ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์
ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของธนาคารพาณิชย์
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
แม้ปัจจุบันธนาคารพาณิชย์จะได้มีการกันสำรองในระดับที่เพียงพอสอดคล้องกับแนวทางของมาตรฐานการบัญชีไทย
ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยพิจารณาว่าการดำเนินการดังกล่าวมีผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่งแล้ว
แต่เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในฐานะการเงินและศักยภาพของธนาคารพาณิชย์ให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น
และส่งเสริมให้ธนาคารพาณิชย์เร่งดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้สำเร็จโดยเร็ว
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ปรับปรุงประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
๒. อำนาจตามกฎหมาย
อาศัยอำนาจตามมาตรา ๑๕
ทวิ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๐๕
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์
พ.ศ. ๒๕๐๕ พ.ศ. ๒๕๒๘
ธนาคารแห่งประเทศไทยออกข้อกำหนดเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของธนาคารพาณิชย์
ด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตามที่กำหนดในประกาศฉบับนี้
๓. ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ทุกธนาคาร
ยกเว้นกิจการวิเทศธนกิจของสาขาธนาคารต่างประเทศ
๔. เนื้อหา
๔.๑
ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ของธนาคารพาณิชย์
ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๖
๔.๒ ในประกาศฉบับนี้
(๑)
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง สินทรัพย์จัดชั้นสูญ
(๒)
สินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ หมายถึง
(ก)
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญ
(ข)
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัย
(ค)
สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ง)
สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษ
(จ)
สินทรัพย์จัดชั้นปกติ
(๓) เงินสำรอง หมายถึง
เงินสำรองที่กันไว้เป็นค่าเผื่อหนี้สูญหรือหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อการลดราคา ค่าเผื่อการด้อยค่า
ค่าเผื่อการปรับมูลค่าสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
ทั้งนี้
ธนาคารพาณิชย์จะต้องกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นแต่ละประเภทตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่ระบุในประกาศฉบับนี้
๔.๓
สินทรัพย์จัดชั้นสูญดังต่อไปนี้ให้ตัดออกจากบัญชี
(๑)
สิทธิเรียกร้องซึ่งได้ปฏิบัติการโดยสมควรเพื่อให้ได้รับชำระหนี้แต่ไม่มีทางที่จะได้รับชำระหนี้แล้ว
โดยให้พิจารณาตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก)
ลูกหนี้ถึงแก่ความตาย เป็นคนสาบสูญ หรือมีหลักฐานว่าหายสาบสูญไป
และไม่มีทรัพย์สินใดๆ จะชำระหนี้ได้
(ข) ลูกหนี้เลิกกิจการ
และมีหนี้ของเจ้าหนี้รายอื่นมีบุริมสิทธิเหนือทรัพย์สินทั้งหมดของลูกหนี้อยู่ในลำดับก่อนเป็นจำนวนมากกว่าทรัพย์สินของลูกหนี้
(ค)
ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้หรือได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
และในกรณีนั้นๆ ได้มีคำบังคับหรือคำสั่งของศาลแล้ว แต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดๆ
จะชำระหนี้ได้
(ง)
ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องลูกหนี้ในคดีล้มละลายหรือได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้องในคดีล้มละลาย
และในกรณีนั้นๆ ได้มีการประนอมหนี้กับลูกหนี้ โดยศาลมีคำสั่งเห็นชอบด้วยกับการประนอมหนี้นั้น
หรือลูกหนี้ถูกศาลพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายและได้มีการแบ่งทรัพย์สินของลูกหนี้ครั้งแรกแล้ว
(๒)
สิทธิเรียกร้องซึ่งตามพฤติการณ์ไม่อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้
(๓)
สินทรัพย์อื่นซึ่งชำรุด เสียหาย หรือหมดราคา
(๔)
ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
๔.๔
