法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สข/น. 7/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน (ฉบับที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

ที่ สข/น. 7/2549

เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน

(ฉบับที่ 2)

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 118(1) และ มาตรา 141(2) โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งตามมาตรา 29 ประกอบมาตรา 35 มาตรา 36 มาตรา 45 มาตรา 48 และมาตรา 50 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ประกอบกับข้อ 16 โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ข้อ 18(2) และ (6) และข้อ 19 แห่งประกาศคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ กน. 30/2547 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน ลงวันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 สํานักงานออกข้อกําหนดไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ 1/1 การถือหน่วยลงทุนเกินกว่าหนึ่งในสาม ของหมวด 1 หลักเกณฑ์ทั่วไป แห่งภาค 2 การจัดการกองทุนรวม ข้อ 11/1 ข้อ 11/2 ข้อ 11/3 ข้อ 11/4 ข้อ 11/5 ข้อ 11/6 และข้อ 11/7 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข/น. 1/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

ส่วน ๑/๑ การถือหน่วยลงทุนเกินกว่าหนึ่งในสาม

มาตรา ข้อ ๑๑/๑

ข้อ ๑๑/๑ ความในส่วนนี้ให้ใช้บังคับเฉพาะกับกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) แต่ไม่รวมถึงกองทุนรวมวายุภักษ์

มาตรา ข้อ ๑๑/๒

ข้อ ๑๑/๒ ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมตรวจสอบหรือดําเนินการให้มีการตรวจสอบว่ามีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด หากปรากฏว่าบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนเกินกว่าอัตราดังกล่าวไม่ว่าจากการที่บริษัทตรวจสอบหรือดําเนินการให้มีการตรวจสอบหรือได้รับการแจ้งจากบริษัทหลักทรัพย์ตามข้อ 11/3 ให้บริษัทปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. รายงานต่อสํานักงานภายในห้าวันทําการนับแต่วันที่บริษัทจัดการกองทุนรวมรู้หรือควรรู้ถึงเหตุดังกล่าว เว้นแต่เป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ 14(2) แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล

(2) ในการขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนในเรื่องใด ๆ บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องไม่นับคะแนนเสียงของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันนั้นในส่วนที่เกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด รวมในจํานวนเสียงในการขอมติ

(3) ดําเนินการแก้ไขสัดส่วนการถือหน่วยลงทุนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันนั้นให้มีจํานวนไม่เกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้นภายในสองเดือนนับแต่วันที่ปรากฏกรณีดังกล่าว หรือดําเนินการเลิกกองทุนรวมนั้นทันที เว้นแต่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ14(2) และข้อ 21/1(1) แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล

ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมระบุกรณีตาม (2) และ (3)ไว้อย่างชัดเจนในโครงการ

มาตรา ข้อ ๑๑/๓

ข้อ ๑๑/๓ ในกรณีที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนในบัญชีบริษัทหลักทรัพย์แบบไม่เปิดเผยชื่อผู้ถือหน่วยลงทุน (omnibus account) บริษัทจัดการกองทุนรวมต้องจัดให้มีข้อกําหนดให้บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นเจ้าของบัญชีดังกล่าวปฏิบัติดังต่อไปนี้

1. ตรวจสอบหรือดําเนินการให้มีการตรวจสอบว่ามีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดในบัญชีดังกล่าวถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด

2. แจ้งให้บริษัทจัดการกองทุนรวมทราบโดยพลันเมื่อปรากฏว่าบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดในบัญชีนั้นถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมใดเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด

3. ไม่นับคะแนนเสียงของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันนั้นในส่วนที่เกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมใด รวมในจํานวนเสียงในการขอมติจากผู้ถือหน่วยลงทุนในบัญชีดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๑/๔

ข้อ ๑๑/๔ มิให้นําความในข้อ 11/2 และข้อ 11/3 มาใช้บังคับกับกองทุนรวมที่จดทะเบียนกองทุนรวมอยู่แล้วก่อนวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 แต่ให้กองทุนรวมดังกล่าวอยู่ภายใต้บังคับข้อ 11/5

มาตรา ข้อ ๑๑/๕

ข้อ ๑๑/๕ ในกรณีที่กองทุนรวมใดที่จดทะเบียนกองทุนรวมอยู่แล้วก่อนวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 หากกองทุนรวมดังกล่าวมีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น ให้บริษัทจัดการกองทุนรวมปฏิบัติ

ดังต่อไปนี้

(1) รายงานให้สํานักงานทราบเกี่ยวกับกรณีดังกล่าวภายในสามสิบวันนับแต่วันที่14 มีนาคม พ.ศ. 2549 โดยให้ระบุชื่อกองทุนรวม รายชื่อบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันที่ถือหน่วยลงทุนเกินกว่าอัตราดังกล่าว และจํานวนหน่วยลงทุนทั้งหมดที่บุคคลหรือกลุ่มบุคคลนั้นถือไว้ และ

1. ดําเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ 14 มีนาคม พ. ศ. 2549

(ก) เสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติม หรือควบกองทุนรวมหรือรวมกองทุนรวมดังกล่าว เพื่อให้อัตราการถือหน่วยลงทุนของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันดังกล่าวไม่เกินหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น

