法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้มีอายุห้าปี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ใช้ผังเมืองรวมบังคับ

ในท้องที่ตำบลปรุใหญ่ ตำบลหนองจะบก ตำบลหมื่นไวย ตำบลบ้านเกาะ ตำบลหัวทะเล

ตำบลในเมือง ตำบลโพธิ์กลาง ตำบลบ้านใหม่ และตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา

จังหวัดนครราชสีมา ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้

มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค

บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒ ให้เป็นเมืองหลักทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ

สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจ

และโครงข่ายบริการสาธารณะโดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑)

พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการบริการขนส่งสินค้าของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

(๒) ส่งเสริมอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้ทรัพยากรในท้องถิ่น

และอุตสาหกรรมบริการต่าง ๆ

ให้สัมพันธ์กับการพัฒนาอุตสาหกรรมขั้นพื้นฐานในบริเวณชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก

(๓) พัฒนาการบริการทางสังคม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการให้เพียงพอและได้มาตรฐาน

(๔)

ควบคุมสภาพแวดล้อมของชุมชนเมืองให้เหมาะสมกับการอยู่อาศัย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม

ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง

และรายการประกอบแผนผัง ท้ายกฎกระทรวงนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ให้เป็นไปดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๒๗

ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๑๔

ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๑๒

ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๒

ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๑๐

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๔

ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อประวัติศาสตร์และโบราณคดี

(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗.๑ ถึงหมายเลข ๗.๓

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน

ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๔๒

ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๔๘

ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๔๘ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน

ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓) คลังวัตถุระเบิด

(๔) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓) คลังวัตถุระเบิด

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่

เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๕) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัย

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

(๒) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง

(๓) คลังวัตถุระเบิด

(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่

เพื่อการค้าหรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

(๕) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร

(๖) สุสานหรือฌาปนสถาน

(๗) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า

ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้าเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมและคลังสินค้า

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา

(๒) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก

(๓) สุสานหรือฌาปนสถาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่

โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๙๐

ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ

และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัย ประกอบการพาณิชย์หรือประกอบอุตสาหกรรม

(๒) โรงงานทุกประเภท

เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อประวัติศาสตร์และโบราณคดี

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อประวัติศาสตร์และโบราณคดี หรือนันทนาการเท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ

การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา

ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนา หรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา

หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ที่ดินประเภทสถาบันราชการ

การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ

กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๙

พลเอก สิทธิ จิรโรจน์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง

พ.ศ. ๒๕๑๘

๒.

แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓

(พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๓.

รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

๔.

รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๓ (พ.ศ. ๒๕๒๙)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ

โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลปรุใหญ่ ตำบลหนองจะบก

ตำบลหมื่นไวย ตำบลบ้านเกาะ ตำบลหัวทะเล ตำบลในเมือง ตำบลโพธิ์กลาง ตำบลบ้านใหม่

และตำบลหนองไผ่ล้อม อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา

เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา

และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน

การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อม ทั้งนี้

เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ซึ่งตามมาตรา ๒๖

แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

บัญญัติว่าการใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

สุกัญญา/แก้ไข

๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

รัศม์วรรณวลัย/ตรวจ

๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

วิภา/ปรับปรุง

๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๓/ตอนที่ ๔๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๑๖ มีนาคม ๒๕๒๙

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_a7c757fda12496d8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com