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญให้พิจารณาดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
๔.๔.๑
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐
(๑) ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า
๑๒ เดือน นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่ธนาคารพาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืนแล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญแล้ว สำหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม
(๒)
(๒)
ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน หรือถูกยกเลิกวงเงิน
หรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน
หรือครบกำหนดสัญญาแล้วและไม่มีเม็ดเงินนำเข้าบัญชีเพื่อชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า
๑๒ เดือน นับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน
หรือวันที่ครบกำหนดสัญญาแล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
(๓)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้
หรือซื้อจากการขายทอดตลาดเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคาไว้ไม่เกิน
๑๒ เดือน โดยมูลค่าที่กล่าวให้หักด้วยประมาณการค่าใช้จ่ายในการขายก่อนนำไปเปรียบเทียบกับราคาตามบัญชี
แต่หากธนาคารพาณิชย์ไดทำการประเมินราคาหรือตีราคาไว้เกินกว่า ๑๒ เดือน
ให้นำมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือตีราคามาใช้ได้เพียงร้อยละ ๕๐ ทั้งนี้
ในการประเมินราคาหรือตีราคาอสังหาริมทรัพย์ที่กล่าว
ให้ถือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ยกเว้นเกณฑ์การเลือกใช้การประเมินราคาหรือการตีราคา
ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหลักเกณฑ์ดังกล่าว มิให้นำมาใช้บังคับในเรื่องนี้
และให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้
(ก)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีตั้งแต่
๕๐ ล้านบาท ขึ้นไปให้ใช้การประเมินราคา
(ข)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดแต่ละแปลงมีราคาตามบัญชีต่ำกว่า
๕๐ ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์จะใช้การตีราคา หรือการประเมินราคาก็ได้
(ค)
อสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาจากการชำระหนี้หรือซื้อจากการขายทอดตลาดหลายแปลงที่ไม่สามารถแยกจำหน่ายจากกันได้
หากมีราคาตามบัญชีรวมกันตั้งแต่ ๕๐
ล้านบาทขึ้นไปให้ใช้การประเมินราคาเช่นเดียวกับข้อ (๓) (ก)
(๔) สินทรัพย์อื่นเฉพาะส่วนที่เป็นผลต่างของราคาตามบัญชีที่สูงกว่ามูลค่ายุติธรรม
หรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน ทั้งนี้
ธนาคารพาณิชย์ต้องกำหนดมูลค่ายุติธรรมหรือมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนตามข้อกำหนดที่ระบุไว้ในมาตรฐานการบัญชี
(๕)
สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวน
(๖)
ส่วนสูญเสียที่เกิดจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
(๗)
มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นจะเรียกคืนไม่ได้ทั้งจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๔.๒ สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ
๔.๔.๑ (๑) หรือ ๔.๔.๑ (๒)
ที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายให้ธนาคารพาณิชย์กันเงินสำรอง ดังนี้
(๑)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๑๒ เดือน แต่ไม่เกิน ๒๔ เดือน
ให้ธนาคารพาณิชย์นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้
ตามเกณฑ์ในข้อ ๔.๑๒ และให้กันเงินสำรองในอัตราร้อยละ ๑๐๐
(๒)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๒๔ เดือน แต่ไม่เกิน ๓๖ เดือน
ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๕
ของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่ธนาคารได้กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)
(๓)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๓๖ เดือน แต่ไม่เกิน ๔๘ เดือน
ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
