法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศ กคพ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

ประกาศ กคพ

ประกาศ กคพ.

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติ

ให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ

พ.ศ. ๒๕๔๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐ (๔) และมาตรา ๒๑ วรรคหนึ่ง (๒) แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ กคพ. จึงกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ หลักเกณฑ์นี้เรียกว่า “หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] หลักเกณฑ์นี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ประธาน กคพ. รักษาการตามหลักเกณฑ์นี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในหลักเกณฑ์นี้

“ผู้ร้องขอ” หมายความว่า บุคคลดังต่อไปนี้ที่มีคำร้องขอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ

(๑) กรรมการคดีพิเศษ

(๒) ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(๓) ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

“กรม” หมายความว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ

“คำร้องขอ” หมายความว่า หนังสือที่ผู้ร้องขอ ร้องขอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า คณะอนุกรรมการที่ กคพ. แต่งตั้งให้มีอำนาจพิจารณาทำความเห็นเสนอ กคพ. เกี่ยวกับเรื่องการมีมติให้คดีความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษที่ต้องดำเนินการสืบสวน และสอบสวน ตามพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

“กรรมการ” หมายความว่า กรรมการคดีพิเศษ

คำร้องขอ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คำร้องขอเพื่อให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ อย่างน้อยจะต้องมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อ และที่อยู่ ผู้ร้องขอ

(๒) ลักษณะและพฤติการณ์ของการกระทำความผิด พร้อมพยานหลักฐานหรืออ้างพยานหลักฐาน

(๓) ความเสียหายที่ได้รับ (ถ้ามี)

(๔) ชื่อผู้กระทำความผิด (ถ้ามี)

(๕) เหตุผลที่ยื่นคำร้องขอ

(๖) ได้เคยมีการร้องทุกข์ กล่าวโทษ ยื่นคำร้องขอ หรือฟ้องคดีมาก่อนหรือไม่ ผลเป็นประการใด

(๗) ลายมือชื่อผู้ร้องขอ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำร้องขอและเอกสารประกอบการร้องขอ ให้ทำเป็นภาษาไทย หรือแปลเป็นภาษาไทย ที่ได้รับรองความถูกต้องแล้ว

การดำเนินการตามคำร้องขอ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ร้องขอยื่นคำร้องขอต่อกรม เว้นแต่ ในกรณีที่กรรมการเป็นผู้ร้องขอ ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๒

ในกรณีคำร้องขอตามวรรคหนึ่งที่มีลักษณะดังต่อไปนี้ กรมจะมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาก็ได้

(๑) เป็นคดีอาญาอันยอมความได้และผู้เสียหายยังมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หรือต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามระเบียบเสียก่อน

(๒) เป็นกรณีที่เรื่องเดียวกันอยู่ระหว่างการไต่สวนตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต การไต่สวนตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต หรือเป็นคดีที่อยู่ระหว่างพิจารณาของพนักงานอัยการ หรือศาลและคดียังไม่ถึงที่สุดอันยังต้องดำเนินกระบวนการสั่งของพนักงานอัยการ หรือดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีในศาล แล้วแต่กรณี[๒]

เมื่อกรมได้มีคำสั่งไม่รับคำร้องตามวรรคสองแล้ว ให้ปฏิบัติตามข้อ ๑๑ โดยอนุโลม ทั้งนี้ กรณีที่กรมมีคำสั่งไม่รับคำร้องตาม (๑) ไว้พิจารณา ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะยื่นเรื่องให้พิจารณาใหม่หากต่อมาได้มีการร้องทุกข์ตามระเบียบแล้ว[๓]

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อกรมได้รับคำร้องขอตามข้อ ๖ แล้ว ให้ส่งคำร้องขอดังกล่าวไปยังคณะอนุกรรมการ และให้ประธานอนุกรรมการจัดให้มีการประชุมเพื่อดำเนินการพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร็ว

ก่อนส่งคำร้องไปยังคณะอนุกรรมการตามวรรคหนึ่ง หากอธิบดีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเห็นว่า ข้อมูล ข้อเท็จจริง ยังไม่ชัดเจนเพียงพอ จะสั่งให้ทำการสืบสวนเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนก็ได้

