法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมประมง เรื่อง การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้น พ.ศ. 2559

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
35
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมประมง

ระเบียบกรมประมง

เรื่อง การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้น

พ.ศ. ๒๕๕๙

เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้น ตามมาตรา ๑๐๒ (๕) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ เป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และเพื่อถือปฏิบัติเป็นแนวเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๒ วรรคสี่ แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ อธิบดีกรมประมงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมประมง เรื่อง การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้น พ.ศ. ๒๕๕๙”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้อธิบดีกรมประมงรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศ เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือมิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้เสนอเรื่องต่ออธิบดีกรมประมงเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด และคำวินิจฉัยของอธิบดีกรมประมงให้เป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

(๑) “พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘

(๒) “หมายค้น” หมายความว่า หนังสือบงการที่ศาลออกตามเหตุของบทบัญญัติกฎหมายเพื่อค้นหาบุคคลหรือสิ่งของในที่รโหฐาน

(๓) “ที่รโหฐาน” หมายความว่า ที่ต่าง ๆ ซึ่งมิใช่ที่สาธารณสถาน

(๔) “สาธารณสถาน” หมายความว่า สถานที่ใด ๆ ซึ่งประชาชนมีความชอบธรรมที่จะเข้าไปได้

(๕) “ศาล” หมายความว่า ศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่จะทำการค้น

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เหตุที่จะออกหมายค้นได้มีดังต่อไปนี้

(๑) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา

(๒) เพื่อพบและยึดสิ่งของซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำผิด

(๓) เพื่อพบและช่วยบุคคลซึ่งได้ถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

(๔) เพื่อพบบุคคลซึ่งมีหมายให้จับ

(๕) เพื่อพบและยึดสิ่งของตามคำพิพากษาหรือตามคำสั่งศาล ในกรณีที่จะพบหรือจะยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ห้ามมิให้พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องขอให้ออกหมายค้นซึ่งออกเพื่อพบหรือจับบุคคล เว้นแต่จะมีหมายจับบุคคลนั้นด้วย และพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจะจัดการตามหมายค้นนั้นต้องมีทั้งหมายค้นและหมายจับ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้น นอกจากต้องถือปฏิบัติตามระเบียบนี้แล้ว จะต้องดำเนินการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘ ด้วย

การร้องขอหมายค้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การร้องขอให้ออกหมายค้น ให้ร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจเหนือท้องที่ที่จะทำการค้น

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งร้องขอให้ศาลออกหมายค้น จะต้องเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนหรือสอบสวนคดีที่ร้องขอออกหมายนั้น และต้องพร้อมที่จะมาให้ผู้พิพากษาสอบถามก่อนออกหมายได้ทันที และต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการหรือประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงาน นายทหารเรือผู้มียศตั้งแต่ชั้นสัญญาบัตร หรือข้าราชการตำรวจผู้มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คำร้องขอให้ศาลออกหมายค้น ต้องมีรายละเอียดและเอกสารประกอบดังต่อไปนี้

(๑) ต้องระบุลักษณะและสิ่งของที่ต้องการหาและยึด หรือชื่อตัว ชื่อสกุล รูปพรรณ อายุของบุคคลที่ต้องการหา และสถานที่ที่จะค้น ระบุบ้านเลขที่ ชื่อตัว ชื่อสกุล และสถานะของเจ้าของหรือผู้ครอบครองเท่าที่ทราบ หากไม่สามารถระบุบ้านเลขที่ที่จะค้นได้ ให้ทำแผนที่ของสถานที่ที่จะค้นและบริเวณใกล้เคียงแทน

(๒) ต้องระบุเหตุที่จะออกหมายค้น ตามข้อ ๔ พร้อมสำเนาเอกสารซึ่งสนับสนุนเหตุแห่งการออกหมายค้น

(๓) แนบแบบพิมพ์หมายค้นที่กรอกข้อความครบถ้วนแล้วพร้อมสำเนา รวมทั้งเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น บันทึกคำร้องทุกข์ หนังสือมอบอำนาจให้ร้องทุกข์ เป็นต้น มาท้ายคำร้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้ผู้ร้องขอหรือเจ้าพนักงานผู้รับมอบหมายจากผู้ร้องขอนำคำร้องพร้อมเอกสารประกอบตามข้อ ๑๐ ใส่ซองปิดผนึกประทับตรา “ลับ” ยื่นต่อศาลที่ขอให้ออกหมายนั้น