ของยอดคงค้างหลักหักเงินสำรองที่ธนาคารได้กันไว้แล้วสำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)
(๔)
ลูกหนี้ที่มีระยะเวลาการค้างชำระเกินกว่า ๔๘ เดือน
ให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณากันเงินสำรองเพิ่มจากที่กำหนดใน (๑)
เต็มจำนวนของยอดคงค้างหลังหักเงินสำรองที่ธนาคารได้กันไว้แล้ว
สำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ตาม (๑)
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการกันเงินสำรองครบเต็มจำนวนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
และมีส่วนที่เกินกว่าจำนวนเงินสำรองพึงกันแล้ว สามารถนำส่วนเกินดังกล่าวมาหักออกจากจำนวนเงินที่ต้องพิจารณากันเงินสำรองเพิ่มเติมตาม
(๒) (๓) และ (๔) ได้
การกันเงินสำรองตาม
(๒) (๓) และ (๔) ให้ถือปฏิบัติตั้งแต่งวดการบัญชีในรอบระยะเวลาหกเดือนหลังของปี
๒๕๔๗ เป็นต้นไป
สำหรับลูกหนี้ที่ต้องกันเงินสำรองเพิ่มตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดข้างต้นตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔)
ธนาคารพาณิชย์ไม่จำเป็นต้องพิจารณาประเมินราคาหรือตีราคามูลค่าของหลักประกันใหม่
เว้นแต่กรณีที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสั่งการเป็นอย่างอื่น
๔.๔.๓
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญ ตามข้อ
๔.๔.๒ แล้ว หากธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยหรือฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายในภายหลัง
ธนาคารพาณิชย์นั้นก็ไม่ต้องกันเงินสำรองเพิ่มตามข้อ ๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔) อีก และให้ธนาคารพาณิชย์ดำเนินการเกี่ยวกับการโอนเงินสำรองพึงกัน
ดังนี้
(๑)
กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของธนาคารแห่งประเทศไทยภายหลังจากที่ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ
๔.๔.๒ แล้ว ธนาคารพาณิชย์จะต้องถือปฏิบัติตามข้อ ๔.๑๑
และสามารถโอนเงินสำรองส่วนเกินกว่าจำนวนเงินสำรองพึงกันกลับเป็นรายได้ได้
(๒)
กรณีที่มีการฟ้องร้องดำเนินคดีทางกฎหมายภายหลังจากที่ได้ดำเนินการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์สงสัยจะสูญตามข้อ
๔.๔.๒ แล้ว ให้ธนาคารพาณิชย์คงเงินสำรองที่กันไว้แล้วตามข้อ ๔.๔.๒ (๑)
สำหรับลูกหนี้รายนั้นๆ ไว้ในบัญชีต่อไป ส่วนเงินสำรองที่กันไว้เพิ่มขึ้นตามข้อ
๔.๔.๒ (๒) (๓) และ (๔) ห้ามโอนกลับเป็นรายได้
แต่สามารถโอนไปใช้เป็นเงินสำรองสำหรับลูกหนี้รายอื่นได้
๔.๕
สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๕๐
(๑)
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๖ เดือน
นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่ธนาคารพาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญหรือสงสัยจะสูญแล้ว
สำหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (๒)
(๒)
ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน
หรือถูกยกเลิกวงเงินหรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือครบกำหนดสัญญาแล้ว และไม่มีเม็ดเงินนำเข้าบัญชีเพื่อชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า
๖ เดือน นับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน
หรือวันที่ครบกำหนดสัญญาแล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
(๓)
ลูกหนี้ที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว
(๔)
ลูกหนี้ที่หยุดดำเนินกิจการหรือเลิกกิจการ หรือกิจการของลูกหนี้อยู่ระหว่างชำระบัญชี
(๕)
ลูกหนี้ที่ประวิงการชำระหนี้ หรือกระทำการใดๆ เพื่อมิให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้
เช่น ออกไปเสียนอกราชอาณาจักร หรือยักย้ายถ่ายเททรัพย์สิน
(๖)
ลูกหนี้ที่ธนาคารพาณิชย์ติดต่อไม่ได้
หรือตามตัวลูกหนี้ไม่พบหรือลูกหนี้ไปเสียจากภูมิลำเนาที่ปรากฏตามสัญญาโดยไม่แจ้งให้ธนาคารพาณิชย์ทราบ
(๗)
ลูกหนี้ที่ไม่ปรากฏธุรกิจแน่ชัด
หรือไม่ได้ประกอบธุรกิจจริงจังหรือนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
(๘)
ธนาคารพาณิชย์ได้ยื่นคำขอเฉลี่ยทรัพย์ในคดีที่ลูกหนี้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นฟ้อง
