ข้อ ๑๗ กรณีที่ไม่มีการระบุการจัดสรรเงินที่เรียกเก็บได้ให้แต่ละสถาบันผู้โอนไว้ตามที่กำหนดในข้อ
๑๖ ให้ดำเนินการจัดสรรตามลำดับของประเภทของเงินที่เรียกเก็บได้ ดังต่อไปนี้
รายละเอียด
การจัดสรร
๑๗.๑
เงินได้จากการจำหน่ายทรัพย์สิน
ที่เป็นหลักประกัน และผลตอบแทน
จากทรัพย์สินดังกล่าว เช่น ค่าเช่า
เงินปันผล เป็นต้น
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนที่มีบุริมสิทธิในทรัพย์สินที่เป็น
หลักประกันนั้น ตามมูลค่าที่จำหน่ายทรัพย์สินนั้นได้จริง
กรณีมีสถาบันผู้โอนที่มีบุริมสิทธิในทรัพย์สินที่เป็น
หลักประกันมากกว่าหนึ่งราย ให้จัดสรรตามสัดส่วนของ
เงินต้นตามสิทธิสุทธิ เว้นแต่กรณีที่สัญญาสินเชื่อเดิมเป็น
การให้กู้ร่วม (Syndicated Loan) ให้จัดสรรตามสัดส่วน
ที่กำหนดในสัญญาดังกล่าว
กรณีที่มีการจำหน่ายทรัพย์สินหลายแปลง/ชิ้นรวมกัน
จะจัดสรรมูลค่าที่จำหน่ายทรัพย์สินนั้นตามสัดส่วนของ
ราคาประเมินรายแปลง/ชิ้น ดังนี้
๑. ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์
เช่น ที่ดิน
สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ให้จัดสรรตามสัดส่วนของข้อมูล
ราคาประเมิน ตามลำดับ ดังนี้
๑.๑
ราคาประเมินจากรายงานการประเมินราคา
รายแปลงฉบับล่าสุด
๑.๒ ราคาประเมินจากรายงานการประเมินราคา
ที่ใช้ในการกำหนดราคารับโอนสินทรัพย์
ด้อยคุณภาพของสถาบันผู้โอนนั้น
๑.๓ ราคาประเมินราชการรายแปลง
โดยกรม
ที่ดิน ณ วันที่จำหน่าย
หรือวันที่ใกล้เคียง
กับวันที่จำหน่ายทรัพย์สินนั้น
๒. ทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์
เช่น เครื่องจักร
เป็นต้น ให้จัดสรรตามสัดส่วนของข้อมูลราคา ตามลำดับ
ดังนี้
๒.๑
ราคาประเมินจากรายงานการประเมินราคา
ฉบับล่าสุด
๒.๒
ราคาประเมินจากรายงานการประเมินราคา
ที่ใช้ในการกำหนดราคารับโอนสินทรัพย์
ด้อยคุณภาพของสถาบันผู้โอนนั้น
๑๗.๒
เงินได้ที่ลูกหนี้โอนสิทธิการรับเงิน
ให้แก่สถาบันผู้โอน
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนตามที่ระบุในสัญญาโอนสิทธิ
การรับเงินนั้น กรณีมีสถาบันผู้โอนที่มีสิทธิในเงินนั้น
มากกว่าหนึ่งราย ให้จัดสรรตามสัดส่วนของข้อตกลงเดิม
โดยหาก ไม่มีการระบุ ก็ให้จัดสรรตามสัดส่วนของเงินต้น
ตามสิทธิสุทธิ
๑๗.๓
เงินได้จากการจำหน่ายหุ้นที่ได้
จากการแปลงหนี้เป็นทุน และ
ผลตอบแทนจากทรัพย์สินดังกล่าว
จัดสรรจำนวนหุ้นตามสัดส่วนของเงินต้นตามสิทธิสุทธิ
และเมื่อจำหน่ายหุ้นได้ ให้จัดสรรเงินที่ได้จากการ
จำหน่ายให้แก่สถาบันผู้โอน ตามสัดส่วนของจำนวนหุ้น
ที่ได้รับการจัดสรร
๑๗.๔
เงินได้จากการจำหน่ายทรัพย์สินที่
มิใช่หลักประกัน และผลตอบแทน
จากทรัพย์สินดังกล่าว เช่น ค่าเช่า
เงินปันผล เป็นต้น