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ กรณีขอออกหมายนอกเวลาทำการปกติ ให้ดำเนินการเช่นเดียวกับการร้องขอในเวลาปกติตามข้อ ๑๐ และข้อ ๑๑ และหากมีเหตุจำเป็นกรณีผู้พิพากษาที่เป็นผู้รับผิดชอบในการพิจารณาสั่งไม่อาจมาอยู่ที่ศาลได้ ผู้ร้องขออาจนำคำร้องไปยื่นต่อผู้พิพากษานั้นโดยตรงก็ได้ โดยติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ศาลที่ประจำอยู่ที่ศาลนั้น เพื่อทราบถึงสถานที่ที่จะนำคำร้องไปยื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การร้องขอให้ออกหมายค้น ผู้ร้องขอต้องเสนอพยานหลักฐานที่น่าเชื่อว่าบุคคลหรือสิ่งของที่ค้นหาอยู่ในสถานที่ที่จะค้น และ

(๑) กรณีค้นหาสิ่งของ

(๑.๑) สิ่งของนั้นจะเป็นพยานหลักฐานประกอบการสอบสวน ไต่สวนมูลฟ้อง หรือพิจารณา

(๑.๒) สิ่งของนั้นมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าได้ใช้หรือตั้งใจจะใช้ในการกระทำความผิด หรือ

(๑.๓) เป็นสิ่งของซึ่งต้องยึดหรือริบตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล ในกรณีที่จะพบหรือจะยึดโดยวิธีอื่นไม่ได้แล้ว

(๒) กรณีค้นหาบุคคล

(๒.๑) บุคคลนั้นถูกหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือ

(๒.๒) มีหมายให้จับบุคคลนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การเสนอพยานหลักฐานต่อผู้พิพากษา ให้ผู้ร้องขอสาบานหรือปฏิญาณตนและแถลงด้วยตนเอง รวมทั้งตอบคำถามของผู้พิพากษาเกี่ยวกับข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนสอบสวนหรือพยานหลักฐานที่สนับสนุนถึงเหตุแห่งการขอออกหมายนั้น

ผู้รู้เห็นเหตุการณ์หรือทราบข้อมูลอันเป็นเหตุแห่งการออกหมายค้นควรมาเบิกความต่อผู้พิพากษาด้วยตนเอง ในกรณีที่บุคคลดังกล่าวไม่สามารถมาเบิกความต่อผู้พิพากษาได้ ผู้ร้องขออาจใช้บันทึกถ้อยคำของบุคคลดังกล่าวที่ได้สาบานตนว่าจะให้ถ้อยคำตามความเป็นจริง และได้กระทำต่อพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ซึ่งพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่นั้นได้ลงลายมือชื่อรับรองว่าได้มีการให้ถ้อยคำตรงตามบันทึก เสนอเป็นพยานหลักฐานประกอบคำเบิกความของผู้ร้องขอก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ พยานหลักฐานที่อาจพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุสมควรในการออกหมายค้น ให้รวมถึง

(๑) ข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนสอบสวน เช่น บันทึกการสอบสวน บันทึกถ้อยคำของสายลับ หรือข้อมูลที่ได้จากการรายงานของแหล่งข่าวของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือการหาข่าวจากผู้กระทำความผิดที่ทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และข้อมูลที่ได้จากรายงานการเฝ้าสังเกตการณ์ของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ทำไว้เป็นลายลักษณ์อักษร เป็นต้น

(๒) ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ หรือที่ได้จากการใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์หรือเทคโนโลยี เช่น เครื่องมือตรวจพิสูจน์ของกลาง เครื่องมือตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรม เป็นต้น

(๓) ข้อมูลที่ได้จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เช่น ข้อมูลที่ได้จากจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรืออินเตอร์เน็ต เป็นต้น

(๔) ข้อมูลที่ได้จากหนังสือของพนักงานอัยการเรื่องขอให้จัดการให้ได้ตัวผู้ต้องหา (อ.ก. ๒๙)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งจะทำการค้นนอกเขตศาลจะร้องขอให้ออกหมายค้นต่อศาลได้ต่อเมื่อเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งและการร้องขอต่อศาลที่มีเขตอำนาจจะเกิดความล่าช้าเสียหายอย่างร้ายแรงต่อการปฏิบัติหน้าที่ เช่น ผู้จะถูกออกหมายจับกำลังจะหลบหนี หรือสิ่งของที่ต้องการจะหาหรือยึดกำลังจะถูกโยกย้ายหรือถูกทำลาย