(๙)
สินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่คาดว่าจะเรียกให้ชำระคืนไม่ได้ครบถ้วน
(๑๐)
มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นคาดว่าจะเรียกคืนไม่ได้ครบถ้วนตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๖
สินทรัพย์จัดชั้นต่ำกว่ามาตรฐานตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๒๐
(๑)
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๓ เดือน
นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่ธนาคารพาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ หรือสงสัยแล้ว
สำหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (๒)
(๒)
ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน
หรือถูกยกเลิกวงเงินหรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน
หรือครบกำหนดสัญญาแล้ว และไม่มีเม็ดเงินนำเข้าบัญชีเพื่อชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า
๓ เดือน นับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน
หรือวันที่ครบกำหนดสัญญาแล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
(๓)
มีเหตุประการอื่นที่แสดงว่าสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องนั้นมีปัญหาในการเรียกให้ชำระคืน
หรือไม่ก่อให้เกิดรายได้ตามปกติตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยสั่ง
๔.๗
สินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒
หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง
(๑)
ลูกหนี้ที่ค้างชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเป็นระยะเวลารวมกันเกินกว่า ๑ เดือน
นับแต่วันถึงกำหนดชำระ ไม่ว่าจะเป็นไปตามเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาตามสัญญา
หรือวันที่ธนาคารพาณิชย์ทวงถามหรือเรียกให้ชำระคืน แล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
ยกเว้นลูกหนี้ที่จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย
หรือต่ำกว่ามาตรฐานสำหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (๒)
(๒)
ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ไม่มีวงเงิน
หรือถูกยกเลิกวงเงินหรือมีวงเงินตามสัญญาแต่ยอดหนี้เกินวงเงิน หรือครบกำหนดสัญญาแล้ว
และไม่มีเม็ดเงินนำเข้าบัญชีเพื่อชำระต้นเงินหรือดอกเบี้ยเกินกว่า ๑ เดือน
นับแต่วันที่ถูกยกเลิกวงเงิน หรือวันที่ยอดหนี้เกินวงเงิน
หรือวันที่ครบกำหนดสัญญาแล้วแต่วันใดจะถึงก่อน
๔.๘
สินทรัพย์จัดชั้นปกติตามเกณฑ์ข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้กันเงินสำรองในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ
๑ หรืออัตราที่ต่ำกว่าซึ่งคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
โดยใช้ยอดคงค้างของต้นเงินที่ไม่รวมดอกเบี้ยค้างรับเป็นฐานในการคำนวณเงินสำรอง
(๑)
ลูกหนี้ที่ไม่ผิดนัดชำระสำหรับกรณีลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีให้จัดชั้นตาม (๒)
(๒)
ลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ยังใช้ไม่เต็มวงเงิน
และยังไม่ถูกยกเลิกวงเงินหรือสัญญายังไม่ครบกำหนด
หรือลูกหนี้เงินเบิกเกินบัญชีที่ค้างชำระดอกเบี้ยไม่เกิน ๑ เดือน
(๓)
ลูกหนี้อื่นที่ไม่เข้าข่ายเป็นลูกหนี้จัดชั้นสูญ สงสัยจะสูญ สงสัย ต่ำกว่ามาตรฐาน
หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ (หรือควรระวังเป็นพิเศษ)
๔.๙
ให้ธนาคารพาณิชย์จัดชั้นเงินให้สินเชื่อโดยพิจารณาเป็นรายบัญชีไม่ต้องพิจารณาจัดชั้นเป็นกลุ่มลูกหนี้
หรือจัดชั้นลูกหนี้ในเครือเดียวกัน ไว้ที่ชั้นเดียวกัน
๔.๑๐
ลูกหนี้ที่มีหนังสือยืนยันการตรวจรับงานจากหน่วยราชการตามระเบียบของหน่วยราชการนั้นที่มีระยะเวลาไม่เกิน
๖ เดือนนับแต่วันตรวจรับงาน
เงินให้สินเชื่อส่วนที่มีหนังสือยืนยันนั้นให้ถือเป็นสินทรัพย์จัดชั้นปกติ
๔.๑๑
ในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
ให้ธนาคารพาณิชย์ถือปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑)
ตัดส่วนสูญเสียออกจากบัญชี หรือกันเงินสำรองดังต่อไปนี้
(ก)
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้