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอน ตามมูลค่าที่จำหน่ายทรัพย์สิน
นั้นได้จริง โดยจัดสรรตามสัดส่วนของเงินต้นตามสิทธิสุทธิ
เว้นแต่
ทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มอบไว้เป็นประกันการชำระหนี้
แต่มิได้มีการจำนำหรือจำนองที่มีบุริมสิทธิตามกฎหมาย
เช่น ทรัพย์สินประเภทที่ดินที่อยู่ภายใต้การจัดสรร
ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดิน เป็นต้น ให้จัดสรร
ตามข้อ ๑๗.๑
กรณีที่มีการจำหน่ายทรัพย์สินหลายแปลง/ชิ้นรวมกัน
จะจัดสรรมูลค่าที่จำหน่ายทรัพย์สินนั้นตามสัดส่วนของราคา
ประเมินรายแปลง/ชิ้น ดังนี้
๑. ทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์
เช่น ที่ดิน
สิ่งปลูกสร้าง เป็นต้น ให้จัดสรรตามสัดส่วนของข้อมูล
ราคาประเมิน ตามลำดับดังนี้
๑.๑
ราคาประเมินจากรายงานการประเมิน
ราคารายแปลงฉบับล่าสุด
๑.๒
ราคาประเมินจากรายงานการประเมิน
ราคาที่ใช้ในการกำหนดราคารับโอน
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันผู้โอน
นั้น
๑.๓ ราคาประเมินราชการรายแปลง
โดยกรม
ที่ดิน ณ วันที่จำหน่าย
หรือวันที่
ใกล้เคียงกับวันที่จำหน่ายทรัพย์สินนั้น
๒. ทรัพย์สินประเภทสังหาริมทรัพย์
เช่น เครื่องจักร เป็นต้น ให้จัดสรรตามสัดส่วนของข้อมูลราคา ตามลำดับดังนี้
๒.๑
ราคาประเมินจากรายงานการประเมิน
ราคาฉบับล่าสุด
๒.๒
ราคาประเมินจากรายงานการประเมิน
ราคาที่ใช้ในการกำหนดราคารับโอน
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพของสถาบันผู้โอนนั้น
๑๗.๕
การชำระหนี้โดยผู้ค้ำประกัน
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนที่เกี่ยวข้องกับผู้ค้ำประกันนั้น
ตามสัดส่วนของวงเงินค้ำประกันหรือเงินต้นตามสิทธิสุทธิ
แล้วแต่อย่างใดจะน้อยกว่า หากไม่มีการกำหนดวงเงิน
ค้ำประกันเป็นจำนวนเงิน จะจัดสรรตามสัดส่วนของเงิน
ต้นตามสิทธิสุทธิ
กรณีที่มีการค้ำประกันเป็นเงินตราต่างประเทศ
ให้แปลงค่าเป็นเงินบาทโดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ย
ระหว่างธนาคารตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ในอัตราขาย ณ วันรับโอน
๑๗.๖
เงินได้จากการรับชำระเป็นเงินสด
ได้แก่ เงินได้จากการชำระเงินต้น
ดอกเบี้ยต่าง ๆ และ/หรือ เบี้ยปรับ
เงินได้จากการได้รับเงินตาม
ตราสารหนี้ที่ลูกหนี้ชำระแทน
เงินสด เงินที่ได้รับจากการชำระ
บัญชีของกิจการลูกหนี้หรือ
บุคคลอื่นที่แผนปรับโครงสร้างหนี้
แผนปรับโครงสร้างกิจการ หรือ
แผนฟื้นฟูกิจการกำหนด เงินที่
ได้รับจากการดำเนินการตาม
มาตรา ๕๘ แห่งพระราชกำหนด
บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไท ย
พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือการยื่นคำขอรับ
ชำระหนี้ตามกระบวนการของ