ให้ กคพ. แต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นคณะหนึ่งหรือหลายคณะก็ได้ มีรองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นประธานอนุกรรมการ ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องจำนวนไม่เกินสี่คน หัวหน้าหน่วยงานที่ทำหน้าที่สืบสวนและสอบสวนคดีพิเศษในกำกับดูแลของประธานอนุกรรมการจำนวนไม่เกินสี่คน และหัวหน้าหน่วยงานภายในกรมสอบสวนคดีพิเศษที่รับผิดชอบงานคณะกรรมการคดีพิเศษ เป็นอนุกรรมการ และให้มีพนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการพิเศษ (๘) สังกัดหน่วยงานในกำกับดูแลของประธานอนุกรรมการ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการโดยจะมีผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้[๔]

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาคำร้องโดยเร็ว และให้คณะอนุกรรมการมีความเห็นประกอบการพิจารณาด้วย ว่าสมควรที่ กคพ. จะมีมติให้คดีความผิดทางอาญานั้น เป็นคดีพิเศษหรือไม่ ประการใด โดยให้อธิบดีนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม กคพ. เพื่อพิจารณาต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประชุมคณะอนุกรรมการ ต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด

การลงมติของที่ประชุมคณะอนุกรรมการให้ถือเสียงข้างมาก อนุกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ เมื่อ กคพ. มีมติเป็นประการใดแล้ว ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งผู้ร้องขอทราบถึงมติดังกล่าวภายในกำหนดเวลา ๗ วันทำการ นับแต่วันที่ กคพ. มีมติ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีกรรมการเป็นผู้ร้องขอ ให้ส่งเรื่อง หรือแจ้งให้อธิบดีทราบก่อนวันประชุม กคพ. อย่างน้อย ๓ วันทำการ และให้อธิบดีนำเรื่องเข้าสู่วาระการประชุม กคพ. เพื่อพิจารณาต่อไป เว้นแต่กรณีมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน หรือเป็นเรื่องสำคัญที่อาจมีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของกรม กรรมการอาจเสนอให้พิจารณาในวันประชุม กคพ. ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่ กคพ. เคยมีมติไม่รับเรื่องใดเป็นคดีพิเศษแล้ว ไม่ตัดสิทธิผู้ร้องขอที่จะยื่นคำร้องขอใหม่ได้อีก หากผู้ร้องขอได้แสดงให้เห็นว่ามีเหตุผลหรือข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เป็นเหตุให้สมควรจะทบทวนมติเดิม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีที่มีข้อสงสัยว่าผู้ร้องขอเป็นผู้มีสิทธิยื่นคำร้องขอหรือไม่ ให้อธิบดีเป็นผู้ชี้ขาด

ประกาศ ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗

วิษณุ เครืองาม

รองนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติราชการแทน

นายกรัฐมนตรี

ประธานกรรมการคดีพิเศษ

ประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗[๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เรื่องที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการเดิม โอนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการตามประกาศฉบับนี้

ประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗[๖]

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้นำหลักเกณฑ์ตามข้อ ๑ ไปใช้กับเรื่องที่ยังอยู่ระหว่างดำเนินการและยังมิได้เสนอต่อ กคพ. เพื่อพิจารณา ตามประกาศ กคพ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ด้วย

ปณตภร/ผู้จัดทำ

๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖

ปุณิกา/เพิ่มเติม

๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๙

นุสรา/ตรวจ

๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๑/ตอนพิเศษ ๙๕ ง/หน้า ๕๔/๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๗

[๒] ข้อ ๗ วรรคสอง เพิ่มโดยประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

[๓] ข้อ ๗ วรรคสาม เพิ่มโดยประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๕๙ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

[๔] ข้อ ๘ วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศ กคพ. (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖ เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗

[๕] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๐/ตอนพิเศษ ๑๓๕ ง/หน้า ๑๖/๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๖

[๖] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๖๘ ง/หน้า ๒๓/๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศ กคพ. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการในการร้องขอและเสนอให้ กคพ. มีมติให้คดีความผิดทางอาญาใดเป็นคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a2e397ef33c1c53c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com