หรือรับชำระหนี้โดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน
หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน
ให้ธนาคารพาณิชย์ตัดจำหน่ายบัญชีลูกหนี้และบันทึกส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นพร้อมกับโอนกลับรายการเงินสำรองส่วนเกินที่กันไว้เฉพาะสำหรับลูกหนี้รายนั้นทั้งจำนวนได้
(ข)
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยินยอมผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้โดยไม่มีการลดต้นเงินและดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ซึ่งมีผลทำให้มูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืนของหนี้ที่มีการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ได้คำนวณตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดต่ำกว่าราคาตามบัญชีเดิมรวมดอกเบี้ยค้างรับที่บันทึกในบัญชีของลูกหนี้ก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
ให้ธนาคารพาณิชย์บันทึกเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียที่เกิดขึ้นดังกล่าวทั้งจำนวน
ทั้งนี้
ธนาคารพาณิชย์สามารถโอนกลับรายการเงินสำรองที่กันไว้แล้วเดิมก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้สำหรับลูกหนี้รายนั้นได้เฉพาะจำนวนที่กันไว้แล้วสูงกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกัน
และหากเงินสำรองที่กันไว้แล้วต่ำกว่าจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันก็ให้กันเงินสำรองเพิ่มขึ้นให้ครบจำนวนส่วนสูญเสียที่ต้องกันดังกล่าว
(ค)
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ยินยอมลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยที่ค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้แก่ลูกหนี้
หรือรับชำระหนี้บางส่วนโดยการรับโอนสินทรัพย์ ตราสารการเงิน หรือรับทุนของลูกหนี้ที่เกิดจากการแปลงหนี้เป็นทุน
และผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้ในส่วนที่เหลือให้แก่ลูกหนี้ให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติตาม
(ก) สำหรับกรณีการลดต้นเงินหรือดอกเบี้ยหรือการรับชำระหนี้ดังกล่าว และปฏิบัติตาม
(ข) ในส่วนการผ่อนปรนเงื่อนไขในการชำระหนี้
(๒) ในระหว่างติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ซึ่งลูกหนี้ต้องชำระเงินตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า
๓ เดือน หรือ ๓ งวดการชำระเงิน แล้วแต่ระยะเวลาใดจะนานกว่าให้ดำเนินการดังนี้
(ก)
ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นสงสัยจะสูญ หรือสงสัย ให้จัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน
(ข)
ลูกหนี้ที่ถูกจัดชั้นเป็นต่ำกว่ามาตรฐาน หรือกล่าวถึงเป็นพิเศษ
(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ให้คงจัดชั้นเช่นเดิม
ทั้งนี้
ธนาคารพาณิชย์จะต้องกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ตามสถานะการจัดชั้นหลังการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หากเงินสำรองตาม (๒)
นี้มีจำนวนสูงกว่าเงินสำรองสำหรับส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตาม (๑)
(ข) และ (ค)
เมื่อลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
โดยชำระเงินตามสัญญาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ติดต่อกันไม่น้อยกว่า ๓ เดือน หรือ ๓
งวดการชำระเงินแล้ว ให้ถือเป็นลูกหนี้จัดชั้นปกติ
ในกรณีที่ลูกหนี้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขการชำระหนี้ใหม่
ให้นับระยะเวลาการค้างชำระรวมกับระยะเวลาการค้างชำระก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
แล้วพิจารณาจัดชั้นตามหลักเกณฑ์การจัดชั้นเพื่อการกันเงินสำรองตามเกณฑ์ในประกาศฉบับนี้ต่อไป
(๓)
สำหรับลูกหนี้ที่ปรับปรุงโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์การปรับปรุงโครงสร้างหนี้ของสถาบันการเงินที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด
และเข้าเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
ให้ธนาคารพาณิชย์จัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(ก)