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ร้องขอตามข้อ ๑๖ ต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทอำนวยการตั้งแต่ระดับสูงหรือตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับเชี่ยวชาญ นายทหารเรือผู้มียศตั้งแต่พลเรือตรี หรือข้าราชการตำรวจผู้มียศตั้งแต่พลตำรวจตรีขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนและมีเหตุอันควรซึ่งผู้ร้องขอหมายค้นไม่อาจไปพบผู้พิพากษาได้ ผู้ร้องขออาจร้องขอต่อผู้พิพากษาทางโทรศัพท์ โทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อสารสนเทศประเภทอื่นที่เหมาะสม เพื่อขอให้ศาลออกหมายค้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ร้องขอตามข้อ ๑๘ ต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทอำนวยการตั้งแต่ระดับต้น หรือตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับชำนาญการพิเศษ หรือตำแหน่งประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับอาวุโส นายทหารเรือผู้มียศตั้งแต่นาวาเอก หรือข้าราชการตำรวจผู้มียศตั้งแต่พันตำรวจเอกขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การร้องขอตามข้อ ๑๘ หากสามารถทำให้ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือได้ ให้ผู้ร้องขอทำคำร้องพร้อมแสดงเหตุแห่งความจำเป็นเร่งด่วนและเหตุที่ไม่อาจไปพบผู้พิพากษาได้ ข้อมูลและพยานหลักฐาน รวมทั้งเอกสารต่าง ๆ ตามข้อ ๑๐ จัดส่งมาให้ผู้พิพากษาทางโทรสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทนั้น โดยระบุรหัสประจำหน่วย หมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร รหัสสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศประเภทอื่นสำหรับติดต่อผู้ร้องขอ แล้วให้ผู้ร้องขอโทรศัพท์มายังผู้พิพากษาเพื่อตอบข้อซักถามและจดบันทึกถ้อยคำของผู้ร้องขอ

กรณีไม่สามารถทำให้ปรากฏหลักฐานเป็นหนังสือได้ ให้ผู้ร้องขอให้ถ้อยคำต่อผู้พิพากษาเพื่อจดบันทึกถ้อยคำของผู้ร้องขอไว้เป็นหลักฐาน

การค้น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ห้ามมิให้ค้นในที่รโหฐานโดยไม่มีหมายค้นหรือคำสั่งของศาล เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ค้นและในกรณี ดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อมีเสียงร้องให้ช่วยมาจากข้างในที่รโหฐาน หรือมีเสียงหรือพฤติการณ์อื่นใดอันแสดงได้ว่ามีเหตุร้ายเกิดขึ้นในที่รโหฐานนั้น

(๒) เมื่อปรากฏความผิดซึ่งหน้ากำลังกระทำลงในที่รโหฐาน

(๓) เมื่อบุคคลที่ได้กระทำความผิดซึ่งหน้าขณะที่ถูกไล่จับหนีเข้าไป หรือมีเหตุอันแน่นแฟ้นควรสงสัยว่าได้เข้าไปซุกซ่อนตัวอยู่ในที่รโหฐานนั้น

(๔) เมื่อมีพยานหลักฐานตามสมควรว่าสิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดหรือได้มาโดยการกระทำความผิด หรือได้ใช้หรือมีไว้เพี่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรืออาจเป็นพยานหลักฐานพิสูจน์การกระทำความผิดได้ซ่อนหรืออยู่ในนั้น ประกอบกับทั้งต้องมีเหตุอันควรเชื่อว่าเนื่องจากการเนิ่นช้ากว่าจะเอาหมายค้นมาได้ สิ่งของนั้นจะถูกโยกย้ายหรือทำลายเสียก่อน

(๕) เมื่อที่รโหฐานนั้นผู้จะต้องถูกจับเป็นเจ้าบ้าน และการจับนั้นมีหมายจับหรือจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘

