ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๒ ของประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่ตัวแทนรับอนุญาต ลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง คำสั่งรัฐมนตรีให้ไว้แก่นิติบุคคลรับอนุญาต (ฉบับที่ ๖) ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๐ และให้ใช้ความดังต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๒ ในการขายหรือแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ให้นิติบุคคลรับอนุญาตขายหรือแลกเปลี่ยนได้ไม่เกินวงเงินที่เจ้าพนักงานกำหนดซึ่งต้องไม่เกินวงเงินดังต่อไปนี้
(๑) เพื่อลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่ต่างประเทศที่ไม่ได้ประกอบธุรกิจซื้อขายหลักทรัพย์ต่างประเทศ ดังนี้
(ก) การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือของตนตามที่เจ้าพนักงานกำหนด เป็นจำนวนรวมกันไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด
(ข) การส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการที่มีสัดส่วนการถือหุ้นหรือมีส่วนเป็นเจ้าของในกิจการผู้ขอซื้อหรือแลกเปลี่ยนตั้งแต่ร้อยละ ๑๐ ขึ้นไป โดยสัดส่วนการถือหุ้นให้นับต่อหนึ่งราย และการส่งเงินไปลงทุนหรือให้กู้ยืมแก่กิจการในเครือของกิจการดังกล่าวตามที่เจ้าพนักงานกำหนด เป็นจำนวนรวมกันทั้งสิ้นไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาด
(ค) การส่งเงินไปลงทุนตาม (ก) หรือ (ข) โดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยและจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีคุณสมบัติตามที่เจ้าพนักงานกำหนด นิติบุคคลรับอนุญาตอาจพิจารณาขายหรือแลกเปลี่ยนได้เกินวงเงินที่กำหนดไว้ใน (ก) และ (ข) แล้วแต่กรณี
(ง) การส่งเงินไปให้กู้ตาม (ก) หรือ (ข) โดยนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งมีคุณสมบัติตามที่เจ้าพนักงานกำหนด เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อกรณี
(๒) เพื่อส่งเงินซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของคนไทยที่ย้ายถิ่นฐานไปพำนักอยู่ต่างประเทศเป็นการถาวร เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย
(๓) เพื่อส่งเงินมรดกให้แก่ผู้รับมรดกซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย
(๔) เพื่อส่งไปให้ครอบครัวหรือญาติพี่น้องซึ่งมีถิ่นพำนักถาวรในต่างประเทศเป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อผู้รับแต่ละราย
(๕) เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นจำนวนไม่เกินปีละห้าล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย
(๖) เพื่อบริจาคให้แก่สาธารณประโยชน์เป็นจำนวนไม่เกินปีละหนึ่งล้านดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่าตามอัตราตลาดต่อราย