ลูกหนี้ที่สามารถชำระดอกเบี้ยได้ไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยในตลาด ((Market
interest rate) โดยไม่มีช่วงปลอดการชำระดอกเบี้ยแต่อาจมีช่วงปลอดชำระเงินต้นได้
(ข)
ลูกหนี้ที่มีส่วนสูญเสียจากการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๒๐
ของยอดหนี้ตามบัญชีก่อนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ซึ่งได้มีการตัดออกจากบัญชีแล้ว
หรือได้มีการกันเงินสำรองในอัตราดังกล่าวครบถ้วนแล้ว
โดยหนี้ส่วนที่เหลือได้มีการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ ตลอดจนกระแสเงินสด
อย่างมีหลักเกณฑ์ สมเหตุสมผล และมีหลักฐานประกอบจนเชื่อได้แน่นอนว่าลูกหนี้สามารถปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ค) ลูกหนี้ในลักษณะ Loan
Syndication หรือมีเจ้าหนี้หลายราย
ซึ่งบรรดาเจ้าหนี้ได้ตกลงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ร่วมกันได้
และสามารถแสดงหลักฐานการวิเคราะห์ฐานะและกิจการของลูกหนี้ตลอดจนกระแสเงินสดอย่างมีหลักเกณฑ์
สมเหตุสมผล
และมีความเป็นไปได้แน่นอนที่ลูกหนี้จะปฏิบัติตามสัญญาการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้
(ง)
กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องร้องลูกหนี้
ต่อมาได้มีการตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความและศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว
และกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ฟ้องร้องลูกหนี้ตามกฎหมายว่าด้วยล้มละลาย
และศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบตามคำขอประนอมหนี้หรือแผนฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้แล้ว
(๔)
กรณีที่ธนาคารพาณิชย์ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างหนี้โดยได้รับความเห็นชอบจากธนาคารแห่งประเทศไทยหรือคณะกรรมการเพื่อส่งเสริมการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ให้ธนาคารพาณิชย์จัดชั้นลูกหนี้ดังกล่าวเป็นชั้นปกติได้ทันทีโดยไม่ต้องรอติดตามผลการปฏิบัติตามเงื่อนไขการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
(๕)
ในกรณีที่เห็นว่ามีข้อผิดสังเกตในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยอาจสั่งการให้มีการแก้ไข
หรือให้ธนาคารพาณิชย์หาผู้เชี่ยวชาญอิสระมาประเมินหรือทบทวนการปรับปรุงโครงสร้างหนี้
หรือสั่งการให้เปลี่ยนแปลงการจัดชั้นและการกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้ในแต่ละรายได้
๔.๑๒
ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นทุกประเภท
เว้นแต่สินทรัพย์จัดชั้นสงสัยจะสูญตามข้อ ๔.๔.๑ (๓) (๔) และ (๖) ให้นำมูลค่าของหลักประกันซึ่งได้ประเมินราคาตามหลักเกณฑ์การประเมินมูลค่าหลักประกันของสถาบันการเงินตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง
โดยธนาคารพาณิชย์สามารถเลือกที่จะนำหลักประกันมาหักออกจากบัญชีใดของลูกหนี้ก่อนก็ได้
ทั้งนี้
มูลค่าของหลักประกันที่นำมาหักได้จะต้องไม่สูงเกินกว่าวงเงินที่ระบุในสัญญาจำนำ
สัญญาจำนองหรือสัญญาประกันแล้วแต่กรณี ดังนี้
(๑)
หลักประกันที่เป็นสิทธิในเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์นั้นนำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐
(๒)
หลักประกันประเภทหนังสือค้ำประกันที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์ทั้งในประเทศและต่างประเทศกรณีที่เป็น
Standby Letter of Credit (SBLC) ให้นำมาหักได้ร้อยละ ๑๐๐
ของวงเงินที่ระบุใน SBLC และกรณีที่เป็น Letter
of Guarantee (LG) ให้นำมาหักได้ร้อยละ ๙๕ ของวงเงินที่ระบุใน LG
(๓)
หลักประกันที่ใกล้เคียงเงินสด เช่น หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดนำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ
๙๕ ของราคาตลาด
(๔)
หลักประกันอื่นนอกจาก (๑) (๒) และ (๓) ให้นำมาหักได้ไม่เกินร้อยละ ๙๐
ของมูลค่าที่ได้จากการประเมินราคาหรือการตีราคา
(๕)
ลูกหนี้จัดชั้นรายใดที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน หรือที่รัฐบาลจะจัดสรรเงินงบประมาณเพื่อชำระหนี้ให้
หรือที่มีหลักฐานว่าจะได้รับชำระเงินจากหน่วยราชการใดอย่างแน่นอน