การใช้อำนาจตาม (๔) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นส่งมอบสำเนาบันทึกการตรวจค้นและบัญชีทรัพย์สินที่ได้จากการตรวจค้น รวมทั้งจัดทำบันทึกแสดงเหตุผลที่ทำให้สามารถเข้าค้นได้เป็นหนังสือให้ไว้แก่ผู้ครอบครองสถานที่ที่ถูกตรวจค้น แต่ถ้าไม่มีผู้ครอบครองอยู่ ณ ที่นั้น ให้ส่งมอบหนังสือดังกล่าวแก่บุคคลเช่นว่านั้นในทันทีที่กระทำได้ และรีบรายงานเหตุผลและผลการตรวจค้นเป็นหนังสือต่อผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ทำการค้นในที่รโหฐาน สั่งให้เจ้าของหรือคนอยู่ในนั้นหรือผู้รักษาสถานที่ซึ่งจะค้น ให้ยอมเข้าไปโดยมิหวงห้าม อีกทั้งให้ความสะดวกตามสมควรทุกประการในอันที่จะจัดการตามหมาย ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้นั้นแสดงหมาย หรือถ้าค้นได้โดยไม่ต้องมีหมายก็ให้แสดงนามและตำแหน่ง

ถ้าบุคคลดังกล่าวในวรรคหนึ่งมิยอมให้เข้าไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจใช้กำลังเพื่อเข้าไป ในกรณีจำเป็นจะเปิดหรือทำลายประตูบ้าน ประตูเรือน หน้าต่าง รั้วหรือสิ่งกีดขวางอย่างอื่นทำนองเดียวกันนั้นก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การค้นในที่รโหฐานต้องกระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและตก หรือในระหว่างเวลาทำการในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ มีข้อยกเว้นดังนี้

(๑) เมื่อลงมือค้นแต่ในเวลากลางวัน ถ้ายังไม่เสร็จจะค้นต่อไปในเวลากลางคืนก็ได้

(๒) ในกรณีฉุกเฉินอย่างยิ่ง จะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้

(๓) การค้นเพื่อจับผู้ดุร้ายหรือผู้ร้ายสำคัญจะทำการค้นในเวลากลางคืนก็ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตพิเศษจากศาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในข้อบังคับของประธานศาลฎีกา ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการออกคำสั่งหรือหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๔๘

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ในกรณีที่ค้นโดยมีหมาย พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีชื่อในหมายค้นซึ่งต้องเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งประเภทวิชาการหรือประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงาน นายทหารเรือผู้มียศตั้งแต่ชั้นสัญญาบัตร หรือข้าราชการตำรวจผู้มียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีหรือเทียบเท่าขึ้นไปเท่านั้น มีอำนาจเป็นหัวหน้าไปจัดการให้เป็นไปตามหมายนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การค้นในที่รโหฐานนั้นจะค้นได้แต่เฉพาะเพื่อหาตัวคนหรือสิ่งของที่ต้องการค้นเท่านั้น แต่มีข้อยกเว้นดังนี้

(๑) ในกรณีที่ค้นหาสิ่งของโดยไม่จำกัดสิ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นมีอำนาจยึดสิ่งของใด ๆ ซึ่งน่าจะใช้เป็นพยานหลักฐานเพื่อเป็นประโยชน์หรือยันผู้ต้องหาหรือจำเลย

(๒) พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งทำการค้นมีอำนาจจับบุคคลหรือสิ่งของอื่นในที่ค้นนั้นได้ เมื่อมีหมายอีกต่างหาก หรือในกรณีความผิดซึ่งหน้า

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ในการค้นนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องพยายามมิให้มีการเสียหายและกระจัดกระจายเท่าที่ทำได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลซึ่งอยู่ในที่ซึ่งค้นหรือจะถูกค้น จะขัดขวางถึงกับทำให้การค้นไร้ผล พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นมีอำนาจเอาตัวผู้นั้นควบคุมไว้หรือให้อยู่ในความดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่ในขณะที่ทำการค้นเท่าที่จำเป็น เพื่อมิให้ขัดขวางถึงกับทำให้การค้นนั้นไร้ผล

ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นได้เอาสิ่งของที่ต้องการพบซุกซ่อนในร่างกาย พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นมีอำนาจค้นตัวผู้นั้น และยึดสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานได้ และการค้นนั้นจักต้องกระทำโดยสุภาพ ถ้าค้นผู้หญิงต้องให้หญิงอื่นเป็นผู้ค้น

