法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ 7)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงการคลัง

ประกาศกระทรวงการคลัง

เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต

(ฉบับที่ ๗)[๑]

อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๓ ข้อ ๑๖ และข้อ ๒๐ แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๔๙๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๖ (พ.ศ. ๒๕๕๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังประกาศข้อกำหนดเป็นคำสั่งซึ่งนิติบุคคลรับอนุญาตจะต้องปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิกความในข้อ ๙ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๙ เมื่อได้รับเงินตราต่างประเทศในนามของบุคคลใด นิติบุคคลรับอนุญาตต้องแจ้งให้บุคคลนั้นทราบ และแจ้งด้วยว่าต้องขายหรือฝากเงินตราต่างประเทศนั้นกับนิติบุคคลรับอนุญาตรายหนึ่งรายใดภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งดังกล่าว”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๒ ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนได้ไม่เกินวงเงินที่เจ้าพนักงานกำหนดซึ่งต้องไม่เกินวงเงินดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ ดังนี้

(ก) การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือของตนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ข) การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป โดยสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย และการส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือของกิจการดังกล่าวตามที่เจ้าพนักงานกำหนด เป็นจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด

(ค) การส่งเงินไปลงทุนตาม (ก) หรือ (ข) โดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีคุณสมบัติตามที่เจ้าพนักงานกำหนด นิติบุคคลรับอนุญาตอาจพิจารณาขายหรือแลกเปลี่ยนได้เกินวงเงินที่กำหนดไว้ใน (ก) และ (ข) แล้วแต่กรณี

(ง) การส่งเงินไปให้กู้ตาม (ก) หรือ (ข) โดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีคุณสมบัติตามที่เจ้าพนักงานกำหนด เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อกรณี

(๒) เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๓) เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๔) เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย

(๕) เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนไม่เกินปีละห้าล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย

(๖) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๔ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน

“ข้อ ๑๔ นอกจากเจ้าพนักงานมีคำสั่งยกเว้นไว้หรือประกาศกำหนดวงเงินในแต่ละกรณีไว้เป็นอย่างอื่น ในการรับเงินตราต่างประเทศเข้าบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตตรวจสอบจนเป็นที่พอใจว่าเงินตราต่างประเทศที่จะรับเข้าบัญชีนั้นเป็นเงินที่ได้รับมาจากต่างประเทศหรือเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาตและให้ปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีเป็นเงินอันเกิดจากแหล่งเงินได้ในต่างประเทศ ให้รับฝากได้ตามจำนวนที่ขอนำฝาก

(๒) กรณีเป็นเงินที่บุคคลที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศซื้อ แลกเปลี่ยน หรือกู้ยืมจากนิติบุคคลรับอนุญาต ให้ปฏิบัติดังนี้

(ก) รับฝากเงินตราต่างประเทศไม่เกินจำนวนที่ผู้ฝากยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาต ทั้งนี้ ยอดเงินฝากเงินตราต่างประเทศ รวมทุกบัญชีและทุกสกุลของผู้ฝากรายนั้นต้องมีจำนวนไม่เกินหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่เกินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

ในกรณีที่ผู้ฝากประสงค์จะฝากเงินตราต่างประเทศเกินกว่าจำนวนที่กำหนดในวรรคหนึ่ง ให้รับฝากได้อีกไม่เกินจำนวนที่ผู้ฝากยื่นเอกสารที่แสดงว่ามีภาระผูกพันที่จะต้องชำระเงินตราต่างประเทศให้แก่บุคคลในต่างประเทศหรือนิติบุคคลรับอนุญาตภายในสิบสองเดือนนับแต่วันที่รับฝากเงินตราต่างประเทศ

(ข) รับฝากเงินตราต่างประเทศที่ผู้ฝากไม่สามารถแสดงว่ามีภาระผูกพัน โดยยอดเงินฝากรวมทุกบัญชีและทุกสกุลของผู้ฝากต้องมีจำนวนไม่เกินหนึ่งแสนดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา และไม่เกินสามแสนดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดสำหรับผู้ฝากซึ่งเป็นนิติบุคคล

การรับฝากเงินตราต่างประเทศตาม (๑) และ (๒) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขตามที่เจ้าพนักงานกำหนด”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๑

ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

วัชศักดิ์/ผู้จัดทำ

๑๒ มีนาคม ๒๕๕๑

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๖

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๕๐ ง/หน้า ๒๔/๗ มีนาคม ๒๕๕๑

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ 7) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a548e652fcf25afd

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com