ให้นำวงเงินที่ได้รับการค้ำประกันหรือที่จะได้รับชำระนั้นมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนคำนวณเงินสำรอง
สำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือสินทรัพย์จัดชั้นควรระวังเป็นพิเศษตามข้อ
๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘
ธนาคารพาณิชย์จะนำมูลค่าของหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรองหรือไม่ก็ได้
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เลือกที่จะนำมูลค่าหลักประกันมาหักออกจากราคาตามบัญชีของลูกหนี้ก่อนการกันเงินสำรอง
มูลค่าของหลักประกันที่จะนำมาหักได้ให้เป็นไปตามข้อ (๑) ถึง (๕)
๔.๑๓
ลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญรายใดที่ได้กันเงินสำรองครบถ้วนแล้วและธนาคารพาณิชย์ได้ตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีแล้วตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง การกำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ปฏิบัติเกี่ยวกับการตัดจำหน่ายลูกหนี้ออกจากบัญชี
ลงวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๔๒ และประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย เรื่อง
สินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้
และสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ ลงวันที่ ๘ มกราคม ๒๕๔๕
ก่อนวันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้
ให้ธนาคารพาณิชย์บันทึกลูกหนี้ดังกล่าวรายที่มีหลักประกันกลับเข้ามาในบัญชี
โดยให้บันทึกบัญชีกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชี
ส่วนลูกหนี้รายที่ไม่มีหลักประกันถ้าธนาคารพาณิชย์จะบันทึกลูกหนี้กลับเข้ามาในบัญชี
ให้ธนาคารพาณิชย์บันทึกบัญชีโดยกลับรายการบัญชีที่ได้เคยบันทึกไว้เมื่อมีการตัดจำหน่ายลูกหนี้รายดังกล่าวออกจากบัญชีด้วยเช่นกัน
๔.๑๔
ในการกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ
(หรือควรระวังเป็นพิเศษ) ตามข้อ ๔.๗ และสินทรัพย์จัดชั้นปกติตามข้อ ๔.๘
หากธนาคารแห่งประเทศไทยเห็นว่าอัตราที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเงื่อนไขที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดไม่เพียงพอที่จะรองรับความเสี่ยงสำหรับธนาคารพาณิชย์รายใด
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีสิทธิสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์นั้นกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นดังกล่าวในอัตราตามที่เห็นสมควรได้
แต่ต้องไม่เกินร้อยละ ๒ หรือ ร้อยละ ๑ แล้วแต่กรณี
๔.๑๕
ในระหว่างเวลาที่ธนาคารพาณิชย์ยังไม่ได้ตัดสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ออกจากบัญชี
หรือยังกันเงินสำรองสำหรับสินทรัพย์ที่สงสัยว่าจะไม่มีราคาหรือเรียกคืนไม่ได้ครบจำนวน
ธนาคารพาณิชย์จะจ่ายเงินปันผลหรือเงินตอบแทนอื่นใดแก่ผู้ถือหุ้นมิได้
๔.๑๖
ในกรณีที่ธนาคารพาณิชย์ประสงค์จะจัดชั้นสินทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องและกันเงินสำรองโดยใช้เกณฑ์ที่เข้มงวดกว่าข้อกำหนดตามประกาศฉบับนี้
ให้ธนาคารพาณิชย์สามารถกระทำได้
๔.๑๗
ให้ธนาคารพาณิชย์จัดทำรายงานการสอบทานเงินให้สินเชื่อและภาระผูกพันส่งไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยตามหลักเกณฑ์
วิธีการ และแบบรายงานที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนด
๕.
วันเริ่มต้นบังคับใช้
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๗
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
หลักเกณฑ์
วิธีการคำนวณอัตราการเปลี่ยนสถานะของสินทรัพย์จัดชั้นปกติ
และสินทรัพย์จัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
ตัวอย่างวิธีการคำนวณอัตราการเปลี่ยนสถานะของสินทรัพย์จัดชั้นปกติ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
ตัวอย่างการกันเงินสำรองสำหรับลูกหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญ
[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]
พรพิมล/พิมพ์
๓
พฤศจิกายน ๒๕๔๗
สุนันทา/นวพร/ตรวจ
๑๒
พฤศจิกายน ๒๕๔๗
A+B
[๑] รก.๒๕๔๗/พ๙๓ง/๔๒/๒๕
สิงหาคม ๒๕๔๗