ข้อ ๒ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๔) และ (๕) ของข้อ ๔ แห่งกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๖ (พ.ศ. ๒๕๑๔) ออกตามความในพระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่
พ.ศ. ๒๕๐๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความใน
พระราชบัญญัติพิกัดอัตราค่าภาคหลวงแร่ พ.ศ. ๒๕๐๙
"(๔) การชำระค่าภาคหลวงแร่ตะกั่ว ให้เรียกเก็บตามส่วนเนื้อตะกั่วที่แท้จริง
โดยถือตามผลวิเคราะห์ของกรมทรัพยากรธรณี หรือสถาบันซึ่งกรมทรัพยากรธรณีเห็นชอบใน
การวิเคราะห์
ในกรณีที่ยังมิได้ทำการวิเคราะห์แร่ตะกั่ว ให้ถือเกณฑ์ไว้ก่อนว่ามีเนื้อตะกั่ว
แปดสิบส่วนในร้อยส่วนเว้นแต่แร่ตะกั่วรายใดที่กรมทรัพยากรธรณีออกหนังสือรับรองว่า
มีเนื้อตะกั่วไม่เกินหกสิบห้าส่วนในร้อยส่วนหรือไม่เกินห้าสิบส่วนในร้อยส่วน หรือไม่เกิน
สามสิบห้าส่วนในร้อยส่วน ให้ถือเกณฑ์ไว้ก่อนว่าแร่ตะกั่วรายนั้น ๆ มีเนื้อตะกั่วหกสิบห้าส่วน
ในร้อยส่วน หรือห้าสิบส่วนในร้อยส่วน หรือสามสิบห้าส่วนในร้อยส่วนแล้วแต่กรณี
(๕) การชำระค่าภาคหลวงแร่สังกะสี ให้เรียกเก็บตามส่วนเนื้อสังกะสีที่แท้จริง
โดยถือตามผลวิเคราะห์ของกรมทรัพยากรธรณี หรือสถาบันซึ่งกรมทรัพยากรธรณีเห็นชอบ
ในการวิเคราะห์
ในกรณีที่ยังมิได้ทำการวิเคราะห์แร่สังกะสีให้ถือเกณฑ์ไว้ก่อนว่ามีเนื้อสังกะ
สีห้าสิบส่วนในร้อยส่วน เว้นแต่แร่สังกะสีรายใดที่กรมทรัพยากรธรณีออกหนังสือรับรองว่ามี
เนื้อสังกะสีไม่เกินสี่สิบส่วนในร้อยส่วน หรือไม่เกินสามสิบส่วนในร้อยส่วน ให้ถือเกณฑ์
ไว้ก่อนว่าแร่สังกะสีรายนั้น ๆ มีเนื้อสังกะสีสี่สิบส่วนในร้อยส่วน หรือสามสิบส่วนในร้อยส่วน
แล้วแต่กรณี
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
ประมวล สภาวสุ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม
+----------------------------------------------------------------------------------------------------+
หมายเหต ุ:- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากการเรียกเก็บ
ค่าภาคหลวงแร่ตะกั่วและแร่สังกะสีที่ให้เรียกเก็บตามชนิดและสภาพของแร่ทำให้เกิดความ
ไม่เป็นธรรมกับทั้งรัฐและผู้ประกอบการทำเหมือง และไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ
ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์การกำหนดราคาตลาดของแร่ดังกล่าวเสียใหม่ โดยให้
เรียกเก็บค่าภาคหลวงตามเนื้อโลหะในแร่ และสมควรกำหนดวิธีการควบคุมการชำระค่าภาคหลวง
สำหรับแร่ตะกั่วและแร่สังกะสีไว้ด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
[รก.๒๕๒๙/๒๑๖/๓๓พ./๘ ธันวาคม ๒๕๒๙]