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ สิ่งของซึ่งยึดได้ในการค้น ให้ห่อหรือบรรจุหีบห่อตีตราไว้ หรือให้ทำเครื่องหมายไว้เป็นสำคัญ

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การค้นในที่รโหฐานนั้น ก่อนลงมือค้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นแสดงความบริสุทธิ์เสียก่อน และเท่าที่สามารถจะทำได้ให้ค้นต่อหน้าผู้ครอบครองสถานที่หรือบุคคลในครอบครัวของผู้นั้น หรือถ้าหาบุคคลเช่นกล่าวนั้นไม่ได้ ก็ให้ค้นต่อหน้าบุคคลอื่นอย่างน้อยสองคนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขอร้องมาเป็นพยาน

การค้นที่อยู่หรือสำนักงานของผู้ต้องหาหรือจำเลยซึ่งถูกควบคุมหรือขังอยู่ให้ทำต่อหน้าผู้นั้น ถ้าผู้นั้นไม่สามารถหรือไม่ติดใจมากำกับจะตั้งผู้แทนหรือให้พยานมากำกับก็ได้ ถ้าผู้แทนหรือพยานไม่มีให้ค้นต่อหน้าบุคคลในครอบครัวหรือต่อหน้าพยานดังกล่าวในวรรคก่อน

สิ่งของใดที่ยึดได้ต้องให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานดูเพื่อให้รับรองว่าถูกต้อง ถ้าบุคคลเช่นกล่าวนั้นรับรองหรือไม่ยอมรับรองก็ให้บันทึกไว้

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ค้นบันทึกรายละเอียดแห่งการค้น และสิ่งของที่ค้นได้นั้นต้องมีบัญชีรายละเอียดไว้

บันทึกการค้นและบัญชีสิ่งของนั้นให้อ่านให้ผู้ครอบครองสถานที่ บุคคลในครอบครัว ผู้ต้องหา จำเลย ผู้แทนหรือพยานฟัง แล้วแต่กรณี แล้วให้ผู้นั้นลงลายมือรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ค้นโดยมีหมาย ต้องรีบส่งบันทึกและบัญชีดังกล่าวในข้อก่อนพร้อมด้วยสิ่งของที่ยึดมา ถ้าพอจะส่งได้ ไปยังผู้ออกหมายหรือเจ้าพนักงานอื่นตามที่กำหนดไว้ในหมาย

ในกรณีที่ค้นโดยไม่มีหมายโดยพนักงานเจ้าหน้าที่อื่นซึ่งไม่ใช่พนักงานสอบสวน ให้ส่งบันทึก บัญชี และสิ่งของไปยังพนักงานสอบสวนหรือเจ้าหน้าที่ใดซึ่งต้องการสิ่งเหล่านั้น

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ห้ามมิให้ทำการค้นบุคคลใดในที่สาธารณสถาน เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นผู้ค้นในเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิดหรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้จัดการตามหมายค้นแล้ว ให้บันทึกรายละเอียดในการจัดการนั้นว่าจัดการตามหมายได้หรือไม่ แล้วให้ส่งบันทึกไปยังศาลที่ออกหมายโดยเร็วแต่ต้องไม่ช้ากว่า ๑๕ วัน นับแต่วันจัดการตามหมาย

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ เมื่อมีเหตุที่จะเพิกถอนหมายค้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องรายงานหรือแจ้งให้ศาลที่ออกหมายทราบโดยเร็ว เพื่อให้ผู้พิพากษาไต่สวนและมีคำสั่งเป็นการด่วน

เมื่อผู้พิพากษามีคำสั่งให้เพิกถอนหมายค้นแล้ว บุคคลที่เกี่ยวข้องอาจร้องขอให้ผู้พิพากษาออกหลักฐานการเพิกถอนหมายค้นนั้นให้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ บันทึกการตรวจค้นและบัญชีทรัพย์สินที่ได้จากการตรวจค้น ให้ใช้ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙

วิมล จันทรโรทัย

อธิบดีกรมประมง

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บันทึกการตรวจค้น

๒. บัญชีทรัพย์สินที่ได้จากการตรวจค้น

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/จัดทำ

๔ เมษายน ๒๕๕๙

ชวัลพร/ตรวจ

๔ เมษายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๗๓ ง/หน้า ๑/๒๙ มีนาคม ๒๕๕๙

35 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมประมง เรื่อง การปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ในการค้น พ.ศ. 2559 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a7238ed42586905c

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com