(ข) เลิกกองทุนรวมนั้น

(ค) ดําเนินการอื่นใดโดยได้รับความเห็นชอบจากสํานักงาน

ในกรณีที่บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่ดําเนินการตาม (2) ภายในระยะเวลาที่กําหนดหรือดําเนินการแล้วแต่ไม่สามารถลดอัตราการถือหน่วยลงทุนให้ต่ํากว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดได้ สํานักงานอาจสั่งให้บริษัทเลิกกองทุนรวม

มาตรา ข้อ ๑๑/๖

ข้อ ๑๑/๖ กรณีที่กองทุนรวมใดที่จดทะเบียนกองทุนรวมอยู่แล้วก่อนวันที่ 14 มีนาคมพ.ศ. 2549 มีบุคคลใดหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันใดถือหน่วยลงทุนเกินกว่าหนึ่งในสามของจํานวนหน่วยลงทุนที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมด และเป็นกรณีที่เข้าข้อยกเว้นตามข้อ 14(2) แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยการจัดตั้งกองทุนรวมและการเข้าทําสัญญารับจัดการกองทุนส่วนบุคคล เท่านั้น บริษัทจัดการกองทุนรวมไม่ต้องดําเนินการตามข้อ 11/5 (2)

ความในข้อ 11/5 มิให้นํามาใช้บังคับกับกองทุนรวมซึ่งจดทะเบียนกองทุนรวมอยู่แล้วก่อนวันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 และมีลักษณะดังต่อไปนี้

1. เป็นกองทุนรวมปิดที่กําหนดวันสิ้นอายุโครงการไว้อย่างแน่นอนโดยไม่มีการแก้ไขอายุโครงการหรือมีการแปลงสภาพเป็นกองทุนรวมเปิด

(2) เป็นกองทุนรวมเปิดที่ไม่มีการเสนอขายหน่วยลงทุนเพิ่มเติมอีก

1. เป็นกองทุนรวมสําหรับผู้ลงทุนในต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๑/๗

ข้อ ๑๑/๗ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาความเป็นกลุ่มบุคคลเดียวกันตามประกาศนี้ ให้ถือว่าบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันดังต่อไปนี้เป็นกลุ่มบุคคลเดียวกัน

(1) บิดา มารดาและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ

1. คู่สมรส

(3) นิติบุคคล และผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนของนิติบุคคลนั้นซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลดังกล่าวเกินกว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือความเป็นหุ้นส่วนทั้งหมด แล้วแต่กรณี

(4) นิติบุคคล และนิติบุคคลอื่นซึ่งนิติบุคคลเป็นผู้ถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนในนิติบุคคลอื่นนั้นเกินกว่าร้อยละสิบของจํานวนหุ้นที่จําหน่ายได้แล้วทั้งหมดหรือความเป็นหุ้นส่วนทั้งหมดของนิติบุคคลอื่นนั้น แล้วแต่กรณี

(5) กองทุนส่วนบุคคลของบุคคลตาม (1)(2)(3) หรือ (4)”

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้ยกเลิกความใน (ก) ของ (2) ของข้อ 76 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข/น. 1/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“(ก) เรียกเก็บเป็นจํานวนคงที่ หรือเป็นอัตราร้อยละของมูลค่าทรัพย์สินหรือมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวม”

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของข้อ 97 แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข/น. 1/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

“มิให้นําความในข้อ 82(1) และ (3) มาใช้บังคับกับกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ”

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นข้อ 108/1 ในหมวด 8 หลักเกณฑ์เพิ่มเติมของกองทุนรวมอีทีเอฟ ของภาค 2 การจัดการกองทุนรวม แห่งประกาศสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ที่ สข/น. 1/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน ลงวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549

“ข้อ 108/1 มิให้นําความในข้อ 11/2 ข้อ 11/3 และข้อ 11/5 มาใช้บังคับ ทั้งนี้ เฉพาะก่อนและในวันที่เริ่มซื้อขายหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอีทีเอฟในตลาดรอง เว้นแต่ในกรณีของกองทุนรวมอีทีเอฟที่ตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการพัฒนาตลาดพันธบัตรสกุลเงินท้องถิ่นในภูมิภาคตามโครงการจัดตั้งกองทุนพันธบัตรเอเชียระยะที่สอง (Asian Bond Fund 2) ตามมติของที่ประชุมกลุ่มธนาคารกลางสมาชิก Executives’ Meeting of East Asia and Pacific Central Banks (EMEAP) มิให้นํามาใช้บังคับไม่ว่าในช่วงเวลาใด”

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2549

(นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล)

เลขาธิการ

สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

หมายเหตุ - เหตุผลในการออกประกาศฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันมีการจัดตั้งกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เพื่อเป็นเครื่องมือในการแสวงหาประโยชน์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลเดียวกันเพียงรายใดรายหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีที่กองทุนรวมและ ผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมดังกล่าวได้รับ ดังนั้น เพื่อให้การจัดการกองทุนรวมเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป (retail fund) เป็นกองทุนรวมสําหรับผู้ลงทุนรายย่อยอย่างแท้จริง โดยบริษัทจัดการกองทุนรวมสามารถใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้มีวิชาชีพในการจัดการลงทุนเพื่อประโยชน์โดยรวมของผู้ลงทุนรายย่อยเหล่านั้น นอกจากนี้ เพื่อปรับปรุงแก้ไขหลักการเกี่ยวกับการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการและเหตุในการเลิกกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพให้มีความเหมาะสมมากขึ้น จึงจําเป็นต้องออกประกาศฉบับนี้

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต ที่ สข/น. 7/2549 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการจัดการกองทุน (ฉบับที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aa40de765eb40d4a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com