ข้อ ๔ ในการประกอบกิจการตามข้อ ๒ (๒) และ (๓) บริษัทเงินทุนหรือบริษัท
เงินทุนหลักทรัพย์ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
๔.๑ บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์จะทำการยืมและให้ยืม
หลักทรัพย์ ได้เฉพาะกับคู่สัญญาที่เป็นสถาบันเท่านั้น ซึ่งได้แก่
(๑) ธนาคารแห่งประเทศไทย
(๒) กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
(๓) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
(๔) บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
(๕) ธนาคารพาณิชย์
(๖) บริษัทเงินทุน
(๗) บริษัทหลักทรัพย์
(๘) บริษัทประกันชีวิต
(๙) สถาบันการเงินต่างประเทศที่กระทำเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือใน
ฐานะตัวแทนของบุคคลอื่นที่ไม่มีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๑๐) กองทุนรวม
(๑๑) กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
(๑๒) กองทุนส่วนบุคคล
(๑๓) กองทุนบำเหน็จบำนาญ
(๑๔) สถาบันการเงินที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดยเฉพาะและได้รับใบ
อนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทกิจการการยืมและให้ยืมหลักทรัพย์
(๑๕) นิติบุคคลอื่นที่ธนาคารแห่งประเทศไทยให้ความเห็นชอบ
๔.๒ จำนวนเงินหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุน
หลักทรัพย์ให้ยืมกับคู่สัญญารายใดรายหนึ่งเมื่อรวมกับจำนวนเงินที่บริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงิน
ทุนหลักทรัพย์ให้กู้ยืมแก่ หรือลงทุนในกิจการของคู่สัญญารายนั้นต้องไม่เกินร้อยละ ๒๕ ของเงิน
กองทุนชั้นที่ ๑ และเมื่อรวมกับจำนวนเงินที่ก่อภาระผูกพันใด ๆ ต้องไม่เกินร้อยละ ๓๕ ของเงิน
กองทุนชั้นที่ ๑ ของบริษัทเงินทุนหรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
ในการคำนวณเงินหรือมูลค่าของหลักทรัพย์รวมกับจำนวนเงินที่บริษัทเงินทุน
หรือบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ให้กู้ยืม หรือลงทุน หรือก่อภาระผูกพันข้างต้นให้ปฏิบัติตามข้อ
กำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยในเรื่อง การกำหนดอัตราส่วนการให้กู้ยืมเงิน หรือลงทุน
หรือก่อภาระผูกพัน หรือจ่ายเงินตามภาระผูกพันเพื่อบุคคลหนึ่งบุคคลใดกับเงินกองทุนของ
บริษัทเงินทุนโดยอนุโลม และนอกเหนือจากข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดข้างต้นแล้ว ในกรณีการให้
ยืมหลักทรัพย์โดยมีเงินสดวางเป็นหลักประกัน ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องนับรวมมูลค่าหลักทรัพย์ที่
ให้ยืมในส่วนที่มีเงินสดวางเป็นประกันในการคำนวณจำนวนเงินดังกล่าว