ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
การกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ โดยการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan)
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๐
ครั้งที่ ๑[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
ตามมติเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๖๐ และอาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ ประกอบมาตรา ๒๐
(๑) และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘
และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
โดยมีรายละเอียดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
๑.
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
โดยวิธีการทำสัญญากู้ยืมเงิน (Term Loan) จากธนาคารออมสิน
และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) วงเงินกู้รวม ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท
(ห้าหมื่นล้านบาทถ้วน)
๒. อายุเงินกู้ ๓ ปี ๖ เดือน
นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐ ครบกำหนดชำระต้นเงินกู้ทั้งจำนวนในวันที่ ๒๔
ตุลาคม ๒๕๖๓
๓.
อัตราดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงระยะสั้นตลาดกรุงเทพ
ระยะ ๖ เดือน (BIBOR 6M) ที่ประกาศโดยธนาคารแห่งประเทศไทย
เป็นฐานในการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลบด้วยส่วนต่าง (Spread) เฉลี่ยร้อยละ
๐.๐๕๕๐๐ ต่อปี
๔.
การเบิกเงินกู้
กระทรวงการคลังจะทยอยเบิกเงินกู้ นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ เมษายน ๒๕๖๐ จนถึงวันที่ ๓๑
สิงหาคม ๒๕๖๐ โดยจะแจ้งผู้ให้กู้ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒ วันทำการ ทั้งนี้
กระทรวงการคลังจะเบิกเงินกู้เป็นงวดเรียงลำดับจากวงเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำสุดก่อน
และเมื่อเบิกเงินกู้ครบจำนวนของวงเงินดังกล่าวแล้ว
จึงจะเริ่มเบิกรับเงินกู้ในวงเงินกู้ลำดับถัดไป
๕. การชำระดอกเบี้ย
ตลอดเวลาที่สัญญายังมีอายุอยู่ให้แบ่งชำระดอกเบี้ยปีละสองงวด
คือวันที่ ๒๔ เมษายน และ ๒๔ ตุลาคม ของทุกปี โดยจะชำระดอกเบี้ยงวดแรก ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๐ และชำระดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ในวันที่ ๒๔ ตุลาคม ๒๕๖๓
พร้อมต้นเงินกู้ ณ วันสิ้นสุดตามสัญญากู้ยืมเงิน
หากวันครบกำหนดชำระดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระในวันทำการถัดไป
โดยไม่นับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทยดังกล่าว
เข้ารวมเพื่อคำนวณดอกเบี้ยที่ถึงกำหนดชำระ
ยกเว้นการชำระหนี้งวดสุดท้ายให้คำนวณดอกเบี้ยจนถึงวันก่อนวันชำระหนี้ ทั้งนี้ ในการคำนวณดอกเบี้ย ให้ถือว่าหนึ่งปีมี ๓๖๕ (สามร้อยหกสิบห้า) วัน
นับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
๖.
การชำระต้นเงินกู้
กระทรวงการคลังสามารถชำระหนี้คืนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนก่อนครบกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ได้
โดยจะทยอยคืนต้นเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดก่อน ทั้งนี้
กระทรวงการคลังจะแจ้งให้สถาบันการเงิน (ผู้ให้กู้) ทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า ๒
วันทำการ โดยกระทรวงการคลังจะชำระดอกเบี้ยคงค้างของหนี้เงินต้นที่ค้างชำระพร้อมกับการชำระเงินต้นก่อนกำหนดนั้น
ทั้งนี้
ดอกเบี้ยคงค้างให้คำนวณนับตั้งแต่วันที่กระทรวงการคลังชำระคืนดอกเบี้ยครั้งล่าสุดจนถึงวันก่อนวันที่กระทรวงการคลังชำระคืนเงินต้นก่อนกำหนด
โดยหากวันครบกำหนดชำระคืนต้นเงินกู้คราวใดตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปชำระคืนในวันทำการถัดไป
๗.
ไม่มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายใด ๆ
ประกาศ ณ วันที่ ๒๐
เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐
พชร อนันตศิลป์
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พิมพ์มาดา/ภวรรณตรี/จัดทำ
๒๓ พฤษภาคม
๒๕๖๐
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๔/ตอนพิเศษ ๑๓๑ ง/หน้า ๓๒/๑๕ พฤษภาคม ๒๕๖๐