กฎหมายอื่น ๆ เงินที่ได้รับจากการ
จำหน่ายลูกหนี้ที่มีข้อยุติในการ
บริหาร เป็นต้น
(ก) กรณีมีการชำระเป็นเงินสด
เพียงอย่างเดียว
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนดังนี้
(๑) กรณีที่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพไม่มีต้นทุนการรับโอน
จัดสรรเงินสดตามสัดส่วนของเงินต้นตามสิทธิสุทธิ
(๒) กรณีที่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีต้นทุนการรับโอน
กรณีที่เงินสดมีจำนวนมากกว่ายอดรวมของต้นทุน
การรับโอน ให้จัดสรรเงินสดให้แก่สถาบันผู้โอนที่มีทรัพย์
หลักประกันเป็นทรัพย์สินหลัก (Core
Asset) ทุกราย
เต็มตามจำนวนยอดรวมของต้นทุนการรับโอนก่อน หากไม่
สามารถระบุทรัพย์สินหลักได้ ให้จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอน
ทุกรายที่มีหลักประกันเต็มตามจำนวนยอดรวมของต้นทุน
การรับโอน
ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์เฉพาะในการจัดสรรเงินที่เรียกเก็บ
ได้ตามข้อนี้ (ไม่เกี่ยวกับการให้ราคาสำหรับการรับโอน
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามคำนิยาม ต้นทุนการรับโอน
ตามข้อ ๔) ให้ต้นทุนการรับโอนดังกล่าวหมายรวมถึงราคา
ทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มอบไว้เป็นประกันการชำระหนี้แต่มิได้มี
การจำนำ จำนองที่มีบุริมสิทธิตามกฎหมายด้วย โดยต้นทุน
การรับโอนของทรัพย์สินที่รวมถึงนี้ให้ใช้ราคาประเมิน
ตามรายงานการประเมินฉบับที่ใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้
ปรับโครงสร้างกิจการ หรือฟื้นฟูกิจการ เป็นราคาต้นทุน
การรับโอนเต็มจำนวน
หากมีเงินสดคงเหลือให้จัดสรรแก่สถาบันผู้โอนที่
เกี่ยวข้องทุกราย ตามสัดส่วนของเงินต้นตามสิทธิสุทธิ
กรณีที่เงินสดมีจำนวนน้อยกว่ายอดรวมของต้นทุน
การรับโอน ให้จัดสรรแก่สถาบันผู้โอนที่มีทรัพย์
หลักประกันเป็นทรัพย์สินหลัก ตามสัดส่วนของต้นทุนการ
รับโอนก่อนแล้ว จึงจัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนที่มีทรัพย์
หลักประกันอื่น ตามสัดส่วนของต้นทุนการรับโอน ทั้งนี้
ต้นทุนการรับโอนดังกล่าวให้รวมถึงราคาทรัพย์สินที่
กล่าวถึงตาม (๒) วรรคสองด้วย
(ข) กรณีมีการชำระเป็นเงินสด
และเงินที่เรียกเก็บได้ประเภทอื่น
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนตามลำดับของประเภทเงิน
ที่เรียกเก็บได้ดังกล่าวข้างต้น แล้วจึงจัดสรรเงินสดให้แก่
สถาบันผู้โอน ดังนี้
(๑) กรณีที่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพไม่มีต้นทุนการรับโอน
จัดสรรเงินสดตามสัดส่วนของเงินต้นตามสิทธิสุทธิคงเหลือ
หลังจากหักด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรรจากเงิน
ที่เรียกเก็บได้ประเภทอื่นทั้งหมด
