาลให้กระทำหรือไม่กระทำการอันจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง หรือเพื่อสร้างความปั่นป่วน โดยให้เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน อันเป็นการกระทำความผิดฐานก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา เพื่อให้การป้องกัน แก้ไข ปราบปราม และระงับยับยั้งการกระทำความผิดในส่วนที่เกี่ยวกับการก่อการร้ายดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๗ วรรคสาม และวรรคหก และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๓ มาตรา ๔๕ และมาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้