法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือนำสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลับคืนไปเก็บในโรงอุตสาหกรรมหรือจากคลังสินค้าทัณฑ์บนแห่งหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่ง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง

หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการนำสินค้าออกจาก

โรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน

หรือนำสินค้า

จากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลับคืนไปเก็บในโรงอุตสาหกรรมหรือ

จากคลังสินค้าทัณฑ์บนแห่งหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่ง

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๙ (๑) (๒) และมาตรา ๔๔ วรรคสอง (๑)

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ อธิบดีกรมสรรพสามิตกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขไว้ ดังต่อไปนี้

การนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมผู้ใดประสงค์จะนำสินค้าซึ่งยังมิได้เสียภาษีออก

จากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนแห่งใด

ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี ตามแบบ ภษ.

๐๑ - ๐๑

คำขอตามวรรคหนึ่ง

ในกรุงเทพมหานครให้ยื่น ณ กรมสรรพสามิต ในจังหวัดอื่น

ให้ยื่น ณ สำนักงานสรรพสามิตจังหวัด

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในกรณีที่อธิบดีเห็นสมควรจะสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทำสัญญา

หรือวางประกันตามแบบ ภษ. ๐๔ - ๐๒ ก็ได้

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑)

เมื่อผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้

ในคลังสินค้าทัณฑ์บนตามที่ได้รับอนุญาตไว้แล้วตามข้อ ๒ ในวันเวลาใด

ก็ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อ

ผู้อำนวยการกองการสามิตหรือสรรพสามิตจังหวัดแล้วแต่กรณีเพื่อทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

๗ วัน

และให้ผู้อำนวยการกองการสามิตหรือสรรพสามิตจังหวัดออกหนังสืออนุญาตตามแบบ

ภษ. ๐๒ -

๐๑

ให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม พร้อมทั้งส่งสำเนาหนังสืออนุญาตดังกล่าวให้เจ้าพนักงาน

สรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรมทราบ

ถ้าโรงอุตสาหกรรมและหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนตั้งอยู่

ต่างเขตจังหวัดกัน

ให้ส่งสำเนาหนังสืออนุญาตนั้นให้สรรพสามิตจังหวัดและเจ้าพนักงาน

สรรพสามิตประจำคลังสินค้าทัณฑ์บนในเขตท้องที่ที่คลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นตั้งอยู่ทราบด้วย

(๒)

ก่อนนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องแจ้งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรมหรือเจ้า

พนักงานสรรพสามิตในเขตท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมนั้นตั้งอยู่ทราบล่วงหน้าก่อนทุกครั้ง

และ

ต้องให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจำนวนหรือหีบห่อสินค้านั้น

ก่อนที่จะนำออกจากโรงอุตสาหกรรม

อธิบดีหรือสรรพสามิตจังหวัดอาจสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมทำเครื่องหมาย

แสดงประเภทและชนิดสินค้า

น้ำหนักหรือจำนวนบรรจุไว้ทุกหีบห่อและเครื่องหมายอื่นใดให้เห็น

ชัดเจนด้วยว่าเป็นสินค้าที่นำไปเก็บ ณ

คลังสินค้าทัณฑ์บนด้วยก็ได้

(๓)

การนำสินค้าไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนนั้น ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

ต้องนำไปโดยพาหนะและตามเส้นทางที่ได้รับอนุญาตไว้แล้วเท่านั้น ห้ามมิให้ใช้พาหนะหรือเส้น

ทางอื่นเป็นอันขาด และต้องมีหนังสืออนุญาตตามแบบ ภษ. ๐๒ -

๐๒ ซึ่งเจ้าพนักงานสรรพสามิต

ผู้ตรวจสอบตาม (๒) ออกให้กำกับสินค้านั้นไปด้วย

การนำสินค้าไปเก็บที่คลังสินค้าทัณฑ์บน

ถ้าอธิบดีหรือสรรพสามิตจังหวัดเห็น

เป็นการสมควรจะสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตควบคุมสินค้าไปส่งด้วยก็ได้

(๔) เมื่อนำสินค้าไปถึงคลังสินค้าทัณฑ์บนแล้ว

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องแจ้ง

ให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตในเขตที่คลังสินค้าทัณฑ์บนนั้นตั้งอยู่หรือเจ้าพนักงานสรรพสามิตประจำ

คลังสินค้าทัณฑ์บนทราบโดยด่วน

เพื่อทำการตรวจสอบก่อนนำเข้าเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน

(๕) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมต้องนำสินค้าที่ได้รับอนุญาตนั้นไปให้ถึงและนำเข้า

เก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยถูกต้องครบถ้วน

ถ้านำสินค้านั้นไปไม่ถึงและไม่นำเข้าเก็บในคลัง

สินค้าทัณฑ์บนไม่ว่าจะมีเหตุสุดวิสัยหรือเหตุประการใดเกิดขึ้นก็ตาม

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะ

ต้องเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขาดจำนวนไปตามอัตราภาษีในขณะที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

สินค้าอุตสาหกรรมบางประเภทหรืออุตสาหกรรมการเกษตรที่มีการผลิต

เป็นฤดูกาล อธิบดีจะอนุมัติให้ไม่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อ

๓ ได้ตามที่เห็นสมควร

การนำสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลับคืนไปเก็บในโรงอุตสาหกรรม

หรือคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมผู้ใดประสงค์จะนำสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บน

กลับคืนไปเก็บไว้ในโรงอุตสาหกรรม

หรือจากคลังสินค้าทัณฑ์บนแห่งหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้า

ทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่งนั้น ให้ใช้แบบ ภษ. ๐๑- ๐๒ ภษ. ๐๒ - ๐๒ ภษ.

๐๒ - ๐๓ และ ภษ.

๐๔ - ๐๒

และปฏิบัติตามความในหมวด ๑ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ในกรณีที่เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนประสงค์จะเลิกกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บน

และอธิบดีสั่งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมนำสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนไปเก็บไว้ในโรงอุตสาหกรรม

หรือคลังสินค้าทัณฑ์บนอื่นนั้น ให้ใช้แบบ ภษ. ๐๑- ๐๒ ภษ. ๐๒ - ๐๒ ภษ.

๐๒ - ๐๓ และ

ภษ. ๐๔ - ๐๒

และปฏิบัติตามข้อ ๒ ข้อ

๓ และข้อ ๔ แห่งหมวด ๑ โดยอนุโลม

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙

เฉลิมชัย วสีนนท์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[รก.๒๕๒๙/๓๔/๘พ/๑ มีนาคม ๒๕๒๙]

ธิดาวรรณ

/ แก้ไข

๑๑ ตุลาคม ๒๕๔๕

A+B

(C)

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขว่าด้วยการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรมไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือนำสินค้าจากคลังสินค้าทัณฑ์บนกลับคืนไปเก็บในโรงอุตสาหกรรมหรือจากคลังสินค้าทัณฑ์บนแห่งหนึ่งไปเก็บไว้ในคลังสินค้าทัณฑ์บนอีกแห่งหนึ่ง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_aa7773a1aef0eef9

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com