(๒) กรณีที่สินทรัพย์ด้อยคุณภาพมีต้นทุนการรับโอน
กรณีที่เงินสดมีจำนวนมากกว่ายอดรวมของต้นทุนการ
รับโอน ให้จัดสรรเงินสดให้แก่สถาบันผู้โอนที่มีทรัพย์
หลักประกันเป็นทรัพย์สินหลัก (Core
Asset) ทุกรายเต็ม
ตามจำนวนยอดรวมของต้นทุนการรับโอนคงเหลือหลังจาก
หักด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรรจากเงินที่เรียกเก็บได้
ประเภทอื่นทั้งหมดก่อน หากไม่สามารถระบุทรัพย์สิน
หลักได้ ให้จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนทุกรายที่มีหลักประกัน
เต็มตามจำนวนยอดรวมของต้นทุนการรับโอนคงเหลือ
หลังจากหัก ด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรรจากเงิน
ที่เรียกเก็บได้ประเภทอื่นทั้งหมด
ทั้งนี้
เพื่อประโยชน์เฉพาะในการจัดสรรเงินที่เรียกเก็บ
ได้ตามข้อนี้ (ไม่เกี่ยวกับการให้ราคาสำหรับการรับโอน
สินทรัพย์ด้อยคุณภาพตามคำนิยาม ต้นทุนการรับโอน
ตามข้อ ๔) ให้ต้นทุนการรับโอนดังกล่าวหมายรวมถึงราคา
ทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้มอบไว้เป็นประกันการชำระหนี้แต่มิได้มี
การจำนำ จำนองที่มีบุริมสิทธิตามกฎหมายด้วย โดยต้นทุน
การรับโอนของทรัพย์สินที่รวมถึงนี้ให้ใช้ราคาประเมิน
ตามรายงานการประเมินฉบับที่ใช้ในการปรับโครงสร้างหนี้
ปรับโครงสร้างกิจการ หรือฟื้นฟูกิจการ เป็นราคาต้นทุน
การรับโอนเต็มจำนวน
หากมีเงินสดคงเหลือให้จัดสรรแก่สถาบันผู้โอนที่
เกี่ยวข้องทุกราย ตามสัดส่วนของเงินต้นตามสิทธิสุทธิ
กรณีที่เงินสดมีจำนวนน้อยกว่ายอดรวมของต้นทุน
การรับโอนคงเหลือหลังจากหักด้วยจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรร
จากเงินที่เรียกเก็บได้ประเภทอื่นทั้งหมด ให้จัดสรรแก่
สถาบันผู้โอน ที่มีทรัพย์หลักประกันเป็นทรัพย์สินหลัก
ตามสัดส่วนของต้นทุนการรับโอนคงเหลือดังกล่าวก่อน
แล้วจึงจัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนที่มีทรัพย์หลักประกันอื่น
ตามสัดส่วนของต้นทุนการรับโอนคงเหลือ ทั้งนี้ ต้นทุน
การรับโอนดังกล่าวให้รวมถึงราคาทรัพย์สินที่กล่าวถึงตาม
(๒) วรรคสองด้วย
๑๗.๗
การจำหน่ายทรัพย์ที่ได้จากการ
บังคับหลักประกันตามมาตรา ๗๔
และ/หรือมาตรา ๕๘ วรรคท้าย
แห่งพระราชกำหนดบรรษัทบริหาร
สินทรัพย์ไทย พ.ศ. ๒๕๔๔
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนตามข้อ ๑๗.๑ ถึงข้อ ๑๗.๖
แล้วแต่กรณี
๑๗.๘
การจำหน่ายทรัพย์ที่ บสท. รับโอน
ตามมาตรา ๗๖ แห่งพระราชกำหนด
บรรษัทบริหารสินทรัพย์ไทย
พ.ศ. ๒๕๔๔ หรือ บสท. ซื้อมาจาก
การขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี
หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
จัดสรรให้แก่สถาบันผู้โอนตามข้อ ๑๗.๑ ถึงข้อ ๑๗.๖
แล้วแต่กรณี